ถึงเวลาที่จะเปลี่ยนแรมเป็น DDR3 แล้วหรือยัง?

วันนี้ก็ท่องเน็ทไปเรื่อยเลยครับ เจอข้อความอันหนึ่งที่น่าสนใจว่า “ddr3 น่าใช้นะผมว่า มากกว่าddr2 อีก” ตอนแรกผมก็อ่านแล้วก็ผ่านๆสายตาไป แต่เออเนอะ พอมาคิดดูอีกที ก็เกิดคำถามว่า ยุคนี้ เราใช้ควรที่จะใช้ ddr3 แล้วหรือยัง?

ddr3-manacomputers.com

จากการดูราคาท้องตลาด จะเห็นได้ว่า ราคา แรม ddr3 นั้นราคาลดลงมาอย่างมาก ผมจำได้เลยว่าเมื่อปลายปีที่แล้วที่ซื้อคอมพิวเตอร์ใหม่ทั้งชุดนั้น ddr3 1GB ราคา 15,000 บาท กรูจะบ้าตาย แรมบ้าอะไร (ว่ะ) อันนึงซื้อคอมพิวเตอร์ได้ชุดนึง และตอนนั้นเมนบอร์ดก็หาตัวที่ Support ยากมากๆ พอผ่านมาระยะนึงก็มีการกล่าวถึง ddr3 ว่า ช่วยในเรื่องการ Overclock ได้เป็นอย่างดี (แต่ราคาก็แพงชิบเป๋ง)

แต่พอ ณ เวลานี้ (14/01/2009) ราคาแรม ddr3 เริ่มลดลงมาเรื่อยๆ  จนคนทั่วไปเริ่มจับต้องได้ (ราคาเริ่มต้นที่ 1,600 บาท สำหรับความจุ 1 GB) ในช่วงนี้จะเริ่มเห็นมีบอร์ดกระเทย ( รองรับได้ทั้ง ddr2 และ ddr3 ) เริ่มเข้ามาในตลาดมากขึ้น เพื่อให้คนซื้อรู้สึกว่า เออ ถึงแม้ต่อไป ddr2 จะตกยุคไปแต่เมนบอร์ดฉันก็ยังมีช่องสำหรับใส่ ddr3 ด้วยนะ ซึ่งผมมีความคิดเห็นว่าถ้า เมนบอร์ดคุณยังไม่พัง หรืออยากจะซื้อเมนบอร์ดใหม่ในตอนนี้ ผมว่า มันยังไม่ถึงเวลาของ ddr3 นะ เพราะว่า

  1. ddr2 ราคาก็ถูกลงมามาก
  2. ในช่วงต้นปีนี้ ถึงกลางปีหน้า น่าจะยังเป็นยุคของ windows XP อยู่ครับ ซึ่ง 2 GB ก็เหลือๆ แล้วครับ
  3. ถ้ามีเมนบอร์ดที่รองรับ ddr3 อย่างเดียว และราคาสมเหตุสมผล ผมว่าค่อยมองดีกว่าครับ

สรุปความเห็นของผมก็คือ

ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาของddr3 ครับ (แต่อีก 6 เดือนค่อยมาดูกันใหม่อีกที)

ถึงเวลาที่คุณควรอัพเกรดคอมพิวเตอร์ของคุณแล้วหรือยัง?

วันนี้ผมอยากจะแนะนำเรื่องการ อัพเกรดคอมพิวเตอร์ ของคุณๆ ทั้งหลาย เครื่องที่คุณใช้อยู่เป็นประมาณนี้ไหมครับ
– มีอายุการใช้ประมาณ 3 ปีขึ้นไป
– เริ่มมีอาการแปลกๆ เช่น Boot ไม่ขึ้นบ้าง , ใช้งานอยู่ดีๆ ก็ Restart เองบ้างแหละ หรืออยู่ดีๆ ก็เกิดจอฟ้า ( Blue Screen ) บ้าง
– เริ่มรู้สึกว่าใช้โปรแกรมใหม่ๆ หรือเกมใหม่ ช้าไม่ทันใจแล้ว

ผมก็เคยเป็นครับ แต่ผมใช้ประมาณ 5 ปี ถึงเริ่มรู้สึกว่ามันไม่ไหวแล้ว ผมว่าคุณน่าจะมองถึงเรื่องการอัพเกรดได้แล้วนะครับ

upgrade-computer

การอัพเกรดคืออะไร? ความ จริงผมไม่น่าจะตั้งคำถามอย่างนี้ขึ้นมานะครับ ดูออกจะด้อยปัญญายังไงก็ไม่รู้ แต่ก็แค่อยากจะอธิบายว่า มันก็คือการเปลี่ยนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์บางชิ้น เพื่อให้ผลการทำงานดีขึ้นกว่าเดิมมาก และถ้าดูดีๆ แล้วจะคุ้มค่ากว่าการนำไปซ่อมครับ
อะไรที่ควรจะอัพเกรดบ้าง? ถ้าผมแนะนำนะครับ มีสามชิ้นส่วนคือ CPU , Mainboard , Ram เพราะถ้าคอมพิวเตอร์ของท่านอายุมากกว่า 3 ปีขึ้นไป ควรที่จะเปลี่ยนทั้ง 3 ชิ้นนี้ดีกว่า

สำหรับบ้านที่มีคนที่ชอบเล่นเกมส์ ถ้าเพิ่ม VGA Card ได้ด้วยก็จะดีมากๆ ครับ

ลองมาดูตัวอย่างของการอัพเกรดคอมพิวเตอร์ แล้วกันนะครับ ถ้าคุณมี

– CPU อินเทล เพนเทียม 4 ความเร็ว 3.00 GHz. ถ้าขายมือสองน่าจะได้ 1,000 บาท

– Mainboard ที่รองรับ Ram DDR1 ถ้าขายมือสองน่าจะได้ 800 บาท

– Ram DDR1 512 MB (Bus 400) ถ้าขายมือสองน่าจะได้ 500 บาท

ราคารวม 2,300 บาท

ถ้าผมจะแนะนำอุปกรณ์ที่จะอัพเกรดก็น่าจะเป็นประมาณนี้

– CPU อินเทล ดูอัลคอร์ E2180 ราคาประมาณ 2,400 บาท

– Mainboard ที่รองรับ Ram DDR 2 ราคาประมาณ 1,600 บาท

– Ram DDR1 1 GB (Bus 667) ราคาประมาณ 800 บาท

ราคารวม 4,800 บาท

ถ้าเอาของเก่ามาขาย แล้วซื้อของใหม่ คุณก็จะจ่ายเงินเพิ่มเพียง 2,500 บาท แต่ได้ความแรงที่เพิ่มขึ้นมา 2 เท่าเลยนะครับ และใช้ได้อีกอย่างน้อย 3-5 ปีเลยครับ

ส่วนถ้าคุณประกอบไม่เป็น ผมว่าให้ร้านที่คุณซื้ออุปกรณ์นั้น เขายินดีที่จะทำให้อยู่แล้วครับ

ส่วนการเช็คราคาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ก็ดูได้จาก www.jib.co.th , www.advice.co.th ครับ

ขอให้สนุกกับคอมพิวเตอร์ใหม่ (บางส่วน) นะครับ

หลักการเลือกซื้อคอมพิวเตอร์ใหม่ (ตามประสาของผมนะ) ตอนจบ

สวัสดีครับ กลับมาเจอกันอีกครั้งครับ วันนี้ผมอยากเล่าเรื่องการเลือกซื้ออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ต่อครับ สำหรับ ตอนแรก ผมก็โม้ไปเรื่อยเกี่ยวกับเรื่่องการเลือกซื้ออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ใหม่ พร้อมปัญหาที่หลายคนเจอ วันนี้ก็เลยอยากแบ่งปันสิ่งที่ผมคิดเห็นครับ การเลือกซื้ออุปกรณ์ผมให้ความสำคัญเป็นสัดส่วนดังนี้ครับ

desktop-computer-main_Full

***(การให้เปอร์เซ็นต์นี้ ผมคิดคำนวนจากงบประมาณ 10,000-15,000 บาท หากคุณมีเงินมากกว่านั้นก็ เพิ่มลดตามใจคุณครับ)

ปล.2 ผมยังไม่รวมราคา VGA (การ์ดจอนะครับ ) เพราะการใช้งานเบื้องต้นใช้ เมนบอร์ดแบบออนบอร์ดก็ได้ แต่ถ้าคุณเล่นเกมส์ ผมแนะนำที่ ไม่เกิน 20-30 % เท่านั้นครับ

1) CPU  20%

ผมให้ความสำคัญกับซีพียูแค่ 20% เพราะน้อยครั้งมากที่เราจะได้ขุดเอาขุมพลังของ CPU มาใช้ได้อย่างเต็มที่
และโฆษณาของพวกผู้ผลิตก็มักจะแบ่งชั้นวรรณะไว้เลยว่า “ถ้าใช้ซีพียู รุ่นไฮโซ นะ จะ encode งานวีดีโอ ได้เร็วกว่า รุ่น โลว์โซ (แม่ม ยี่ห้อเดียวกัน ยังเหยียดหยามกันอีก) กี่เปอร์เซ็นต์ ก็่ว่าไป ทำให้ประหยัดเวลาขึ้น

แต่ผมคิดว่าผมคิดเหมือนคนอื่นนะครับ ผมไม่ได้ซีเรียสเรื่องนี้  ตัวเลขมันก็แค่ให้รู้สึกดีในช่วงแรกของการซื้อแหละครับ

2) Mainboard  20%

หลายครั้งที่เวลาคนจะซื้อคอมพิวเตอร์ใหม่ มักจะไม่ค่อยให้ความสำคัญของเมนบอร์ดกันซักเท่าไหร่เลยครับ ถ้าเปรียบเทียบอย่างง่ายๆ ถ้าคอมพิวเตอร์เปรียบเสมือนร่างกายของเรา cpu ก็คือสมอง แล้วคุณคิดว่า เมนบอร์ดคืออะไรครับ

…………. (ให้เวลาคิดครับ)………………….

สำหรับ ผมว่าคือ  หัวใจ เลยครับ เพราะเป็นอุปกรณ์เดียวที่เชื่อมอุปกรณ์ทุกชิ้นของคอมพิวเตอร์เอาไว้ (ไม่เชื่อลองถอดเครื่องดูสิครับ)
แต่คนมันจะมองข้ามความสำคัญของอุปกรณ์ชิ้นนี้ไป ผมอยากให้คุณให้ความสำคัญเท่าๆ กับ cpu นะครับ
หาตัวที่ราคาไม่ถูกซะจนน่าเกลียดเกินไป

3) Ram  10%

ในเรื่องของราคาแล้ว ต้องบอกว่า แรมตอนนี้ราคาถูกลงมา และช่วงนี้ก็ยังเป็นยุคที่คนส่วนใหญ่ยังพอใจใน windows XP อยู่ แรม 1 GB ก็น่าจะเป็นตัวเริ่มต้นได้ดีพอสมควร แต่ถ้าผมแนะนำ ได้ถึง 2 GB เลยก็ดี (แต่ 4 GB เยอะไป -_-?)

4) Harddisk  15%

ตอนแรกผมก็คิดว่าอยากให้ความสำคัญกับ Harddisk มากกว่านี้หน่อยครับ
แต่พอนึกถึงความจุที่เพิ่มขี้นอย่างรวดเร็ว สวนทางกับราคาที่ถูกลงไปมาก ผมว่าไม่เกินนี้ดีกว่าครับ เพราะในเวลาไม่นานคุณก็จะซื้อ Harddisk ที่ความจุเพิ่มขึ้น 1 เท่าตัว ในราคาเท่ากับที่คุณซื้อไปในวันนี้ครับ

5) Monitor  30%

ลงทุนกับจอดีๆ ซักตัวเถอะครับ และตอนนี้จอ lcd ก็ถูกลงมากๆ เลยครับ คุณลองคิดดูสิครับ คุณจะต้องเพ่งมองอุปกรณ์อะไรมากที่สุดถ้าไม่ใช่ จอ

6) Case+Power Supply  10%

ถ้าคุณไม่บ้าพลังพวก Overclock หรือต้องการทำลายสถิติโลกแล้ว เคสกับ power supply ติดเคสก็พอแล้วครับ หาตัวที่ดูแล้วรู้สึกดีหน่อยแล้วกันนะครับ

7) อุปกรณ์อื่นๆ (Mouse,Keyboard,speaker)  5%

ซื้อ อุปกรณ์มาทุกชิ้น ลืมข้อสุดท้ายนี่ …. (ไม่ต้องบรรยายเลยนะครับ ) ไม่ต้องแพงมากหรอกครับ เม้าส์แพง คีย์บอร์ดแพง ไม่ได้ทำให้คุณเล่นเกมส์ หรือ ทำงานได้เก่งขึ้นหรอกครับ

พอมานั่งบวกๆ กันแล้ว อ้าว! ได้ 110% นี่หว่า… (ถ้ารวมการ์ดจออีก 20% ก็เป็น 130% แล้ว )

เลยอยากจะบอกคุณในตอนท้ายนี้ว่า

เวลาคุณซื้อคอมพิวเตอร์ใหม่น่ะ ไม่เคยพอดีตามงบหรอกคุ้ณ…

หลักการเลือกซื้อคอมพิวเตอร์ใหม่ (ตามประสาของผมนะ) ตอนแรก

คุณผู้อ่านเคยเป็นเหมือนกับผมไหมครับ เวลาที่ผมจะซื้อคอมพิวเตอร์ใหม่เนี่ย รู้สึกเป็นกังวลใจไปต่างๆ นานารู้สึกว่า กลัวที่จะซื้อของผิด หรือ ซื้อของมาแล้วตกรุ่น พอโพสท์เข้าไปถามคนอื่นๆ ตามเว็ปไซต์ดังๆ (เช่น 1000ทิป) ก็มักจะได้รับคำแนะนำประมาณว่า

– จะซื้อทั้งทีซื้อแบบดีๆ ไปเลยดีกว่าครับ

– เพิ่มเงินอีกนิด จะได้สเปคดีกว่านี้นะจ้ะ

– ผมแนะนำว่า เพิ่มงบอีกนิดหน่อย (หลายพัน) เปลี่ยนจะซีพียูตัวนี้ (ที่ดูกระจอกจัง) ไปเป็นตัวโน้นดีกว่า (ดูไฮโซดี) ฯลฯ

ผมว่าเป็นคำแนะนำที่ดี แต่คุณไม่จำเป็นต้องเชื่อครับ

buy-1

เพราะอะไร

  1. เพราะกรูมีเงินอยู่แค่เนี้ย นิดหน่อยของแก ก็เยอะสำหรับฉ้านนะ
  2. ส่วนใหญ่ที่แนะนำ ชอบแนะนำสเปคที่สูงกว่าที่ตัวเองใช่ (จริงๆนะ)
  3. คุณจะต้องอยู่กับเขา (เครื่องคอมพิวเตอร์) ไปอีกนาน คนที่แนะนำเขาไม่ได้มาร่วมหัวจมท้ายกับคุณ

เพราะฉะนั้น

เลือกคอมพิวเตอร์ที่เหมาะทั้งความต้องการและเงินในกระเป๋าสตางค์คุณดีกว่าครับ

เอาล่ะ พล่ามมาพอสมควรแล้ว ผมเกิดความคิดอย่างหนี่งว่า เวลาที่มีคนแนะนำอุปกรณ์คอมพิวเตอร์แต่ละชิ้นให้กับผมนั้นก็เป็นสเปคที่น่า สนใจดีครับ

แต่พอผ่านไปซัก 1-2 อาทิตย์ กลับกลายเป็นว่า สเปคนั้นดูไม่คุ้มกับเราซะแล้ว

เพราะว่าถ้าเรากำหนดโดยงบประมาณเป็นจำนวนเงินแล้ว จะทำให้เรามองไม่เห็นถึงความสำคัญในการให้ความสำคัญกับการซื้ออุปกรณ์แต่ละชิ้นได้ดีพอ

ยกตัวอย่างนะครับ ว่า ผมมีเงิน 15,000 บาท ผมจะให้ความสำคัญกับ CPU และก็การ์ดจอ แต่ เมนบอร์ดกับแรม นั้นยังไงก็ได้ (ถ้างบเหลือค่อยคิดถึงทีหลัง) ซึ่งผมเห็นหลายต่อหลายคนเน้นไปที่อุปกรณ์อย่างใดอย่างหนึ่งมากเกินไป ทำให้เราได้อุปกรณ์ที่ไม่ค่อยสมดุลกัน เช่น CPU เทพ แต่เมนบอร์ดกากสุดๆ หรือ VGA Card สุดหรู แต่เงินไม่พอซื้อ Power Supply ดีๆซักตัว ผลก็เล่นเกมส์ไปแล้ววูบ ซวยอีก!

ผม เลยคิดว่าอยากจะแบ่งปันแนวทางการซื้อคอมพิวเตอร์ใหม่เป็นดังนี้ครับ เป็นการให้ความสำคัญกับอุปกรณ์แต่ละชิ้นเป็นเปอร์เซ็นต์ ?(ถ้าแก่หน่อยก็เรียกว่าร้อยละ) วิธีนี้ (ผมคิดว่า) ดียังไงบ้าง

  1. ได้เห็นภาพรวมของอุปกรณ์ทั้งหมดว่า เราควรให้ความสำคัญกับส่วนไหนบ้าง
  2. ไม่อิงกับราคาตามท้องตลาดที่ผันผวนเร็วเหลือเกิน
  3. ใช้ได้ทั้งการซื้อคอมใหม่ทั้งชุดหรืออัพเกรดเฉพาะส่วนครับ

วันนี้หมดเวลาแล้วครับ เดี๋ยวมาคุยกันต่อครับ

จะอธิบายเรื่องการทำงานของคอมพิวเตอร์ให้คนที่ไม่ค่อยมีความรู้เรื่องคอมพิวเตอร์อย่างไรดี?

เคยเจอคนที่ไม่ค่อยมีความรู้เรื่องคอมพิวเตอร์ถามเรื่องการทำงานของคอมพิวเตอร์ไหมครับ? ผมเคยครับ และ รู้สึกว่าตอบยากด้วย เลยคิดหาวิธีการตอบที่น่าจะอธิบายได้ง่ายๆ หน่อย เห็นระบบน้ำประปา เลยคิดจะอธิบายแบบนี้ครับ ผมขอเล่าเป็นนิทานเรื่องหนึ่งแล้วกันนะครับ

prapa

เริ่มจากนายสถานีประปาหมู่บ้าน (CPU) ได้รับคำสั่งจากทางจังหวัด (การ input จากผุ้ใช้งาน ) ให้ดูแลระบบการประปาของหมุ่บ้าน A (นามสมมุติจ้ะ)

นายสถานี (CPU) ก็ต้องวางแผนว่าจะทำอย่างไรให้ทุกส่วนในหมู่บ้านได้น้ำประปาใช้อย่างทั่วถึงและด้วยความรวดเร็ว (การประมวลผล)

เมือคิดได้แล้ว สถานีจ่ายน้ำประปา+เครื่องผลิตน้ำประปา(เมนบอร์ด )ก็จะทำการสูบน้ำจากแหล่งน้ำสาธารณะในหมุ่บ้าน (Harddisk) มาใช้

โดยใช้เครื่องสูบน้ำที่มีประสิทธิภาพ แรงและท่อใหญ่ (Ram) มาที่สถานีเพื่อทำการผลิตน้ำประปา และส่งออกไปยังหมู่บ้าน (การ output ข้อมูลไปสู่ผู้ใช้งาน) เพื่อการส่งน้ำได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

ส่วนทัศนียภาพของสถานีและหมู่บ้าน (Monitor และ VGA card ) ขึ้นอยู่กับงบประมาณของหมู่บ้านครับ อยากได้เป็นหมู่บ้านดีเด่นก็ต้องตกแต่งกันหน่อย

แล้วการ Overclock ล่ะ ก็คงเป็นกรณีที่ทางจังหวัดเร่งให้นายสถานีทำการผลิตน้ำประปาอย่างหนักตลอดวันตลอดคืน จนนายสถานีเริ่มสับสนและทำงานไม่ไหว (Hang และ Error)

มายเหตุ 1

***ถ้านายสถานีโง่ ก็ทำให้ระบบการประปาหมู่บ้านช้า ทางจังหวัดก็จะมาด่า ( Cpu ความเร็วต่ำ)
***ถ้านายสถานีฉลาด แต่อุปกรณ์ประปาไม่ดี ก็ทำให้การส่งน้ำช้ากว่าที่ควรจะเป็น (Cpu ความเร็วสูง เมนบอร์ด แรม ไม่ดี)
***ดังนั้นต้องมีนายสถานีฉลาด อุปกรณ์ดี ท่อส่งน้ำใหญ่ ระบบจะดี จังหวัดจะชมเชย

หมายเหตุ 2

*** พวก Core 2 Duo ก็คือมีนายสถานีประปาทั้งหมด 2 คนครับ (ช่วยกันคิด) ส่วน Quad core ก็มี 4 คน (รวดเร็ว แต่เปลืองงบประมาณจังหวัด)

ขำขำนะครับ อย่าคิดมาก