iPhone4,iPhone 4S ลด 50% (Truemove H) น่าใช้ไหม?

iPhone 4s ลด 50%
สำหรับผู้ที่ต้องการเป็นเจ้าของสมาร์ทโฟนอย่าง iPhone4,iPhone 4S แต่ไม่อยากจ่ายแพง วันนี้ทรูมูฟ เอซ (Truemove H) มีโปรโมชั่นส่งท้ายปีและต้อนรับปีใหม่แล้วครับ ให้คุณเป็นเจ้าของ iPhone4,iPhone 4S โดยจ่ายค่าเครื่องเพียง 50% เท่านั้นครับ

โดยรายละเอียดคร่าวๆ ของโปรนี้ก็คือ คุณสามารถซื้อ iPhone 4S ได้ในราคาเพียง 7,450 บาท (จากปกติ 14,900 บาท) และ iPhone 4 ได้ในราคาเพียง 5,600 บาท (จากปกติ 11,200 บาท)  โดยมีเงื่อนไขก็คือ คุณจะต้องใช้แพคเกจ iSmart แบบ 999 บาทต่อเดือนภายใน 12 เดือนด้วยครับ

แพคเกจ  iSmart  999 ใช้อะไรได้บ้าง?

รายละเอียดของแพคเกจนี้ก็มีดังนี้ครับ

  • ค่าบริการรายเดือน 999 บาท ต่อเดือน
  • โทรทุกเครือข่ายฟรี 600 นาที
  • ใช้ 3G/EDGE/GPRS ได้ไม่จำกัด (ความเร็ว 3G ใช้ได้ 3GB)
  • ใช้ Wifi ได้ไม่จำกัดชั่วโมง

แล้วเราเหมาะจะใช้โปร iPhone4,iPhone 4S ลด 50% หรือไม่?

อันนี้ถ้าเป็นมุมมองของผมนั้น การลดราคาของ Truemove H ในครั้งนี้ เขาจะไปเก็บส่วนค่าเครื่องที่เหลืออีกครึ่งจากค่าบริการรายเดือน 999 บาทครับ

หากมองในความคุ้มค่าแล้ว ถ้าคุณใช้แต่อินเทอร์เน็ตบนมือถืออย่างเดียว ไม่เน้นการคุย อันนี้ผมว่า “ไม่คุ้มครับ” เพราะ iPhone4 และ iPhone 4S ถือได้ว่าเป็นมือถือที่ “ใกล้จะ” ตกรุ่นแล้ว อาจเป็นภาระผูกพันคุณไปอีกเกือบปีเลยนะครับ และแพคเกจเล่นเน็ตบนมือถือไม่จำกัดอย่างเดียวผมว่าควรอยู่ในราคาไม่เกิน 300-600 บาทต่อเดือนเท่านั้นก็พอครับ

แต่ถ้าคุณมีการใช้งานโทรเข้าโทรออกบ่อยๆ พร้อมต้องการเล่นอินเทอร์เน็ตบนมือถือไปด้วย(แบบไม่จำกัด) แพคเกจนี้ก็ถือว่า “น่าสนใจไม่น้อย” เลยครับ (ย้ำว่าคุณมีการใช้งานด้านโทรศัพท์พอสมควรครับ

สนใจลองติดต่อสอบถามกับศูนย์บริการ Truemove H ทั่วประเทศดูนะครับ

 

สัมผัสแรกกับ iPad Air (แต่ยังไม่ได้ซื้อ)

ipad-air
(บทความนี้ไม่ค่อยมีสาระ) ปล. ไม่ต้องจิ้นว่าผมถอยมาแล้วนะครับ แค่เดินไปเจอร้านหนึ่งในโรบินสันเชียงใหม่มาวางโชว์ครับ เนื่องจากวันนี้หลังกินข้าวอิ่มๆ เลยหาที่เดินย่อยสักพักครับ คิดขึ้นมาว่า อยากเห็นตัวเป็นๆ ของไอแพด แอร์ครับ เดินไปสามสี่ร้านมีของครับ แต่ไม่โชว์ ยังไม่ได้ซื้อตอนนี้ก็เลยเกรงใจ ไม่กล้าขอดูครับ

ไปเจอร้านหนึ่งที่ชั้นสาม มีโชว์เครื่องอยู่ครับ เลยถือโอกาสเข้าไปจับๆ ดูเลย นึกอยากจะแบ่งปันสัมผัสแรก (แบบยังไม่เป็นเจ้าของครับ)

  • แม้ใครจะบอกว่ามันเหมือนไอแพด มินิ ขยายร่าง แต่พอเห็นของจริง ดูดีกว่าที่คาดครับ
  • น้ำหนักตัวดีมากครับ ไม่หนัก และไม่เบาจนเกินไปครับ รู้สึกเวลาถือมือเดียวได้น้ำหนักพอดีครับ
  • หน้าจอสีสันสดใสครับ
  • ความเร็วต่อการตอบสนองการใช้งาน ทำได้ดีเลยครับ
  • ความลื่นของ iOS 7 แอบเห็นหน่วงนิดๆ (ย้ำว่านิ้ดๆๆ ไม่เยอะมากเกินไป)

สรุปว่า เห็นแล้วน่าเสียทรัพย์เป็นอย่างยิ่งครับ ในส่วนของราคา ทางร้านขายดังนี้ครับ

  • iPad Air ความจุ 16 GB (wifi) ราคา 18,500 บาท
  • iPad Air ความจุ 16 GB ใส่ซิมได้ (wifi+cellular) ราคา 22,900 บาท

ปล.ขอตัวไปอ้อนภรรยาก่อนนะครับ 555

ปล. 2 ใครอยากได้แบบทางการ เห็นว่าทาง iStudio จะจำหน่าย 15 นี้แล้วครับ (มีแต่ตัวไวไฟอย่างเดียวนะครับ)

จบข่าว ข้าวย่อยหมดพอดี

Hermann Rorschach คือใคร? ประวัติและผลงานของ Hermann Rorschach

Hermann Rorschach
Hermann Rorschach ครบรอบวันเกิด 129 ปี
– หลายคนอาจจะสงสัยว่า Hermann Rorschach คือใคร วันนี้ผมขอนำเสนอประวัติและผลงานของเขามาคุยให้ทราบครับ

Hermann Rorschach คือใคร?

เฮอร์แมนน์ รอร์สชาค (Hermann Rorschach) จิตแพทย์ ชาวสวิส เป็นบุคคลแรกที่นำเอารอยหยดหมึก Inkblots ไปใช้ใน การศึกษาวิจัยบุคลิกภาพรวมทั้งหมด รอร์สชาคได้ทำการทำลองใช้รอยหมึกเป็นจำนวนหลายภาพ โดยใช้กับคนไข้จิตเวชกลุ่มต่าง ๆ และผลจากการสังเกตทางด้านคลีนิคนี้เอง ได้การตอบสนองที่ แตกต่างกันระหว่างสาเหตุของโรคจิตประเภทต่าง ๆ มีการรวบรวมเข้าด้วยกันเป็นระบบการให้ คะแนน วิธีการให้คะแนนทำได้ดีขึ้นด้วยการทดสอบเพิ่มเติมในกลุ่มคนสมองพิการ คนปกติ ศิลปิน นักวิทยาศาสตร์ นักวิชาการ และบุคคลอื่น ๆ ที่มีผู้รู้จักกันดี ระเบียบวิธีของรอร์สชาคนั้นเป็น แบบแรกที่ไม่เป็นพิธีการและใช้เกณฑ์การไขคำตอบค่อนข้างอัตนัย

ประวัติของ Hermann Rorschach 

ชื่อ เฮอร์แมนน์ รอร์สชาค (Hermann Rorschach)
เกิด 8 พฤศจิกายน 1884 ที่ Zürich, Switzerland
เสียชีวิตเมื่อ 1 เมษายน 1922 ที่ Herisau, Switzerland
อายุ 37 ปี
เชื้อชาต  สวิสเซอร์แลนด์

ผลงานของ Hermann Rorschach

แบบทดสอบรอยหยดหมึกของรอร์สชาค (Rorschach Inkblot Test) เทคนิคการ ฉายภาพออก (Projective Technique) ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคือ รอร์สชาค อิ้งค์บลอทส์ (Rorschach Inkblots)

แบบทดสอบของ Rorschach เป็นแบบทดสอบโดยใช้หยดหมึกลงในบัตรขนาด 7” x 9.5” มีภาพทั้งหมด 10 บัตร เป็นหมึกสี 5 บัตร หมึกขาวดำ 5 บัตร ภาพที่ปรากฎเป็นภาพที่กำกวมไม่ ชัดเจน โดยใช้ทฤษฎีที่ว่า สิ่งที่เรามองและวิธีที่เรามองรอยหยดหมึกนั้นเป็นเงื่อนงำที่จะบอกให้เรารู้ ถึงบุคลิกภาพของคนคนหนึ่ง ที่เห็นหยดหมึกเดียวกันเป็นรูปภาพที่แตกต่างกันก็แสดงว่าบุคคลทั้ง สองมีบุคลิกภาพต่างกัน

Inkblot

ขณะที่ผู้รับการทดสอบภาพหยดหมึกทีละแผ่นนั้น เขาจะได้รับคำสั่งให้บอกว่าเขาเห็นภาพ อะไรบ้าง ผู้ทำการทดสอบจะทำการจดบันทึกเวลาที่ใช้ตอบสนองตำแหน่งของภาพที่เขาจับมองดู ข้อคิดที่เขาพูดออกมาเอง อารมณ์ที่แสดงออก และพฤติกรรมที่แสดงออก โดยบังเอิญอื่น ๆ ของผู้รับการทดสอบดูภาพทั้ง 10 ภาพแล้ว ผู้ทดสอบจะถามผู้รับการทดสอบอย่างเป็นระบบระเบียบถึง ส่วนต่าง ๆ และความหมายของรอยหยดหมึกแต่ละภาพที่เกี่ยวกับจิตผูกพัน

ในขณะที่ถามนี้ผู้รับ การทดสอบจะได้อธิบายรายละเอียดเพิ่มเติมให้ละเอียดชัดเจน ถึงสิ่งที่ตอบสนองไปก่อนแล้วด้วยแบบทดสอบรอยหยดหมึกของรอร์สชาคนำไปใช้ได้กับเด็กเล็กก่อนวัยเรียนจนถึงผู้ใหญ่แต่ ส่วนใหญ่จะได้มาจากกลุ่มผู้ใหญ่

Hermann Rorschach คือใคร? ประวัติและผลงานของ Hermann Rorschach

Halloween Witch ตำนานแม่มดในคืนฮัลโลวีน

Halloween Witch
31 ตุลาคมของทุกปีก็จะเป็นวันที่เราหลายคนรู้กันดีว่าเป็นวันฮัลโลวีน (Halloween) วันนี้มานาคอมพิวเตอร์ขอนำเสนอเรื่องของ “ตำนานแม่มดในคืนฮัลโลวีน” (Halloween Witch) เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศกันสักหน่อยดีกว่า เฮ้อๆๆๆๆ

ประวัติของ”แม่มด”

เมื่อพูดถึง “แม่มด” เรามักจะนึกถึงหญิงแก่ แต่งกายด้วยชุดดำ มีความน่ากลัวและลี้ลับอยู่ในตัวเอง โดยชื่อของแม่มดก็บอกอยู่แล้วว่า ต้องเป็นผู้หญิงแน่นอน แถมเป็นผู้หญิงชนิดพิเศษ สามารถใช้เวทย์มนตร์คาถา ขี่ไม้กวาดเหาะไปมาได้ แถมยังแบ่งแม่มดออกเป็น แม่มดดำ – แม่มดขาว โดย

  • แม่มดดำ คือพวกที่เคารพบูชาซาตาน ( Satan ) และใช้เวทย์มนตร์โดยอาศัยความช่วยเหลือ จากบรรดาภูตร้ายวิญญาณชั่ว สตรีชาวฝรั่งทั้งหลายที่ฝึกเวทย์มนตร์คาถาแนวนี้ นับเป็นแม่มดดำหมดเลยครับ
  • ส่วนแม่มดขาว เป็นพวกที่นับถือสิ่งศักดิ์สิทธิเหนือธรรมชาติ (Supreme being) หรือไม่ก็อาศัยความช่วยเหลือจาก นางฟ้า นักบุญ รวมไปถึงวิญญาณของคนที่มีคุณธรรม

ต่อไปผมจะขอพูดถึงในแง่ของ “แม่มดดำ” นะครับ

ที่มาของคำว่า “แม่มด” (Witch)

คำว่า “Witch” หรือแม่มดแผลงมาจากคำว่า “wit” ในภาษาแองโกลแซกซอน หมายถึง -To know หรือหยั่งรู้ – ต้องการรู้ ดังนั้น แม่มดจึงหมายถึงพวกที่ต้องการศึกษาหาความรู้ (ในศาสตร์ลึกลับเหนือธรรมชาติ) ในแนวทางที่ชั่วร้าย

แม่มดดำจะบูชาซาตาน รวมทั้งคลุกคลีอยู่กับภูตผีตัวร้ายต่างๆ อย่างเช่น แพน หรือ ลิลิธ-ราชินีแห่งรัตติกาล แม่มดดำมักจะแสวงหาความรู้ที่สลับซับซ้อนมากกว่าที่จะ แสวงหาความสงบแห่งจิตใจ ตามปกติแม่มดจะไม่สำแดงมนตราออกมาอวดใครง่ายๆ นอกจากเพื่อลองวิชา ในส่วนของการหารายได้ของแม่มดส่วนใหญ่มาจากค่าตอบแทนในการทำพิธีไสยศาสตร์ และการขายเครื่องรางของขลัง

กว่าจะมาเป็นแม่มด…

แม่มดดำส่วนมากจะยินดีรับศิษย์ ซึ่งส่วนใหญ่ศิษย์ของแม่มด จะได้รับสิ่งตอบแทนคือ ได้รูปร่างหน้าตาที่มีเสน่ห์สำหรับเพศตรงข้าม แต่สิ่งที่ต้องแลกมาก็คือ การไม่สามารถมีทายาทได้ และรางวัลอีกอย่างก็คือการมีอายุที่ยืนยาวเป็นร้อยๆปี ถึงแม้จะดูเหมือนดีก็ตาม แต่มนตร์ดำไม่ใช่ครรลองที่ถูกต้องตามธรรมชาติ แม่มดดำทุกคนมักจะพบกับจุดจบที่และทรมานเป็นส่วนใหญ่

การเรียนวิชาแม่มดจะเริ่มตั้งแต่อายุเท่าใดก็ได้ นับตั้งแต่วัยสาวเป็นต้นไป ระยะแรกนั้นจะเริ่มจากคาถาง่ายๆ เช่น การใช้เวทย์มนตร์ทำเสน่ห์ การสาปให้พืชผลเหี่ยวเฉาและเป็นโรค รวมถึงการมองเห็นอนาคต(ที่ร้ายๆ) พอวิชาแก่กล้าขึ้นหน่อย ก็มาถึงการทำให้ลอยตัวในอากาศ หรือ เหาะโดยไม่ต้องอาศัยไม้กวาด ขั้นต่อไปก็คือการแปลงร่างให้เป็นสัตว์ประเภทต่างๆ รวมไปถึงการฝึกคาถาขั้นสูงเพื่อให้มีอำนาจเหนือมนุษย์ทั่วๆไป

ว่ากันว่า ความยากของการเรียนวิชาแม่มดนั้นมาจากการไม่มีตำรา ไม่ว่าจะเป็นพิธีกรรม สูตรยา หรือ เวทย์มนตร์ ล้วนต้องถ่ายทอดกันแบบปากเปล่า การจะเป็นแม่มดดำที่เก่งฉกาจได้ จำต้องอุทิศตนให้กับซาตานผู้เป็นนายแห่งความมืดเสียก่อน

อิซโซเบล ดาวดี ( Isobel Dowdie ) แม่มดสาวผู้อื้อฉาวแห่งสก็อตสมัยศตวรรษที่ 17 เปิดเผยถึงพิธีกรรมของแม่มดว่า ผู้ที่สมัครใจจะเป็นแม่มดต้องไปยืนแก้ผ้าต่อหน้าพยานหลายคน โดยปฏิญาณตนด้วยท่าดังภาพประกอบ ว่าจะยอมเป็นข้าช่วงใช้ และขายวิญญาณให้กับซาตาน หรือมารร้ายจากโลกมืด

แม่มดจะแบ่งเป็นกลุ่มย่อยซึ่งเรียกกันว่าชมรมแม่มด โดยแม่มดสาวที่เข้ามาใหม่ จะได้เป็นแค่สมาชิกสมทบ เมื่อใดก็ตามที่สมาชิกถาวรตายลงจึงจะได้เป็นสมาชิกถาวร แม่มดแต่ละกลุ่มจะมีกัน 13 คน เพราะถือเป็นเลขสวยงามสำหรับผู้บูชาความมืด กลุ่มแม่มดจะมาชุมนุมกันเดือนละครั้งในคืนวันเพ็ญ และรวมชุมนุมแม่มดกลุ่มต่างๆปีละสี่ครั้ง ล้วนเป็นวันสำคัญทางศาสนาทั้งสิ้น ได้แก่วัน Candlemas(2 ก.พ. วัน Walpergist Night( 1พ.ค. วันต้อนรับฤดูใบไม้ผลิ) วัน Rammas Day(วันฉลองการเก็บเกี่ยวประจำปี) และครั้งสุดท้ายวึ่งเป็นครั้งที่สำคัญที่สุดของปี คือวันที่ 31 ตุลาคม อันเป็นวันฮัลโลววีน

ตำนานของชาวยุโรปกล่าวว่า ใครที่เกรงกลัวแม่มดสามารถหลบหลีกได้ ด้วยการอยู่แต่ในบ้าน โดยเฉพาะในคืนที่พระจันทร์เต็มดวงหรือคืนที่พวกแม่มดมีงานชุมนุมประจำปี แม้ว่าแม่มดดำทุกคนจะไม่รังเกียจ หากบุคคลภายนอกจะเข้าร่วมพิธีด้วย แต่มีกฏข้อบังคับอยู่ว่า สมาชิกทุกคนจะต้องเปลือยกายหมด ต้องบูชาซาตาน มีการดื่มกินกันอย่างมูมมาม ตลอดจนเสพสังวาสกับใครๆในกลุ่มอย่างไม่รังเกียจเดียดฉันท์

ไม่ว่าแม่มดจะมีจริงหรือไม่ก็ตาม ในยุคกลางของยุโรปหรือที่เราเรียกกันว่ายุคมืดนั้น มีการล่าแม่มดขนานใหญ่ สมมุติว่าเกิดเหตุผิดธรรมชาติขึ้นในท้องถิ่น เช่นฝนไม่ตก มีโรคระบาด สิ่งแรกที่คนสมัยนั้นจะนึกถึงก็คือแม่มด พวกชาวบ้านจะระดมกำลังกันตามหาผู้ต้องสงสัย และส่วนใหญ่มักหาแพะรับบาปพร้อมหลักฐานได้จำนวนหนึ่ง แม้ว่าบางทีหลักฐานนั้นจะดูตลกๆ เช่นแค่เลี้ยงหมากับแมวไว้ในบ้านก็ตาม หญิงแก่ไร้ญาติบางคน ซึ่งมีแค่แมวตัวเดียวเป็นเพื่อนคลายเหงา มักถูกหาว่าเป็นแม่มดและถูกลากมาเผาประจานทั้งเป็นอย่างน่าเอน็จอนาถ หญิงสาวบางคนที่สวยเกินไปก็โดนข้อหานี้ด้วย เพราะสงสัยว่าจะเอาวิญญาณเข้าแลกกับเรือนร่างอันน่ามอง

เป็นอย่างไรบ้างครับ ได้รู้ถึงเรื่องราวของแม่มดมากขึ้นต้อนรับคืนวันฮัลโลวีนกันแล้วนะครับ ฮี่ๆๆๆ

André-Jacques Garnerin คือใคร (ประวัติและผลงาน)

André-Jacques Garnerin
วันนี้มานาคอมพิวเตอร์ขอนำเสนอประวัติที่น่าสนใจของ André-Jacques Garnerin หลายคนอาจจะสงสัยว่าเขาคือใคร มีผลงานอะไรที่น่าสนใจ เราลองมาดูกันนะครับ

André-Jacques Garnerin เป็นนักประดิษฐ์ร่มชูชีพ (frameless parachute) และเป็นนักขับบอลลูนที่ได้รับการบันทึกว่า เป็นบุคคลแรกที่ได้ทำการกระโดดร่มเป็นครั้งแรกครับ

โดยบันทึกที่ระบุถึงความสำเร็จ ในการกระโดดร่มครั้งแรกของโลกก็คือ เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม ปี ค.ศ. 1797 เขาได้ทำการกระโดดร่มลงจากบอลลูนที่ความสูงจากพื้นดิน 2,000 ฟุต ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส

และในปี ค.ศ. 1802  เขาก็ทำการแสดงการกระโดดร่มจากความสูง 8,000 ฟุต ด้วยร่มขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 23 ฟุต แม้ว่าการแสดงในครั้งหลังนี้ จะไม่ได้รับการกล่าวขวัญเหมือนกับครั้งแรกก็ตาม แต่นี่ก็เป็นการทดลองได้แล้วว่าคนเราสามารถกระโดดร่มลงมาโดยปลอดภัยได้ในสมัยนั้น

ส่วนประวัติโดยย่อของเขาก็มีดังนี้ครับ เขาเกิดเมื่อวันที่ 31 มกราคม ปี ค.ศ. 1769 และเสียชีวิตเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม ปี ค.ศ. 1823) เป็นนักขับบอลลูนและนักประดิษฐ์ร่มชูชีพแบบไร้กรอบ โดยเขาได้รับการแต่งตั้งให้เป็นนักบินอย่างเป็นทางการจากกองบินประเทศฝรั่งเศส