SpywareBlaster โปรแกรมกำจัดสปายแวร์,มัลแวร์

โปรแกรมกำจัดมัลแวร์สปายแวร์
สำหรับใครที่ใช้งานคอมพิวเตอร์ไปสักพักแล้วเจออาการแปลกๆ เช่น อยู่ดีๆ ก็มี popup โฆษณา ad.yieldmanager เด้งขึ้นมาตอนเข้าเว็บ หรืออยู่ดีๆ บางทีเป็นเสียงเพลง(ฝรั่ง)ขึ้นมา หรืออาจจะเข้าเว็บหนึ่งอยู่ดีๆ ก็ถูกพาไปอีกเว็บหนึ่ง แสดงว่าคอมพิวเตอร์ของคุณอาจจะโดนสปายแวร์ (Spyware) เข้าสิงเครื่องแล้วครับ ซึ่งหลายคนพยายามใช้โปรแกรมแอนตี้ไวรัสในการค้นหาแต่ก็แก้ไม่ได้สักที วันนี้ทางมานาคอมพิวเตอร์เลยอยากจะขอแนะนำโปรแกรมที่ช่วยกำจัดสปายแวร์ตัวหนึ่งที่น่าสนใจ นั่นก็คือ

SpywareBlaster เป็นโปรแกรมที่ช่วยในการป้องกันและกำจัดการโจมตีจำพวก Spyware, adware, browser hijackers หรือ dialers ซึ่งเรามักจะเจอเวลาที่เราท่องเว็บหรือเข้าเว็บไซต์บางเว็บไซต์ครับ โดยการทำงานของพวกนี้จะทำการเข้าแทรกแซงคอมพิวเตอร์ของเรา เบาๆ ก็อาจจะสร้างความรำคาญ แต่ถ้าร้ายๆ ก็อาจจะถึงทำให้คอมพิวเตอร์ของเราใช้งานไม่ได้หรือถูกล้วงข้อมูลส่วนตัวไปได้ครับ

หากคุณสงสัยว่าเครือ่งของคุณอาจจะกำลังถูกโจมตี แนะนำให้ดาวน์โหลดโปรแกรมนี้ครับ ซึ่งความต้องการของระบบ โปรแกรมนี้เหมาะสำหรับการใช้งานบน Windows 2000, XP, Vista, 7, 8. (32/64-bit) ก็น่าจะครอบคลุมคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่ที่ใช้ในปัจจุบันแล้วครับ

ดาวน์โหลดโปรแกรม SpywareBlaster (3.9 MB)

ส่วนวิธีการใช้งานก็มีแค่ไม่กี่ขั้นตอนครับ เมื่อคุณทำการดาวน์โหลดและติดตั้งโปรแรมแล้ว ให้คุณเปิดโปรแกรมแล้วจะเจอการตั้งค่า 2-3 ขั้นตอน เสร็จแล้วจะเจอหน้าตาของโปรแกรมตามรูปด้านล่างนี้ครับ จะเห็นได้ว่า สถานะเว็บบราวเซอร์ที่เราใช้งานขึ้นเป็นสีแดง (ตามกรอบสีแดง) แสดงว่า ยังไม่ปลอดภัยนะครับครับ ให้คุณทำการคลิ้กที่ลิ้งค์ตรงบริเวณลูกศรสีแดงครับ

เมื่อคลิ้กแล้ว อย่างรูปด้านล่างจะเป็นส่วนการตั้งค่าของการป้องกันโปรแกรมท่องเว็บ Internet Explorer ครับ ให้คุณทำการติ้กเครื่องหมายถูกที่ ActiveX Protection และ Cookie Protection (หมายเลข 1) เสร็จแล้วให้ทำเหมือนเดิมกับส่วนอื่นๆ ตามหมายเลข 2 นะครับ

เมื่อทำครบทั้งหมดแล้ว จะสังเกตว่า สถานะของเราเป็นสีเขียว พร้อมกับมีการแจ้งว่า Protection Enabled (ในกรอบสีแดง) และคำว่า “SpywareBlaster Protection Status” (ตรงลูกศรสีแดง)

แค่นี้เครื่องของคุณก็ได้รับการปกป้องจากบรรดาสปายแวร์,มัลแวร์ทั้งหลายแล้วครับ

เมื่อใช้ไปสักระยะ อย่าลืมคอยทำการอัพเดทฐานข้อมูลด้วยนะครับ เพื่อให้โปรแกรมได้รู้จักบรรดามัลแวร์หรือสปายแวร์รุ่นใหม่ๆ นะครับ โดยคลิ้กที่ Updates (กรอบสีแดง) และคลิ้กที่ Check for Updates (ตรงลูกศรชี้)

แค่นี้เครื่องของคุณก็มีความปลอดภัยขึ้นอีกระดับแล้วครับ

เข้า Windows ไม่ได้เพราะไวรัส แก้ไขด้วย Kaspersky Rescue Disk


หลายคนที่ใช้งานระบบปฎิบัติการ Windows อาจจะเคยประสบปัญหาการถูกโจมตีจากไวรัส จนไม่สามารถที่จะ Boot เข้าเครื่องคอมพิวเตอร์ของตัวเองได้เลย วันนี้มานาคอมพิวเตอร์ขอนำเสนออีกวิธีหนึ่งในการแก้ไขปัญหานี้ด้วยการใช้ Kaspersky Rescue Disk ครับ

โดย Kaspersky Rescue Disk เป็นเครื่องมือที่ช่วยในการกู้ระบบปฎิบัติการ Windows ที่ถูกโจมตีจากไวรัสขั้นรุนแรง จนไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ Windows ปกติ (หรือแม้แต่การเข้า Safe Mode ก็ตาม) แม้ว่า ปัญหาการเข้าสู่ระบบ Windows ไม่ได้ อาจจะไม่ได้เกิดมาจากสาเหตุของไวรัสทั้งหมดก็ตาม แต่เมื่อเกิดปัญหานี้ขึ้น ไวรัสก็น่าจะเป็นผู้ต้องสงสัยอันดับต้นๆ นะครับ

แม้ว่าปกติแล้ว โปรแกรมป้องกันไวรัสชื่อดังอย่าง Kaspersky จะไม่ได้เป็นโปรแกรมแบบฟรี แต่ในตัว Kaspersky Rescue Disk เป็นบริการที่ไม่คิดค่าใช้จ่ายจาก Kaspersky ครับ

หากเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณไม่เกิดปัญหาจนถึงขั้นบู้ตเข้า Windows ไม่ได้ Kaspersky Rescue Disk ก็จะเป็นเครื่องมีอที่ช่วยตรวจสอบคอมพิวเตอร์ของเราได้ครับว่า เครื่องของเรามีอะไรแปลกปลอมแฝงอยู่ในฮาร์ดดิสก์ของเราหรือไม่ครับ โดยคุณสามารถดาวน์โหลด Kaspersky Rescue Disk เวอร์ชั่นล่าสุดที่พร้อมการอัพเดทฐานข้อมูลแอนตี้ไวรัสเป็นปัจจุบันได้ที่ลิ้งค์ด้านล่างนี้ครับ

ดาวน์โหลด Kaspersky Rescue Disk 10 (ขนาดไฟล์ 262 MB)

เมื่อทำการดาวน์โหลด คุณจะได้ไฟล์ที่ชื่อว่า kav_rescue_10.iso ซึ่งคุณสามารถใช้โปรแกรมเขียนไฟล์นามสกุล iso ลงแผ่นซีดีอย่าง IMGBurn (อันนี้ผมใช้อยู่ครับ ฟรีและดีแน่นอนครับ) หรือคุณจะเขียนลง USB ก็ได้ครับ โดยใช้โปรแกรม Utility to record Kaspersky Rescue Disk 10 to USB devices (ในกรณีที่เครื่องของคุณไม่มีเครื่องอ่านซีดี)

ผมขอยกตัวอย่างการใช้งานเมื่อเราทำการเขียน Kaspersky Rescue Disk ลงแผ่นแล้ว ให้คุณใส่แผ่นซีดีลงคอมพิวเตอร์ ทำการ Restart หนึ่งรอบ เมื่อเครื่องเปิดขึ้นมาอีกครั้งให้คุณทำการตั้งค่าใน Bios เพื่อให้เครื่องทำการ Boot จากแผ่นซีดีเป็นอันดับแรก ตามรูปด้านล่าง (ซึ่งปุ่มแต่ละเครื่องอาจจะแตกต่างกันไปนะครับ บางเครื่องก็กด F2 บางเครื่องก็กด F8 ลองตรวจสอบจากคู่มือการใช้งานเมนบอร์ดนะครับ  )

เมื่อทำการตั้งค่าและ Restart อีกรอบแล้ว คุณจะพบหน้าจอตามรูปด้านล่างครับ

ให้คุณทำการกดปุ่มใดๆ ก็ได้เพื่อเริ่มการทำงานในขั้นต่อไปครับ

มาส่วนในหน้าของภาษาที่ใช้ ให้คุณเลือกภาษาอังกฤษครับ เพราะโปรแกรมนี้ยังไม่มีภาษาไทยครับ

เมื่อเจอหน้าตามรูปด้านบน ให้คุณกดปุ่ม 1 เพื่อเป็นการยอมรับเงื่อนไขการใช้งานโปรแกรมนี้ครับ

 

ถัดมาจะเป็นหน้าเมนูหลัก โดยแต่ละหัวข้อจะมีรายละเอียดคร่าวๆ ดังนี้ครับ

  • Kaspersky Rescue Disk. Graphic Mode = เป็นการสแกนไวรัสโดยแสดงผลเป็นภาพกราฟฟิค เพื่อให้ดูเข้าใจง่ายครับ
  • Kaspersky Rescue Disk. Text Mode = เป็นการสแกนไวรัสเหมือนกับข้อแรก แต่ไม่มีภาพกราฟฟิค แต่แสดงเป็นตัวอักษรแทนครับ
  • Hardware Info = เป็นการแสดงรายละเอียดของคอมพิวเตอร์เครื่องที่กำลังจะทำการสแกน
  • Boot from Harddisk = เปลี่ยนการ Boot จากเรียกจากแผ่นซีดีไปเป็นฮาร์ดดิสก์
  • Reboot = ทำการรีสตาร์ทเครื่องอีกครั้ง
  • Shutdown = ปิดเครื่อง

โดยเมื่อคุณต้องการที่จะสแกนไวรัส ผมขอแนะนำให้เลือกที่ Kaspersky Rescue Disk. Graphic Mode เมื่อเลือกแล้วจะเจอหน้าตาตามรูปด้านล่างครับ ให้คุณทำการอัพเดทฐานข้อมูลไวรัสให้เป็นตัวล่าสุดก่อนนะครับ (อย่าลืมตั้งค่าให้เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตด้วยนะครับ) โดยคลิ้กที่แทป My Update Center แล้วคลิ้กที่ปุ่ม Start Update ครับ

เมื่ออัพเดทฐานข้อมูลไวรัสแล้ว ก็ทำการสแกนโดยการเลือกที่แทป (หมายเลข 1) , เลือกไดร์วที่ต้องการจะสแกน (หมายเลข 2) เสร็จแล้วก็เลือก  (หมายเลข 3) เพื่อเริ่มการสแกนครับ

รอเวลาสักระยะหนึ่งจนกว่าโปรแกรมจะทำการสแกนเสร็จครับ หากโปรแกรมตรวจเจอไวรัส จะทำการแสดงหน้าต่างตามรูปข้างล่างครับ ให้คุณเลือกข้อใดข้อหนึ่งคือ

  • Disinfection is not possible = ไม่สามารถฆ่าไวรัสตัวนั้นได้
  • Delete = ลบ (แนะนำ)
  • Skip = ข้ามขั้นตอนนี้

ให้คุณเลือกที่ Delete ครับ หากต้องการให้โปรแกรมทการลบไวรัสทุกครั้งที่เจอ ให้ติ้กที่ Apply to All Objects ก่อนทำการเลือก Delete ครับ

หวังว่า Kaspersky Rescue Disk จะช่วยแก้ปัญหาไวรัสให้คุณได้นะครับ

การแก้ปัญหาหมึกพิมพ์ Inktank เปื้อนมือเวลาเติมหมึกด้วยตัวเอง


ปัญหาหนึ่งที่ผู้ใช้งานพริ้นเตอร์แบบติดตั้ง Inktank ที่มักจะเจอบ่อยๆ ก็คือ “หมึกเปื้อนมือจากการเติม Inktank” (ไม่รวมกรณีที่ให้ทางร้านเติมให้) หลายคนจึงอยากจะรู้วิธีการกำจัดรอยเปื้อนหมึก Inktank บนมือ ซึ่งวันนี้ผมก็ขอเอามาเล่าให้ฟังในฐานะคนที่เคยประสบปัญหานี้เหมือนกันครับ

เมื่อก่อนผมเจอปัญหานี้อยู่บ่อยๆ เพราะต้องเป็นคนคอยเติมหมึกเอง และจะรู้สึกหงุดหงิดใจมาก ทั้งๆ ที่เวลาเติมทุกครั้งก็จะใช้ความพยายามเป็นอย่างสูงเพื่อไม่ให้หมึกเปื้อนมือ แต่ก็ยังเปื้อนจนได้ ซึ่งพอล้างมือด้วยสบู่หรือผงซักฟอกก็มักจะไม่ค่อยจะออก ทำให้มือเป็นรอยสีด่างๆ ดำๆ ดูน่าเกลียดมาก

 

แนวทางการแก้ไขปัญหาหมึกเติม inktank เปื้อนมือขณะเติม

หากมือของคุณเปื้อนหมึกพิมพ์ Inktank ซึ่งหากคุณล้างมือด้วยวิธีการปกติ จะสังเกตได้ว่า ล้างไม่ค่อยออก แล้วมือคุณจะสีดำๆ ด่างๆ เหมือนมือศพไม่น้อยเลยทีเดียว ให้คุณลองใช้วิธีการดังต่อไปนี้นะครับ

1. ให้คุณลอง เอาสก๊อตไบรท์ ด้านสีเขียวหยาบๆ นะครับ วางบนพื้น แล้วเทน้ำยาล้างจานลงไปบนสก๊อตไบร์ท แล้วจึงนำนิ้วไปถูทีละนิ้วนะครับ เพราะการวางสก๊อตไบร์ทจะช่วยให้เราไม่ใช้น้ำหนักมือในการกดมากเกินไป ซึ่งหากเราถูแรงไปจะมีผลต่อผิวของเราครับ ซึ่งวิธีนี้ แม้จะไม่สามารถล้างออกได้หมด แต่ก็จะทำให้จางลงไปมากเลยนะครับ

2. ลองใช้หินที่เอาไว้ขัดตัวค่อยๆ ถูเวลามือของเราเต็มไปด้วยน้ำยาล้างจานนะครับ แต่วิธีนี้ก็ระวังผิวของเรานิดนึงนะครับ

เนื่องจากหมึกเครื่องพิมพ์ inktank เป็นหมึกที่ล้างออกยากหากเปื้อนมือ แนวในการป้องกันที่ดีที่ผมอยากจะแนะนำก็คือ ให้คุณหาถุงมือยางแบบที่ตามโรงพยาบาลหรือคลีนิคใช้กันครับ ซึ่งเป็นวิธีการง่ายๆ แต่ป้องกันได้เป็นอย่างดีครับ เพราะพอมันเปื้อนแล้วล้างออกยากมากครับ

ดาวน์โหลดโปรแกรมล้างเครื่อง,กำจัดไฟล์ขยะ CCleaner

สาเหตุหนึ่งที่ทำให้คอมพิวเตอร์ของเรานั้นอืดอาดยืดยาด ทำงานได้ไม่ทันใจนั้นก็คือ “คอมพิวเตอร์ของท่านมีไฟล์ขยะมากจนเกินไป” วันนี้ผมอยากจะนำโปรแกรมที่ช่วยในการทำความสะอาดเครื่องด้วยการกำจัดไฟล์ขยะต่างๆ ให้สิ้นซาก อ้อ โปรแกรมนี้เขาให้ใช้ฟรีด้วยนะครับ กับโปรแกรมที่มีชื่อว่า “CCleaner” ครับ

.


ขั้นแรกให้ไปที่ http://www.piriform.com/ccleaner/download ครับ เพื่อทำการดาวน์โหลดโปรแกรมตัวนี้ครับ

เลือกแหล่งดาวนโหลดได้ตามกรอบสี่เหลี่ยมเลยครับ แต่ผมเลือกจาก filehippo ครับ

คลิ้กที่ด้านขวามือ เพื่อดาวน์โหลดเวอร์ชั่นล่าสุดของ CCleaner นะครับ

เมื่อดาวน์โหลดแล้วจะได้ไฟล์ตามรูปข้างบนนะครับ ให้ทำการดับเบิ้ลคลิ้กเพื่อ Install ตามขั้นตอนที่โปรแกรมกำหนดครับ

เมื่อเราเปิดโปรแกรม CCleaner จะเห็นหน้าตาตามรูปข้างบนนะครับ แต่ละส่วนมีคุณสมบัติดังนี้ครับ

หมายเลข 1 จะเป็นส่วนเมนูหลักครับ มีรายละเอียดดังนี้ครับ

  • Cleaner -เป็นส่วนการจัดการไฟล์ขยะต่างๆ ครับ
  • Registry – เป็นส่วนการจัดการค่า Registry ต่างๆ ที่มีปัญหาในเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณครับ
  • Tool – เป็นส่วนเสริมที่ช่วยในเรื่องของการ Uninstall โปรแกรมอื่นๆ ในเครื่อง, System Restore(ระบบสำรองข้อมูล) , Startup (จัดการโปรแกรมที่เปิดพร้อมกับเครื่อง)
  • Option – เป็นส่วนของการปรับแต่งค่าต่างๆ ของ CCleaner

หมายเลข 2 จะเป็นรายละเอียดของไฟล์ต่างๆ ที่ CCleaner สามารถลบได้ หากคุณต้องการให้ CCleanerลบไฟล์ไหน ให้ทำเครื่องหมายถูกหน้าหัวข้อนั้นครับ

เมื่อเลือกเสร็จแ่ล้ว ให้คลิ้กที่ “Analyze” (หมายเลข 3) เพื่อให้โปรแกรมวิเคราะห์ไฟล์ที่เลือกทั้งหมดครับ เมื่อโปรแกรมแสดงจำนวนไฟล์และขนาดของไฟล์ขยะทั้งหมดแล้ว ให้คุณคลิ้กที่ “Run Cleaner” เพื่อทำการลบไฟล์เหล่านั้นครับ

แค่นี้ เครื่องของคุณก็ไม่มีไฟล์ขยะคอยทำให้เครื่องคุณช้าอีกแล้วครับ

บทความนี้เขียนขึ้นโดย Kittin จากเว็บไซต์ manacomputers.com ได้รับความคุ้มครองตามสัญญาอนุญาต CC 3.0