Dian Fossey คือใคร? ประวัติและผลงาน

Dian Fossey
Dian Fossey (ไดแอน ฟอสซีย์)
หลายคนอาจจะไม่คุ้นชื่อนี้อาจจะสงสัยว่า บุคคลท่านนี้คือใคร? มีประวัติหรือผลงานที่น่าสนใจอย่างไรบ้างวันนี้ขอนำข้อมูลที่น่าสนใจมาเล่าให้ฟังกันนะครับ โดยทุกวันที่ 16 มกราคมของทุกปี จะเป็นวันครบรอบวันเกิดของบุคคลท่านนี้ ซึ่งในปี 2557 เป็นวันเกิดครบรอบ 82 ปีของเธอคนนี้ครับ

Dian Fossey คือใคร?

เธอเป็น นักสัตววิทยาชาวอเมริกัน ผู้ทำการศึกษาพฤติกรรมของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม โดยเฉพาะกับกอริลลา (วานรวิทยา) เธอมีชื่อเสียงจากการผลงานวิจัยกลุ่มลิงกอริลลาภูเขา ในป่าทึบของประเทศรวันดา มีผลงานเขียนหนังสือ ชื่อ Gorilla in the Mist ซึ่งถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ชื่อ Gorillas in the Mist: The Story of Dian Fossey (1988) หลังจากเธอเสียชีวิต รับบทโดยซิกอร์นีย์ วีเวอร์

Dian-Fossey

 ประวัติและผลงานของ Dian Fossey

ไดแอน ฟอสซีย์ (Dian Fossey)  เกิดเมื่อวันที่ 16 มกราคม ค.ศ. 1932 ที่ซาน ฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา ศึกษาหลักสูตรเตรียมสัตวแพทย์ที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียที่เดวิส แต่ได้เปลี่ยนสาขาไปศึกษาด้านกุมารบำบัด หลังจบการศึกษาเธอย้ายไปอยู่ที่เมืองหลุยสวิลล์ มลรัฐเคนทักกี ได้งานเป็นหัวหน้าหน่วยบำบัดที่ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพเด็ก เธอเดินทางไปท่องเที่ยวทวีปแอฟริกาเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2506 เธอได้พบกับ หลุยส์ ลีกคี นักบรรพชีวินวิทยาชื่อดังชาวเคนยา

ไดแอน ฟอสซีย์ ประทับใจกับการเดินทางในแอฟริกา ในสามปีต่อมา เธอได้ร่วมงานกับ ดร.หลุยส์ ลีกคี ทำการโครงการศึกษากอริลลา บริเวณอุทยานแห่งชาติโวลแคโน ภูเขาไฟวีรุงกา ในแอฟริกากลาง ครอบคลุมพื้นที่พรมแดน 3 ประเทศคือ รวันดา ยูกันดาและสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก โดยได้รับความสนับสนุนจากสมาคมเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก

ไดแอน ฟอสซีย์ ก่อตั้งศูนย์วิจัย “คารีโซเก” เมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. 2510 ทำการศึกษาพฤติกรรมของกอริลลาเป็นเวลาถึง 18 ปี จนได้ฉายาว่า “สาวน้อยกอริลลา”  ซึ่งฟอสซีย์ เป็นที่รู้จักว่าเป็นหนึ่งในสาม “นางฟ้าของลีกคี” (Leaky’s Angels) เป็นฉายาที่ตั้งเลียนแบบรายการโทรทัศน์ “นางฟ้าชาร์ลี” (Charlie’s Angels) ที่โด่งดังช่วงปี พ.ศ. 2519-2524 ร่วมกับเจน กูดดอลล์ ซึ่งศึกษาเรื่องชิมแปนซี และบีรูเต กัลดีกัส ซึ่งศึกษาเรื่องอุรังอุตัง

กอริลลาตัวโปรดของเธอมีชื่อว่า “ดิจิต” (Digit) มันถูกกลุ่มผู้ลักลอบค้าสัตว์ป่าฆ่าตายในปี พ.ศ. 2520 จากนั้นไดแอน ฟอสซีย์ได้ตั้งกองทุนชื่อ Digit Fund เพื่อปกป้องกอริลลา และตอบโต้กลุ่มนายพรานด้วยความรุนแรง จนกลุ่มผู้ลักลอบค้าสัตว์ป่าถือว่าเธอเป็นศัตรู และลอบทำร้ายหลายครั้ง

เธอศึกษาปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ และรับงานสอนที่มหาวิทยาลัยคอร์แนลพร้อมกับเขียนหนังสืออัตชีวประวัติชื่อ Gorilla in the Mist ในปี พ.ศ. 2523 และมอบสิทธิ์การถ่ายทำเป็นภาพยนตร์ เพื่อนำรายได้สมทบทุน Digit Fund

ไดแอน ฟอสซีย์ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2528 หลังจากกลุ่มผู้ลักลอบค้าสัตว์ป่าลอบเข้าไปในกระท่อมที่พัก แล้วใช้มีดใหญ่ฟันที่ศีรษะจนเสียชีวิต ศพของเธอถูกฝังไว้ใกล้กระท่อมที่พัก ใกล้กับหลุมฝังศพดิจิต และกอริลลาตัวอื่นๆ ที่ถูกล่า ภายหลังการเสียชีวิตของเธอ กองทุน Digit Fund ได้เปลี่ยนชื่อเป็น The Dian Fossey Gorilla Fund International (DFGDI) โดยหลุมศพของไดแอนที่อยู่เคียงข้ามกับหลุมฝังศพของดิจิตกอริลลาที่เธอรักและกอริลลาตัวอื่นๆกลางป่าที่เงียบสงบ

Dian Fossey 005

ขอสดุดีความกล้าหาญของผู้หญิงคนหนึ่งที่สละชีพเพื่อปกป้องธรรมชาติครับ

ที่มา >> http://www.zcooby.com/dian-fossey/

Happy Holidays สุขสันต์วันหยุด!!

happy holidays
ก่อนอื่นต้องขอกล่าวคำว่า “สุขสันต์วันหยุด” (Happy Holidays) กันก่อนนะครับ นี่ก็เป็นช่วงที่กำลังจะสิ้นปีเก่า ต้อนรับปีใหม่แล้ว วันนี้มานาคอมพิวเตอร์เลยอยากจะมาขอพูดคุยแบบสบายๆ กันนะครับ

ปีที่ผ่านมาสำหรับใครหลายๆ คน (รวมทั้งผมด้วย) อาจจะมีเหตุการณ์ที่ทั้งน่าประทับใจและไม่น่าจดจำนะครับ ทั้งเรื่องดีและไม่ดีอาจจะผ่านมายังเราแต่ละคน แต่ตอนนี้ก็เป็นเวลาใกล้ที่จะหมดปีแล้ว ผมอยากให้ทุกเรื่องที่เกิดกับเราแต่ละคนนั้นเป็น “ความทรงจำ” นะครับ แต่ถ้ามีเรื่องที่ไม่ดี ก็ขอให้เป็น “บทเรียน” นะครับ

อีกไม่ถึงสัปดาห์ เราก็จะลาปี 2556 กันแล้ว และเตรียมตัวเดินไปยังปี 2557 หากคุณกำลังมีสิ่งที่หวังไว้ แล้วปีนี้ยังไม่สำเร็จดังหวัง ไม่เป็นไรครับ เรายังมีปีหน้าให้หวังกันต่อไป แต่อย่างน้อยสิ่งที่ดีที่สุดก็คือ “เรายังมีลมหายใจอยู่ครับ” ได้มีชีวิตเพื่อเห็นโลกที่งดงามมาได้อีกตั้งปีครับ

หากใครที่กำลังมีแผนการเดินทางไปเที่ยวในช่วงวันหยุดยาวตอนสิ้นปีนี้ ขอให้มีความสุขในการท่องเที่ยวและเดินทางอย่างปลอดภัยนะครับ

ปีหน้าฟ้าใหม่ เรามาเจอกันอีกนะครับ

 

คลิปวีดีโอสารคดี “My King ในหลวงของเรา”

My King ในหลวงของเรา
เนื่องจากวันนี้เป็นที่ 5 ธันวาคม ซึ่งเป็นวันนี้ของทุกปี เป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และเป็นวันพ่อแห่งชาติ วันนี้ทางมานาคอมพิวเตอร์ อยากจะขอนำเอาคลิปวีดีโอสารคดี My King ในหลวงของเรา ทั้ง 5 ตอนมาแสดงให้กับทุกท่านที่สนใจได้รับชมและได้ซาบซึ้งกับพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่านกันนะครับ

หมายเหตุ หากคุณต้องการจะเก็บความประทับใจนี้ไว้ทั้งหมด ผมขอแนะนำให้คุณร่วมเป็นเจ้าของ “My KING ในหลวงของเรา” Limited Edition (รายละเอียดอยู่ใต้คลิป)

My King ในหลวงของเรา ตอนที่ 1

My King ในหลวงของเรา ตอนที่ 2

My King ในหลวงของเรา ตอนที่ 3

My King ในหลวงของเรา ตอนที่ 4

My King ในหลวงของเรา ตอนที่ 5

รายละเอียด “My KING ในหลวงของเรา” Limited Edition

“My KING ในหลวงของเรา” ครั้งแรกและครั้งเดียวกับสุดยอดภาพยนตร์สารคดียิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติ ศาสตร์ แห่ง เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก สหรัฐอเมริกา ร่วมมือกับ บริษัท เอสทีจี มัลติมีเดีย จำกัด เพื่อเทิดพระเกียรติและเฉลิมฉลองในวโรกาสมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษาครบ 85 พรรษาแห่ง องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช พระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 9 แห่งราชวงศ์จักรี ด้วยการถ่ายทอดเรื่องราวแห่งพระราชประวัติ ที่สะท้อนถึงอัครผลงานแห่งพระอัจฉริยภาพทั้ง 9 ด้านของพระองค์ เพื่อให้โลกได้สัมผัสความภาคภูมิใจพร้อมความประทับใจจาก 66 นักเขียนกิตติมศักดิ์ระดับประเทศ เนื่องในวโรกาสทรงครองสิริราชสมบัติครบรอบ 66 ปี ซึ่งมาบรรจบในปี พ.ศ. 2555 ภายใต้หัวข้อ “วิชาแห่งพระอัจฉริยภาพขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่ประทับในดวงใจ” ซึ่งเป็นประสบการณ์ตรงของนักเขียนกิตติมศักดิ์แต่ละท่านที่ได้รับการตกผลึก พลังแห่งการเรียนรู้จากพ่อของแผ่นดิน

บลูเรย์ชุดพิเศษ ใน 1 ชุด ประกอบด้วย

1. หนังสือบทความสารคดีพระราชประวัติที่สะท้อนถึงพระอัจฉริยภาพทั้ง 9 ด้าน ขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ

  • เรื่องจริงและแรงบันดาลใจโดย ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล
  • บทความพิเศษจาก 66 นักเขียนกิตติมศักดิ์ ที่สะท้อนความรู้ การตกผลึกและความประทับใจที่มีต่อพระอัจฉริยภาพ ทั้ง 9 ด้าน  เพื่อเป็นวิชาชีวิตและธรรมมะให้กับคนไทยทั้งชาติ
  • ร่วมด้วยภาพถ่ายชุดพิเศษจากศิลปินชั้นนำจากโครงการยิ้มให้พ่อ
  • เรียบเรียงบทความในหนังสือโดย ภัทราวรรณ พูลทวีเกียรติ์ บรรณาธิการอำนวยการฝ่าย Amarin Publishing Service บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)
  • ความยาวหนังสือ 224 หน้า

2. กล่อง Steel Book สีทอง บรรจุแผ่น
3. บลูเรย์ และดีวีดี ภาพยนตร์สารคดีที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลานุภาพแห่งพระราชประวัติที่ สะท้อนถึงพระอัจริยภาพขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ

  • บลูเรย์ (All Zone) จำนวน 50 GB  1 แผ่น สกรีนทอง
  • ดีวีดี (All Zone Dual Layer) จำนวน 1 แผ่น สกรีนเงิน
  • ควบคุมการผลิต โดย รุ่งธรรม พุ่มสีนิล เจ้าของ 7 รางวัล เอเชี่ยน เทเลวิชั่น อวอร์ดส์
  • ความในใจของ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล และ ธงไชย แมคอินไตย์ กับโครงการ “ในหลวงของเรา”
  • ถ่ายทำด้วยระบบ HD  16:9 ความยาว 120 นาที
  • เสียง : ไทย 5.1 / อังกฤษ 5.1
  • คำบรรยายไทย : ไทย/อังกฤษ
  • ถ่ายทอดอารมณ์แห่งความประทับใจโดย ธงไชย แมคอินไตย์
  • ให้เสียงภาษาอังกฤษโดย คริสโตเฟอร์ ไรท์
  • มิวสิควีดีโอเพลง “ในหลวงในดวงใจ”

4. ซีดีสกรีนบรอนซ์/เพลง “ในหลวงในดวงใจ” ขับร้องโดย ธงไชย แมคอินไตย์
5. พระบรมฉายาลักษณ์ที่ระลึก

  • ภาพพระบรมฉายาลักษณ์รูปแบบ 3 มิติ
  • บรรจุภายในกรอบรูปอะคริลิค สีทอง
  • ขนาด 18 x 23.5 x 1.5 ซม.

6. ใบรับรองผลิตภัณท์ พร้อม Serial Number

  • ใบรับรองผลิตภัณฑ์เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของสำหรับผู้ถือผลิตภัณฑ์ชุดพิเศษที่จัดทำขึ้นในวโรกาสสำคัญ
  • พิมพ์ด้วยฟอยล์สีทองสวยงามควรค่าแก่การเก็บสะสม
  • ขนาด 17.5 x 23 ซม.

7. ใบแทรก  รายละเอียดที่มาของโครงการสารคดี
8. E-Card ในรูปแบบที่คั่นหนังสือ

  • จัดทำพิเศษเพื่อ Download บทความฉบับภาษาอังกฤษ ผ่านทาง E-Book Application www.asiabooks.com
  • ออกแบบพิเศษในรูปแบบที่คั่นหนังสือที่ระลึกเพื่อเก็บสะสม
  • ขนาด 5 x 14 ซม.

ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

 

 

Maria Callas คือใคร? ประวัติและผลงานของมาเรีย คัลลัส

callas-maria 22
วันนี้ผมขอนำเอาประวัติและผลงานที่น่าสนใจของ Maria Callas (มาเรีย คัลลัส) ซึ่งหลายคนอาจจะสงสัยว่าเธอคือใครกันนะครับ

Maria Callas (มาเรีย คัลลัส) เป็นสุดยอดนักร้องโอเปร่าแบบ Soprano ชาวอเมริกันเชื้อสายกรีก ที่เรียกได้ว่า เธอเป็นดีว่าผู้ยิ่งใหญ่แห่งศตวรรษที่20 หนึ่งใน ผู้ที่มีเสียงที่ดีที่สุดในโลก! ด้วยเสียงที่ทรงพลังและความสามารถในการแสดงของเธอที่ยากจะหาใครมาเทียบครับ

ประวัติ Maria Callas

มาเรียเกิดเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม ค.ศ. 1923 ที่เมืองนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา โดยพ่อแม่ของเธอเป็นชาวกรีกที่ได้ลี้ภัยมาตั้งรกรากในอเมริกา เมื่อเธออายุได้7ขวบ เธอได้เริ่มเรียนเปียโนซึ่งทำให้เธอได้พบว่า ตัวเองนั้นชอบการร้องเพลงและการแสดงมากกว่า

ในปี1937 เมื่อเธออายุได้ 14 ปี พ่อแม่เธอแยกทางกัน เธอพร้อมกับแม่และพี่สาวได้ย้ายกลับไปที่กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีก โดยแม่ของเธอเห็นว่า เธอเป็นนักร้องเสียงดี จึงได้พยายามส่งเธอเข้าเรียนโรงเรียนสอนร้องเพลง โดยเธอได้เรียนกับ Elvira Del Hidalgo ซึ่งเป็นนักร้อง Soprano ที่โด่งดังในยุคนั้น ซึ่งตอนแรกทางโรงเรียนจะไม่รับเธอเข้าเรียน เนื่องจากมีกฎที่ว่า จะไม่รับเด็กที่อายุต่ำกว่า 16 ปี แต่ครูของเธอก็ได้พบว่า มาเรียมีพรสวรรค์ทางด้านเสียงที่ไม่เคยพบในเด็กที่ไหนมาก่อน เธอจึงได้รับข้อยกเว้น

มาเรียเริ่มเข้าสู่วงการโอเปร่าเป็นครั้งแรกในปี1941 ได้รับบทบาทแรกคือSuppe’s BoccaccioและTosca ที่โรยัลโอเปร่าเฮ้าส์ในกรุงเอเธนส์ ความสามารถของเธอโดดเด่นในสายตาผู้ร่วมงานทุกคน แม้กระทั่งตอนซ้อม(โอเปร่าเป็นศิลปะชั้นสูงซึ่งต้องร้องเพลงและถ่ายถอดอารมณ์์ของตัวละครผ่านการแสดง) ซึ่งพรสวรรค์ของเธอเป็นที่ประทับใจของบรรดานักวิจารณ์และสังคมผู้ดีที่ชื่นชอบโอเปร่า

ในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที2 มาเรียได้ไปแสดงที่โอเปร่าเฮ้าส์ในหลายๆประเทศในยุโรป และสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับโอเปร่าในปี1949 เมื่อเธอได้ไปแสดงที่Metopolitan opera (The Met) ในมหานครนิวยอร์ค จนเธอได้เป็นที่ยอมรับและมีชื่อเสียงไปทั่วโลก

ด้วยเสียงอันทรงพลัง rangeเสียงที่กว้าง เทคนิคการร้อง และความสามารถในการแสดง นักวิจารณ์ได้กล่าวกันว่า “คุณสามารถชมนักร้องโอเปร่าคนอื่นและหลับตาฟัง แต่สำหรับมาเรีย คุณจะไม่มีวันละสายตาไปจากเธอ”

นักวิจารณ์ชาวอิตาลีท่านหนึ่งกล่าวไว้ว่า “แค่เพียงเธอโบกมีครั้งเดียวตอนแสดง อารมณ์ที่ถ่ายทอดออกมานั้นมากกว่านักร้องโอเปร่าคนอื่นๆตลอดการแสดง”

มาเรียสามารถทำให้ทุกๆตัวละครที่เธอแสดงนั้นมีชีวิตขึ้นมาและทุกในทุกๆอารมณ์นั้นสามารถรู้สึกได้ผ่านทุกคำในน้ำเสียงของมาเรีย สะกดคนดูให้เชื่อว่าเธอคือตัวละครนั้นจริงๆ

มาเรียจึงได้ชื่อว่าเป็นนักร้องเทคนิค Bel Cantoได้อย่างแท้จริง(bel cantoเป็นเทคนิคการร้องโอเปร่าขั้นสูงที่สูญหายไปตั้งแต่ศตวรรษที่19เป็นการร้องโดยถ่ายทอดความรู้สึก โดยคำอธิบายเป็นภาษาอังกฤษก็คือ “Bel canto singing characteristically focuses on perfect evenness throughout the voice, skillful legato, a light upper register, tremendous agility and flexibility, and a certain lyric, sweet timbre.” )

ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้จึงทำให้เธอได้รับการยกย่องเป็น La Divina (The Divine One) โดยในช่วงยุค50มาเรียได้มีชื่อเสียงเป็นอย่างมากทั่วโลก โชว์ของเธอประสบความสำเร็จทุกเวที เป็นนักร้องโอเปร่าคนหนึ่งที่มีค่าตัวสูงที่สุด

ด้านชีวิตครอบครัว เธอได้พบรักกับAristotle Onasis มหาเศรษฐีผู้มีอิทธิพลที่สุดคนหนึ่งในยุคนั้น จนกระทั่งในปี1968 ความรักของเธอจบลงเมื่อมาเรียได้รู้ความจริงว่าสามีเธอมีภรรยามาก่อนแล้ว และโอเนซิสก็ได้ทิ้งเธอไป เป็นเหตุให้มาเรียใจสลายและทำให้พฤติกรรมของเธอเปลี่ยนไปในด้านลบกับสื่อ

มาเรียสุขภาพแย่และผอมลงมาก เป็นเหตุที่ทำให้เสียงของเธอนั้นไม่เหมือนเมื่อก่อน มาเรียตัดสินใจขึ้นคอนเสิร์ตครั้งสุดท้ายที่ ลอนดอน ในปี 1973 และได้แยกตัวออกมาอยู่อย่างโดดเดี่ยวและอ้างว้างที่คอนโดในกรุงปารีส และเสียชีวิตลงด้วยโรคหัวใจล้มเหลวในปี1977 ด้วยวัยเพียง55ปี

เราลองมาฟังเสียงของเธอกันดูนะครับ

ผลงานของ Maria Callas

  • Verdi, Nabucco, conducted by Vittorio Gui, live performance, Napoli, 20 December 1949
  • Verdi, Il trovatore, conducted by Guido Picco, live performance, Mexico City, June 20, 1950
  • Verdi, Aida, conducted by Oliviero De Fabritiis, live performance, Palacio de Bellas Artes, Mexico City, July 3, 1951
  • Ponchielli, La Gioconda, conducted by Antonino Votto, studio recording for Fonit Cetra, September 1952
  • Bellini, Norma, conducted by Vittorio Gui, live performance, Covent Garden, London, November 18, 1952
  • Verdi, Macbeth, conducted by Victor de Sabata, live performance, La Scala, Milan, December 7, 1952
  • Bellini, I puritani, conducted by Tullio Serafin, studio recording for EMI, March–April 1953
  • Mascagni, Cavalleria rusticana, conducted by Tullio Serafin, studio recording for EMI, August 1953
  • Puccini, Tosca (Sabata recording), conducted by Victor de Sabata, studio recording for EMI, August 1953.[75]
  • Verdi, La traviata, conducted by Gabriele Santini, studio recording for Fonit Cetra, September 1953
  • Cherubini, Medea, conducted by Leonard Bernstein, live performance, La Scala, Milan, December 10, 1953
  • Leoncavallo, Pagliacci, conducted by Tullio Serafin, studio recording for EMI, June 1954
  • Spontini, La vestale, conducted by Antonino Votto, live performance, La Scala, Milan, December 7, 1954
  • Verdi, La traviata, conducted by Carlo Maria Giulini, live performance, La Scala, Milan, May 28, 1955
  • Puccini, Madama Butterfly, conducted by Herbert von Karajan, studio recording for EMI, August 1955
  • Verdi, Aida, conducted by Tullio Serafin, studio recording for EMI, August 1955
  • Verdi, Rigoletto, conducted by Tullio Serafin, studio recording for EMI, September 1955
  • Donizetti, Lucia di Lammermoor, conducted by Herbert von Karajan, live performance, Berlin, September 29, 1955
  • Bellini, Norma, conducted by Antonino Votto, live performance, La Scala, Milan, December 7, 1955.
  • Verdi, Il trovatore, conducted by Herbert von Karajan, studio recording for EMI, August 1956
  • Puccini, La bohème, conducted by Antonino Votto, studio recording for EMI, August–September 1956. Like her later recording of Carmen, this was her only performance of the complete opera, as she never appeared onstage in it.
  • Verdi, Un ballo in maschera, conducted by Antonino Votto, studio recording for EMI, September 1956
  • Rossini, The Barber of Seville, conducted by Alceo Galliera, studio recording for EMI in stereo, February 1957
  • Bellini, La sonnambula, conducted by Antonino Votto, studio recording for EMI, March 1957
  • Donizetti, Anna Bolena, conducted by Gianandrea Gavazzeni, live performance, La Scala, Milan, April 14, 1957
  • Bellini, La sonnambula, conducted by Antonino Votto, live performance, Cologne, July 4, 1957
  • Puccini, Turandot, conducted by Tullio Serafin, studio recording for EMI, July 1957
  • Cherubini, Medea, conducted by Tullio Serafin, studio recording for Ricordi in stereo, September 1957
  • Verdi, Un ballo in maschera, conducted by Gianandrea Gavazzeni, live performance, La Scala, Milan, December 7, 1957
  • Verdi, La traviata, conducted by Franco Ghione, live performance, Lisbon, March 27, 1958
  • Mad Scenes (excerpts from Anna Bolena, Bellini’s Il pirata and Ambroise Thomas’s Hamlet), conducted by Nicola Rescigno, studio recording for EMI in stereo, September 1958
  • Cherubini, Medea conducted by Nicola Rescigno, live performance at the Dallas Civic Opera in 1958; considered to be Callas’s most notable performance of Cherubini’s opera.
  • Ponchielli, La Gioconda, conducted by Antonino Votto, studio recording for EMI in stereo, September 1959
  • Puccini, Tosca, conducted by Carlo Felice Cillario, live performance, London, January 1964
  • Bizet, Carmen, conducted by Georges Prêtre, studio recording for EMI in stereo, 1964. It is her only performance of the role, and her only performance of the complete opera; she never appeared in it onstage. The recording used the recitatives added after Bizet’s death. Callas’s performance caused critic Harold C. Schonberg to speculate in his book The Glorious Ones that Callas perhaps should have sung mezzo roles instead of simply soprano ones.
  • Puccini, Tosca, conducted by Georges Prêtre, studio recording for EMI in stereo, December 1964.

ช่อง 3 ดูออนไลน์ “เกาะติดความเคลื่อนไหวทางการเมือง”

ch3
สำหรับผู้ที่ไม่ได้อยู่หน้าจอโทรทัศน์ ขณะนี้มีการถ่ายทอดสภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทางการเมืองในวันที่ 1 ธันวาคม 2556 ผ่านทางรายการพิเศษ “เกาะติดความเคลื่อนไหวทางการเมือง” ทางช่องสาม โดยคุณสรยุทธ์ สุทัศนจินดา เป็นผู้ดำเนินรายการ หากคุณไม่ได้อยู่หน้าจอโทรทัศน์ แต่ต้องการติดตามรายการนี้ ขอแนะนำให้ชมผ่านช่องออนไลน์ จากลิ้งค์ด้านล่างนี้ครับ

ดูทีวีช่องสามออนไลน์ จากเว็บไซต์ช่องสาม

หรือจะดูจากช่องทางอื่นได้ที่ลิ้งค์เหล่านี้ครับ

http://tv.mthai.com/live-tv/2544.html

http://tv.ohozaa.com/live/3/

http://tv.sanook.com/channel/3/%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87-3

http://tv.siamha.com/tv3-online.html

http://www.wezatv.com/dootv/channel3.php