Prevx SafeOnline โปรแกรมปกป้องออนไลน์ สำหรับลูกค้าธนาคารกรุงเทพ

prevx-banking-security-software-2
สำหรับผู้ใช้งานบัญชีธนาคารกรุงเทพแบบออนไลน์อย่าง iBanking อาจจะกังวลว่า ในการใช้งานหรือทำธุรกรรมทางการเงินออนไลน์จะมีความปลอดภัยขนาดไหน? วันนี้ทางมานาคอมพิวเตอร์ขอแนะนำโปรแกรม Prevx SafeOnline ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ช่วยปกป้องคุณในขณะที่ทำธุรกรรมออนไลน์ ให้มีความปลอดภัยยิ่งขึ้น โดยโปรแกรมนี้ได้รับการรับรองจากธนาคารกรุงเทพเลยครับ

Prevx SafeOnline เป็นโปรแกรมที่ช่วยปกป้องข้อมูลส่วนตัวของคุณในขณะทำธุรกรรมทางการเงินบนอินเทอร์เน็ต โดยไฟล์มีขนาดไม่ถึง 1 MB ซึ่งหน้าที่หนึ่งก็คือ ช่วยทำการตรวจสอบเว็บไซต์ที่คุณกำลังทำธุรกรรมอยู่นั้น เป็ฯเว็บไซต์ของจริง หรือเป็นเว็บที่เป็นฟิชชิ่ง (phishing websites) ครับ ซึ่งการใช้งานโปรแกรมนี้จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งานได้มากขึ้นครับ

ดาวน์โหลดโปรแกรมปกป้องออนไลน์ Prevx SafeOnline

เพื่อความปลอดภัย ผมแนะนำให้คุณดาวน์โหลดจากลิ้งค์ที่ได้รับการรับรองจากธนาคารกรุงเทพแล้วครับ โดยไปที่ลิ้งค์ด้านล่างนี้ครับ

http://www.prevx.com/bangkokbankdownload.asp

เมื่อคุณเข้าลิ้งค์แล้วจะเจอหน้าดังนี้ครับ

ให้คุณคลิ้กดาวน์โหลดและทำการติดตั้งตามขั้นตอนครับ

แค่นี้ก็ทำให้ปลอดภัยขึ้นเยอะแล้วครับ

ปกป้องบัญชีของคุณด้วยการเรียกดูแบบปลอดภัยบน Facebook


วันนี้ผมนั่งใช้งาน Facebook ตามปกติ รู้สึกแปลกใจที่อยู่ ก็มีหน้าต่างแสดงข้อความบางอย๋างโดยมีหัวข้อว่า “ช่วยปกป้องบัญชีของคุณด้วยการเรียกดูแบบปลอดภัย (https)” โดยเป็นตามรูปด้านล่างนี้ครับ

 

หลายคนอาจจะสงสัยว่า ควรจะทำอย่างไรดี กดปุ่ม Turn On Secure Browsing  หรือปิดหน้าต่างตรงนี้ไปดี วันนี้ทางมานาคอมพิวเตอร์จะขอแนะนำเกี่ยวกับเรื่องนี้นะครับ

การเรียกดูที่ปลอดภัย (https) คืออะไร? มีประโยชน์อย่างไร?

การเรียกดูที่ปลอดภัย (https) เป็นคุณสมบัติทางด้านความปลอดภัยด้านหนึ่ง ที่ช่วยให้บุคคลอื่นเข้าถึงข้อมูล Facebook ของคุณได้ยากขึ้น หากไม่ได้รับการอนุญาตจากคุณ  เมื่อคุณเปิดใช้คุณสมบัตินี้ ข้อมูลการใช้ของคุณเช่น กิจกรรมต่างๆ  บน Facebook จะทำการถูกเข้ารหัสไว้ครับ

ประโยชน์ที่เห็นได้ชัดก็คือ ป้องกันการถูกผู้อื่น Hack เข้ามาได้ยากขึ้น สังเกตว่า เว็บไซต์ที่ให้บริการเกี่ยวกับข้อมูลส่วนตัวของแต่ละบุคคล เช่น เว็บไซต์ธนาคารต่างๆ มักจะใช้ระบบ https กันทุกธนาคาร เพื่อเป็นการปกปิดข้อมูลของผู้ใช้งานให้หนาแน่นมากที่สุดครับ

แล้วเราจะเปิดการเรียกดูที่ปลอดภัย (https) ได้อย่างไร?

หากคุณเจอหน้าต่างตามรูปด้านบน แค่คุณคลิ้กคำว่า Turn On Secure Browsing  แค่นี้ก็เรียบร้อยแล้วครับ แต่ถ้าคุณปิดหน้าต่างนี้ไปแล้ว และต้องการจะเปิดการใช้งานส่วนของการเรียกดูที่ปลอดภัยนี้ในภายหลัง ให้ทำตามวิธีการดังนี้ครับ

  • ไปที่หน้า การตั้งค่าความปลอดภัย ของคุณ (  บัญชีผู้ใช้ ตั้งค่า > ความปลอดภัย)
  • คลิกส่วน การเรียกดูที่ปลอดภัย
  • เลือกช่องที่มีให้ และบันทึกการเปลี่ยนแปลง

แล้วเราจะรู้ได้ไงว่า ระบบการเรียกดูที่ปลอดภัย (https) ได้ถูกเปิดใช้งานแล้ว

วิธีการสังเกตง่ายๆ ก็คือ เมื่อคุณเข้า Facebook แล้ว ช่อง URL  ของคุณจะเป็นคำว่า https://www.facebook.com/ แล้วครับ (ดูตามรูปด้านล่าง)

แต่วิธีการนี้ แม้ว่าจะปลอดภัย แต่ก็อาจจะยุ่งยากสำหรับคนที่ใช้งาน Facebook หลายๆ โปรแกรมท่องเว็บ เพราะคุณจะต้องทำการเข้าสู่ระบบใหม่ทุกครั้ง แต่ถ้าชั่งน้ำหนักถึงเรื่องความสะดวกสบายและความปลอดภัยแล้ว ผมว่า การตั้งค่าส่วนนี้จะเป็นผลดีแก่ผู้ใช้งาน Facebook อย่างเราๆ ท่านๆ มากกว่าครับ

การตั้งค่า Password เพื่อความปลอดภัยยิ่งขึ้น


เมื่อวานผมได้ทำการเขียนถึงการเปลี่ยน Password ใน Hotmail ทำให้ผมนึกถึงว่า บางครั้ง(หรือหลายครั้งเลยแหละ) ที่เราผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตมักจะไม่ค่อยให้ความสำคัญในการตั้ง Password ด้วยการตั้งแบบง่ายเกินไป ทำให้ผู้ไม่หวังดีคาดเดาได้ง่ายและนำข้อมูลของเราไปใช้ในทางที่ไม่ดีครับ วันนี้ผมเลยอยากจะขอแนะนำ “วิธีการตั้งค่า Password เพื่อความปลอดภัยยิ่งขึ้นครับ”

การตั้งค่า Password ที่ไม่ควรทำ

  • ใช้ชื่อนามสกุลตัวเอง,คนรัก,หรือคนรอบข้าง
  • ใช้เลขซ้ำ,เลขคู่สลับไปมา
  • ใช้เบอร์โทรศัพท์ตัวเองหรือเบอร์โทรศัพท์ที่ตนเองใช้บ่อยๆ
  • ใช้เลขวันเดือนปีเกิดตัวเองหรือคนรอบข้าง
  • ใช้ตัวเลขที่เรียงอยู่บนคีย์บอร์ด เช่น asdffdsa
  • หรือชื่ออื่นๆ ที่คาดเดาได้ง่าย เช่น ชื่อสถานที่ำทำงาน ชื่อสัตว์เลี้ยงที่รัก ฯลฯ

แนวคิดในการตั้งค่า Password เพื่อความปลอดภัย

1. จำนวนตัวอักษร แม้โดยทั่วไประบบมักจะแนะนำให้ใช้อยู่ที่ 6-8 ตัวอักษร แต่ถ้าเพื่อความปลอดภัยมากขึ้น ผมแนะนำว่า “อย่างต่ำควรจะมากกว่า 8 ตัวอักษรขึ้นไปครับ”

2. คุณอาจจะตั้ง Password เป็นคำที่มีทั้งตัวอักษรและตัวเลขผสมกัน (ไม่ใช่เรียงกันนะครับ)

3. หรือลองตั้งโดยใช้คำที่เราคุ้นเคยเช่น “ทะเลพัทยา” แต่เปลี่ยนมาใช้แป้นคีย์บอร์ดภาษาอังกฤษแทน เมื่อพิมพ์แล้วจะได้เป็น “mtg]rympk” ซึ่งคาดเดาได้ยากขึ้นกว่าเดิมเยอะครับ

4. การตั้งค่า Password ความแบ่งตามระดับความสำคัญ เช่น Password ที่ใช้เพื่อสมัครในการใช้บริการเว็บไซต์ เช่น สมัครสมาชิก,รับข่าวสาร ควรจะใช้ Password ที่เป็นคนละชุดกับที่ใช้ในอีเมล์ที่สำคัญและต้องการความเป็นส่วนตัว

5. เมื่อมีการใช้งานคอมพิวเตอร์หรืออินเทอร์เน็ทในที่สาธารณะ อย่าให้เครื่องคอมพิวเตอร์จำชื่อและรหัสผ่านของเรา

แค่นี้คุณก็ใช้งานโลกอินเทอร์เน็ทได้อย่างปลอดภัยขึ้นแล้วครับ

บทความนี้เขียนขึ้นโดย Kittin จากเว็บไซต์ manacomputers.com ได้รับความคุ้มครองตามสัญญาอนุญาต CC 3.0

 

การใช้งานคอมพิวเตอร์ตามร้าน Internat Cafe ให้ปลอดภัย

ในหลายครั้งคุณอาจจะต้องมีเหตุจำเป็นที่จะต้องใช้งานอินเทอร์เน็ตตามร้านหรือสถานที่ให้บริการที่เป็นสาธารณะ อาจจะเป็นการเช็คอีเมล์,อัพเดทสถานะในFacebook,หรือเช็คยอด,โอนเงินผ่านบริการทางธนาคารทางอินเทอร์เน็ต คุณจะแน่ใจได้อย่างไรว่าข้อมูลที่สำคัญๆ ไม่ว่าจะเป็นชื่อผู้ใช้งาน(Username)หรือรหัสผ่าน(Password) ที่คุณใช้จะไม่รั่วไหลหรือถูกล้วงความลับไปได้เมื่อใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ในที่สาธารณะเหล่านั้น ?

.

.

ทำไมการใช้งานอินเทอร์เน็ตตามร้าน Internet Cafe ถึงมีความเสี่ยง?

เนื่องจากว่า ตามร้านที่ให้บริการเหล่านี้ คอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งมีผู้ใช้บริการเป็นจำนวนมากหน้าหลายตา ซึ่งอาจมีผู้ไม่หวังดีแอบทำการใส่โปรแกรมบางตัวที่สามารถแอบดู username และ password ของคุณและนำไปใช้ในทางที่ไม่ดีและเกิดความเสียหาย

การป้องกันความเสี่ยงในการใช้งานอินเทอร์เน็ตตาม Internet Cafe

1. หลีกเลี่ยงการทำธุรกรรมทางการเงินออนไลน์ตามร้าน Internet Cafe

2. การเข้าเว็บไซต์ที่ต้องใช้ username และ password หาก Web Browser มีโหมดการเข้าถึงแบบส่วนตัว ให้ใช้โหมดเหล่านี้ เพราะมันจะไม่จดจำ username และ password หลังจากที่ปิดการใช้งานแล้ว

3. หากมีโปรแกรมที่สามารถล้างข้อมูลในการท่องอินเทอร์เน็ท เช่น Ccleaner ให้ใช้โปรแกรมเหล่านี้ในการลบประวัติการใช้งานของคุณ

4. ไม่ Download โปรแกรมที่ไม่รู้จักหรือไม่แน่ใจ เพราะอาจจะถูกไวรัสที่ซ่อนในโปรแกรมสร้างความเสียหายให้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ได้

5. ไม่เข้าเว็บไซต์ที่มีความเสี่ยง หรือไม่รู้จัก เพื่อป้องกันการถูกการโจมตีจาก Trojan หรือ ไวรัสประเภทต่างๆ

แค่นี้ คุณก็ปลอดภัยจากการถูกโจมตีความเป็นส่วนตัวของคุณทางเว็บไซต์แล้วครับ

บทความนี้เขียนขึ้นโดย Kittin จากเว็บไซต์ manacomputers.com ได้รับความคุ้มครองตามสัญญาอนุญาต CC 3.0

วิธีการอัพเกรดโปรแกรมท่องอินเทอร์เน็ต (Internet Explorer) เป็นเวอร์ชั่นล่าสุด

สำหรับคนที่ใช้คอมพิวเตอร์ที่มีระบบปฏิบัติการ (OS) เป็น Windows (ซึ่งผมเชื่อว่า ส่วนใหญ่เลยทีเดียวที่ใช้ Windows) แล้วเมื่อผมถามว่า “คุณใช้โปรแกรมอะไรในการท่องอินเทอร์เน็ต” หลายคนอาจจะตอบว่า “ไม่รู้” หรือ “ก็ใช้ที่มันติดมากับเครื่องนั่นแหละ ไม่รู้ชื่อหรอก” ซึ่งส่วนใหญ่คำตอบมักจะเป็นแบบนี้นะครับ วันนี้ผมเลยอยากจะมาเล่าให้ฟังเกี่ยวกับไอ้เรื่องโปรแกรมตัวนี้ให้ฟังนะครับ

โปรแกรม Internet Explorer (IE) คืออะไร?

อาจจะเป็นคำถามที่คุณคิดว่า ถามอะไรแบบนี้(ฟ่ะ) แต่หลายคนไม่รู้จริงๆ ครับว่ามันคือโปรแกรมอะไร ถ้าอธิบายแบบง่ายที่สุดก็คือ “โปรแกรมที่คุณใช้เล่นอินเทอร์เน็ตนั้นแหละครับ” โดยเราเรียกโปรแกรมประเภทนี้ว่า Web Browser นั่นเอง ซึ่งหลายคนที่ใช้ Internet Explorer (หลังจากนี้ขอเรียกย่อๆ ว่า IE ก็แล้วกันนะครับ) ส่วนใหญ่มักจะใช้เพราะเหตุผลที่ว่า “มันติดมากับ Windows ก็เลยใช้” ( ซึ่งผู้ใช้ในเมืองไทยส่วนใหญ่ก็ยังคงใช้ Windows XP อยู่นั่นเอง อย่าว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลย ผมเขียนบทความนี้ก็ใช้ Windows XP เหมือนกันครับ)

เมื่อคุณทราบแล้วว่า คุณใช้ IE ในการท่องอินเทอร์เน็ต อีกสิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะแนะนำคุณที่ใช้ IE เป็นตัวหลักในการท่องอินเทอร์เน็ตอยู่นั่น ให้ทำการอัพเกรดเวอร์ชั่น (Upgrade Version) ของ IE เป็นเวอร์ชั่นล่าสุดด้วยนะครับ

ทำไมผมถึงแนะนำให้อัพเกรด IE

เนื่องจากโปรแกรม IE ที่ติดตั้งมาพร้อมกับ Windows XP นั่นมักจะยังคงเป็นเวอร์ชั่น 6 ทำให้มีปัญหาหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง การแสดงผลที่ไม่ถูกต้อง,ความปลอดภัยในการใช้งานอินเทอร์เน็ต,หรือส่วนเสริม (Add-on) ที่รองรับไม่สมบูรณ์ ซึ่งเว็บไซต์ในปัจจุบันส่วนใหญ่มักจะไม่ค่อยรองรับ IE เวอร์ชั่น 6 แล้ว (ปัจจุบันเวอร์ชั่นล่าสุดของ IE จะเป็นเวอร์ชั่น 8 แล้วครับ)

เข้ามาที่  www.msn.com เลือกที่ Download IE8 ครับ

.

วิธีการอัพเกรดโปรแกรม Internet Explorer (IE) เป็นเวอร์ชั่นล่าสุด

  1. เปิดโปรแกรม IE แล้วพิมพ์ชื่อเว็บไซต์ www.msn.com
    .
  2. ดูที่หน้าจอของ msn.com ทางด้านซ้ายมือ คลิ้กที่ Download IE8
    .
  3. เมื่อมาที่หน้าดาวน์โหลดของ Microsoft ให้เลือกประเทศ/ภูมิภาค (ผมขอแนะนำให้เลือกเป็นภาษาอังกฤษครับ เพราะจะมีปัญหาน้อยที่สุด) และเลือกระบบปฎิบัติการ (ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็น XP) เมื่อเลือกแล้วระบบจะนำมายังหน้า Download ให้คุณทำการ Save ไว้ที่หน้า desktop เพื่อจะได้หาเจอง่ายๆ และเมื่อลงโปรแกรมเสร็จแล้ว เราจะได้ลบตัวนี้ได้ง่ายครับ
    .
  4. ดับเบิ้ลคลิ้กที่ตัวโปรแกรมที่ดาวน์โหลดมา ติดตั้งตามขั้นตอนที่ระบบแนะนำ (ส่วนใหญ่เลือก next next next  ครับ

เพียงแค่นี้คุณก็จะได้ IE เวอร์ชั่นล่าสุดที่อัพเกรดทั้งรูปร่างหน้าตาม, รูปแบบการใช้งานและความปลอดภัยที่มากขึ้นแล้วครับ

.

.

บทความนี้เขียนขึ้นโดย Kittin จากเว็บไซต์ manacomputers.com ได้รับความคุ้มครองตามสัญญาอนุญาต CC 3.0