ความแตกต่างระหว่าง CPU INTEL E7400 กับ E6300

e7400+e6300คุณเคยดูละครไทยซักเรื่องหนึ่งไหมครับ? ที่เนื้อเรื่องประมาณว่า นางเอกฝาแฝด 2 คนเกิดพร้อมกัน แต่โชคชะตาก็พาให้ต้องพลัดพรากจากกัน คนหนึ่งไปอยู่ในบ้านผู้ดีมีตระกูล ส่วนอีกคนไปอยู่บ้านของชาวบ้านคนธรรมดา เมื่อวันหนึ่งทั้งสองคนมารักผู้ชายคนเดียวกัน (พระเอก) พระเอกจะเลือกใคร? (แค่อยากจะบอกว่า อารมณ์การเขียนบทความนี้ของผม เหมือนกับในละครข้างบนเลยครับ…)

เมื่อไม่นานมานี้ ผมได้มีโอกาสไปเดินเล่นที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งครับ ด้วยประสาของคนชอบเกี่ยวกับเรื่องคอมพิวเตอร์ก็เลยหยิบเอาโบชัวร์แนะนำ ผลิตภัณฑ์ของ INTEL มาใบนึง ด้วยความรู้สึกว่าอยากจะอัพเกรด CPU ให้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่บ้าน (ซึ่งใช้ E2140 ครับ ใช้มาประมาณปีครึ่งแล้ว) มันจะค้างเวลาเปิดงานหลายๆ งานพร้อมกัน ก็เลยอยากจะได้ CPU ใหม่สักอัน ในราคาสุดคุ้ม (ไม่เกิน 3,000 บาท)

สายตาก็พลันไปเห็นรายละเอียดของ CPU ตัวหนึ่งซึ่งเป็น CPU ที่อยู่ในตระกูล Pentium Dual Core ซึ่งในตระกูลนี้จะเป็นตัวเลขที่ขึ้นด้วยรหัส 2 และ 5 ครับ (เช่น E2200 , E5200 ครับ)

แต่วันนี้มี CPU ในตระกูลนี้ที่ขึ้นด้วยรหัส 6 แล้วครับ นั่นก็คือ E6300 (คนละตัวกับ E6300 ที่อยู่ในตระกูล Core 2 Duo นะครับ)

ซึ่งเปิดตัวมาไม่นานนี้เองครับแล้วราคากำลังงามเลย (2,890 บาท) ซึ่งสไตล์ผมจะเป็นแบบ ถูกและดี (555)

แต่ พอมองขึ้นไปอีกนิดนึงก็รู้สึกประหลาดใจกับ CPU อีกรุ่นหนึ่ง ซึ่งราคาก็ต่างกันเป็นพัน แต่สเปคใกล้กันมาก (ซะจนน่าเกลียด) นั่นก็คือ E7400 ซึ่งเป็น CPU ตระกูล Core 2 Duo ครับ

คุณลองดูสเปคเปรียบเทียบของทั้งสองตัวนี้ดูสิครับ แล้วคุณจะประหลาดใจเหมือนผม
E6300    2.8 GHz. (266 x 10.5)  45 nm  FSB 1066  L2 2MB ราคา 2,890 บาท
E7400    2.8 GHz. (266 x 10.5)  45 nm  FSB 1066  L2 3MB
ราคา 4,040 บาท

สิ่งที่เรียกได้ว่าแตกต่างกันเพียงอย่างเดียว (ถ้าไม่รวมชื่อรุ่นกับราคา) ก็คือ L2 Cache ครับ


จะบ้าตาย! L2 Cache ต่างกันแค่ 1 MB ราคาต่างกันเป็นพัน

แต่ผมว่ามันไม่น่าจะมีอะไรแค่นั้นแน่ ผมก็เลยทำการเช็คข้อมูลจากเว็บไซต์ทางการของอินเทล ก็ได้ข้อมูลเปรียบเทียบดังนี้ครับ

Intel® Pentium® Processor for Desktop E6300 Intel® Core™2 Duo Desktop Processor E7400
ตระกูลโปรเซสเซอร์ Pentium Dual Core (Wolfdale) Core 2 Duo
ความเร็วสัญญาณนาฬิกา  (Clock) 2.80GHz  (266×10.5) 2.80GHz  (266×10.5)
เทคโนโลยีการผลิต 45nm 45nm
Front Side Bus (MHz) 1066 1066
แคช L2 2 MB 3 MB
ราคา
( ณ วันที่ 19 สิงหาคม 2552)
2,890 บาท 4,040 บาท
คุณสมบัติอื่นๆ Dual Core
Enhanced Intel Speedstep® Technology
Intel® EM64T 1
Enhanced Halt State (C1E)
Execute Disable Bit 2
Intel® Thermal Monitor 2
Dual Core
Enhanced Intel Speedstep® Technology
Intel® EM64T 1
Intel® Virtualization Technology
Enhanced Halt State (C1E)
Execute Disable Bit 2
Intel® Thermal Monitor 2

เมื่อเอามาเปรียบเทียบกันแล้ว จุดที่แตกต่างอีกจุดหนึ่งก็คือ
E7400 มี Intel® Virtualization Technology แต่ใน E6300 ไม่มีจ้ะ

คราวนี้ก็เป็นการตัดสินใจของคุณแล้วล่ะครับ

ว่าคุณจะยอมเพิ่มเงินอีกเป็นพัน เพื่อซื้อ L2 Cache ที่เพิ่มขึ้นมา 1 MB กับ Intel® Virtualization Technology หรือไม่?
ถ้ายอม         ผมแนะนำให้คุณเลือก E7400 เลยครับ
ถ้าไม่ยอม E6300 ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจอีกทางหนึ่งครับ

แล้วคุณคิดว่า ผมจะเลือกอะไรครับ?

ปล. บทละครที่ผมโปรยหัวไว้ในตอนต้น ผมว่า มันไม่ค่อยเกี่ยวกับเรื่องนี้เท่าไหร่นะ –_-‘

เพิ่งหัดใช้คอมพิวเตอร์ จะซื้อมือสองหรือมือหนึ่งดี?

สำหรับ ในยุคปัจจุบัน ท่านผู้อ่านเริ่มรู้สึกกันไหมครับว่า คอมพิวเตอร์เริ่มเข้ามามีบทบาทกับชีวิตประจำวันของคนเรามากขึ้น อย่างกรณีใกล้ตัวผมเลยนั้น มีคนที่ผมรู้จักนั้นมาขอคำปรึกษาว่า เขามีญาติอายุ 50 กว่าปีแล้ว กำลังประสบปัญหาอย่างหนึ่งในเรื่องของการเปลี่ยนที่ทำงาน แล้วที่ทำงานใหม่นั้นก็ต้องมีการใช้คอมพิวเตอร์” เอาล่ะสิ เขาเล่าให้ฟังว่า ญาติคนนี้ก็ไม่เคยใช้คอมพิวเตอร์เลย แต่ความจำเป็นบังคับให้ต้องเรียนรู้เรื่องคอมพิวเตอร์ เลยอยากที่จะหาคอมพิวเตอร์สักเครื่องเอาไว้ฝึกเพื่อการใช้งานที่บ้าน แต่ด้วยความที่งบจำกัด ทำให้เกิดความลังเลว่า

จะซื้อคอมพิวเตอร์มือหนึ่งหรือมือสองดี?

case_non

โดยความคิดของเขาจะรู้สึกว่า คอมพิวเตอร์มือหนึ่งนั้นราคาสูง น่าจะเกินงบประมาณ ถ้าซื้อคอมพิวเตอร์มือสองมาใช้งานก่อนให้เคยชินซักระยะก่อนแล้วค่อยซื้อใหม่ดีไหม?

ผมเชื่อว่าคนส่วนใหญ่จะมีความรู้สึกเหมือนพี่คนนี้ คือถ้าจะหัดเริ่มใช้คอมพิวเตอร์นั้น คอมพิวเตอร์มือสองน่าจะเป็นทางเลือกที่ดี แต่… ผมอยากจะขอแนะนำอะไรเพิ่มเติมสักนิดหนึ่ง เพื่อช่วยในการตัดสินใจของคนที่กำลังลังเลใจกับสองตัวเลือกนี้

1. ต้องเข้าใจว่า คอมพิวเตอร์มือสองนั้นก็คือ อุปกรณ์ชิ้นหนึ่งที่ผ่านการใช้งานมาระยะหนึ่ง
บาง เครื่องอาจมีการใช้งานมาแล้วเกิน 10 ปีก็มี หรืออายุการใช้งานไม่กี่ปี แต่อาจมีการใช้งานหนัก ซึ่งเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่า สภาพของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์แต่ละชิ้นนั้นอยู่ในอาการไหนแล้ว ผมเคยซื้อคอมพิวเตอร์มือสองมาใช้ ปรากฎว่า ไม่ถึงเดือน กลับบ้านเก่าไปซะแล้ว

2. เมื่ออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ชิ้นใดชิ้นหนึ่งมีปัญหา เป็นการยากที่หาอะไหล่คอมพิวเตอร์
เพราะคอมพิวเตอร์มือสองนั้น ส่วนใหญ่อะไหล่จะไม่มีอยู่ในท้องตลาดหรือหาได้ยากมาก เนื่องจากเป็นคอมพิวเตอร์ที่ตกรุ่นแล้ว

3. การรับประกัน ส่วนใหญ่ร้านที่จำหน่ายจะประกันให้ประมาณ 7 วัน หรือ 1 เดือน (ผมเรียกว่า “ประกันใจ” )หากหลังจากนั้นก็ตัวใครตัวมันล่ะครับ

แค่ 3 ข้อ คุณผู้อ่านก็พอจะมองเห็นใช่ไหมครับ ว่ามีความ  เสี่ยง ไม่น้อยที่จะซื้อคอมพิวเตอร์มือสอง หากท่านรู้สึกว่า งบประมาณเป็นเรื่องที่สำคัญ ผมขออนุญาตแนะนำ คอมพิวเตอร์มือหนึ่งราคาไม่สูงมากนะครับ

**ราคานี้เป็นราคาปัจจุบัน (19 พ.ค. 52) เปรียบเทียบจากร้าน JIB นะครับ

CPU AMD LE-1250 SEMPRON (ประกัน 3 ปี) 1,150 บาท

Mainboard ECS (Vga) GEFORCE6100PM-M2 (ประกัน 3 ปี) 1,420 บาท

Ram 512 MB KINGMAX (ประกัน Lifetime ) 290 บาท

Harddisk 80GB HITACHI? SATA (ประกัน 5 ปี) 1,190 บาท

LCD Monitor 15” BENQ T52WA (ประกัน 3 ปี) 2,750 บาท

DVD-Writer SONY 20X [AD-7190S-0B] (ประกัน 1 ปี) 770 บาท

Case+Powersupply (ประกัน 1 ปี) 800 บาท

Keyboard+Mouse+Speaker (ประกัน 6 เดือน) 500 บาท

รวมเป็นเงินก็ทั้งสิ้น 8,870 บาท (รวมค่ารถก็ประมาณ 9,000 บาทครับ )

ดูจากราคาแล้วอาจจะสูงกว่าคอมพิวเตอร์มือสองพอสมควรนะครับ แต่เราจะได้

ของใหม่ทุกชิ้น
การรับประกันจากศูนย์เมื่อเกิดปัญหา
คอมพิวเตอร์ที่ทำงานทั่วไป ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมส์
อายุการใช้งานที่มากกว่า 5 ปี แน่นอนครับ

ซึ่งหากคุณซื้ออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ตามนี้ ทางร้านที่จำหน่ายส่วนใหญ่จะมีบริการประกอบคอมพิวเตอร์ให้ฟรี (ถ้าเก็บตังค์ ให้หาร้านอื่นก่อนดีกว่าครับ) ส่วนการลงโปรแกรมต่างๆ นั้นต้องลองสอบถามดูอีกทีครับ

ผมก็หวังไว้ว่า บทความนี้จะช่วยให้ท่านที่กำลังประสบปัญหานี้อยู่มีคำตอบนะครับ

ข้อเท็จจริงที่น่าสนใจเกี่ยวกับการโอเวอร์คล็อค (Overclock)

“overclock” คำนี้อาจพอคุ้นๆ หูของคนหลายๆคนไม่ว่าจะเป็นผู้ที่เพิ่งเรียนรู้การใช้งานคอมพิวเตอร์หรือผู้ ที่ใช้คอมพิวเตอร์มานานแล้ว วันนี้ผมมีข้อสังเกตที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องการ overclock มานำเสนอให้ท่านได้รู้ถึงมุมมองที่แตกต่้างออกไป

basic-overclock

ข้อแรก “overclock คืออะไร?”

ข้อนี้คุณสามารถ search หาได้ในกูเกิ้ลครับ(แล้วจะขึ้นหัวข้อมาทำไมเนี่ย -_-‘) แต่ถ้าจะให้ผมจำกัดความแบบเข้าใจง่ายๆ ก็คือ“การปรับแต่งอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ที่มีการทำงานเกี่ยวข้องกับรอบสัญญาณนาฬิกา เช่น CPU,RAM,การ์ดจอ) ให้มีรอบสัญญาณนาฬิกาที่สูงขึ้นเพื่อประสิทธิภาพในการทำงานที่ดีขึ้น”

ความเสียหายของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์หลังจากการ overclock เกิดจากอะไร?

สาเหตุส่วนใหญ่เกี่ยวกับความเสียหายของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่เกิดขึ้นหลังจากการ overclock (เช่น ไหม้) ก็คือ “ความร้อนที่เพิ่มขึ้นจากการปรับไฟในระบบ”เพราะ การที่เราจะ overclock ให้สำเร็จนั้น จะเกี่ยวข้องกับการปรับรอบสัญญาณนาฬิกาให้สูงขึ้น ส่วนใหญ่จะต้องทำการเพิ่มไฟในระบบ และความร้อนก็จะเพิ่มขึ้นตาม ซึ่งในกรณีี่ที่อุปกรณ์คอมพิวเตอร์เกิดการไหม้ ก็เนื่องจากมีการปรับระบบไฟสูงเกินกว่าที่ระบบจะรองรับได้

การ overclock คุ้มค่าในการทำหรือไม่

ความคุ้มค่า ในความหมายของผมก็คือ เราสามารถนำส่วนที่เพิ่มขึ้นของการปรับแต่งอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ นำมาใช้งานได้จริงและเสถียร เพราะปัญหาสำคัญของการ overclock อย่างหนี่งก็คือ “ความไม่เสถียรหลังจากการ overclock แล้ว” เช่น ทำการ overclock CPU โดยได้ความเร็วเพิ่มขึ้นมา 50%? แต่ไม่สามารถใช้งานได้เหมือนปกติ หรือ ได้ความเร็วเพิ่มมาอีก 30% ใช้งานได้ แต่ต้องมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับอุปกรณ์ระบายความร้อนเพิ่มขึ้นมา ผมก็ถือว่า กรณีเหล่านี้ไม่คุ้มในการ overclock

การ overclock มีผลต่ออุปกรณ์คอมพิวเตอร์มีอายุการใช้งานสั้นลงหรือไม่?

ข้อนี้ตอบได้เลยครับว่า มีผลครับ แต่อยากให้คุณลองดูข้อเท็จจริงนี้ดูนะครับ

ถ้าสมมุติว่า CPU ที่ไม่ได้ทำการ overclock จะมีอายุการใช้งาน 10 ปี
แต่ถ้าเป็น CPU ที่ทำการ overclock จะมีอายุการใช้งานลดลง 30% จะเหลือแค่ 7 ปี

ลองนึกดูนะครับว่า ผ่านไป 7 ปี คุณยังใช้คอมพิวเตอร์ชุดนี้อยู่หรือเปล่า ถ้ายังใช้อยู่ แสดงว่า คุณคงไม่คิดจะ overclock แน่ๆ

อะไรที่มีผลต่อการ overclock บ้าง?

ข้อแรกคือ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่คุณจะ overclock นั้น ข้อสองก็คือ “เมนบอร์ด” ครับ เพราะฉะนั้นดูเรื่องเมนบอร์ดที่ดีๆ หน่อยนะครับ

ตอนนี้นึกออกเท่านี้นะครับ ถ้ามีข้อมูลที่น่าสนใจเพิ่มเติม ผมจะเอามาเพิ่มนะครับ