7 สิ่งที่เพิ่มขึ้นมาใน Samsung Galaxy S4 (เมื่อเทียบกับ S3)

s4
หลังจากที่ใกล้จะถึงวันที่มีการวางจำหน่าย Samsung Galaxy S4 ในประเทศไทย หลายๆ คนอาจจะกำลังลังเลว่า จะซื้อ S4 (ที่ราคาเปิดตัวน่าจะประมาณ 21,900 บาท) หรือจะซื้อ S3 (ที่ลดราคาลงไปเหลือ 18,000 บาท) แล้วสเปคที่เพิ่มเข้ามาใน S4 มีอะไรบ้าง? วันนี้มานาคอมพิวเตอร์จะมาไขคำตอบให้ทราบกันนะครับ

โดยข้อมูลที่จะนำเสนอนี้ เป็นข้อมูลในส่วนของฮาร์ดแวร์ (Hardware) นะครับ ส่วนในด้านซอฟท์แวร์ (Software) ผมเชื่อว่า ยังไง Samsung ก็ต้องมีการอัพเกรดให้กับ S3 อยู่แล้วครับ

สิ่งที่เพิ่มขึ้นใน Samsung Galaxy S4 เมื่อเทียบกับ S3 (Hardware)

1. ชิปประมวลผลแบบ 8 คอร์ (4+4) โดย S4 ใช้ซีพียูรุ่น Exynos 5 Octa 5410 โดยเป็นซีพียูแบบสี่คอร์ Quad-core 1.6 GHz. Cortex A-15 หนึ่งตัว และ ซีพียูแบบสี่คอร์ Quad-core 1.2 GHz. Cortex A-7 อีกหนึ่งตัวครับ (ในขณะที่ S3 ใช้ชิปประมวลผลแบบ 4 คอร์ Exynos 4212  Quad-core 1.4 GHz. Cortex A-9 เท่านั้น)

2. ชิปประมวลภาพแบบ PowerVR SGX 544MP3 (S3 ใช้ Mali-400MP)

3. กล้องความละเอียด 13 ล้านพิกเซล (S3 ใช้กล้องความละเอียด 8 ล้านพิกเซล )

4. แรม (Ram) ขนาด 2 GB ( S3 มีแรมขนาด 1 GB ครับ เพิ่มขึ้นจากเดิม 1 เท่าตัวครับ)

5. ระบบปฎิบัติการ Android OS 4.2.2 (Jelly Bean) (S3 เริ่มต้นที่ 4.0.4 ครับ)

6. แบตเตอรี่ความจุ 2,600 mAh (S3 ความจุ 2,100 mAh)

7. คุณสมบัติใหม่ๆ ที่น่าสนใจใน S4

  • Dual Shot
  • Dual Recording
  • Drama shot
  • Sound & Shot
  • Story Album
  • Smart Scroll
  • Air View
  • Air Gesture
  • S Voice Drive
  • Group Play : Share Music & Play Game

จากข้อมูลข้างต้น จะเห็นได้ว่า ทางซัมซุงก็อัดสเปคซะเต็มที่เลยนะครับ เรียกได้ว่าเป็นมือถือเรือธงรุ่นล่าสุดของ Samsung กันอีกตัวหนึ่งเลยทีเดียวครับ อดใจรอกันอีกนิดนะครับ 🙂

 

จะซื้อ iPhone4S ตอนนี้หรือรอ iPhone 5 ดีกว่า?


หลังจากที่มีข่าวกระแสของการเปิดตัวมือถือรุ่นใหม่ล่าสุดของ Apple อย่าง iPhone 5 (ชื่ออย่างไม่เป็นทางการ) มาแรงเหลือเกิน บางก็ว่าจะมีการเปิดตัววันที่ 12 กันยายน นี้แล้ว แม้ยังไม่มีการยืนยันจากทาง Apple ก็ตาม แต่กระแสการมาของ iPhone 5 ก็เริ่มร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ หลายคนจึงอาจจะมีคำถามว่า “เอ๊ะ แล้วเราจะซื้อ iPhone 4S ตอนนี้หรือว่าจะรอซื้อ iPhone 5 ดีนะ” วันนี้ทางมานาคอมพิวเตอร์จะขอร่วมแนะนำเรื่องนี้นะครับ

ถ้าเราย้อนไปดูตั้งแต่ก่อนที่ iPhone 4S จะวางจำหน่าย จะเห็นได้ว่า เมื่อมีการเปิดตัว iPhone 4S ทาง Apple ได้ทำการลดราคา iPhone 4 ลง เพื่อเปิดทางให้ iPhone 4S สามารถทำตลาดได้ เราลองมาดูราคาปัจจุบันของ iPhone 4s ที่วางจำหน่ายอยู่ในท้องตลาดนะครับ (ราคา ณ วันที่ 30 สิงหาคม 2555)

  • iPhone 4S 16 GB ราคา 22,450 บาท
  • iPhone 4S 32 GB ราคา 26,350 บาท
  • iPhone 4S 64 GB ราคา 30,250 บาท

ถ้าสมมุติว่า มีการเปิดตัว iPhone 5 จริงๆ ในวันที่ 12 กันยายน ผมเชื่อว่าเมื่อเปิดตัวแล้ว iPhone 4S จะมีการปรับลดราคาลงอย่างน้อย $100 (หรือประมาณ 3,000 บาทไทย) และมีจำหน่ายแค่บางรุ่นเท่านั้น (เหมือนตอนที่ The New iPad มา iPad2 ก็ลดราคา และเหลือเพียงรุ่น 16 GB เท่านั้นที่ยังวางจำหน่ายครับ)

ดังนั้นคำตอบของคำถามนี้ก็คือ ณ เวลานี้ เรายังไม่รู้ถึงข้อมูลที่แท้จริงของ iPhone 5 ไม่ว่าจะเป็น สเปค ราคา วันเปิดตัว วันวางจำหน่าย ผมจึงขอแนะนำว่า ให้คุณรอดูวันเปิดตัว iPhone 5 เลยดีกว่าครับ

หากคุณยอมที่จะจ่ายจำนวนเต็มเพื่อได้ใช้เทคโนโลยีล่าสุด iPhone 5 คือคำตอบครับ

แต่ถ้าคุณให้ความสำคัญกับส่วนลด กับเทคโนโลยีที่ใช้ได้ดีอยู่ในขณะนี้ iPhone 4S ก็เป็นคำตอบที่ดีสำหรับคุณครับ

แต่ถ้าคุณเป็นเจ้าของ iPhone 4S อยู่แล้ว เวลานี้ คือเวลาที่คุณควรจะปล่อยขายเครื่องของคุณครับ (กรณีที่อยากจะได้เครื่องใหม่) เพราะถ้ารอจนถึงงานเปิดตัว iPhone 5 แล้ว ราคากลางของมือสองจะลดลงไปมากกว่านี้ครับ

หวังว่า บทความนี้ช่วยให้คุณตัดสินใจได้นะครับว่า จะซื้อ iPhone4S ตอนนี้หรือรอ iPhone 5 ดีกว่า?

iPhone กับ iPad จะเลือกซื้ออะไรดี?


ผมเชื่อว่า หลายคนอาจจะกำลังเกิดความรู้สึก “เลือกไม่ถูก” ในการเลือกซื้อสินค้าสองอย่างนี้ ระหว่าง ไอโฟน (iPhone) กับ ไอแพด (iPad) ซึ่งมีคำถามหนึ่งจากผู้เข้าเยี่ยมเว็บมานาคอมพิวเตอร์ว่า “ระหว่างไอโฟนกับไอเพด อย่างไหนดีกว่า อยากได้ทั้งสองแต่มีงบซื้อได้แค่1อย่าง” วันนี้มานาคอมพิวเตอร์จะมาขอแนะนำทางเลือกที่น่าสนใจครับ

ก่อนอื่นที่เราจะเลือกเอาว่า เราควรจะใช้ iPhone หรือ iPad นั้น ให้คุณเข้าใจในเรื่องของความแตกต่างแบบคร่าวๆ ของสองตัวนี้ก่อนนะครับ

iPhone

iPad

   
จุดเด่น
  • เป็นโทรศัพท์มือถือแบบ Smart Phone
  • ใช้ระบบปฎิบัติการ iOS
  • น้ำหนักเบา พกพาสะดวก มีขนาดเล็ก
  • สามารถใช้งานได้ด้วยมือเพียงข้างเดียว
  • สามารถใช้งานได้หลากหลาย เช่น โทรศัพท์ แชท เช็คอีเมล์ ท่องเว็บ ดูหนัง ฟังเพลง อ่าน E-book
  • เป็นแทบเล็ต (Tablet)
  • ใช้ระบบปฎิบัติการ iOS
  • ขนาดหน้าจอใหญ่ (9.7 นิ้ว)
  • มีพื้นที่การใช้งานบนหน้าจอเยอะ
  • สามารถใช้งานได้หลากหลาย เช่น  แชท เช็คอีเมล์ ท่องเว็บ ดูหนัง ฟังเพลง อ่าน E-book
จุดด้อย
  • ขนาดหน้าจอเล็ก (3.7 นิ้ว)
  • พื้นที่การใช้งานน้อย
  • มีราคาสูง
  • ไม่สามารถใช้เป็นโทรศัพท์ได้ (ซิมการ์ดสำหรับใช้อินเทอร์เน็ตเท่านั้น)
  • น้ำหนักมาก ขนาดเท่าสมุด มีขนาดใหญ่
  • มีราคาสูง

เมื่อคุณได้ดูตารางเปรียบเทียบคร่าวๆ แล้ว กลับมายังคำถามที่ว่า “ถ้าคุณมีงบที่พอจะซื้อได้เพียงอย่างเดียว ควรจะซื้ออะไรดี” ผมมีทางเลือกที่น่าสนใจดังนี้ครับ

กรณีที่ 1 หากคุณมีโทรศัพท์มือถือเครื่องเดิมอยู่แล้ว และไม่ซีเรียสที่จะต้องมีอุปกรณ์ทั้งสองพกพาไปไหนด้วย

ถ้าส่วนใหญ่แล้ว น้อยรายมากครับที่จะซื้อเครื่องใหม่เนื่องจากเครื่องเดิมพังหรือหาย หากคุณมีโทรศัพท์อยู่แล้ว และไม่กังวลที่จะต้องพกพาทั้งโทรศัพท์มือถือและแทบเล็ตไปไหนมาไหนด้วยกัน กรณีนี้ผมแนะนำให้เลือก “iPad”  ครับ

กรณีที่ 2 ถ้าคุณกังวลกับการพกพาแทบเล็ตขนาดใหญ่ไปไหนมาไหน และไม่กังวลกับขนาดหน้าจอที่เล็ก (3.7 นิ้ว)

บางท่านอาจจะรู้สึกว่า การพกพาแทบเล็ตขนาดหน้าจอเกือบ 10 นิ้ว ใส่กระเป๋าไปไหนมาไหนเป็นเรื่องที่ลำบาก การพกมือถือเครื่องเดียวที่สามารถใช้งานได้ทุกอย่างเหมือนกับแทบเล็ต (เพียงแค่หน้าจอเล็กกว่าสักหน่อย) และสามารถใช้เป็นโทรศัพท์ได้ด้วย กรณีนี้เลือก “iPhone” ดีกว่าครับ

กรณีที่ 3 ถ้าคุณชอบเล่นเกมส์ ดูหนัง ฟังเพลง ท่องเว็บ อ่าน E-Book  โดยใช้ผ่านหน้าจอใหญ่ๆ

แทบเล็ตขนาดหน้าจอใหญ่ ถูกสร้างมาเพื่อตอบสนองความบันเทิงในด้านต่างๆ ดีกว่าหน้าจอโทรศัพท์มือถือทั่วไปๆ อยู่เยอะครับ ถ้าคุณเลือกข้อนี้ คำตอบคือ “iPad” ครับ

กรณีที่ 4 ถ้าผู้ใช้งานเป็นเด็ก หรือผู้สูงอายุ

เนื่องจาก ทั้ง iPad และ iPhone สามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตและแอพเพื่อความบันเทิงต่างๆ ได้เหมือนกัน เพียงแต่ iPhone โทรศัพท์ได้ แต่ iPad มีขนาดหน้าจอที่ใหญ่กว่าเยอะ กรณีผมแนะนำให้เลือก “iPad”

กรณีที่ 5 ถ้าคุณต้องการมือถือ+กล้องถ่ายรูปภาพสวยๆ

ต้องยอมรับว่า iPhone มีจุดเด่นที่ถ่ายภาพได้สวยมาก แม้ผู้ใช้จะไม่ได้เป็นตากล้องที่เก่งกาจ หากคุณชอบถ่ายรูป อัพเดทสเตตัส พกพาไปไหนง่ายๆ พร้อมโทรศัพท์ได้ด้วย เลือก “iPhone”  เถอะครับ

กรณีที่ 6 ถ้าคุณต้องการที่จะใช้งานได้ทุกอย่าง ทั้งโทร ทั้งเน็ต ทั้งความบันเทิงต่างๆ

ถ้าเลือกข้อนี้ ผมบอกได้เลยว่า  iPad คงจะไม่เป็นคำตอบที่ดีสำหรับคุณ เพราะมันโทรไม่ได้ เหลือแค่คุณรับได้กับขนาดหน้าจอที่ใหญ่สู้ iPad ไม่ได้ แต่มันก็สามารถใช้งานได้ด้วยมือเพียงข้างเดียว ผมขอให้คุณเลือก “iPhone” ครับ

**************************************

ถ้าเป็นผมนะ ผมมีมีอถือแล้ว ถ้าจะเลือกซื้อ คงจะซื้อ “iPad” ครับ เพราะด้วยหน้าจอที่กว้าง ใช้งานได้ดีกว่า การพกพาก็เหมือนกับเอาสมุดเล่มหนึ่งไปไหนมาไหนครับ โดยจุดเด่นของไอแพดจะอยู่ที่หน้าจอขนาดใหญ่เต็มตา ใช้งานอะไรก็สะดวกครับ แต่ท้ายนี้ ผมหวังให้บทความนี้เป็นประโยชน์แก่ผู้ที่ต้องการจะเลือกซื้อ iPad หรือ iPhone ครับ

iPad 2 กับ New iPad ตอนนี้จะซื้ออะไรดี?


หลังจากที่ Apple ได้ทำการเปิดตัวไอแพดรุ่นใหม่ (The New iPad) ด้วยสเปคที่ดีขึ้นกว่าเดิม แต่ราคาเท่ากับ iPad 2 ตอนเปิดตัว และราคา iPad 2 ก็ดันมาปรับราคาลงไป (ประมาณ 100 เหรียญ = 3,000 บาท) ทำให้หลายคนเริ่มที่จะลังเลสองจิตสองใจแล้วว่า ถ้าจะซื้อไอแพคสักเครื่องจะเลือกอะไรดี? ระหว่าง iPad 2 กับ New iPad วันนี้มานาคอมพิวเตอร์จะมาช่วยให้ข้อมูลเพื่อให้คุณ(อาจจะ)ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นครับ

เชื่ออยู่แล้วว่าหลายท่านอาจจะยังไม่ทราบว่า New iPad ดีกว่า iPad 2 อย่างไร ผมขออนุญาตแยกเป็นข้อๆ เพื่อให้เข้าใจง่ายนะครับ

สิ่งที่นิวไอแพด (New iPad) ดีกว่าไอแพด2 ( iPad 2)

อย่างที่หลายเว็บไซต์ได้พร้อมใจกันหยิบเอาเรื่องสเปคของ New iPad มาเปรียบเทียบกันมากมาย ผมขอสรุปคร่าวๆ ถึงจุดเด่นของ New iPad ที่เหนือกว่า iPad2 นะครับ

หน้าจอที่ละเอียดขึ้น

iPad2 ความละเอียดของหน้าจอ 1024 x 768 pixel
New iPad ความละเอียดของหน้าจอ 2048 x 1536 pixel

โดย New iPad เรียกได้ว่า “เป็น Tablet ที่มีความละเอียดของหน้าจอละเอียดที่สุด” ในตอนนี้ครับ ทำให้การแสดงผลไม่ว่าจะเป็นภาพถ่าย วีดีโอ จะคมชัดและสวยงามขึ้นอีกเยอะเลยครับ

CPU ที่อัพเกรดขึ้น

iPad2 ใช้ CPU A5 Dual Core
New iPad ใช้ CPU A5X Dual Core

แม้ New iPad จะไม่ได้เป็น CPU แบบสี่แกนแท้ (Quad Core) แต่ก็เป็นสี่แกนในส่วนของชิปที่ใช้ประมวลผลในส่วนกราฟฟิค ทำให้สามารถใช้งานหน้าจอความละเอียดสูงได้อย่างราบรื่นครับ

การรองรับเครือข่าย

iPad2 รองรับเครือข่าย 3G
New iPad รองรับเครือข่าย 4G LTE

แม้ในเมืองไทยจะยังไม่มีระบบ 4G LTE (สูงสุดก็แค่ 3G) แต่ตอนนี้ทางผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือบางเจ้า ก็เริ่มทดสอบระบบ 4G LTE กันบางส่วนแล้ว ผมเชื่อว่า ไม่ช้าก็เร็วเราจะได้เห็นเครือข่าย 4G LTE ในประเทศไทยแน่นอนครับ

การประมวลผลด้านกราฟฟิค (GPU) และแรม

iPad2 ใช้ GPU แบบ PowerVR SGX543  และแรม 512 MB
New iPad ใช้ GPU แบบ PowerVR SGX543MP4 Quad-Core GPU และแรม 1 GB

ด้วย GPU แบบ Quad-Core ทำให้การทำงานหรือการใช้งานรวมทั้งการเล่นเกมที่มีความละเอียดสูงเป็นไปอย่างราบลื่น งานนี้ทำให้ New iPad  น่าจับต้องมากขึ้นโขเลยครับ

กล้อง (ด้านหลัง)

iPad2 ใช้กล้องความละเอียด 0.7 ล้านพิกเซล, ถ่ายวีดีโอแบบ HD 720P
New iPad ใช้กล้องความละเอียด 5 ล้านพิกเซล (iSight), ถ่ายวีดีโอแบบ Full HD 1080P

หากคุณเคยผิดหวังกับกล้องของ iPad2 อยากจะบอกว่า New  iPad จะทำให้คุณสุขสมหวังกับการถ่ายภาพและวีดีโอครับ

 

สิ่งที่ไอแพด2 ( iPad 2) ดีกว่า นิวไอแพด (New iPad)

อย่างเดียวที่เห็นได้ชัด และน่าจะเป็นประการเดียวก็คือ “ราคา” ครับ เนื่องจากว่า ทาง Apple ได้ทำการปรับราคา iPad 2 ลงมาจากราคาเดิม 3,000 บาท หลายคนอาจจะมองข้ามเรื่องราคาและก็เลือกนิวไอแพดทันที ซึ่งผมอยากจะขอเสริมข้อมูลให้คุณได้ลองตัดสินใจดูนะครับ

  • New iPad ยังไม่มีกำหนดการวางจำหน่ายในประเทศไทย ณ ขณะนี้ ( วันที่ 14 มีนาคม 2555) ซึ่งในช่วงแรก New iPad ยังมีจำหน่ายแค่บางประเทศ ถ้าจะมีโอกาสได้ครอบครอง คุณก็ต้องรอเครื่องหิ้วจากนอกมาครับ ซึ่งราคาจะสูงกว่าปกติสักหน่อยนะครับ
  • iPad 2 นั้นสำหรับผมมองว่า สเปคยังเพียงพอในการใช้งานที่ครอบคลุมเกือบทั้งหมดและมีขนาดที่บางกว่า New iPad นะครับ
  • อาจจะต้องใช้เวลาสักระยะ ที่จะมี Apps ที่รองรับหน้าจอความละเอียดสูงอย่าง New iPad ได้ครับ (ซึ่ง iPad 2 มี Apps ที่รองรับอย่างเหลือเฟือครับ)
  • คุณอาจจะได้ iPad 2 มือสอง ในสภาพดี ราคางาม เพราะคนส่วนใหญ่ก็พุ่งแต่จะเอา New iPad กันทั้งนั้นครับ

ถ้าผมมีเงินเพียงพอที่จะซื้อไอแพดสักเครื่องหนึ่ง และมีทางเลือกก็คือ “ซื้อไอแพด2 ตอนนี้” หรือ “รอซื้อ New iPad” ผมคงจะเลือกข้อแรกครับ 🙂