Trinet จาก Dtac 3G คืออะไร?

trinet
ผมเชื่อว่า ลูกค้าอินเทอร์เน็ตมือถือของดีแทค อาจจะเคยประสบปัญหาเกี่ยวกับการใช้งาน Dtac 3G วันนี้ทางดีแทคได้ทำการเปิดตัว Trinet ซึ่งเป็นการอัพเกรดระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตของดีแทคครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง หลายคนอาจจะสงสัยว่า มันคืออะไร? ดีกว่า Dtac 3G เดิมอย่างไร? วิธีการลงทะเบียนเพื่อใช้งานเพื่อใช้งาน Trinet ครับ วันนี้มานาคอมพิวเตอร์ขอนำข้อมูลที่น่าสนใจทั้งหมดมาแจ้งให้ทราบ

Trinet คืออะไร?

Trinet คือชื่ออย่างเป็นทางการของเครือข่าย 3G ของดีแทคที่ได้รับการพัฒนาและปรับปรุงใหม่ (ซึ่งหลังจากที่มีการพัฒนาสถานีส่งสัญญาณทั่วประเทศแล้ว) และเพื่อรอต้อนรับคลื่นสัญญาณ 2,100 MHz เพื่อการรองรับระบบอินเทอร์เน็ตผ่านเครือข่ายมือถือได้ดียิ่งขึ้นครับ

โดย Trinet ประกอบด้วย 3 คลื่นความถี่คือ

  • คลื่น 1800 MHz เป็นคลื่นความถี่พื้นฐานสำหรับการโทรศัพท์ ซึ่งมีการพัฒนาพื้นที่การใช้งานครอบคลุมทั่วประเทศแล้ว ทำให้โทรติดได้ง่าย คมชัดทุกพื้นที่ และรับส่งข้อมูลอินเทอร์เน็ตปริมาณไม่สูงนักได้คล่องตัวด้วยความเร็ว EDGE (เป็นยุคต้นๆ ของการเริ่มใช้งานอินเทอร์เน็ตบนมือถือครับ)
  • คลื่น 850 MHz คลื่นความถี่สำหรับการใช้งาน 3G เหมาะสำหรับการใช้งานดาต้าปริมาณสูง ๆ เช่น ดูวิดีโอหรือส่งไฟล์ภาพความละเอียดสูง และมีลักษณะเด่น คือ ทะลุทะลวงและแผ่รัศมีเป็นวงกว้าง จึงช่วยเพิ่มความหนาแน่นของสัญญาณภายในตัวอาคาร ซึ่งปัจจุบันได้ขยายพื้นที่ครอบคลุม 77 จังหวัดทั่วประเทศและกำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง (เป็นช่วง 3G ที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบันนี้ครับ)
  • คลื่น 2100 MHz คลื่นความถี่ใหม่ล่าสุดที่ได้รับมาจากการประมูลใบอนุญาตที่ผ่านมาซึ่ง dtac จะวางแผนเพื่อนำมาใช้งานด้านอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงโดยเฉพาะ เพิ่มความกว้างให้การรับ-ส่งข้อมูลจำนวนมหาศาลในพื้นที่หนาแน่นให้เป็นไปได้ อย่างรวดเร็วและราบรื่น และพร้อมปรับเปลี่ยนเป็น 4G รวมถึงเทคโนโลยีในอนาคตได้ทันที

Trinet ดีกว่า Dtac 3G เดิมอย่างไร?

สัญญาณการใช้งานโทรศัพท์คมชัดขึ้น เนื่องจากเครือข่าย 3G เดิมถูกแย่งใช้งานกันระหว่าง การโทรศัพท์ และการใช้งานอินเทอร์เน็ตบนมือถือ ทำให้สังเกตได้ว่า บางช่วงเวลาการใช้งาน ไม่สามารถใช้งานได้ เพราะช่องสัญญาณเต็มครับ

การเข้าถึงข้อมูลเร็วขึ้น ลื่นไหลขึ้น ลองนึกภาพของถนนทีมีสภาพการจราจรติดขัดเพราะมีปริมาณรถที่วิ่งบนถนนมากเกินไป แล้วมีการเพิ่มช่องทางหรือถนนให้มากขึ้น ทำให้การจราจรลื่นไหล,คล่องตัว และเดินทางไปยังจุดหมายได้อย่างรวดเร็วขึ้นไงครับ

ราบรื่นไม่มีสะดุด โดย Trinet ยังมีระบบอัจฉริยะที่จะทำการสลับคลื่นสัญญาณ ( 1800,850 และ 2100 MHz) ให้เหมาะสมสำหรับการใช้งาน ทุกรูปแบบและทุกพื้นที่โดยอัตโนมัติ ดังนั้นในระหว่างการเดินทาง ไม่ว่าในเมืองหรือนอกเมืองก็สามารถใช้งานได้อย่างราบรื่นเต็มประสิทธิภาพ ไม่มีสะดุด

Trinet รองรับอุปกรณ์การใช้งานได้ครอบคลุม เนื่องจากมีคลื่นความถี่ถึงสามคลื่น ทำให้สามารถรองรับอุปกรณ์การใช้งานได้หลายหลากรุ่นและยี่ห้อครับ

วิธีการลงทะเบียนเพื่อใช้งาน Trinet

สำหรับผู้ที่ต้องการลงทะเบียนเพื่อรอใช้งาน Trinet คุณสามารถทำได้ด้วยตัวเองครับ หากคุณเป็นลูกค้าของดีแทคหรือแฮปปี้ให้คุณ

กด *3000*(ตามด้วยหมายเลขบัตรประชาชน 13 หลัก)#แล้วโทรออก

ระบบจะส่ง SMS แจ้งข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อการใช้งานบน Trinet อย่างสมบูรณ์อีกครั้ง

ในกรณีซิมไม่รองรับการใช้งาน Trinetติดต่อขอเปลี่ยนซิมใหม่เบอร์เดิมได้ฟรีที่ศูนย์บริการดีแทคทุกสาขาทั่วประเทศ

หมายเหตุ: ลงทะเบียนเพื่อยินยอมให้โอนย้ายข้อมูลการใช้บริการต่าง ๆ บนโครงข่ายใหม่ Trinet ภายใต้ dtac Networkหลังจากลงทะเบียนเรียบร้อยแล้วเมื่อถึงวันพร้อมให้บริการ ระบบจะแจ้งข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อการใช้งานที่สมบูรณ์

ใครใช้งานดีแทคก็อย่าลืมลงทะเบียนกันนะครับ 🙂

OLED คืออะไร? OLED TV ที่กำลังจะมาแทน LED TV

OLED
วันนี้ได้มีโอกาสเดินเล่นอยู่ที่แผนกเครื่องใช้ไฟฟ้าในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง แล้วเกิดความรู้สึกว่า ช่วงนี้ไม่ค่อยเห็น Plasma TV วางจำหน่ายเลย มีแต่ LED ธฮ และเริ่มมีการพูดถึง OLED TV ผมก็เลยเกิดความสงสัยว่า เอ๊ะ OLED มันคืออะไร เมื่อลองค้นหาข้อมูลก็ได้ข้อมูลที่น่าสนใจมาดังนี้ครับ

OLED คืออะไร?

OLED เป็นคำย่อมาจากคำว่า Organic light-emitting diode  คือ จอภาพที่มีลักษณะคล้ายแผ่นฟิล์ม ซึ่งมีส่วนประกอบเป็นสารอินทรีย์ที่สามารถเปล่งแสงเองได้เมื่อได้รับพลังงานไฟฟ้า โดยขบวนการนี้เรียกว่าอิเล็คโทรลูมิเนเซนส์ (Electroluminescence) โดยที่ไม่ต้องพึ่งพาแสง Backlight และจะไม่มีการเปล่งแสดงในบริเวณที่เป็นภาพสีดำ ส่งผลให้สีดำนั้นดำสนิท อีกทั้งยังช่วยประหยัดพลังงานด้วย

ในส่วนของความบาง จอภาพแบบ OLED ยังมีความบางกว่า LCD รวมทั้งมีความยิดหยุ่น และจอภาพแบบ OLED สามารถโค้งงอได้ เนื่องจาก OLED มีโครงสร้างที่แตกต่างจาก LCD โดยโครงสร้างของ OLED นั้นประกอบด้วยสารกึ่งตัวนำไฟฟ้าที่เป็นของแข็ง ทำจากวัสดุอินทรีย์มีทั้งแบบ Polymer และโมเลกุลขนาดเล็ก ซึ่งมีความหนาเพียง 100-500 นาโนเมตรเท่านั้น (บางกว่าเส้นผมของคน 200 เท่า) และอาจมีชั้นสารอินทรีย์เป็นองค์ประกอบอยู่  2 หรือ 3 ชั้น

สำหรับสีของแสงที่ปรากฏออกมาบนจอภาพ OLED จะขึ้นอยู่กับชนิดของโมเลกุลของสารอินทรีย์ในชั้น Emissive layer ซึ่งในจอ Full Colour OLED จะมีสารอินทรีย์ทั้งหมด 3 ชนิด ได้แก่ สารอินทรีย์ที่ให้แสงสีแดง, เขียว และน้ำเงิน (RGB) โดยสารทั้ง 3 ชนิดนี้ถูกเคลือบอยู่บน OLED เพียงแผ่นเดียวเพื่อให้เกิดสีสันต่าง ๆ ส่วนความสว่างของแสงที่ปรากฏบนจอภาพจะขึ้นอยู่กับปริมาณของกระแสอิเล็กตรอน หากมีกระแสมากแสงก็จะมีความสว่างมากขึ้น ซึ่งปกติ OLED จะใช้กระแสไฟฟ้าที่ประมาณ 3-10 โวลต์

ประเภทของ OLED

สำหรับจอภาพแบบ OLED จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่

PMOLED (Passive Matrix OLED)  โดยข้อดีของ OLED ชนิดนี้คือสร้างได้ง่าย และต้องการกระแสจากวงจรภายนอก ส่งผลให้ต้องใช้พลังงานมากกว่า OLED ชนิดอื่น ๆ (แต่ก็ยังประหยัดพลังงงานมากกว่า LCD)ซึ่ง PMOLED เหมาะสำหรับทำจอภาพขนาดเล็กที่มีความกว้างประมาณ 2-3 นิ้ว อย่างเช่น จอของโทรศัพท์หรืออุปกรณ์พกพาต่าง ๆ แต่ปัจจุบันนิยมหันใช้ AMOLED กันมากกว่าแล้ว

AMOLED (Active Matrix OLED) ซึ่งแบบนี้จะใช้พลังงานน้อยกว่า PMOLED เนื่องจากลักษณะโครงสร้างที่เป็นแบบฟิล์มบาง และยังสามารถขยายให้มีขนาดใหญ่ได้ด้วย จึงทำให้ AMOLED เหมาะสำหรับทำจอภาพที่มีขนาดใหญ่ เช่น จอโทรทัศน์, จอคอมพิวเตอร์ หรือจอป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ แต่ปัจจุบันก็นิยมใช้เป็นจอภาพของอุปกรณ์พกพาอื่น ๆ

ถ้าแบ่งตามประเภทการใช้งาน จะแบ่งออกเป็น 4 ประเภทย่อยๆ คือ

  1. Transparent OLED  โดยแบบนี้สามารถสร้างจอภาพที่มองเห็นภาพได้ทั้ง 2 ด้าน โดย Transparent OLED นี้สามารถสร้างได้ทั้งแบบ PMOLED และ AMOLED
  2. Top-emitting OLED เป็นจอแบบทึบแสงหรือสะท้อนแสง โดยจอภาพแบบนี้จะเป็นแบบ AMOLED ซึ่งถูกนำไปใช้กับ Smartcard เป็นส่วนใหญ่
  3. Foldable OLED ทำด้วยวัสดุที่มีความยืดหยุ่นสูง เช่น แผ่นฟลอยด์โลหะหรือพลาสติกใส มีน้ำหนักเบา และมีความทนทานสูง เหมาะใช้สำหรับโทรศัพท์ หรืออุปกรณ์พกพาต่าง ๆ เพื่อช่วยลดปัญหาหน้าจอแตก นอกจากนี้ ยังสามารถเย็บติดกับเส้นใยผ้าต่าง ๆ อย่างเสื้อผ้าได้อีกด้วย
  4. White OLED เป็น OLED ที่ให้แสงสีขาว ช่วยประหยัดพลังงานและมีคุณภาพดีกว่าแสงที่ได้จาก หลอดฟลูออเรสเซนต์ ทำให้เห็นสีแท้จริง เช่นเดียวกันแสงสว่างตามธรรมชาติ และมีแนวโน้มว่าเมื่อทำให้มีขนาดใหญ่ จะสามารถใช้แทนแสงฟลูออเรสเซนต์ที่ใช้ตามบ้านและตึกต่าง ๆ ได้ ซึ่งจะช่วยประหยัดพลังงานมากกว่าการใช้หลอดไฟธรรมดา

OLED TV เครื่องแรกของโลกกับ Sony XEL-1

ข้อดีและข้อด้อยของ OLED

จุดเด่นของ OLED

  • บาง เบา และมีความยืดหยุ่นสูง
  • เมื่อนำพลาสติกมาทำจอของ OLED แทนกระจก จะทำให้จอมีความยืดหยุ่นสูง สามารถปรับให้โค้งงอได้
  • สามารถทำเป็นจอแบบโปร่งใส และมองเห็นได้จากทั้งสองด้าน
  • ให้ความสว่างได้มากกว่าจอปกติ
  • สีดำ ดำสนิทกว่าจอปกติ เนื่องจากไม่มีแสง Backlight
  • สามารถเปล่งแสงได้ด้วยตัวเอง
  • สามารถสร้างให้เป็นขนาดใหญ่ได้ง่าย โดยมีความปลอดภัยสูง เพราะสามารถสร้างจากพลาสติกได้
  • มีมุมมองกว้างถึงเกือบ 180 องศา

จุดด้อยของ OLED

  • ฟิล์มที่ให้กำเนิดสีน้ำเงินมีอายุการใช้งานสั้นเพียง 1,000 ชั่วโมง (สีแดง และเขียว มีอายุการใช้งาน 10,000-40,000 ชั่วโมง)
  • สารอินทรีย์ที่ใช้ทำ OLED จะเสียหายได้ง่ายเมื่อโดนน้ำหรือออกซิเจน

ผมเชื่อว่า ยุคต่อไปของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิคส์ที่มีหน้าจอแสดงผล จะมีแนวโน้ในการผลิตจาก OLED มากขึ้น ส่วนจอแบบ Plasma ก็น่าจะค่อยๆ หายไปจากตลาดครับ

 

 

มือถือ Golive ของ Truemove-H ใช้ซิมมือถือค่ายอื่น(Dtac,AIS)ได้ไหม?

golive
หลังจากที่ทาง Truemove-H ได้มีการปล่อยมือถือสมารท์โฟนราคาประหยัดอย่างมือถือตระกูล Golive หลายคนอาจจะสนใจอยากจะเป็นเจ้าของเนื่องจากราคาไม่สูง และอาจจะต้องการนำเอามาเปลี่ยนซิมเป็นของค่ายอื่นอย่าง Dtac หรือ AIS แต่ไม่แน่ใจว่าจะสามารถใช้งานได้หรือไม่ วันนี้มานาคอมพิวเตอร์จะขอมาไขคำตอบให้ครับ

มือถือตระกูล Golive มีหลากหลายรุ่นดังนี้ครับ

  • GoLive 3G+
  • GO Live รุ่น 2
  • GO Live รุ่น S1
  • GO Live รุ่น S2
  • GO Live รุ่น Dual Core

มือถือ Golive ของ Truemove-H ใช้ซิมมือถือค่ายอื่น(Dtac,AIS)ได้ไหม?

สำหรับคำตอบแบบสั้นๆ ก็คือ “ไม่ได้ครับ” ส่วนคำตอบยาวๆ ก็คือ “ไม่ด้ายยยยยยยยยยยยยคร้าบบบบบบบบ” 555

ทำไม มือถือ Golive จึงใชซิมมือถือค่ายอื่น(Dtac,AIS) ไม่ได้

เนื่องจากทาง Truemove-H ได้วางจำหน่ายมือถือตระกูล Golive เพื่อให้ใช้งานสำหรับแพคเกจและซิมของเครือข่ายของ Truemove-H 3G+ ทำให้มือถือตระกูลนี้ได้ถูกทำการล็อกซิมเอาไว้ให้สามารถใช้ได้แค่ของ Truemove-H เท่านั้นครับ

หลายท่านที่ซื้อมาแล้วอาจะพยายามหาวิธีการปลอล๊อกซิมเพื่อให้ใส่ของค่ายอื่นได้ แต่ในความเป็นจริงนั้นเป็นเรื่องยาก และมีขั้นตอนที่หลายขั้นตอน และอาจจะมีโอกาสไม่สำเร็จสูงด้วยครับ

หากคุณกำลังจะซื้อ Golive มาเพื่อใส่ซิมค่ายอื่น ผมขอแนะนำให้หาทางเลือกอื่นดีกว่าครับ จะได้ไม่เสียทั้งเวลาและความรู้สึกครับ

เตือนภัยไวรัสบนมือถือ (iBanking) ธนาคารกรุงเทพ

ibanking
วันนี้อีเมลส่วนตัวของผมได้รับจดหมายจากธนาคารกรุงเทพ เกี่ยวกับเรื่องของการให้ระมัดระวังเกี่ยวกับไวรัสบนมือถือ ในหัวข้อ “เตือนภัยไวรัสบนมือถือ (Warning against smartphone virus‏) ผมเห็่นว่าเป็นเรื่องที่ผู้ใช้งานมือถือควรจะทราบไว้ เลยเอามาฝากครับ

โดยเนื้อหาในจดหมายมีดังนี้ครับ

เตือนภัยไวรัสบนมือถือ (Warning against smartphone virus‏)

เรียน ท่านสมาชิกบัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง

ขณะนี้มีกลุ่มมิจฉาชีพส่ง SMS หรืออีเมลหลอกลวง โดยแอบอ้างว่าส่งมาจากธนาคาร ให้ผู้รับดาวน์โหลด หรือติดตั้งโปรแกรมลงบนโทรศัพท์มือถือ สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์ ซึ่งโปรแกรมดังกล่าวมีไวรัสที่สามารถขโมยรหัสส่วนตัว รหัสลับ และรหัสผ่านครั้งเดียว (OTP) ที่ส่งทาง SMS เพื่อใช้ลักลอบเข้าทำธุรกรรมโอนเงินออกจากบัญชีของท่านผ่านบริการธนาคารทาง อินเทอร์เน็ต โดยที่ท่านไม่ทราบ เพราะจะไม่ได้รับ SMS แจ้ง OTP แต่อย่างใด
เพื่อความปลอดภัยในการทำธุรกรรมทางการเงินต่างๆ ผ่านอุปกรณ์ ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์ ธนาคารขอให้ท่านปฏิบัติตามคำแนะนำต่อไปนี้
  • หลีกเลี่ยงการคลิกลิงก์ (URL) ที่ส่งมากับ SMS หรืออีเมลหลอกลวงข้างต้น
  • หลีกเลี่ยงการดาวน์โหลด หรือติดตั้งโปรแกรมจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ
  • หลีกเลี่ยงการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านอุปกรณ์ที่ได้รับการดัด แปลงระบบปฏิบัติการ (jail break สำหรับระบบปฏิบัติการ iOS และ root สำหรับระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์)
  • ติดตั้งแอพพลิเคชั่นป้องกันไวรัสบนโทรศัพท์มือถือ สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะที่ใช้ทำธุรกรรมออนไลน์
ธนาคารขอยืนยันว่า ธนาคารไม่มีนโยบายส่ง SMS หรืออีเมล เพื่อขอให้ท่านดาวน์โหลดหรือติดตั้งโปรแกรมใดๆ สำหรับการทำธุรกรรมต่างๆ กับธนาคาร ดังนั้น หากท่านได้รับข้อความในทำนองดังกล่าว หรือได้ทำการคลิกลิงก์เพื่อดาวน์โหลดโปรแกรมที่ต้องสงสัยไปแล้ว โปรดติดต่อเจ้าหน้าที่ธนาคารทันทีที่บัวหลวงโฟน โทร. 1333 หรือ (66) 0-2645-5555 ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง
ขอแสดงความนับถือ
บัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง
****************
(ส่วนเนื้อหาด้านล่างนี้เป็นภาษาอังกฤษนะครับ

Dear Bualuang iBanking member

Please be aware of forged or false messages that may be sent to you via SMS or email claiming to be from the Bank in an attempt to extract your personal banking information. These messages try to trick you into downloading or installing malicious software or applications onto your mobile phone, smartphone, tablet or PC. This is dangerous since you follow their instructions, thieves can steal your personal ID, password and One Time Password (OTP) for making a funds transfer from your account via internet banking. The fraudulent funds transfer can be made without your awareness as you do not receive the One Time Password as it has been diverted.

 

For your own safety in making transactions on devices, namely, mobile phone, smartphone, tablet or PC, we strongly recommend that you:
  • Do not click the link (URL) in SMS or email mentioned above
  • Do not download or install programs from unreliable sources
  • Do not make financial transactions using any device with jail-broken (iOS) or rooted (Android) operating systems
  • Install anti-virus applications onto your mobile phone, smartphone, tablet and PC
Bangkok Bank will never send an SMS requesting you to download or install any software or application to make a transaction with us. Therefore, if you receive this kind of SMS, or have clicked any link to download suspicious software or application, please immediately contact Bualuang Phone 1333 or (66) 0-2645-5555. Our service is
***************************************************

โดยปัญหาเหล่านี้อาจจะเกิดขึ้นจากการที่มิจฉาชีพได้ทำการส่งลิ้งค์หลอกลวง หรือโปรแกรมที่หลอกให้ผู้ใช้งานบัญชีธนาคารทางอฺินเทอร์เน็ตหลงเชื่อ คำแนะนำของผม หากคุณต้องการทำธุรกรรมผ่านทางอินเทอร์เน็ตเกี่ยวกับบัญชีธนาคารกรุงเทพ ให้เข้าจากลิ้งค์ด้านล่างนะครับ

www.bangkokbank.com

เมื่อพิมพ์ตามนี้แล้วระบบจะแสดงลิ้งค์ URL ดังนี้ครับ

http://www.bangkokbank.com/BangkokBankThai/Pages/homepage.aspx

ถ้าเห็นตามนี้แสดงว่า ปลอดภัยครับ

ปล. ย้ำอีกครั้ง อย่าหลงดาวน์โหลดแอพหรือโปรแกรมใดๆ นะครับ เพราะทางธนาคารกรุงเทพ ยังไม่บริการในส่วนนี้ครับ หากเจอ ให้สงสัยไว้ก่อนว่า อาจจะถูกหลอกลวงได้ครับ

ใช้ wifi ทำให้ค่าโทรศัพท์,อินเทอร์เน็ตแพงขึ้นหรือไม่?

wifi
วันนี้ผมเจอคำถามหนึ่งที่น่าสนใจและคิดว่าอาจจะเป็นประโยชน์แก่หลายท่านที่อาจจะรู้สึกกังวลใจอยู่ เมื่อมีสุภาพสตรีท่านหนึ่งได้มีคำถามว่า “ลูกชายใช้แท็บเล็ต โดยใช้ wifi ของที่ทำงานเราค่ะ เป็นเบอร์อินเทอร์เน็ตของ TOT  อยากทราบว่า สิ้นเดือนจะต้องจ่ายค่าโทรหรือค่าอินเทอร์เน็ตเพิ่มหรือเปล่าคะ? ขอบคุณค่ะ “ โดยวันนี้ผมมีคำตอบมาให้ครับ

แม้คำถามนี้หลายคนจะพอทราบคำตอบแล้ว แต่ผมก็เชื่อว่า หลายคนอาจจะเหมือนกับคุณแม่ท่านนี้ก็คือ กลัวจะมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นจากการใช้งาน Wifi ของลูกชาย ผมอยากจะอธิบายให้พอเข้าใจง่ายๆ ดังนี้นะครับ

ในกรณีที่อินเทอร์เน็ตที่ใช้เป็นแบบ ADSL หรือติดตั้งพร้อมเบอร์โทรศัพท์บ้าน

ในปัจจุบันนี้ การติดตั้งอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงที่บ้านหรือที่ทำงานนั้นเป็นเรื่องง่าย และโดยส่วนมากแล้วทางผู้ให้บริการจะมีการกำหนดแพคเกจที่มีราคาและความเร็วที่ต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือ “ไม่จำกัดปริมาณการใช้งานครับ” บางคนอาจจะใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อดูหนังดูละครออนไลน์ตลอดเวลา หรือเอามาเพื่อดาวน์โหลดไฟล์ทีละเยอะๆ ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้จะทำให้สินเปลืองปริมาณการใช้งาน (Bandwidth) เป็นจำนวนมาก แต่แพคเกจอินเทอร์เน็ตเหล่านี้จะไม่มีการจำกัดปริมาณการใช้งาน แม้ว่าจะมีการใช้งานผ่านทางสายแลนที่เสียบกับโมเดม หรือใช้งานแบบไร้สาย่ผ่าน wifi ก็สามารถใช้งานได้เต็มที่โดยคุณก็ยังคงจ่ายค่าอินเทอร์เน็ตเท่าเดิมครับ

สมมุติว่า คุณเลือกใช้อินเทอร์เน็ตแพคเกจ 10MB ราคา 590 บาทต่อเดือน แล้วในเดือนนั้นมีคนมาอาศัยที่บ้านของคุณ แล้วมีการใช้งานอินเทอร์เน็ตมากกว่าปกติ 10 เท่า ครบรอบการชำระเงิน คุณก็ยังคงจ่ายแค่เพียง 590 บาท (บวกภาษีมูลค่าเพิ่ม) เหมือนเดิมครับ

เพียงแต่ว่า หากมีการใช้งานอินเทอร์เน็ตพร้อมๆ กันหลายคนในเวลาเดียวกัน อาจจะทำให้ความเร็วในการใช้งานลดลงครับ

คำตอบของคำถามที่ว่า “ใช้ wifi ทำให้ค่าโทรศัพท์,อินเทอร์เน็ตแพงขึ้นหรือไม่?” ก็คือ “ไม่เสียเงินเพิ่มครับ”

ในกรณีที่ใช้ Wifi ผ่านการปล่อยสัญญาณอินเทอร์เน็ตผ่านมือถือ

ถ้าเป็นกรณีนี้ก็ต้องดูแพคเกจอินเทอร์เน็ตของมือถือที่ปล่อยสัญญาณนั้นๆ ว่า ใช้แพคเกจแบบไม่จำกัด (Unlimited) หรือไม่? ถ้าใช้ ก็ไม่ต้องจ่ายเพิ่มครับ

แต่ถ้าไม่ได้ใช้ ก็คิดตามปริมาณการใช้งานที่เกินมาครับ

ดังนั้น หากมือถือที่จะปล่อยสัญญาณอินเทอร์เน็ตเพื่อให้เครื่องอื่นใช้งาน แนะนำว่าควรใช้แพคเกจอินเทอร์เน็ตแบบไม่จำกัดนะครับ เพื่อจะได้ไม่มีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายที่เกินมาในภายหลังครับ