การตั้งค่าให้มือถือแอนดรอยด์สามารถปล่อย WiFi ได้

hotspot wifi
เนื่องจากปัจจุบันนี้ แพคเกจการใช้งานอินเทอร์เน็ตบนมือถือในแบบใช้งานไม่จำกัดจะมีค่าใช้จ่ายที่ถูกลง ทำให้หลายๆ คนใช้อินเทอร์เน็ตบนมือถือในการเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์อื่นๆ ด้วยการให้มือถือของตนแปลงร่างเป็นอุปกรณ์ปล่อยสัญญาณอินเทอร์เน็ตแบบ WiFi หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า ฮอตสปอต (Hotspot) หลายท่านอาจต้องการใช้งานแบบนี้เช่นกัน แต่ไม่รู้ว่าจะตั้งค่าอย่างไร วันนี้มานาคอมพิวเตอร์จะขอมาแนะนำแอพและวิธีการตั้งค่าแบบง่ายๆ

หลายท่านอาจจะกำลังประสบปัญหาในแง่ที่ว่า ต้องการให้มือถือแอนดรอยด์ของตนปล่อยไวไฟ (Wi-Fi) แต่ไม่แน่ใจว่า มือถือของตนมีคุณสามารถในการเป็น Hotspot WiFi หรือไม่ ซึ่งหากเครื่องไหนสามารถทำได้ ก็จะมีขั้นตอนการตั้งค่าพื้นฐานในการเซ็ทค่าเหล่านี้ แต่เนื่องจากระบบปฎิบัติการแอนดรอยด์มีหลากหลายเวอร์ชั่นมาก ทำให้ขั้นตอนในเวอร์ชั่นหนึ่ง ใช้งานกับอีกเวอร์ชั่นหนึ่งไม่ได้ ผมเลยขอแนะนำการแก้ปัญหานี้ด้วยการใช้แอพที่ช่วยในการตั้งค่านี้แบบง่ายๆ เลยครับ

วิธีการตั้งค่าให้มือถือแอนดรอยด์สามารถปล่อย WiFi (Hotspot WiFi)ได้

ขั้นแรกให้คุณทำการดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น Portable Wi-Fi hotspot Free ใน Google Play Store หรือจะดาวน์โหลดตามลิ้งค์ด้านล่างนี้ก็ได้ครับ

ดาวน์โหลดแอพ Portable Wi-Fi hotspot Free

hotspot wifi

เมื่อคุณดาวน์โหลดแอพนี้แล้ว ให้เปิดแอพตัวนี้ครับ จะพบกับหน้าตามรูปด้านล่าง ให้ทำการตั้งค่าดังนี้ครับ

  • หมายเลข 1 – ให้คุณตั้งชื่อ Network SSID เป็นชื่อที่คุณต้องการครับ
  • หมายเลข 2 – เป็นประเภทของความปลอดภัย ผมใช้ WPA2 PSK ตามที่เครื่องตั้งมาให้ครับ
  • หมายเลข 3 – ให้คุณตั้งรหัสผ่าน (Password) โดยเป็นตัวอักษรหรือตัวเลขหรือผสมกันมากกว่า 8 ตัวครับ
  • หมายเลข 4 – หากคุณต้องการให้ระบบแสดงรหัสผ่าน (เผื่อพิมพ์ผิด) ให้ติ้กเครื่องหมายถูกที่ตรงนี้ครับ

เสร็จแล้วให้ทำการบันทึก (Save) ครับ เมื่อเครื่องสามารถปล่อยสัญญาณหรือฮอตสปอทได้ ที่แถบเมนูด้านบนของจอจะขึ้นสัญลักษณ์ตามที่วงกลมในรูปด้านล่างนี้ครับ (ผมใช้แอนดรอยด์เวอร์ชั่น 4.1.2 ครับ)

ซึ่งถึงขึ้นตอนนี้ ให้คุณทำการเปิดคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ที่สามารถเชื่อมต่อผ่านไวไฟได้ จะเห็นจุดเชื่อมต่อที่เราตั้งค่าเอาไว้ครับ เมื่อทำการเชื่อมต่อ ก็ให้ใส่รหัสผ่านที่เราตั้งเอาไว้ในขั้นตอนก่อนนี้ครับ

เมื่อลากแถบเมนูลงมา จะเจอตามรูปด้านล่างนี้ครับ

เมื่อคุณแตะตามลูกศรแล้ว ระบบจะแสดงหน้าตามรูปด้านล่างนี้ครับ

หากต้องการปิดการเชื่อมต่อสัญญาณแบบฮอตสปอต ให้แตะตรงลูกศรชี้เพื่อให้เครื่องหมายถูกหายไปครับ

ข้อควรจำ การเปิดให้มือถือของคุณสามารถปล่อยสัญญาณไวไฟได้ จะมีผลต่อปริมารณแบตเตอรี่ที่จะลดลงเร็วกว่าเดิมนะครับ แต่ถ้าเพื่อความสะดวกแล้ว วิธีการนี้ก็คุ้มค่าที่จะใช้งานครับ

ปัญหาไวรัสแชท Facebook แก้ด้วย Norton Power Eraser (ฟรี)

ไวรัสเฟสบุ้ค
สำหรับคนที่ใช้งาน Facebook อาจจะประสบปัญหาเรื่องการโดนไวรัสที่มาจากแชทของ Facebook ไม่รู้จะแก้ตรงไหนอย่างไร วันนี้มานาคอมพิวเตอร์ขอแนะนำโปรแกรมที่ใช้ง่ายและฟรีเพื่อแก้ปัญหานี้โดยเฉพาะเลยครับนั่นคือ Norton Power Eraser

อาการติดไวรัสจากทางแชท Facebook ที่เจอกันส่วนมาก็คือ มักจะมีลิ้งค์ หรือบางครั้งก็เป็นคลิปที่มีรูปตัวอย่างเป็นรูปวาบหวิว โดยเป็นการส่งมาจากเพื่อนของเรา บางทีก็เป็นข้อความทักเป็นภาษาอังกฤษ (ทั้งๆ ที่เรากับเพื่อนก็คุยภาษาไทยตลอด) หากคุณเผลอคลิ้กเปิดดูด้วยความไม่ตั้งใจหรือเพราะรูปตัวอย่างมันพาไป ก็จะทำให้คุณ”ติด”ไวรัสนี้ และมันก็จะทำการส่งลิ้งค์หรือคลิปนี้ไปในนามของคุณไปยังแชทของเพื่อนๆ คุณต่อ กระจายออกไปเรื่อยๆ ครับ

สำหรับ Norton Power Eraser เป็นโปรแกรมฟรีจากทางบริษัท Norton ซึ่งโปรแกรมนี้ผู้ใช้งานที่ไม่ได้เป็นลูกค้าของเขาก็สามารถใช้งานได้ฟรีครับ ซึ่งโปรแกรมจะทำการสแกน ตรวจจับ และแก้ปัญหานี้ให้กับคุณแบบง่ายๆ ครับ โดยไฟล์มีขนาดประมาณ 2 MB เท่านั้นครับ

หากสนใจก็สามารถดาวน์โหลดได้จากลิ้งค์ด้านล่างนี้ครับ

http://liveupdate.symantec.com/upgrade/NPE/1033/NPE.exe

หากต้องการโหลดที่หน้าเว็บของ Norton ก็เชิญที่ลิ้งค์ด้านล่างนี้ครับ

https://security.symantec.com/nbrt/npe.aspx?lcid=1033

วิธีการใช้งานก็ง่ายๆ ครับ ทำการดับเบิ้ลคลิ้กเพื่อทำการติดตั้งโปรแกรมครับ เมื่อเปิดโปรแกรมแล้วมันจะให้คุณ Restart เครื่องครั้งหนึ่งครับ แล้วก็ทำการสแกนครับ ใช้เวลาสักครู่ก็เรียบร้อยครับ แค่นี้ก็แก้ปัญหาได้แล้วครับ

ปล. เมื่อแก้ปัญหาแล้ว อย่าลืมเปลี่ยนรหัสผ่าน Facebook ด้วยนะครับ

 

“อายุไม่อยู่ในเกณฑ์ขั้นต่ำ” ปัญหาสมัคร Apple ID ไม่ผ่าน พร้อมวิธีแก้

apple id
วันนี้ผมอยากจะเอาเรื่องเล่าเกี่ยวกับปัญหาหนึ่งที่มักจะเกิดขึ้นผู้ที่เพิ่งเริ่มใช้งานไอโฟน หรือไอแพค นั่นก็คือ ไม่สามารถสมัคร Apple ID ได้ เนื่องจากขึ้นข้อความว่า “อายุไม่อยู่ในเกณฑ์ขั้นต่ำ” วันนี้มานาคอมพิวเตอร์ขอนำเสนอวิธีการแก้ปัญหามาแจ้งให้ทราบนะครับ

จริงๆ แล้วผมเองก็เป็นคนที่ประสบปัญหาเรื่อง “อายุไม่อยู่ในเกณฑ์ขั้นต่ำ” เหมือนกัน ซึ่งเจอกับตัวเองอีตอนที่ซื้อ iPad mini ให้ภรรยาเมื่อปลายปีที่แล้ว ขนาดว่าให้พนักงานขายของ iStudio ช่วยตั้งต่าให้ โดยผมทำการสมัคร Apple ID

สาเหตุของปัญหา “อายุไม่อยู่ในเกณฑ์ขั้นต่ำ”

จริงแล้ว ปัญหานี้เกิดจากบางท่าน อาจจะเผลอกรอกปีเกิดเป็นปี พ.ศ. ในครั้งแรก พอจะเปลี่ยนมากรอกเป็นปี ค.ศ. ระบบก็ไม่อนุญาตแล้วครับ

วิธีในการแก้ปัญหาเรื่อง “อายุไม่อยู่ในเกณฑ์ขั้นต่ำ” แบบง่ายๆ

จนเมื่อหลัง ผมได้มาดูปัญหานี้ให้กับเพื่อนๆ หลายคน ซึ่งเจอเหมือนกันเลย เวลาสมัครตอนเปิดใช้งานเครื่องครั้งแรก วิธีการของผมก็คือ

“ให้ข้ามขั้นตอนการสมัคร Apple ID ตรงช่วงนั้นไปก่อนครับ”

ทำตามขั้นตอนมาจนถึงหน้าแรกของ iPhone หรือ iPad ครับ เสร็จแล้วให้คุณเข้าที่ App Store ครับ จะมีแอพต่างๆ ให้เลือกดาวน์โหลดมากมาย ให้คุณมองหาแอพที่ไม่ต้องเสียเงิน แล้วลองทำการ install ครับ

ระบบจะทำการแจ้งว่า คุณจะต้องทำการสมัคร Apple ID ก่อน ก็ให้คุณทำการสมัครไปตามขั้นตอนครับ

สมัครแบบนี้ดีกว่าแบบปกติอย่างไร?

การสมัครผ่าน App Store นี้ เมื่อถึงขั้นตอนให้คุณใส่วันเดือนปีเกิด ระบบจะแสดงผลแบบให้คุณเลื่อนเพื่อเลือก โดยจะช่วยให้คุณไม่ผิดพลาดในการกรอกปี ซึ่งปกติจะให้คุณกรอกปีเกิดเป็น ค.ศ. ครับ

แต่ถ้าคุณไม่แน่ใจว่าคุณเกิด ค.ศ. อะไร วิธีการคิดง่ายๆ ก็คือ ให้คุณเอา พ.ศ. เกิดของคุณลบด้วย 543 ก็จะเป็นปี ค.ศ. เกิดของคุณแล้วครับ

ซึ่งพอผมใช้วิธีนี้ปุ๊ป ปัญหา “อายุไม่อยู่ในเกณฑ์ขั้นต่ำ” ก็ไม่เคยมาเยือนผมอีกเลยครับ

อีกวีธีในการสมัคร Apple ID แบบง่าย โดยสมัครผ่านหน้าเว็บของ Apple เลยก็ได้ครับ โดยไปที่ลิ้งค์ด้านล่างนี้ครับ

https://appleid.apple.com/cgi-bin/WebObjects/MyAppleId.woa/wa/createAppleId?localang=en_US

เมื่อได้บัญชีแล้ว ก็ค่อยเอามากรอกที่อุปกรณ์ของคุณภายหลังครับ

อย่าลืมนะครับว่า การสมัคร Apple ID สามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยตัวเอง ไม่ต้องไปเสียเงินค่าสมัครให้กับใครนะครับ

รย้นืำ = iphone การแก้ปัญหาการพิมพ์ผิดโดยลืมเปลี่ยนภาษา

Solving printing problems by forgetting to change the language
เคยเป็นไหมครับ เวลาที่คุณต้องการที่จะหาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งเช่นคุณต้องการหาข้อมูลเกี่ยวกับมือถือไอโฟน พอพิมพ์ใน Google พอเงยหน้ามาดันกลายเป็นคำว่า “รย้นืำ” (อ่านว่าอะไรว่ะ) แทนที่จะเป็นคำว่า iphone เนื่องจากลืมเปลี่ยนภาษาบนคีย์บอร์ด ทำให้ต้องมานั่งเสียเวลาแก้อีก วันนี้มานาคอมพิวเตอร์มาขอแนะนำวิธีแก้ไขปัญหานี้ครับ

หมายเหตุ หากคุณต้องการข้อมูลเกี่ยวกับ iPhone ไปที่ลิ้งค์นี้ได้เลยครับ 🙂 http://www.manacomputers.com/tag/iphone/

การแก้ปัญหาการพิมพ์ผิดโดยลืมเปลี่ยนภาษา

วิธีแรก คุณไม่ต้องกังวลใจเมื่อเวลาคุณพิมพ์ผิดบน Google ครับ เพราะ Google เข้าใจว่า คุณต้องการค้นหาคำว่าอะไร แม้ว่าคุณจะพิมพ์คำว่า “รย้นืำ” google ก็ยังเข้าใจว่า คุณต้องการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับ iphone แล้วก็จะทำการแสดงผล

วิธีที่สอง หากคุณมักประสบปัญหาพิมพ์ผิดโดยลืมสลับภาษา บนโปรแกรมต่างๆ บนคอมพิวเตอร์ ผมขอแนะนำให้ดาวน์โหลดโปรแกรม Rightlang โดยโปรแกรมนี้จะช่วยคุณสลับภาษาให้คุณโดยอัตโนมัติเมื่อคุณพิมพ์ผิด โดยระบบจะตรวจสอบคำและเปลี่ยนให้อัตโนมัติ โดยคุณจะไม่ต้องเสียเวลาและเสียอารมณ์เมื่อพิมพ์ผิดครับ

โดยรายละเอียดเกี่ยวกับโปรแกรมนี้ดูได้จากบทความนี้ครับ แก้ปัญหาการพิมพ์ผิดภาษา,ลืมสลับภาษาด้วย RightLang

ทิปสั้นๆ ง่ายๆ แต่เชื่อว่าจะช่วยให้คุณพิมพ์ได้โดยไม่หงุดหงิดนะครับ

แนวทางการแก้ไขปัญหา 3G บนมือถือช้าหรืออืด


ต้องยอมรับว่า ผุ้ใช้งานโทรศัพท์มือถือ มีแนวโน้มการใช้งานอินเทอร์เน็ตบนมือถือมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นการดู Youtube บนมือถือ,การแชร์รูปภาพหรือสเตตัสบนแอพเครือข่ายออนไลน์อย่าง Facebook,Twitter หรือ Instagram ทำให้หลายท่านพบกับปัญหา การใชงานอินเทอร์เน็ตบนมือถือหรือแทบเล็ตมีปัญหาในบางช่วงเวลา เช่นเน็ตอืด,ช้า หรือบางครั้งก้เชื่อมต่อไม่ได้เลย วันนี้มานาคอมพิวเตอร์จะขอแนะนำแนวทางการแก้ไขปัญหานี้ เผื่อว่าจะช่วยคุณได้ไม่มาก็น้อยครับ

สาเหตุส่วนใหญ่ของการเกิดปัญหา 3G บนมือถืออืดหรือช้านั้นมักเกิดมาจาก

  • ปัญหาจากเครือข่ายที่ไม่สามารถระบุสาเหตุได้
  • มีการแย่งใช้สัญญาณเครือข่ายมือถือกันในบางช่วงเวลา เช่น ตั้งแต่ 17.00 – 20.00 น.
  • ปัญหาจะตัวโทรศัพท์มือถือหรือแทบเล็ตเอง เช่น มีการเปิดใช้งานแอพจำนวนมาก ทำให้เกิดการค้างหรือไม่สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้

วิธีการแก้ไขปัญหา 3G บนมือถือช้าหรืออืด

ขั้นแรกให้คุณลองตรวจสอบว่า มือถือหรือแทบเล็ตของคุณมีการเปิดใช้งานโปรแกรมหรือแอพจำนวนมากหรือไม่? หากมีเปิดใช้งานเยอะ ให้ทำการปิดโปรแกรมหรือแอพที่ไม่ได้ใช้งานขณะนั้น หรือใช้แอพพลิเคชั่นที่ช่วยจัดการระบบ Task Manager (ลองค้นหาดูใน Google Play หากคุณใช้ Android หรือใน App Store หากคุณใช้ iPhone,iPad หรือ iPod ด้วยคำว่า “Task Killer”)

หากปิดแอพหรือโปรแกรมบางตัวแล้ว เครื่องยังมีอาการค้าง อาจจะเป็นที่หน่วยความจำไม่พอ ให้คุณลองหาแอพเกี่ยวกับการทำความสะอาดเครื่อง หรือเคลียร์ไฟล์แคช หรือไฟล์ขยะที่ยังแอบซ่อนอยู่ (ค้นหาด้วยคำว่า “Cleaner” ใน Google Play หรือ App Store)

หากลองดูทั้งสองวิธีแล้วยังไม่หาย ขอแนะนำให้คุณลองทำการปิดเครื่องทิ้งไว้สัก 30 วินาที แล้วค่อยเปิดเครื่อง พร้อมลองทำการเชื่อมต่อใหม่ครับ

หากปัญหาเกิดจากเครือข่าย ให้ลองแก้ไขปัญหาตามแนวทางนี้ครับ

ขั้นแรก ให้คุณพยายามหลีกเลี่ยงการใช้งานอินเทอร์เน็ตบนมือถือในช่วงเวลาที่คนใช้เครือข่ายกันเยอะ อย่างที่เห็นๆ เลยก็คือช่วงเวลาที่คนเลิกงานกำลังเดินทางกลับบ้าน (17.00 – 20.00 น.) เพราะผมสังเกตว่า ไม่สามารถจะใช้อินเทอร์เน็ตในช่วงเวลานี้อยู่บ่อยๆ ครับ

หากมีความจำเป็นต้องใช้งาน ให้ลองปรับโหมดการเชิ่อมต่ออินเทอร์เน็ตจาก 3G (หรือ WCDMA) มาเป็นแบบ 2G (หรือ GSM) แม้ความเร็วจะด้อยกว่า แต่ก็สามารทำการเชื่อมต่อได้ดีกว่า 3G ในหลายๆ ครั้งครับ

อีกวิธีหนึ่ง ให้คุณลองเปลี่ยนการเชื่อมต่อจากสัญญาณ 3G มาเป็นการเชื่อมต่อแบบ Wi-Fi ในกรณีที่คุณอยู่ในย่านชุมชนและไม่ได้มีการเคลื่อนย้ายไปไหน ซึ่งปัจจุบันมีผู้ให้บริการการเชื่อมต่อแบบ Wi-Fi แบบไม่จำกัดที่รายเดือนราคาไม่กี่สิบบาทถึงร้อยบาทให้เลือกไม่น้อยครับ

ในช่วงที่เรายังไม่มี 3G จริงๆ บนคลื่นความถี่ 2100 MHz ใช้ ก็ลองแก้ปัญหาตามนี้่ไปกันก่อนนะครับ