ซีดีสามารถติดไวรัสได้หรือไม่?


วันนี้มีคำถามที่น่าสนใจจากผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ท่านหนึ่งครับ ถามไว้อย่างน่าสนใจว่า ซีดีแผ่นหนึ่งสามารถทำให้คอมพิวเตอร์ติดไวรัสได้หรือไม่? เพราะเห็นว่า Flashdrive ส่วนใหญ่มีโอกาสติดไวรัสเมื่อเสียบคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆ ได้ง่าย ทำให้รู้สึกกังวลใจเมื่อต้องนำแผ่นซีดีของตนไปเปิดที่คอมพิวเตอร์ของคนอื่น วันนี้เรามาลองดูคำตอบเกี่ยวกับเรื่องนี้นะครับ

ก่อนอื่นเราจะสังเกตได้ว่า ไวรัสคอมพิวเตอร์ที่แอบอยู่ในคอมพิวเตอร์มักจะเข้าสู่อุปกรณ์บันทึกข้อมูลแบบพกพาอย่างเช่น External Harddisk หรือ USB Flashdrive โดยมักจะเกิดขึ้นในจังหวะที่ระบบกำลังทำการ Autorun หลังจากที่ทำการเชื่อมต่ออุปกรณ์บันทึกข้อมูลแบบพกพากับคอมพิวเตอร์เครื่องนั้น และไวรัสจะทำการเขียนคำสั่งเพื่อให้ไวรัสฝังตัวอยู่ที่อุปกรณ์พกพานั้น

 

 

ในกรณี ซีดีติดไวรัสจากคอมพิวเตอร์ได้หรือไม่?

แต่เนื่องจากซีดีจะมีทั้งแบบที่สามารถเขียนข้อมูลได้และแบบเขียนข้อมูลไม่ได้ รวมทั้งตัวอ่านซีดีที่คอมพิวเตอร์นั้นก็มีทั้งประเภทสามารถเขียนข้อมูลลงแผ่นได้หรือแค่อ่านข้อมูลอย่างเดียว การที่จะเขียนข้อมูลอะไรลงไปบนซีดีนั้นต้องอยู่ในเงื่อนไขนี้เท่านั้นคือ

ตัวอ่านซีดีต้องเขียนข้อมูลลงแผ่นได้ และ แผ่นซีดีต้องสามารถเขียนข้อมูลได้

ซึ่งถ้าไม่เข้าเงื่อนไขใดเงื่อนไขหนึ่ง ก็ไม่สามารถทำการเขียนข้อมูลลงไปได้ ทำให้คอมพิวเตอร์ไม่สามารถส่งไวรัสเข้าแผ่นซีดีได้ครับ

 

ส่วนกรณี คอมพิวเตอร์ติดไวรัสจากซีดีได้หรือไม่?

คำตอบคือ “เป็นไปได้ครับ” เพราะหากมีไวรัสอยู่ในแผ่น เมื่อทำการ Autorun ไวรัสจะทำการเข้าสู่คอมพิวเตอร์ได้ครับ

 

หวังว่า ข้อมูลนี้คงจะช่วยตอบข้อสงสัยของคุณได้ครับ

การแก้ไขปัญหาไวรัสลงเครื่องแบบยั่งยืน

ปัญหาใหญ่สำหรับผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ในปัจจุบันที่พบเห็นกันเป็นอย่างมากก็คือ “การหาคลิปหลุดของดาราไม่เจอ” ไม่ช่าย เรื่องของ “ปัญหาไวรัสลงเครื่อง” ต่างหาก หลายคน (รวมทั้งตัวผมเอง) ก็เจอปัญหานี้อยู่เป็นระยะๆ จากประสบการณ์ของผมเกี่ยวกับการใช้โปรแกรมป้องกันไวรัส ( Anti-Virus Program) ทั้งแบบฟรีและเสียเงิน) รวมๆ ก็ประมาณ 7-8 ยี่ห้อแล้ว แต่ก็ยังเจอปัญหานี้อยู่ร่ำไป จนเริ่มรู้สึกว่า ไม่มีอะไรที่สมบูรณ์แบบ (แม้กระทั่งแอนตี้ไวรัส)

virus-pendrive

แล้วเราจะแก้ไขปัญหาเรื่องไวรัสนี้อย่างไรดีล่ะ? วันนี้ผมจะมาบอกวิธีการป้องกันที่ง่ายจนไม่น่าเชื่อให้คุณลองเอาไปทำดูนะครับ

1. ควรทำการ update ฐานข้อมูลไวรัสของโปรแกรมป้องกันไวรัสในเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณบ่อยๆ นะครับ
(ไม่ว่าคุณจะได้มาฟรีหรือเสียเงินก็ตาม) เพราะการ update บ่อยๆ จะทำให้เครื่องของเรารู้จักไวรัสตัวใหม่ๆ ได้ดีขึ้น จะได้ไม่เป็นกรณีเชิญโจรเข้ามานั่งเล่นในบ้านของเรานะครับ ถ้าเครื่องเราไม่ได้ต่ออินเตอร์เน็ทเป็นประจำ ก็ลองหาวิธีการ update แบบ off-line ก็ได้ครับ

2. ติดตั้งโปรแกรมจำพวก Disable การ Autorun ของอุปกรณ์
ตัวหนึ่งที่ผมว่าดีและฟรีก็คือ CPE17 Autorun Killer และอีกตัวก็คือ USB Security Disk (เครื่องที่ผมใช้งานอยู่ลงทั้งสองตัวนี้ครับ) โดยการทำงานคร่าวของมันก็คือ “จะหยุดการ Autorun เมื่อตอนที่เราเสียบ Thumb Drive (อุปกรณ์เก็บข้อมูลแบบ USB ) หรือใส่แผ่นซีดี” เพราะไวรัสหลายตัวเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์ผ่านช่องทางนี้

3. เมื่อติดตั้งแล้วโปรแกรม Disble Autorun แล้ว หลังจากเสียบอุปกรณ์เก็บข้อมูลแบบ USB แล้ว อย่าเพิ่งเริ่มใช้งาน
ให้ลองคลิ้กขวาที่เม้าส์ ที่ Drive ของ USB เสียบอยู่ เลือกใช้โปรแกรมแอนตี้ไวรัสสแกนดูก่อนเปิด จะช่วยป้องกันการติดไวรัสได้ดีเลยทีเดียว

4.หลังจากดาวน์โหลดไฟล์หรือได้รับไฟล์อะไรใหม่ก็ตาม อย่าเพิ่งเปิด เสียเวลาสักนิด สแกนดูก่อน
เพราะส่วนใหญ่ไฟล์ที่มีอยู่ในอินเตอร์เน็ทมักจะแนบไวรัสไว้ด้วย (พวก Crack,Sereal Number,Keygen นี่ตัวดีเลย)

5. การสำรองข้อมูลหรือการใช้ System Restore ก็เป็นการป้องกันที่ดี
(ถ้าใครสำรองข้อมูลด้วยการ Ghost ได้นี่ยิ่งดีใหญ่เลยครับ ผมก็ทำไว้อยู่เหมือนกัน windows มีปัญหาปุ๊ป ลง Ghost ปั๊บ กลับมาใสปิ๊งเหมือนเดิม)

6. ไฟล์ข้อมูลต่างๆ ไม่ควรเก็บไว้ใน ไดรว์ C:
เพราะหากเกิดปัญหาอะไรก็ตามจนถึงขั้นที่ต้อง format เครื่องใหม่ ข้อมูลใน ไดรว์ C: จะหายไปทั้งหมด ถามว่ากู้กลับมาได้ไหม ตอบว่าได้ครับ แต่อาจไม่สมบูรณ์ ถ้าอย่างนั้น เก็บไว้ที่อื่นง่ายกว่าเยอะครับ

แค่ไม่กี่ข้อนี้ผมว่า เครื่องของคุณจะลดความเสี่ยงในเรื่องปัญหาไวรัสลงเครื่องไปได้มากโขเลยครับ ง่ายดีไช่ไหมครับ