มิเรียม มาเคบา (Miriam Makeba) คือใคร? พร้อมประวัติและผลงาน

มิเรียม มาเคบา
มิเรียม มาเคบา (Miriam Makeba) ชื่อนี้หลายคนอาจจะสงสัยว่าเธอคือใคร? วันนี้มานาคอมพิวเตอร์จะขอนำข้อมูลที่น่าสนใจของ มิเรียม มาเคบา (Miriam Makeba)รวมทั้งประวัติและผลงานของเธอคนนี้มาแจ้งให้ทราบกันนะครับ

มิเรียม มาเคบา (Miriam Makeba) คือใคร?

เธอเป็นนักร้องชื่อดังชาวแอฟริกาใต้ชื่อดังที่คนส่วนใหญ่จะรู้จักกันในนาม Mama Africa โดยเธอได้รับรางวัล Grammy Award โดยเธอเป็นทั้งนักร้อง นักแต่งเพลง นักแสดง รวมทั้งเป็นนักเคลื่อนไหวทางการเมืองด้วย เกิดเมือวันที่ 4 มีนาคม ปี ค.ศ. 1932 เสียชีวิต เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน ปี ค.ศ. 2008 อายุรวมได้ 76 ปี วันที่ 4 มีนาคมปีนี้ จึงถือได้ว่าเป็นวันครบรอบวันเกิด 81 ปีของเธอครับ

ประวัติของมิเรียม มาเคบา (Miriam Makeba)

  • ชื่อจริง Zenzile Miriam Makeba
  • รู้จักกันในนาม Mama Afrika
  • อาชีพ นักร้อง,นักแต่งเพลง,นักแสดง
  • วันเดือนปีเกิด 4 มีนาคม 1932
  • สถานที่เกิด Prospect Township, Johannesburg, ประเทศแอฟริกาใต้
  • เสียชีวิตเมื่อ 9 พฤศจิกายน 2008 (อายุรวม 76 ปี)
  • เสียชีวิตที่ Castel Volturno, ประเทศอิตาลี
  • สไตล์การร้องเพลง Marabi, World music, folk, pop rock, jazz

ในปี ปี ค.ศ. 1960 เธอเป็นศิลปินคนแรกจากแอฟริกาที่ได้รับความนิยมทั้งในอเมริกาและทั่วดลก โดยผลงานที่ทำให้เธอเป็นที่รู้จักก็คือเพลง “Pata Pata” ที่บันทึกเสียงครั้งแรกในปี 1957 และได้วางจำหน่ายในอเมริกาในปี 1967 โดยเธอได้เดินทางแสดงผลงานของเธอไปทั่วโลก

เธอมีส่วนสำคัญในการรณรงค์ต่อต้านการแบ่งแยกในประเทศแอฟริกาใต้ ซึ่งผลการทำกิจกรรมทางการเมืองของเธอนี้ ทำให้เธอถูกเพิกถอนการเป็นพลเมืองของแอฟริกาใต้ แต่เมื่อการแบ่งแยกสีผิวสิ้นสุดลง เธอก็ได้เดินทางกลับสู่บ้านเกิดของเธอเอง และเสียชีวิตเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน ปี ค.ศ. 2008 หลังจาการแสดงคอนเสริต์เพื่อสนับสนุน Roberto Saviano นักเขียนที่ยืนหยัดต่อสู้กับองค์กร Camorra แก๊งมาเฟียในประเทศอิตาลี

ผลงานของมิเรียม มาเคบา (Miriam Makeba)

ก่อนดูรายละเอียดเกี่ยวกับผลงานของเธอ ผมอยากจะขอนำเสนอเพลงที่ทำให้เธอเป็นที่รู้จักไปทั้งโลกครับ กับเพลง Pata Pata ครับ

ผลงานทางด้านการเป็นนักร้อง (อัลบั้มทั้งหมด)

Studio albums

  • The Many Voices of Miriam Makeba (1960)
  • Miriam Makeba (1960)
  • The World of Miriam Makeba (1963)
  • The Voice of Africa (1964)
  • Makeba Sings! (1965)
  • An Evening with Belafonte/Makeba (1965)
  • The Magic of Makeba (1965)
  • The Magnificent Miriam Makeba (1966)
  • All About Miriam (1966)
  • Pata Pata (1967)
  • Makeba! (1968)
  • Keep Me in Mind (1970)
  • A Promise (1974)
  • Miriam Makeba & Bongi (1975)
  • Country Girl (1978)
  • Comme une symphonie d’amour (1979)
  • Sangoma (1988)
  • Welela (1989)
  • Eyes on Tomorrow (1991)
  • Sing Me a Song (1993)
  • Homeland (2000)
  • Reflecting (2004)
  • Makeba Forever (2006)

Live albums

  • Miriam Makeba in Concert! (1967) (LP)
  • Live in Tokyo (1968) (LP)
  • Live in Conakry: Appel a l’Afrique (1974) (LP)
  • Enregistrement public au Theatre des Champs-Elysées (1977) (LP)
  • Live at Berns Salonger, Stockholm, Sweden, 1966 (2003) (CD)

Compilations

  • The Best of Miriam Makeba (LP) Canada: RCA Victor LSP-3982, 1968
  • Harry Belafonte and Miriam Makeba (as Harry Belafonte and Miriam Makeba) (2xLP) Camden PJL2-8042, 1975
  • Miriam Makeba (LP) Italy: Record Bazaar RB 254, 1980
  • The Queen of African Music (CD) Verlag Pläne 831 655-938, 1987
  • Africa (CD) Germany: Novus 3155-2-N/ND 83155, 1991
  • Miriam Makeba and The Skylarks: Volume 1 (as Miriam Makeba and The Skylarks; Remastered from 78/45 RPM recorded between 1956 and 1959) (CD) TELCD 2303, 1991
  • Folk Songs from Africa (CD) SAAR CD 12514, 1994
  • En public à Paris et Conakry (CD), 1996
  • Hits and Highlights (CD), 1997
  • Miriam Makeba and The Skylarks: Volume 2 (as Miriam Makeba and The Skylarks; Remastered from 78/45 RPM recorded between 1956 and 1959) (CD) TELCD 2315, 1997
  • The Best of Miriam Makeba (CD) BMG, 2000
  • Legend (CD) Next Music CDSL21, 2001
  • Mama Africa: The Very Best of Miriam Makeba (CD), 2001
  • The Guinea Years (CD/LP) STCD3017/SLP48, 2001
  • Mother Africa: The Black Anthology (CD), 2002
  • The Best of Miriam Makeba: The Early Years (CD) Wrasse WRASS 088, 2002
  • The Definitive Collection (CD) UK: Wrasse WRASS 062, 2002
  • Her Essential Recordings (2xCD) Manteca MANTDBL502, 2006
  • Mama Afrika 1932-2008 (CD) Gallo, 2009

Extended plays

  • Makeba – Belafonte (as Miriam Makeba and Harry Belafonte) 1961
  • The Click Song (Vinyl, 7″, EP) 1963
  • Chants d’Afrique (Vinyl, 7″) 1964

Singles

  • “Duze” (1956)
  • “Pass Office Special” (1957)
  • “The Click Song” / “Mbube” (1963)
  • “Malaika” / “Malcolm X” (1965)
  • “Pata Pata” (1967)
  • “Malayisha” (1967)
  • “Emavungwini” (1968)
  • “I Shall Be Released” / “Iphi Ndilela (Show Me the Way)” (1969)
  • “Pata Pata” / “Click Song Number 1” (1972)
  • “We Got to Make It” / “Promise” (1975)
  • “Pata Pata” / “Malayisha” (1976)
  • “Hauteng” / “Talking and Dialoging” (1978)
  • “Comme une symphonie d’amour” (1979)
  • “Give Me a Reason” / “Africa” (1989)
  • “Pata Pata 2000” (2000)

ผลงานทางด้านการแสดงภาพยนตร์

ปี ค.ศ.
จากภาพนตร์เรื่อง
1960 Come Back, Africa
1968 LBJ
1969 Festival panafricain d’Alger
1983 Amok
1991 “Olivia Comes Out of the Closet”
season 8: episode 10 of The Cosby Show
1992 Sarafina!
1996 When We Were Kings
1998 Have You Seen Drum Recently?
2000 Otto: Der Katastrofenfilm
2002 Amandla!: A Revolution in Four-Part Harmony
2004 Veronica Mars (TV series)
2005 Transamerica
2006 Bobby
2007 Joe Strummer: The Future Is Unwritten
2008 Soul Power
2011 Mama Africa

นิโคเลาส์ โคเปอร์นิคัส คือใคร? ประวัติ,ผลงานของนิโคเลาส์ โคเปอร์นิคัส

นิโคเลาส์ โคเปอร์นิคัส
นิโคเลาส์ โคเปอร์นิคัส (คือใคร?,ประวัติและผลงาน) – วันนี้มานาคอมพิวเตอร์อยากจะขอนำเอาประวัติที่น่าสนใจของนิโคเลาส์ โคเปอร์นิคัส มาฝากครับ ซึ่งวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2556 จะเป็นวันครบรอบวันเกิด 540 ปีของบุคคลท่านนี้ครับ

นิโคเลาส์ โคเปอร์นิคัส คือใคร?

นิโคเลาส์ โคเปอร์นิคัส เป็นนักดาราศาสตร์ชาวโปแลนด์ที่นำเสนอทฤษฎีที่ว่า “ดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลางของจักรวาล” ซึ่งเป็นทฤษฎีที่เชื่อว่า โลกเป็นศูนย์กลางของอริสโตเติลและทอเลมี ซึ่งถือได้ว่า เป็นการปฎิวัติทางความรู้ครั้งสำคัญที่สุดในประวัติศาตร์ของมนุษย์เลยทีเดียว

ประวัติของนิโคเลาส์ โคเปอร์นิคัส

นิโคเลาส์ โคเปอร์นิคัส มีชื่อเต็มว่า Nicolaus Copernicus Torinensis เป็นนักดาราศาสตร์และนักคณิตศาสตร์ชาวโปแลนด์ (แต่บางคนก็ว่า ท่านเป็นชาวปรัสเซีย)  เกิดเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ ปีค.ศ. 1473 ที่เมืองโทรุน ประเทศโปแลนด์ เป็นที่รู้จักกันในฐานะที่เป็นผู้นำเสนอ ทฤษฎีดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลางของสุริยจักรวาล

ท่านเสียชีวิตเมื่อ 24 พฤษภาคม ค.ศ. 1543 ที่เมืองฟรอมบอร์ก ประเทศโปแลนด์ (ซึ่งชื่อของท่านได้รับเกียรติจากประเทศโปแลนด์ ให้เป็นชื่อมหาวิทยาลัยในเมืองโทรุน และ ชื่อของท่านก็เป็นชื่อธาตุตัวที่ 112 ด้วยครับ)

ทฤษฎีดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลางของ นิโคเลาส์ โคเปอร์นิคัส
ทฤษฎีดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลางของ นิโคเลาส์ โคเปอร์นิคัส

ผลงานที่โดดเด่นของนิโคเลาส์ โคเปอร์นิคัส

ผ่ลงานที่โดดเด่น จนเรียกได้ว่าเป็นการปฏิวัติทางดาราศาสตร์ครั้งใหญ่ครั้งหนึ่งของดลกเลยที่เดียว นั่นก็คือ การที่โคเปอร์นิคัสได้เสนอทฤษฏี “ดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลางของจักรวาล” โดยมีดาวเคราะห์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ดาวพุธ ดาวศุกร์ ดาวอังคารหรือ โลกนั้นเคลื่อนที่โคจรรอบดวงอาทิตย์เป็นวงกลม (ซึ่งต่อมา โยฮันเนส เคปเลอร์ ได้เสนอว่า การเคลื่อนที่ของวงโคจรของดาวเคราะห์ควรจะเป็นวงรี ซึ่งใช้โมเดลนี้มาจนถึงปัจจุบัน)

แม้ว่าทฤษฏีนี้จะมิได้ให้ผลในการทำนายตำแหน่งของดวงดาวต่างๆ ได้แม่นยำกว่าทฤษฏีเดิมของอริสโตเติลและทอเลมีก็ตาม แต่ทฤษฏีนี้ก็ถูกใจนักวิทยาศาสตร์ชื่อดังในยุคนั้นหลายคน เนื่องจากเข้าใจง่าย และมีความซับซ้อนน้อยกว่าทฤษฏีเดิม

 

Ada Lovelace คือโปรแกรมเมอร์คนแรกของโลก (ประวัติ,ผลงานที่น่าสนใจ)


Ada Lovelace – เห็นหน้า Google วันนี้อาจจะสงสัยว่าบุคคลท่านนี้คือใคร จึงได้รับการยกย่องไว้หน้าแรกของ Google จริงๆ แล้วชื่อเต็มๆ ของท่านคือ เอดา ไบรอน เลิฟเลซ (Lady Augusta Ada Byron, Countess of Lovelace) ได้รับการยกย่องว่าเป็นโปรแกรมเมอร์คนแรกของโลก และวันนี้เป็นวันครบรอบวันเกิด 146 ปีของท่านครับ มานาคอมพิวเตอร์ขอนำข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับ Ada Lovelace มาให้ทราบครับ

ประวัติของ Ada Lovelace

เอดา ไบรอน เลิฟเลซ (Lady Augusta Ada Byron, Countess of Lovelace) เป็นบุตรสาวของ ลอร์ด ไบรอน เกิดเมื่อปี พ.ศ. 2358 ซึ่งเหตุการณ์ที่น่าเศร้าก็คือ หลังจากเธอเกิดได้ไม่นาน พ่อแม่ของเธอก็แยกทางกัน แม่เป็นผู้เลี้ยงดูเอดา จึงตัดสินใจที่จะเลี้ยงเธอให้เป็นผู้หญิงยุคใหม่ จึงให้เอดาเรียนหนังสือโดนเน้นทางด้านคณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ ต่างไปจากกุลสตรีในตระกูลใหญ่ๆ ของอังกฤษทั่วไป

เมื่อเธอออายุ 17 ปี ได้รู้จัก Mrs. Somerville แห่งเคมบริดจ์ โดยนับได้ว่าเป็นผู้หญิงเก่งแห่งยุค เอดาจึงเข้ามาคลุกคลีกับเพื่อนกลุ่มนี้ จนวันหนึ่งได้รู้จักกับ ชาลส์ แบบบิจ ในงานสังสรรค์แห่งหนึ่ง ซึ่งในงานวันนั้น ตอนที่แบบบิจกล่าวว่า “what if a calculating engine could not only foresee but could act on that foresight” (จะเป็นอย่างไร ถ้าหากเครื่องคำนวณไม่เพียงสามารถหยั่งรู้ได้ หากแต่สามารถตอบสนองต่อการหยั่งรู้นั้นได้ด้วย) แต่ไม่มีใครสนใจแนวคิดนี้ของแบบบิจเลย ยกเว้นเอดา ซึ่งเธอรู้สึกสนใจในงานนี้เป็นอย่างมาก จนอาสาที่จะช่วยพัฒนา โดยสิ่งที่เธอทำคือ การสร้างภาษาสำหรับเครื่องวิเคราะห์ (analytical engine) ของแบบเบจ

ด้านชีวิตครอบครัวนั้น Ada Lovelace ได้แต่งงานกับท่านเอิร์ลแห่ง เลิฟเลซ และมีบุตรด้วยกันสามคน

หลังจากที่รู้จักกันเป็นสิบปี เอดาและแบบบิจ ยังได้มีการเขียนจดหมายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องเครื่องวิเคราะห์อย่างสม่ำเสมอ (ซึ่งในปัจจุบัน จดหมายเหล่านี้ยังถูกเก็บไว้อย่างดี เพราะมีข้อมูลน่าสนใจมากมาย ซึ่งเป็นทั้งเรื่องจริง และจินตนาการ)

ผลงานอันโดดเด่นของ Ada Lovelace

Ada Lovelace บอกว่า เธอเชื่อว่าต่อไปเครื่องมืออันนี้ จะมีความสามารถที่จะแต่งเพลงที่ซับซ้อน สร้างภาพกราฟิก นำมาใช้เพื่อการคำนวณขั้นสูง และพัฒนาวงการวิทยาศาสตร์ได้

โดยในจดหมายฉบับหนึ่ง เอดาแนะนำแบบบิจว่า ให้ลองเขียนแผนการทำงานของเครื่องมืออันนี้ ให้สามารถคำนวณ Bernoulli numbers ขึ้นมา ซึ่งต่อมา แผนการทำงานที่แบบบิจเขียนขึ้นมาชิ้นนั้น ก็ถูกยกย่องว่าเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ตัวแรกของโลก เอดาจึงได้รับการยกย่องว่าเป็นโปรแกรมเมอร์คนแรกของโลก ซึ่งในแผนการทำงานนั้นเอดาก็ช่วยเขียนบรรยาย รายละเอียดการทำงานของเครื่องวิเคราะห์ แต่สุขภาพของเธอก็เริ่มมีปัญหา และสุดท้ายก็เสียชีวิตด้วยวัยเพียง 37 ปี

หลังจากเธอเสียชีวิตอีกนับร้อยปี ในปี พ.ศ. 2522 กระทรวงกลาโหมประเทศสหรัฐอเมริกา ได้สร้างภาษาคอมพิวเตอร์มาตรฐาน ISO ขึ้นมาตัวแรก พร้อมตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่ Ada Lovelace ภาษา “ADA”