สรุปข่าวไอทีประจำวัน (24 มกราคม 2555)


สรุปข่าวไอทีที่น่าสนใจประจำวันอังคารที่ 24 มกราคม 2555 ครับ

 

17 บริษัทแข่งเดือดประมูล Tablet ป.1

ศธ.เผย17บ.คอมพิวเตอร์แห่เข้าเจรจาขายแทบเล็ตคึกคักแต่ติดเงื่อนไขผลิตจำนวนมากไม่ทัน เร่งประสานกระทรวงต่างประเทศอาจใช้รูปแบบ “G2G” ทำเอกชนมึน

นางสาวศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวถึงความคืบหน้าของการจัดซื้อแทบเล็ตเพื่อแจกนักเรียนชั้น ป.1 ตามนโยบายรัฐบาล ว่า กระทรวงศึกษาธิการได้รับงบประมาณจัดซื้อแทบเล็ต 1,600 ล้านบาท จำนวน 4 แสนเครื่อง เพื่อนำร่องแจกนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ให้ทันเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2555 ซึ่งตรงกับวันที่ 23 พ.ค.นี้ เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่ประกาศไว้

ขณะนี้ ศธ.มีบริษัทผู้จำหน่ายเครื่องแทบเล็ต 17 บริษัทเข้าหารือเรื่องราคาว่าจะซื้อแทบเล็ตเครื่องละกว่า 3,000 บาทได้หรือไม่ หากจัดซื้อจำนวน 4 แสนเครื่อง

จัดซื้อจัดจ้างภายใน 45 วัน

อย่างไรก็ตาม บริษัทที่เข้าร่วมหารือยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนว่า จะขายราคาดังกล่าวได้ เนื่องจากราคาทั่วไปอยู่ที่ 6,000-7,000 บาทต่อเครื่อง และยังไม่มีการผลิตมากพอถึง 4 แสนเครื่อง ส่วนใหญ่ต้องรอ ศธ.สั่งซื้อก่อนจึงจะผลิตให้ ทำให้ไม่ทันเวลา

ศธ. จึงดำเนินการ 2 แนวทางคือ ประกาศเรื่องมีการจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อให้บริษัทต่างๆ ต้องมาประกวดราคากัน ต้องใช้เวลา 45 วัน และติดต่อบริษัทผู้ผลิตในจีน เพราะส่วนใหญ่สินค้านำเข้าจากจีนมาขายในไทย

“ได้ประสานไปยังกระทรวงการต่างประเทศ ให้จัดหาบริษัทที่จำหน่ายแทบเล็ต 4 แสนเครื่องราคาเครื่องละ 3,000 บาทได้ ในลักษณะจีทูจี เพื่อเป็นอีกทางเลือก เนื่องจากเกรงว่าถ้ารอบริษัทในไทยอาจจัดซื้อไม่ทันการเปิดภาคเรียนปี 2555 และต้องนำเครื่องแทบเล็ตมาใส่เนื้อหาด้วย โดยวันที่ 25 ม.ค.นี้จะประชุมหารือกันอีกครั้งเพื่อหาข้อสรุป” นางสาวศศิธารา กล่าว

จัด 5 กลุ่มสาระเนื้อหาแทบเล็ต

นางสาวศศิธารา กล่าวว่า หลังจากได้บริษัทที่จะผลิตแทบเล็ตและตรวจรับแล้ว ศธ.ต้องจ้างบริษัทที่มีความรู้ความสามารถนำเนื้อหาไปใส่ในแทบเล็ต เนื่องจากการจัดซื้อเป็นการจัดซื้อเครื่องเปล่า ส่วนเนื้อหาที่จะบรรจุลงแทบเล็ตก็ต้องมาดูว่าศักยภาพของแทบเล็ตรองรับได้มากน้อยแค่ไหน

“จากเดิมที่ ศธ.เน้นวิชา 8 กลุ่มสาระ แต่เมื่อแทบเล็ตไม่สามารถใส่ได้ทั้งหมด ก็ต้องเลือกเน้นเพียง 5 วิชาหลักๆ คือ วิชาภาษาไทย อังกฤษ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสังคม ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เป็นผู้จัดทำเนื้อหาทั้งหมด แต่จะออกแบบเน้นภาพและเสียงมาสร้างความน่าสนใจสำหรับการเรียนรู้ของเด็ก ป.1 ด้วย”

ส่วนการแจกจ่ายแทบเล็ต ต้องจัดระบบที่ชัดเจน เนื่องจากโครงการนำร่องที่ผ่านมา ทำให้ ศธ.ทราบว่าไม่สามารถแจกแทบเล็ตให้เด็กชั้น ป.1 ได้ครบทุกคน ซึ่งเกณฑ์การแจกแทบเล็ตให้โรงเรียนนำร่องกว่า 1,000 แห่งต้องดูความพร้อมด้านต่างๆ หลายด้าน เช่น ไฟฟ้า อินเทอร์เน็ต ศักยภาพของนักเรียน ความพร้อมที่จะใช้มากน้อยเพียงใด

แจกโรงเรียน 3 ประเภท

นางสาวศศิธารา กล่าวว่า ได้แบ่งโรงเรียนที่จะได้รับแทบเล็ตออกเป็น 3 ประเภท คือ โรงเรียนประถมศึกษาสังกัดของ สพฐ. โรงเรียนประถมของเอกชน และโรงเรียนสาธิต ซึ่งในภาพรวมนักเรียนชั้น ป.1 ที่จะได้รับแทบเล็ต 62% ของนักเรียนชั้น ป.1 ทั้งหมด เมื่อเด็กได้รับแทบเล็ตมาแล้วก็จะให้ครูประจำชั้นเป็นพี่เลี้ยงสอนเด็กใช้ และดูแลเครื่องแทบเล็ต

“การเตรียมความพร้อมต้องประกอบไปด้วย ศักยภาพโรงเรียน ครู ต้องอบรมครูเพื่อให้เป็นพี่เลี้ยงเด็กได้ ดังนั้นสิ่งที่จะเกิดขึ้น คือ ศธ.ต้องจัดอบรมครูให้ใช้แทบเล็ตเป็น ก่อนสอนเด็ก และต้องจัดงบประมาณเพื่อนำมาพัฒนาระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงให้โรงเรียนที่ได้รับแทบเล็ตด้วย”

นางสาวศศิธารา ย้ำว่า การเรียนการสอนของนักเรียนชั้น ป.1 จะไม่ได้เน้นเฉพาะการเรียนในแทบเล็ตเพียงอย่างเดียว เพราะบางวิชา อย่าง วิชาคัดไทย ต้องใช้สมุดและหนังสือมาเรียนควบคู่กันไป และยังมีอีกหลายวิชาที่ไม่ได้บรรจุลงในแทบเล็ต หลังจาก ศธ.ได้ประเมินโรงเรียนนำร่องแจกแทบเล็ตแล้ว ในอนาคต จะแจกแทบเล็ตให้ครบทุกชั้นเรียนและทุกโรงเรียน

ผลนำร่อง 5 โรงเรียนตอบรับดี

เธอย้ำว่า ต้องเดินตามนโยบายรัฐบาล เนื่องจากเขียนเอาไว้เป็นนโยบายชัดเจนว่าต้องดำเนินการ ส่วนผลการศึกษาจากการทดลองนำร่องใน 5 โรงเรียนประกอบด้วย สาธิต มศว ประสานมิตร (ฝ่ายประถม) และโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) อีก 4 โรงเรียน คือ โรงเรียนราชวินิต กรุงเทพฯ โรงเรียนอนุบาลลำปาง จ.ลำปาง โรงเรียนสนามบิน จ.ขอนแก่น และโรงเรียนอนุบาลพังงา จ.พังงา พบว่า ทั้งครูและนักเรียนมีผลการตอบรับดีมาก

ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่ผ่านมาการทดลองแทบเล็ตกับนักเรียน 2 ระดับคือ ชั้น ป.1 และ ป.4 ชั้นเรียนละ 1 ห้อง ห้องละประมาณ 40-50 คน ระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่เดือน ต.ค.2554 – ก.ย.2555 โดยมีบริษัทเลอโนโว (ประเทศไทย) บริจาคคอมพิวเตอร์แทบเล็ตจำนวน 600 เครื่องให้ทดลองใช้  ผลตอบรับไปในทิศทางบวก

เอกชนรอดูทีโออาร์

นายภานุวัฒน์ ขันธโมลีกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท สุพรีม ดิสทิบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า บริษัทเข้าเสนอราคาแทบเล็ตอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดปลายปี 2554 ก่อน สพฐ. ผู้รับผิดชอบโครงการ 1 แทบเล็ต 1 นักเรียนจะเก็บตัวชุดคณะกรรมการเพื่อร่างคุณสมบัติ (ทีโออาร์) แทบเล็ตเดือน ม.ค. 2555

ส่วนความเป็นไปได้ที่รัฐจะกำหนดสเปคเครื่องระดับราคาราว 3,100 บาท อาจจะต้องรอเงื่อนไขการประมูล (ทีโออาร์) สุดท้ายประกาศออกมาก่อนจึงจะดูความเป็นไปได้อีกครั้ง ซึ่งแทบเล็ตของสุพรีมมีแผนจะวางขายในตลาดทั่วไป ระดับเครื่องละ 5,000 บาท ทำงานด้วยระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์

อย่างไรก็ตาม กระแสข่าวที่รัฐบาลจะขอเจรจาซื้อแทบเล็ตกับรัฐบาลจีน ซึ่งเป็นการซื้อขายระดับรัฐบาลกับรัฐบาลอาจเป็นการปิดกั้นผู้ค้าภายในประเทศ และยังอาจกระทบต่อคุณภาพของบริการหลังการขาย เนื่องจากเป็นการสั่งซื้อสินค้าจำนวนมาก และเป็นสินค้าเทคโนโลยีที่ยังต้องดูแลซ่อมบำรุงหลังการขายอย่างต่อเนื่อง

“ตอนนี้ยังไม่มีอะไรชัดเจนออกมาจากรัฐบาล ก็คงต้องรอจนกว่าประกาศทีโออาร์สุดท้ายออกมา และดูว่าวิธีการจัดซื้อจะทำในรูปแบบใด เพราะถ้าเป็นการซื้อผ่านรัฐบาลจีน แล้วขั้นตอนการประมูลที่จะต้องเกิดขึ้นจะทำอย่างไร” นายภานุวัฒน์ กล่าว

นายวีระ อิงค์ธเนศ กรรมการผู้จัดการ บมจ.เอสวีโอเอ กล่าวว่า มีผู้ผลิตทั้งในและต่างประเทศสนใจเข้าร่วมประมูลแทบเล็ต แต่ติดปัญหายังไม่ชัดเจนเรื่องทีโออาร์ และสเปคเครื่อง บริษัทเองก็ได้เจรจากับคู่ค้าไว้ระดับหนึ่ง หากยังลงลึกไม่ได้ต้องรอสเปคและความชัดเจนของนโยบายรัฐ

พร้อมระบุว่า หากเป็นการเจรจาระดับจีทูจี ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบการติดตั้งระบบ คุณภาพเครื่อง การสนับสนุนและให้บริการหลังการขาย ตลอดจนการขนส่ง นอกจากนี้ การประมูลคอมพิวเตอร์ของ สพฐ. ที่ผ่านมาจะออกทีโออาร์ แล้วจัดประชาพิจารณ์ก่อน เพื่อให้ได้ข้อสรุปร่วมกัน

นายอลงกรณ์ ตุงคะบรรหาร ผู้อำนวยการฝ่ายขาย บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด เผยว่า บริษัทยังไม่ได้รับการยืนยันข้อมูลราคาแทบเล็ตที่รัฐบาลต้องการ โดยพบว่าราคายังเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดที่รับทราบข้อมูลคือ 5,000 บาท อย่างไรก็ตาม เอเซอร์ต้องรอจนกว่ารัฐบาลจะประกาศสเปคเครื่องอย่างเป็นทางการ จึงจะตัดสินใจได้

ส่วนนายสมชัย สิทธิชัยศรีชาติ กรรมการผู้จัดการ บมจ.เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) ตัวแทนจำหน่ายสินค้าไอทีรายใหญ่ กล่าวว่า บริษัทเข้าร่วมเสนอราคาแทบเล็ตในโครงการดังกล่าวเช่นกัน แต่เป็นลักษณะร่วมมือกับดีลเลอร์ที่ต้องการเข้าร่วมโครงการ

แต่หากรัฐบาลยังยืนยันราคาเครื่องระดับ 3,000 บาท บริษัทคงเข้าร่วมโครงการไม่ได้ เนื่องจากเป็นดีลเลอร์ที่ทำตลาดเฉพาะเครื่องอินเตอร์แบรนด์เท่านั้น และยังไม่มีสินค้าราคาระดับดังกล่าว

เลอโนโวรอใบสั่งรัฐจีน

นายจีรวุฒิ วงศ์พิมลพร ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท เลอโนโว (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ทราบข่าวมาเช่นกันว่าการซื้อขายเปลี่ยนไปเป็นแบบรัฐบาลกับรัฐบาล และได้ชี้แจงกับบริษัทแม่ที่ประเทศจีนไปแล้ว จากนี้ต้องรอการประสานงานตามแต่ข้อตกลงที่รัฐบาลจีนเสนอต่อรัฐบาลไทยว่าจะเลือกใครเป็นผู้ผลิตสินค้าให้

“กระบวนการและการตัดสินใจกลายเป็นความรับผิดชอบของบริษัทแม่ว่าจะดำเนินการอย่างไร บริษัทในประเทศไทยคงไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องอีก แต่หากมีโครงการหรือการประสานงานเข้ามาทางเราก็จะดำเนินการตามนั้น”

เขาคาดว่า  การส่งมอบแทบเล็ตแก่นักเรียนให้ทันภายใต้กรอบระยะเวลาตามกระแสข่าวไม่น่าจะมีปัญหา เนื่องจากเมื่อเป็นสัญญาที่ทำกันระหว่างรัฐต่อรัฐ เรื่องการจัดทำทีโออาร์คงไม่ยืดเยื้อ และอาจไม่ต้องทำประชาพิจารณ์เหมือนปกติ ซึ่งเขาเข้าใจว่าน่าจะทัน ก็ทราบมาว่าราคาได้เปลี่ยนจากกว่า 3,000 บาท เหลือ 2,100 บาทจึงไม่มั่นใจว่าคุณสมบัติที่ออกมาจะเป็นอย่างไร แต่เคยเห็นแทบเล็ตราคานี้อยู่ในตลาดบ้างเหมือนกัน สรุปสุดท้ายต้องรอความชัดเจนจากรัฐบาลไทยอีกที

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ นายโค กอง เม็ง ผู้จัดการทั่วไป ประจำภาคพื้นอาเซียน บริษัท เลอโนโว กรุ๊ป ได้เดินทางมาไทย พร้อมระบุว่า บริษัทได้จัดส่งแทบเล็ต ไอเดียแพด เอวัน ขนาด 7 นิ้ว ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ นำร่องให้โรงเรียนสังกัด สพฐ. 600 เครื่อง ซึ่งเป็นการทดลองให้ใช้ฟรี

ขณะที่ แหล่งข่าวจากบริษัทผู้ผลิตแทบเล็ตจีนรายหนึ่ง ระบุว่า หัวเว่ย ยังรอความชัดเจนจากภาครัฐ ทั้งราคา สเปค และวิธีประมูล ซึ่งหัวเว่ยคงพร้อมร่วมประมูลแน่ แม้ราคาเครื่องละ 3,000 บาทจะทำสเปคออกมาได้ยาก

ด้านนายจาง เสียวเข่อ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แซดทีอี (ประเทศไทย) กล่าวว่า แซดทีอีสนใจเข้าประมูลโครงการแทบเล็ต ป.1 เพราะถือเป็นงานใหญ่มีมูลค่าสูง ที่ผ่านมาเคยหารือแนวทางและรัฐบาลจากกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) และกระทรวงศึกษาธิการ แต่ด้วยราคาแทบเล็ตที่รัฐกำหนดที่ 3,000 บาทต่อเครื่อง รวมทั้งการบริการหลังการขาย ถือเป็นประเด็นที่บริษัทต้องพิจารณา เพราะแทบเล็ตสำหรับเด็ก ป.1 ไม่ใช่แค่เครื่องเล่นเกม แต่ต้องคำนึงแอพพลิเคชั่น โปรแกรมด้านการเรียนการสอนที่จะบรรจุลงไปด้วย

 

 

HP เผยโฉม PC เจาะตลาดองค์กร

HP จับมือ Intel เผยโฉมโปรดักส์ใหม่ในกลุ่มคอมเมอร์เชียลพีซีภายใต้แนวคิด Smart Business Solution

คอมเมอร์เชียลพีซีใหม่ล่าสุดจาก HP ได้แก่ HP Pro 3330, HP Pro 3335 และ HP Pro 3340 Business PCs เหมาะกับองค์กรในทุกเซกเมนท์ ตั้งแต่บริษัทขนาดกลางและเล็ก (SMB) ไปจนถึงองค์กรภาครัฐขนาดใหญ่ สามารถใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ไอทีสำคัญๆ ในสำนักงานได้อย่างลงตัว ช่วยลดภาระการบริหารจัดการด้านไอทีที่ยุ่งยาก สามารถปรับตั้งค่าให้รองรับทุกความต้องการในการใช้งาน ตั้งแต่ออปชั่นหน่วยความจำในตัวเครื่อง ไปจนถึงเทคโนโลยีหน่วยประมวลผล และกราฟิกการ์ด เพิ่มหน่วยความจำในตัวเครื่องได้สูงสุดถึง16 GB ( เฉพาะรุ่น Pro 3340MT )

HP Pro 3330 Series Business PCs ถูกสร้างขึ้นโดยคำนึงถึงความสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ ประสิทธิภาพด้านการประหยัดพลังงาน นวัตกรรมวัสดุผลิตภัณฑ์ และความสามารถในการนำกลับมารีไซเคิล โดยคอมพิวเตอร์สำหรับองค์กรดีไซน์ใหม่เหล่านี้ ใช้พื้นที่ในการจัดวางได้อย่างมีประสิทธิภาพ ให้มีพื้นที่ใช้สอยภายในออฟฟิศได้มากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังสามารถเชื่อมต่อ และรองรับการต่อขยายในอนาคต

HP Pro 3330 Business PCs ราคาเริ่มต้นที่ 9,900 บาท ส่วน HP Pro 3335 Business PCs รุ่น Microtower ราคาเริ่มต้นที่ 12,900 บาท ส่วน HP Pro 3340 Business PCs รุ่น Microtower ราคาเริ่มต้นที่ 16,900 บาท

 

สถิติใหม่ “YouTube” ทุก 1 วินาที เพิ่มวิดีโอยาว 1 ชั่วโมง

YouTube เผยสถิติล่าสุด อัตราการอัปโหลดวิดีโอของผู้ใช้งานต่อ 1 นาที อยู่ที่ 60 ชั่วโมง เพิ่มขึ้นจาก 8 เดือนทีผ่านมามากว่า 30% ขณะที่ยอดเข้าชมมากกว่า 4 พันล้านครั้งต่อวัน

ย้อนไปก่อนหน้านี้ในปี 2007 YouTube มีอัตราการอัปโหลดวิดีโอต่อ 1 นาทีอยู่ที่ 6 ชั่วโมง และในปี 2010 อยู่ที่ 24 ชั่วโมง เพิ่มขึ้นมาเป็น 35 ชั่วโมง และ 48 ชั่วโมง จนล่าสุด 60 ชั่วโมง ถือว่าเติบโตมากกว่า 30% ในช่วง 8 เดือนหลังสุด

ซึ่งจากสถิติ หมายความในทุกๆ 1 วินาที มีผู้ใช้เข้ามาอัปโหลดวิดีโอยาว 1 ชั่วโมง ส่วนจำนวนเข้าชมวิดีโอต่อวัน ที่เพิ่มขึ้นมาเป็น 4 พันล้านครั้งต่อวันนั้น ถือว่าเพิ่มขึ้น 25% ภายในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา

การเปิดเผยอัตราการอัปโหลดครั้งนี้ ถือเป็นการตอกย้ำ ผลวิจัยจากซิสโก้ ที่ระบุว่ากว่า 50% ในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตใช้เพื่อการดาวน์โหลดวิดีโอออนไลน์ ภายในสิ้นปี 2012

 

เผยยอดดาวน์โหลด Textbook บน iBooks แตะหลัก 350,000 ครั้งแล้ว

กำลังไปได้สวยงามเลยทีเดียวสำหรับตลาดใหม่ด้านการศึกษาที่ Apple ได้เปิดตัวชูธงเป็นที่เรียบร้อย ตั้งแต่เมื่อวันที่ 19 มกราคมที่ผ่านมาในงาน ‘Education Event’ ที่มหานครนิวยอร์ก ล่าสุดนักวิเคราะห์จาก Global Equity Research ได้เปิดเผยยอดตัวเลขการดาวน์โหลดหนังสือออกมาแล้ว ซึ่งมีจำนวนผู้ดาวน์โหลดมากกว่า 350,000 ครั้งเลยทีเดียว

หลังจากที่เปิดตัวไปได้ไม่นานสำหรับสื่อการเรียนการสอนที่ Apple ตั้งเป้าว่าจะเริ่มบุกตลาดการศึกษาอย่างจริงจัง ล่าสุดนักวิเคราะห์จาก Global Equity Research ได้เปิดเผยตัวเลขของการดาวน์โหลดหนังสือออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งมียอดดาวน์โหลดหนังสือเรียน (textbook) มากกว่า 350,000 ครั้ง ซึ่งจากยอดตัวเลขการดาวน์โหลดดังกล่าวใช้เวลาเพียงแค่ 3 วันเท่านั้น หลังการเปิดตัว iBooks 2

ทั้งนี้ Apple ได้ประกาศเป็นพันธมิตรร่วมกับผู้ผลิตหนังสือสื่อการสอนชื่อดัง อาทิ Pearson, McGraw Hill และ Houghton Mifflin Harcourt และข้อดีของการที่เหล่าผู้ผลิตหนังสือชื่อดังที่กล่าวมาข้างต้น โดดเข้ามาร่วมวงผลิตคอนเทนต์ในรูปแบบที่เป็นดิจิตอล จะช่วยลดราคาหนังสือที่ปกติจะขายในราคาที่แพงมาก แต่ถ้าเป็นรูปแบบหนังสือเรียนดิจิตอล จะจำหน่ายในราคาแค่ 15 เหรียญฯ เท่านั้น

คาดว่าในอนาคตอันใกล้นี้ Apple น่าจะมีการเปิดตัวพาร์ทเนอร์รายอื่นๆ เข้ามาร่วมผลิตคอนเทนต์หนังสือเรียนดิจิตอลนี้เพิ่มเติมอีกเป็นแน่ ตามรายงานข่าวลือกันว่า DK Publishing เตรียมจ่อคิวเป็นพันธมิตรรายใหม่กับ Apple

ถือว่าเป้าหมายเบื้องต้นของ Apple ในการบุกตลาดการศึกษาครั้งนี้ ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม อย่างไรก็ตามคงต้องรอดูสถานการณ์หลังจากนี้ไปว่าตลาดการศึกษาที่ Apple ได้เปิดตัวคราวนี้จะออกหัวหรือออกก้อย

นอกจากนี้ Apple ยังได้เปิดเผยตัวเลขการดาวน์โหลดแอปพลิเคชันสำหรับพัฒนา e-books เพื่อป้อนเข้าสู่ store แอปเปิลโดยเฉพาะอย่าง iBooks Author ซึ่งขณะนี้มีรายงานว่ามียอดดาวน์โหลดพุ่งไปแล้วถึง 90,000 ดาวน์โหลด แต่ยังจำกัดสิทธิ์การดาวน์โหลดและการใช้งานเฉพาะผู้ใช้สินค้าของ Apple ที่เป็นระบบปฏิบัติการ OS X