ข้อควรระวัง ก่อนจะรับแอดใครเป็นเพื่อนใน Facebook


ต้องยอมรับว่า ปัจจุบันการใช้งาน Facebook เป็นไปอย่างแพร่หลายมาก หลายคนได้เพื่อนใหม่ เจอเพื่อนเก่า เกาะกลุ่มสังสรรค์เฮฮา ก็ผ่าน Facebook บางล่ะ ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ใช้งาน Facebook และได้รู้จักกับเพื่อนใหม่ๆ ก็เยอะ แต่ทุกอย่างมิใช่จะมีเพียงแต่ด้านดีเท่านั้น  Facebook ก็มีมุมที่น่ากลัวแฝงอยู่ไม่น้อย นั่นก็คือ “การรับแอดเป็นเพื่อน(โดยที่เราไม่รู้จัก)”

ก่อนจะกล่าวถึงเรื่องนี้ ผมอยากให้คุณดูภาพด้านล่างก่อนครับ เป็นการจับภาพจากการสนทนาผ่าน Facebook Chat ครับ (ขออนุญาตไม่เซ็นเซอร์หรือเบลอภาพนะครับ)

จากรูปด้านบน เกิดจากที่ทางฝ่ายหญิงได้ทำการรับแอดการขอเป็นเพื่อนจากฝ่ายชาย โดยผมสังเกตว่า ผู้ชายคนนี้จะชอบไปขอแอดผู้หญิงที่มีรูปโปรไฟล์หน้าตาดีๆ เมื่อเป็นเพื่อนแล้ว จะใช้วิธีการแชท และใช้ถ้อยคำที่แสดงเจตนาไม่ดีต่อผู้หญิงคนนี้ ทางฝ่ายผู้หญิง จึงได้ทำการบันทึกภาพขณะสนทนามาเผยแพร่ให้ผุ้หญิงคนอื่นระมัดระวังภัยจากผู้ชายคนนี้ครับ

วิธีการปฎิบัติตน ก่อนจะรับแอดใครเป็นเพื่อนใน Facebook

1. การไม่รับคำขอเป็นเพื่อน ไม่ถือว่าเป็นการเสียมารยาท เนื่องจากผมเห็นเพื่อนหลายคนมักจะมีนิสัยขึ้เกรงใจ ไม่ค่อยกล้าปฎิเสธ เวลามีใครขอแอดเป็นเพื่อน ทั้งๆ ที่ความจริงแล้ว เราก็ไม่ได้รู้จักกับคนๆ นั้นทั้งทางตรงหรือทางอ้อมเลย หากคูณไม่รู้จักเขา และหากคุณรู้สึกว่า ไม่ปลอดภัย และอาจจะเป็นภัยแก่คุณในภายหลังได้ คุณก็มีสิทธิ์ที่ปฎิเสธเขาได้ครับ

2. หากคนที่มาขอเป็นเพื่อนของคุณ ไม่แสดงรูปประจำตัวเป็นรูปของเขา โดยปกติ เมื่อเราจะขอเป็นเพื่อนใครสักคน เราควรที่จะเปิดเผยหน้าตาของเราด้วยครับ (ในกรณีที่ไม่รู้จักกันมาก่อน)

คุณอาจจะแย้งว่า แล้วเราจะรูปได้อย่างไรว่า รูปที่เขาใช้เป็นตัวเขาเอง อันนี้ก็ไม่มีคำตอบที่ชัดเจนครับ แต่คุณสามารถใช้ วิธีการค้นหารูปภาพใกล้เคียงแบบง่ายๆ ด้วย Google Image เพื่อดูว่า เขาเอารูปจากในอินเทอร์เน็ตมาใช้หรือเปล่าหรือเป็นรูปเขาเองจริงๆ ซึ่งวิธีนี้ก็จะพอช่วยเราได้เหมือนกันครับ

3. หากคนที่มาขอเป็นเพื่อนของคุณ ไม่ได้ใช่ชื่อหรือนามสกุลจริงในการแสดงตัวตน จริงอยู่คนส่วนใหญ่ใน Facebook มักจะเลือกที่จะไม่ใช่ชื่อนามสกุลจริง เพื่อป้องกันการถูกค้นหา หรือต้องการความเป็นส่วนตัว แต่เมื่อเราไม่รู้จักชื่อจริง นามสกุลจริงของเขาแล้ว ผมว่าการปฎิเสธคำขอเป็นเพื่อนน่าจะดีกว่าครับ ยกเว้นในกรณีที่คนที่ใช้นามแฝงนั้นเป็นเพื่อนของคุณจริงๆ และคุณก็รู้จักเขาบางส่วนแล้วครับ

4. ลองดูว่า คนที่มาขอเป็นเพื่อนของคุณนั้น มีเพื่อนของคุณคนไหนบ้างที่เป็นเพื่อนร่วมกับเขา (Mutual Friend) หากไม่มีเพื่อนร่วมกันเลย หรือมีแค่ 1-2 คน ให้ระมัดระวังในการรับแอดเพื่อนคนนี้หน่อยแล้วกันครับ

5. หากเพื่อนแปลกหน้าที่คุณรับมาแล้ว แสดงท่าทีที่อาจจะเป็นภัยคุกคามต่อคุณ ให้รีบทำการ “เลิกเป็นเพื่อน” โดยเร็ว พร้อมทั้งแจ้งข่าวให้เพื่อนๆ ในวง Facebook ของคุณได้ทราบทันที หากมีการละเมิดกฎหมาย ให้รีบดำเนินการแจ้งความและรวบรวมหลักฐานเท่าที่จะทำได้ครับ

อย่างไรก็ดี ผมเชื่อว่า หากเราระมัดระวังพอสมควร Facebook ก็จะเป็นแหล่งที่สร้างมิตรภาพที่ดีได้เรื่อยๆ ไปครับ

ข้อควรสังเกตและระวังก่อนเปิดอ่านอีเมล์ (ป้องกันโดน Hack)


วันนี้ผมอยากจะนำเสนอเรื่องหนึ่งครับ เพราะว่าช่วงนี้คนรอบข้าง 3-4 คนโดนมาแล้ว นั่นก็คือ การโดน Hack อีเมล์ครับ ซึ่งสาเหตุหนึ่งที่เกิดขึ้นมาจาก การถูกแฮคผ่านทางการคลิ้กลิ้งค์ที่เพื่อนส่งมาให้เรา (ซึ่งอีเมล์เพื่อนตอนนี้โดนแฮคไปเรียบร้อยแล้ว) สละเวลาสักนิดเพื่อป้องกันไม่ให้อีเมล์ของคุณถูกแฮคนะครับ

ข้อควรสังเกตและระวังก่อนเปิดอ่านอีเมล์ (ป้องกันโดน Hack)

ไม่น่าเชื่อว่า เดี๋ยวนี้เราจะถูก Hack อีเมล์ได้ง่ายดายกว่าสมัครก่อนมากครับ ซึ่งวิธีหนึ่งที่เหล่าผู้ไม่ประสงค์ดีนิยมใช้คือ การส่งอีเมล์ไปหาเป้าหมายโดยแนบลิ้งค์ที่มีไวรัสหรือมัลแวร์

เมื่อเป้าหมาย (ซึ่งอาจจะเป็นเราเอง) ได้รับและเปิดอ่าน และทำการคลิ้กลิ้งค์ที่แนบมา มันจะพาคุณไปยังเว็บไซต์ที่มีไวรัสหรือมัลแวร์แฝงอยู่ และจะทำให้เครื่องของคุณติดไวรัสหรือมัลแวร์ทันที

ลักษณะอาการของการถูก Hack ด้วยวิธีนี้ ส่วนใหญ่อาการที่พบก็คือ “ไม่สามารถเข้าสู่บัญชีอีเมล์ของคุณได้” ทั้งๆ ที่คุณยังใช้ Password เดิมมาตลอด (ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขเลย) ทำให้เกิดความเสียหายได้มากมาย หากคุณมีข้อมูลสำคัญที่ต้องใช้งานอยู่ในอีเมล์นั้น

แม้หลายคนอาจจะคิดว่า “โปรแกรมป้องกันไวรัสมันก็น่าจะช่วยได้น่า” แต่อย่าประมาทไปครับ ผมขอแนะนำวิธีการง่ายๆ ที่ช่วยป้องกันได้ดีเป็นอย่างยิ่งครับ

 

1. ข้อสังเกตง่ายๆ อันแรกที่จะบอกได้ว่า อีเมล์เพื่อนของคุณถูกแฮคแล้วก็คือ หัวข้ออีเมล์มักเป็นแบบนี้ครับ (ไม่มีชื่อเรื่อง) หรือเป็นข้อความภาษาอังกฤษ (ทั้งๆ ที่เพื่อนคนนี้ส่งเมล์หาคุณโดยใช้แต่ภาษาไทยตลอด)

2. ข้อสังเกตที่สองก็คือ อีเมล์ฉบับนั้นมักจะมีการส่งต่อ (CC) ไปยังคนอีกจำนวนมาก ซึ่งเป็นวิสัยของพวก Spam เมล์อยู่แล้วครับ

3. ข้อสังเกตสุดท้าย ในเนื้อหาของอีเมล์นั้น มักจะมีข้อความเพื่อกระตุ้นให้เราอยากคลิ้กลิ้งค์ที่แนบมาให้

 

วิธีการป้องกันเมื่อเจออีเมล์ที่มีลักษณะเข้าสามข้อด้านบนนี้ ให้คุณทำการลบอีเมล์นั้นทิ้งทันที และแจ้งให้เจ้าของอีเมล์ทำการ Reset รหัสผ่านเข้าอีเมล์ใหม่ (วิธีการแล้วแต่ผู้ให้บริการครับ)

ไว้คราวหน้าผมจะนำเสอวิธีการกู้คืนอีเมล์ที่เราโดนแฮคไปนะครับ

เรื่องเล่าเกี่ยวกับ Facebook

วันนี้อยากจะมาเล่าเรื่องสบายๆ กันครับ หลังจากที่ได้คุยกับพี่คนหนึ่งเขาเล่าให้ฟังแบบขำๆ ว่า ในกลุ่มเพื่อนๆ เขาเนี่ย มีเขาเพียงคนเดียวที่เล่น Facebook (พี่คนนี้อายุ 50 อัพแล้ว แต่หัวใจยังวัยรุ่นมั่กๆ)  ส่วนเพื่อนในกลุ่มนี้แทบไม่มีใครรู้จัก Facebook เลย

หลายคนก็เลยสงสัยว่าไอ้เจ้า Facebook มันคืออะไรกันแน่(ฟ่ะ) ผมเลยมาเล่าเรื่องที่น่ารู้เกี่ยวกับ Facebook ให้ฟังก่อนนะครับ

Facebook คืออะไร

ถ้าให้อธิบายแบบยากๆ ผมไม่อธิบายอยู่แล้ว เอาเป็นว่า “Facebook ก็คือเว็บไซต์ที่ให้เราสามารถแสดง,แลกเปลี่ยน ความคิดเห็น,รูปภาพ,วีดีโอ,เว็บไซต์ที่น่าสนใจ และอื่นๆ อีกมากมายไ

ด้โดยง่าย และสามารถเพิ่มเพื่อนๆ เข้ามาได้มากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งฝรั่งเขาเรียกว่ า “Social Network” ถ้าเป็นภาษาไทยก็จะเรียกประมาณว่า “เครือข่ายสังคมออนไลน์”

ประโยชน์ของ Facebook

1. คุณสามารถ อ่านหรือแสดงความคิดเห็นต่างๆ ได้อย่างเสรี เป็นการสื่อสารแบบหลากหลายช่องทาง และไม่ทำให้คุณได้รับข่าวสารเพียงแค่ด้านเดียวเท่านั้น
2. คุณสามารถนำเสนอ

หรือแบ่งปันรูปภาพที่น่าสนใจให้กับผู้อื่นได้ง่าย เช่น อาจจะเป็นภาพที่คุณไปเที่ยวที่ไหนมาสักแห่ง,หรือกิจกรรมดีๆ ของคุณ
3. เป็นศูนย์รวมของกลุ่มผู้ที่มีแนวความคิดเดียวกันหลากหลายกลุ่ม
4. สร้างเครือข่ายทางสังคมได้กว้างขึ้นกว่าที่คุณคิด

ข้อควรระมัดระวังในการใช้ Facebook

– ควรระมัดระวังในการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวให้ดี อย่าเปิดเผยข้อมูลของตัวเองมากจนเกินไป จนอาจจะทำให้ผู้อื่น (ที่อาจจะไม่ประสงค์ดี) เข้าถึงเราได้ง่าย
– ต้องเข้าใจว่า Facebook คือตัวตนในโลกออนไลน์ หลายคนเลือกที่จะแสดงแต่ด้านที่ตัวเองต้องการให้คนอื่นเห็นแค่ด้านเดียว ระวังการถูกล่อลวงทางความคิดด้วยนะครับ
– การรับทราบข้อมูลข่าวสาร,ข่าวลือ สามารถทำได้รวดเร็วและเกิดกระแสลุกลามได้ง่ายมาก จงไตร่ตรอง,ตรวจสอบข้อมูลให้ดีก่อนครับ

ไว้คราวหน้าผมจะมาเล่าเรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจเกี่ยวกับ Facebook มาให้ฟังอีกนะครับ

บทความนี้เขียนขึ้นโดย Kittin จากเว็บไซต์ manacomputers.com ได้รับความคุ้มครองตามสัญญาอนุญาต CC 3.0