การเลือกซื้อ Printer แบบ Inktank


สำหรับท่านที่ใช้งานคอมพิวเตอร์ทุกท่าน นอกจากเครื่องคอมพิวเตอร์ที่คุณต้องใช้ทำงานแล้ว อุปกรณ์คอมพิวเตอร์อีกอย่างหนึ่งทีผมเชื่อว่า แทบทุกคนจะต้องใช้มันก็คือ เครื่องพิมพ์ (Printer) นั่นเองครับ แต่สิ่งที่ผู้ใช้งานมักจะกังวลก็คือ “ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับหมึกพิมพ์” ที่หลายยี่ห้อมักจะมีราคาสูงพอๆ กับเครื่องพิมพ์เลยทีเดียว หลายคนจึงเลือกที่จะนำ Printer ของตนไปติดระบบ Inktank ซึ่งวันนี้ผมอยากจะเอาเรื่องนี้มาบอกเล่าให้ฟังกันนะครับ

การติดตั้งระบบ Inktank จะเป็นการแก้ไข,ดัดแปลงระบบหมึกพิมพ์ของเครื่องพิมพ์นั้น ส่วนใหญ่มักจะเ็ป็นระบบการพิมพ์แบบ Inkjet (การใช้หมึกพ่นผ่านหัวพิมพ์ลงบนงาน) โดยเครื่องจะทำการใช้หมึกจากตัว Inktank แทนตลับหมึกที่ติดมากับตัวเครื่องครับ

ข้อดีในการใช้ Inktank แทนตลับหมึกของเครื่อง

  1. สามารถพิมพ์งานได้จำนวนมากกว่าหลายเท่า เช่นตลับหมึึกแท้นั้นอาจจะพิมพ์ได้ประมาณ 200 แผ่น แต่หมึึกแบบ Inktank จะสามารถพิมพ์ได้เป็นหลักพันแผ่นครับ
  2. ราคาถูกกว่า เทียบในราคาหมึกที่เท่ากัน ซึ่งราคาหมึกแท้ที่ติดมากับเครื่องนั้น อาจะสามารถนำไปติดตั้งระบบ Inktank พร้อมทั้งหมึกชุดใหญ่ได้สบายๆ เลยครับ

 

ข้อด้อยในการใช้ Inktank แทนตลับหมึกของเครื่อง

  1. เครื่องพิมพ์จะหมดประกันทันที เนื่องจากมีการดัดแปลงแก้ไขตัวเครื่อง ซึ่งส่วนมากจะทำให้เครื่องพิมพ์หมดประกันจากบริษัทผู้ผลิตทันที
  2. หมึกที่ใช้ของ Inktank นั้นมักจะเป็นหมึึกแบบคุณภาพเทียบเท่า (แต่ส่วนใหญ่มักจะด้อยกว่าหมึึกที่ติดมากับเครื่อง) ซึึ่งส่งผลต่อคุณภาพงานพิมพ์ไม่มากก็น้อยครับ
  3. หัวพิมพ์อุดตันง่าย สาเหตุก็มาจะหมึกพิมพ์นั่นแหละครับ
  4. ต้องมีการดูแลรักษามากกว่าหมึึกที่ติดมากับเครื่อง เนื่องจากคุณภาพหมึกที่ด้อยกว่า อาจจะต้องทำการดูแล เช่น ล้างหัวพิมพ์ ,ทำความสะอาดเครื่อง ฯลฯ

แล้วเครื่องพิมพ์ระบบ Inktank เหมาะกับใคร?

สำหรับผม เครื่องพิมพ์ระบบ Inktank เหมาะกับผู้ใช้งานที่

  • ต้องมีการใช้งานพิมพ์เป็นจำนวนครั้งละมากๆ (วันละ 20-50 แผ่นขึ้นไป)
  • ไม่เน้นความสวยงามและละเอียดของงานพิมพ์มากจนเกินไป
  • ใช้เครื่องพิมพ์ที่ราคาไม่สูงนัก

บทความนี้เขียนขึ้นโดย Kittin จากเว็บไซต์ manacomputers.com ได้รับความคุ้มครองตามสัญญาอนุญาต CC 3.0

 

เรื่องเล่าเกี่ยวกับ Facebook

วันนี้อยากจะมาเล่าเรื่องสบายๆ กันครับ หลังจากที่ได้คุยกับพี่คนหนึ่งเขาเล่าให้ฟังแบบขำๆ ว่า ในกลุ่มเพื่อนๆ เขาเนี่ย มีเขาเพียงคนเดียวที่เล่น Facebook (พี่คนนี้อายุ 50 อัพแล้ว แต่หัวใจยังวัยรุ่นมั่กๆ)  ส่วนเพื่อนในกลุ่มนี้แทบไม่มีใครรู้จัก Facebook เลย

หลายคนก็เลยสงสัยว่าไอ้เจ้า Facebook มันคืออะไรกันแน่(ฟ่ะ) ผมเลยมาเล่าเรื่องที่น่ารู้เกี่ยวกับ Facebook ให้ฟังก่อนนะครับ

Facebook คืออะไร

ถ้าให้อธิบายแบบยากๆ ผมไม่อธิบายอยู่แล้ว เอาเป็นว่า “Facebook ก็คือเว็บไซต์ที่ให้เราสามารถแสดง,แลกเปลี่ยน ความคิดเห็น,รูปภาพ,วีดีโอ,เว็บไซต์ที่น่าสนใจ และอื่นๆ อีกมากมายไ

ด้โดยง่าย และสามารถเพิ่มเพื่อนๆ เข้ามาได้มากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งฝรั่งเขาเรียกว่ า “Social Network” ถ้าเป็นภาษาไทยก็จะเรียกประมาณว่า “เครือข่ายสังคมออนไลน์”

ประโยชน์ของ Facebook

1. คุณสามารถ อ่านหรือแสดงความคิดเห็นต่างๆ ได้อย่างเสรี เป็นการสื่อสารแบบหลากหลายช่องทาง และไม่ทำให้คุณได้รับข่าวสารเพียงแค่ด้านเดียวเท่านั้น
2. คุณสามารถนำเสนอ

หรือแบ่งปันรูปภาพที่น่าสนใจให้กับผู้อื่นได้ง่าย เช่น อาจจะเป็นภาพที่คุณไปเที่ยวที่ไหนมาสักแห่ง,หรือกิจกรรมดีๆ ของคุณ
3. เป็นศูนย์รวมของกลุ่มผู้ที่มีแนวความคิดเดียวกันหลากหลายกลุ่ม
4. สร้างเครือข่ายทางสังคมได้กว้างขึ้นกว่าที่คุณคิด

ข้อควรระมัดระวังในการใช้ Facebook

– ควรระมัดระวังในการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวให้ดี อย่าเปิดเผยข้อมูลของตัวเองมากจนเกินไป จนอาจจะทำให้ผู้อื่น (ที่อาจจะไม่ประสงค์ดี) เข้าถึงเราได้ง่าย
– ต้องเข้าใจว่า Facebook คือตัวตนในโลกออนไลน์ หลายคนเลือกที่จะแสดงแต่ด้านที่ตัวเองต้องการให้คนอื่นเห็นแค่ด้านเดียว ระวังการถูกล่อลวงทางความคิดด้วยนะครับ
– การรับทราบข้อมูลข่าวสาร,ข่าวลือ สามารถทำได้รวดเร็วและเกิดกระแสลุกลามได้ง่ายมาก จงไตร่ตรอง,ตรวจสอบข้อมูลให้ดีก่อนครับ

ไว้คราวหน้าผมจะมาเล่าเรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจเกี่ยวกับ Facebook มาให้ฟังอีกนะครับ

บทความนี้เขียนขึ้นโดย Kittin จากเว็บไซต์ manacomputers.com ได้รับความคุ้มครองตามสัญญาอนุญาต CC 3.0