ซื้อคอมพิวเตอร์มือสองแบบแถม “Windows ลิขสิทธิ์”

microsoft-windows-xp-oemวันนี้อยากจะขอพูดถึงเกี่ยวกับการซื้อคอมพิวเตอร์มือสองครับ ซึ่งผมมองว่า คอมพิวเตอร์มือสองนี้เป็นทางเลือกอีกทางหนึ่งสำหรับคนที่ไม่ต้องการเสียค่าใช้จ่ายในเรื่องคอมพิวเตอร์มาก และไม่ต้องการสเปคที่สูงนัก โดยอาจจะแค่นำเอามาใช้เพียง พิมพ์งาน ดูหนัง ฟังเพลง เล่นอินเทอร์เน็ตเท่านั้น ซึ่งวันนี้หากท่านต้องการที่จะซื้อคอมพิวเตอร์มือสอง ผมขอ(แอบ)กระซิบบอกท่านว่า ลองสังเกตคอมพิวเตอร์ที่ท่านจะซื้อสักนิด ท่านอาจจะได้ของแถมที่แสนประหลาดใจก็ได้ (ไม่ใช่ไวรัสนะ) นั่นก็คือ “Windows แบบมีลิขสิทธิ์ถูกกฎหมาย” ครับ

อันนี้ผมไม่ได้มาโม้ให้คุณดีใจเล่นนะครับ แต่ถ้าถามว่า คอมพิวเตอร์มือสองราคาไม่กี่พันจะแถม Windows แบบถูกต้องตามกฎหมาย มันจะเป็นไปได้ยังไง (ว่ะ)

ได้จริงๆ ครับ แต่ก่อนที่จะซื้อต้องสังเกตนิ้ดดดหนึ่งครับ มีวิธีการดังนี้ครับ

1. ก่อนที่คุณจะซื้อคอมพิวเตอร์มือสองนั้น ให้มองหาจุดๆ หนึ่งก่อนว่า “เครื่องนั้นมีการลง Windows XP (OEM) แบบลิขสิทธิ์หรือไม่” ซึ่งจุดสังเกตง่ายๆ ให้คุณลองมองหาดูที่ข้างๆ เคสของคอมพิวเตอร์ดูครับ ตามตัวอย่างข้างล่างนี้ครับ

License-Key-Sticker---OEMสังเกตดูตรง Product Key นะครับ (อันนี้ตัวอย่างครับ)

ชุดของ Product Key  ของ Windows XP นี้ จะเป็นตัวอักษรผสมกับตัวเลข จำนวน 5 ชุดๆ ละ 5 ตัว ถ้าเครื่องที่คุณจะซื้อมี ก็ไปที่ขั้นตอนต่อไปเลยครับ

2. เมื่อคุณจะทำการลง Windows XP ใหม่ ให้คุณลองหาแผ่นสำหรับการลง Windows XP แบบ OEM นะครับ เพราะถ้าเป็นแบบอื่นอาจจะลงไม่ผ่าน

3. ในขณะที่ทำการลงโปรแกรม Windows XP นั้น เมื่อถึงขั้นตอนที่ระบบให้ใส่ Product Key ให้คุณเอาชุด Product Key ที่อยู่ข้างเคสคอมพิวเตอร์มือสองนั้นใส่เข้าไป

4. ถ้าสำเร็จ คุณจะสามารถ Activate และ Update Windows ผ่านเว็บไซต์ของ Mocrosoft ได้โดยง่ายเลยครับ

เป็นอย่างไรครับ เทคนิคนี้ น่าจะถูกใจคนอยากใช้ของมีลิขสิทธิ์ (แต่มีงบจำกัด) ไม่มากก็น้อยนะครับ

**ปล. ถ้าคุณลง Windows XP ตัวอื่นไปแล้ว สามารถแก้ไขตัว Product Key ได้โดยการใช้วิธีการ เปลี่ยน key  โดยเข้าไปที่ google  แล้ว search คำว่า  ” change key”  ครับ

บทความนี้เขียนขึ้นโดย Kittin จากเว็บไซต์ manacomputers.com ได้รับความคุ้มครองตามสัญญาอนุญาต CC 3.0

เพิ่งหัดใช้คอมพิวเตอร์ จะซื้อมือสองหรือมือหนึ่งดี?

สำหรับ ในยุคปัจจุบัน ท่านผู้อ่านเริ่มรู้สึกกันไหมครับว่า คอมพิวเตอร์เริ่มเข้ามามีบทบาทกับชีวิตประจำวันของคนเรามากขึ้น อย่างกรณีใกล้ตัวผมเลยนั้น มีคนที่ผมรู้จักนั้นมาขอคำปรึกษาว่า เขามีญาติอายุ 50 กว่าปีแล้ว กำลังประสบปัญหาอย่างหนึ่งในเรื่องของการเปลี่ยนที่ทำงาน แล้วที่ทำงานใหม่นั้นก็ต้องมีการใช้คอมพิวเตอร์” เอาล่ะสิ เขาเล่าให้ฟังว่า ญาติคนนี้ก็ไม่เคยใช้คอมพิวเตอร์เลย แต่ความจำเป็นบังคับให้ต้องเรียนรู้เรื่องคอมพิวเตอร์ เลยอยากที่จะหาคอมพิวเตอร์สักเครื่องเอาไว้ฝึกเพื่อการใช้งานที่บ้าน แต่ด้วยความที่งบจำกัด ทำให้เกิดความลังเลว่า

จะซื้อคอมพิวเตอร์มือหนึ่งหรือมือสองดี?

case_non

โดยความคิดของเขาจะรู้สึกว่า คอมพิวเตอร์มือหนึ่งนั้นราคาสูง น่าจะเกินงบประมาณ ถ้าซื้อคอมพิวเตอร์มือสองมาใช้งานก่อนให้เคยชินซักระยะก่อนแล้วค่อยซื้อใหม่ดีไหม?

ผมเชื่อว่าคนส่วนใหญ่จะมีความรู้สึกเหมือนพี่คนนี้ คือถ้าจะหัดเริ่มใช้คอมพิวเตอร์นั้น คอมพิวเตอร์มือสองน่าจะเป็นทางเลือกที่ดี แต่… ผมอยากจะขอแนะนำอะไรเพิ่มเติมสักนิดหนึ่ง เพื่อช่วยในการตัดสินใจของคนที่กำลังลังเลใจกับสองตัวเลือกนี้

1. ต้องเข้าใจว่า คอมพิวเตอร์มือสองนั้นก็คือ อุปกรณ์ชิ้นหนึ่งที่ผ่านการใช้งานมาระยะหนึ่ง
บาง เครื่องอาจมีการใช้งานมาแล้วเกิน 10 ปีก็มี หรืออายุการใช้งานไม่กี่ปี แต่อาจมีการใช้งานหนัก ซึ่งเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่า สภาพของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์แต่ละชิ้นนั้นอยู่ในอาการไหนแล้ว ผมเคยซื้อคอมพิวเตอร์มือสองมาใช้ ปรากฎว่า ไม่ถึงเดือน กลับบ้านเก่าไปซะแล้ว

2. เมื่ออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ชิ้นใดชิ้นหนึ่งมีปัญหา เป็นการยากที่หาอะไหล่คอมพิวเตอร์
เพราะคอมพิวเตอร์มือสองนั้น ส่วนใหญ่อะไหล่จะไม่มีอยู่ในท้องตลาดหรือหาได้ยากมาก เนื่องจากเป็นคอมพิวเตอร์ที่ตกรุ่นแล้ว

3. การรับประกัน ส่วนใหญ่ร้านที่จำหน่ายจะประกันให้ประมาณ 7 วัน หรือ 1 เดือน (ผมเรียกว่า “ประกันใจ” )หากหลังจากนั้นก็ตัวใครตัวมันล่ะครับ

แค่ 3 ข้อ คุณผู้อ่านก็พอจะมองเห็นใช่ไหมครับ ว่ามีความ  เสี่ยง ไม่น้อยที่จะซื้อคอมพิวเตอร์มือสอง หากท่านรู้สึกว่า งบประมาณเป็นเรื่องที่สำคัญ ผมขออนุญาตแนะนำ คอมพิวเตอร์มือหนึ่งราคาไม่สูงมากนะครับ

**ราคานี้เป็นราคาปัจจุบัน (19 พ.ค. 52) เปรียบเทียบจากร้าน JIB นะครับ

CPU AMD LE-1250 SEMPRON (ประกัน 3 ปี) 1,150 บาท

Mainboard ECS (Vga) GEFORCE6100PM-M2 (ประกัน 3 ปี) 1,420 บาท

Ram 512 MB KINGMAX (ประกัน Lifetime ) 290 บาท

Harddisk 80GB HITACHI? SATA (ประกัน 5 ปี) 1,190 บาท

LCD Monitor 15” BENQ T52WA (ประกัน 3 ปี) 2,750 บาท

DVD-Writer SONY 20X [AD-7190S-0B] (ประกัน 1 ปี) 770 บาท

Case+Powersupply (ประกัน 1 ปี) 800 บาท

Keyboard+Mouse+Speaker (ประกัน 6 เดือน) 500 บาท

รวมเป็นเงินก็ทั้งสิ้น 8,870 บาท (รวมค่ารถก็ประมาณ 9,000 บาทครับ )

ดูจากราคาแล้วอาจจะสูงกว่าคอมพิวเตอร์มือสองพอสมควรนะครับ แต่เราจะได้

ของใหม่ทุกชิ้น
การรับประกันจากศูนย์เมื่อเกิดปัญหา
คอมพิวเตอร์ที่ทำงานทั่วไป ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมส์
อายุการใช้งานที่มากกว่า 5 ปี แน่นอนครับ

ซึ่งหากคุณซื้ออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ตามนี้ ทางร้านที่จำหน่ายส่วนใหญ่จะมีบริการประกอบคอมพิวเตอร์ให้ฟรี (ถ้าเก็บตังค์ ให้หาร้านอื่นก่อนดีกว่าครับ) ส่วนการลงโปรแกรมต่างๆ นั้นต้องลองสอบถามดูอีกทีครับ

ผมก็หวังไว้ว่า บทความนี้จะช่วยให้ท่านที่กำลังประสบปัญหานี้อยู่มีคำตอบนะครับ