การใช้งานเบื้องต้น Pantip.com โฉมใหม่

pantip-com-new-interface-version-0
เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2556 ทางเว็บไซต์ชื่อดังอย่าง Pantip.com ได้ทำการปรับปรุงรูปแบบหน้าตาและการใช้งานใหม่เกือบทั้งหมด อาจจะทำให้หลายๆ ท่านอาจจะงงว่า จะอ่านกระทู้ ตอบกระทู้ โหวต หรือถูกใจอย่างไรบ้าง วันนี้มานาคอมพิวเตอร์ขอแนะนำวิธีการใช้งานพันทิปโฉมใหม่แบบเบื้องต้นนะครับ เพื่อให้หลายคนที่อาจจะไม่ชอบค่อยลองปรับตัวในการใช้งานแล้วอาจจะติดใจก็ได้นะครับ

โดยทางมานาคอมพิวเตอร์จะขอแนะนำวิธีการใช้งานในรูปแบบต่างๆ แบบอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ นะครับ

หน้าแรกของ pantip.com โฉมใหม่

สำหรับท่านที่เพิ่งเคยเข้าหน้าแรกของพันทิปโฉมใหม่ ลองค่อยดูตามหมายเลขที่ผมทำเครื่องหมายไว้ครับ จะช่วยให้เข้าใจง่ายขึ้นครับ


หมายเลข 1 – เลือกห้อง เมื่อคุณคลิ้กแล้วจะเจอหน้าต่างใหม่ เป็นการแสดงห้องต่างๆ ของพันทิปครับ โดยส่วนใหญ่แล้วชื่อห้องจะเหมือนกับตอนเวอร์ชั่นเก่า เพียงแต่มีส่วนของ Tech Exchange เท่านั้นครับ ที่ทำการยุบและเปลี่ยนชื่อไปเป็นห้อง “ซิลิคอนวัลเล่ย์” ครับ

หมายเลข 2 – คลับ เป็นการเข้าสู่คลับย่อยที่ได้ทำการตั้งขึ้นครับ

หมายเลข 3 – ค้นหา โดยส่วนนี้จะเข้ามาแทนในส่วนของ Smart Search ที่เราๆ ท่านๆ คุ้นเคยกันครับ

หมายเลข 4 – ตั้งกระทู้ สำหรับการตั้งกระทู้ใหม่ (ขอแนะนำวิธีการตั้งกระทู้ใหม่แยกอีกส่วนเลยนะครับ)

หมายเลข 5 – ส่วนบัญชีผู้ใช้ เป็นการดูรายละเอียดเกี่ยวกับบัญชีของเราครับ หากยังไม่ได้เข้าสู่ระบบ ก็ให้เข้าตรงส่วนนี้นะครับ

หมายเลข 6 – ข่าวสารพันทิป เป็นพื้นที่สำหรับการแจ้งข่าวหรือประชาสัมพันธ์จากพันทิปครับ

หมายเลข 7 – กระทู้แต่ละห้อง โดยจะทำการแสดงกระ 5 กระทู้ล่าสุดในแต่ละห้องครับ

 

วิธีการตั้งกระทู้ใหม่ในพันทิปโฉมใหม่

สำหรับวิธีการตั้งกระทู้ใหม่ในพันทิปโฉมใหม่นั้นให้คุณทำตามนี้ครับ ขั้นแรกให้คุณคลิ้กที่ “ตั้งกระทู้” ตรงที่ลูกศรชี้นะครับ

โดยการตั้งกระทู้นั้นจะแบ่งเป็น 6 ประเภทตามที่นิยมใช้กันในพันทิปครับ

กระทู้คำถาม – เป็นการตั้งกระทู้สำหรับการถามคำถามเพื่อต้องการคำตอบทั่วไป

กระทู้สนทนา – เป็นกระทู้ที่เน้นการพูดคุยเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้อื่น

กระทู้โพล – เป็นการตั้งกระทู้ในกรณีต้องการการแสดงความคิดเห็นจากเพื่อนๆ ในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง โดยแสดงผลโพลเป็นในรูปแบบกราฟ

กระทู้รีวิว – เป็นการแนะนำหรือแบ่งปันประสบการณ์การใช้สินค้าหรือบริการใดๆ ก็ตามแก่เพื่อนๆ

กระทู้ข่าว – เป็นตั้งกระทู้โดยนำข่าวหรือข้อมูลที่มีการตืพิมพ์แล้วมาแบ่งปันให้กับเพื่อนได้ทราบกันนะครับ

กระทู้ขายของ – สำหรับการตั้งกระทู้เพื่อลงประกาศซื้อขายสินค้าหรือบริการ คล้ายๆ กับ Pantipmarket.com ครับ

เมื่อเลือกประเภทแล้ว (ตัวอย่างผมเลือก “กระทู้คำถาม” ครับ) จะเจอหน้าตาตามรูปด้านล่างครับ

  • หมายเลข 1 – ให้คุณใส่หัวข้อคำถามครับ
  • หมายเลข 2 – ทำการใส่รูป,วีดีโอ รวมทั้งปรับแต่งสี,รูปแบบข้อความ
  • หมายเลข 3 – ใส่ข้อความในกระทู้ครับ
  • หมายเลข 4 – เลือกแท็ก โดยแท็กนี้เป็นเหมือนกับการเลือกหมวดหมู่นั่นแหละครับ แต่ทางพันทิปคงมองว่า เรื่องบางเรื่องอาจจะมีความเกี่ยวข้องในหลายหมวดหมู่ เช่น เรื่องการขี่จักรยานเสือภูเขาไปเที่ยวต่างจังหวัด อาจจะติดแท็ก รัชดา,จักรยาน,บลูแพลนเน็ต ก็ได้ครับ
  • หมายเลข 5 – เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วต้องการตั้งกระทู้ให้คลิ้ก “ตั้งกระทู้”
  • หมายเลข 6 – หากต้องการตรวจสอบกระทู้ก่อนโพสต์ ให้คลิ้กที่ preview ก่อนนะครับ

หน้าตาของห้องแต่ละห้องในพันทิปโฉมใหม่

สำหรับหน้าตาในแต่ละห้องนั้นก็มีการเปลี่ยนแปลงไปไม่น้อยเลยทีเดียวครับ ลองไล่ดูตามหมายเลขดูนะครับ

  • หมายเลข 1 – เป็นส่วนของประกาศข่าวและประชาสัมพันธ์ของพันทิปครับ
  • หมายเลข 2 – เป็นส่วนของ “กระทู้แนะนำ” ที่ได้รับการโหวตเยอะๆ ครับ โดยจะแสดงกระทู้แนะนำทั้งหมด 10 กระทู้ครับ
  • หมายเลข 3 – เป็นกระทู้ต่างๆ ในห้องนั้นๆ ครับ โดยแสดงกระทู้ล่าสุดอยู่ด้านบนครับ
  • หมายเลข 4 – เป็นการเลือกแท็กครับ โดยส่วนนี้จะคล้ายๆ กับการเลือกห้องย่อยในเวอร์ชั่นเก่าครับ

การกดโหวต, ถูกใจ และแสดงความเห็นในพันทิปโฉมใหม่

หลายคนอาจจะสงสัยว่า เอ๊ะ เวอร์ชั่นใหม่นี่เราจะกดโหวตตรงไหน แล้วปุ่มถูกใจล่ะ ให้กิ้ฟยังมีอยู่ไหม? รวมทั้งการแสดงความเห็นด้วย ลองดูตามที่แนะนำนะครับ

  • หมายเลข 1 – เป็นการแสดงแท็กที่เกี่ยวข้องกับกระทู้นั้นๆ ครับ (เห็นได้จากตอนตั้งกระทู้นะครับ)
  • หมายเลข 2 – เป็นส่วนคล้ายกับการโหวตกระทู้ในเวอร์ชั่นเดิม แต่คุณสามารถยกเลิกให้คะแนนได้โดยการกดปุ่มอีกครั้งครับ
  • หมายเลข 3 – เป็นการแสดงการถูกใจครับ แต่เวอร์ชั่นใหม่นี้มีหลากหลายอารมณ์ครับ ไม่ว่าจะเป็น ถูกใจ,ขำกลิ้ง,หลงรัก,สยอง และทึ่งครับ เพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ของเรื่องนั้นๆ ครับ
  • หมายเลข 4 – เป็นการตอบกลับความเห็นนั้นๆ ครับ
  • หมายเลข 5 – พื้นที่สำหรับการแสดงความคิดเห็นครับ
  • หมายเลข 6 – เมื่อแสดงความคิดเห็นแล้วคลิ้กที่ “ส่งข้อความ” ครับ

เป็นอย่างไรบ้างครับ บทความนี้ พอจะช่วยให้คุณใช้พันทิปโฉมใหม่ได้ดีขึ้นไหมครับ 🙂

วิธีการติดตามข่าวสาร Fanpage แบบ 100% (facebook)


เคยแอบสังเกตไหมครับว่า เวลาที่เรา“ถูกใจ” หรือติดตามแฟนเพจบน Facebook ไม่ว่าจะเป็นเพจไหนก็ตาม รู้สึกว่า เดี๋ยวนี้เราจะไม่ค่อยได้รับการอัพเดทข้อมูลจากแฟนเพจนั้นอย่างสม่ำเสมอเหมือนเมื่อก่อน ทำให้บางครั้งเราอาจจะพลาดข่าวสารดีๆ จากเพจนั้นๆ วันนี้มานาคอมพิวเตอร์จะขอมาแนะนำ วิธีการปรับตั้งค่า Facebook ของคุณให้ได้รับข้อมูลจากแฟนเพจนั้นเต็มอิ่มครับ

เนื่องจากด้วยกฏของทาง Facebook ที่ออกมาใหม่ตอนหลัง จะถูกตั้งค่าโดยอัตโนมัติให้มีแฟนๆ ที่ได้ “ถูกใจ” เพียงแค่ 10% เท่านั้นที่จะได้เห็นโพสของแต่ละ Page  ยกตัวอย่าง ผมอัพเดทสถานะหนึ่งบนหน้าแฟนเพจของมานาคอมพิวเตอร์ มีสมาชิกที่ถูกใจเพจนี้ทั้งหมด 100 คน จะมีสมาชิกเพียง 10 คนเท่านั้นที่เห็นสถานะนี้ แค่ตัวอย่างนะครับ ลองคิดดูว่า ถ้าเราติดตามเพจที่มีข้อมูลเกี่ยวกับโปรโมชั่นลดราคาสินค้าอยู่ แต่เรากลับมองไม่เห็นสถานะนั้น เกิดผลเสียกับเราขนาดไหน เรามาตั้งค่าหน้า Facebook ของเราให้สามารถติดตามข่าวสารของเพจนั้น 100 % กันดีกว่าครับ

ถ้าถามว่า ทำไม Facebook ต้องทำการปรับส่วนตรงนี้ ถ้าผมตอบว่า ผมไม่รู้ ก็ดูจะใจร้ายไปหน่อยนะ ซึ่งจากการวิเคราะห์ผมมองว่า ทาง Facebook ต้องการที่จะลดสเตตัสที่เป็นการสแปม ซึ่งอาจจะสร้างความรำคาญให้กับผู้ใช้งาน โดยการลดเหลือ 10% นี้ จะเป็นการลดภาระของเซิฟเวอร์ด้วย หากผู้ใช้งานต้องการติดตามเพจไหนเป็นพิเศษ ก็ให้ผู้ใช้งานเป็นผู้เลือกด้วยตัวเองครับ

วิธีการตั้งค่าให้เราสามารถติดตามข่าวสารทั้งหมดของแฟนเพจใดๆ ก็ตาม มีวิธีง่ายๆ ตามนี้ครับ

หลังจากที่คุณได้ “ถูกใจ” แฟนเพจไหนๆ ก็ตาม (สมมุติว่า คุณถูกใจเพจ มานาคอมพิวเตอร์ www.facebook.com/comthai ก็แล้วกัน ชงเองกินเองเลย 555) ให้คุณมองมาที่รูปฟันเฟืองที่อยู่ทางด้านใต้รูปหน้าปกทางขวานะครับ ดูตามภาพด้านล่างเลยครับ

เมื่อคลิ้กแล้ว จะมีเมนูให้เลือกครับ ให้คุณเลือกที่ “เพิ่มในรายการที่สนใจ…” หากเมนูเป็นภาษาอังกฤษจะเป็นคำว่า “Add to Interest List”  เท่านี้..คุณก็จะได้ร่วมสนุกพร้อมติดตามข่าวสารจากทางเราแบบเต็มอิ่มครับ 🙂

คลิกดูภาพแล้วกด ”L” ภาพจะชัด เรื่องขำๆ ใน Facebook


วันนี้นั่งเล่นเฟซ (Facebook) ตามประสาคนยุ่ง (ตรงไหนว่ะ) ไปเจอรูปๆ หนึ่งใน Facebook แบบลางๆ ไม่ค่อยชัด เจ้าของภาพเขียนไว้ว่า “คลิกดูภาพแล้วกด ”L” ภาพจะชัด !!” ไอ้เราก็ภาษาซื้อก็กดตาม ปรากฎว่า “ถูกหลอก” แต่เป็นเรื่องอะไรเดี๋ยวเล่าให้ฟังนะครับ

อันนี้เป็นรูปต้นเหตุครับ

ตอนแรกผมก็พาซื่อ แอบสงสัยว่า โอโห เดี๋ยวนี้ Facebook มีคุณสมบัติใหม่ ปรับภาพให้คมชัดโดยอัตโนมัติ ก็เลยกดปุ่ม L ทันที

กดปุ่ม L ครั้งแรก … เงียบ

กดปุ่ม L ครั้งที่สอง … ก็เงียบเหมือนเดิม

พอกดครั้งที่สาม ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก็เลยคิดว่า ถูกหลอกซะแล้วมั้ง ก็ปิดหน้านั้นไป

นึกอย่างไรไม่ทราบ กลับไปดูหน้านั้นใหม่ ปรากฎว่าผม “ถูกใจ” รูปภาพนั้นไปซะแล้ว (ตายแล้ว เสียชื่อเสียงหมด) 555

เลยรีบไปกดปุ่ม “เฉยๆ” เพื่อให้กลับเป็นเหมือนเดิม

จริงๆ แล้วมันก็ไม่ได้เป็นเรื่องเป็นราวอะไรที่น่ากลัวหรอกครับ แต่แค่นำมาเล่าสู่กันฟังนะครับ

ความจริงก็คือ เมื่อเราเปิดดูรูปไหนก็ตามที่แสดงในหน้า Wall ของเราแล้ว เมื่อเรากดปุ่ม L  จะเป็นคำสั่งลัดที่ช่วยให้คุณ “ถูกใจ” ภาพๆ นั้นโดยอัตโนมัติ

เมื่อรู้แล้วก็อย่าเผลอไปกด L  บ่อยๆ นะครับ เดี๋ยวไป “ถูกใจ” รูปโป๊เขา ชาวบ้าน (เพื่อนๆ ) ในเฟซจะหาว่าคุณเป็น “ขาหื่น” เสียชื่อเสียงที่สั่งสมมานานนะจ้ะ 555

ทำอย่างไรให้คนคลิ้ก “ถูกใจ” (Like) แฟนเพจเราเยอะๆ


ในบทความก่อนๆ ผมได้พูดถึงแฟนเพจของ Facebook ไม่ว่าจะเป็น แฟนเพจคืออะไร,วิธีการสร้างแฟนเพจ จนหลายคนก็มีแฟนเพจเป็นของตัวเองแล้ว แต่ปัญหาอย่างหนึ่งที่เจ้าของแฟนเพจหลายๆ คนเจอก็คือ “ทำอย่างไรให้คนมา “ถูกใจ” (Like) เยอะๆ เพราะการที่มีคนถูกใจแฟนเพจของเรามากๆ จะช่วยให้สิ่งที่เราอยากจะสื่อสารออกทางแฟนเพจไปถึงคนอีกมากมาย วันนี้ผมเลยรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้ครับ

1.การตั้งชื่อแฟนเพจ ควรตั้งชื่่อให้อ่านแว้บแรกแล้วสะกิดความรู้สึกทันที หากคุณตั้งชื่อแฟนเพจแบบเชยๆ หรือแบบธรรมดา จะไม่แรงดึงดูดให้กับผู้ใช้งานสักเท่าไหร่ เช่น คุณอาจจะสร้างเพจเพื่อแนะนำส่วนลดสินค้าหรือบริการต่าง ระหว่างชื่อแฟนเพจ “ลดพิเศษ” กับ “ถูกชิปเป๋ง” คุณว่าอันไหนน่า Like กว่ากันครับ

2. หัวข้อ,เนื้อหาเพจให้เป็นเรื่องที่เข้าถึงง่าย เป็นเรื่องที่คนในสังคมกำลังสนใจอยู่ก็ยิ่งจะทำให้คน “ถูกใจ” เพจเราได้ง่ายๆ ครับ

3. ขยันอัพเดทสถานะของเพจ เพจที่มีความเคลื่อนไหว ย่อมน่าสนใจกว่าเพจที่นิ่งๆ ครับ แต่หลายคนก็มักใช้คำซ้ำๆ น่าเบื่อ กับผู้ใช้งาน เช่น “สวัสดียามเช้าค่ะ” “เที่ยงแล้ว กินข้าวหรือยังค่ะ” “ดึกแล้ว ราตรีสวัสดิ์ค่ะ” ซึ่งหน้าที่ของผู้ดูแลเพจต้องพยายามคิดคำหรือคำทักทายที่น่าสนใจนะครับ ลองหาแนวทางที่เหมาะสมดู

4. การจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อดึงดูดให้คนเข้ามา ที่นิยมใช้กันส่วนใหญ่ก็ คลิ้ก  Like ลุ้นรางวัล , โหวตรูปถ่าย , 1 Like = บริจาค x บาท ซึ่งลองดูครับว่า คุณมีงบประมาณส่วนนี้เท่าไหร่ (แต่ที่ผมอยากจะบอกก็คือ การได้ Like แบบนี้ไม่ค่อยยั่งยืนสักเท่าไหร่ครับ เพราะแรงจูงใจของคนกดไม่ได้มาจากความรู้สึกที่แท้จริง)

5. การแลก Like ก็เช่น นาย A สร้างแฟนเพจชื่อ AA นาย B สร้างแฟนเพจชื่อ BB ทั้งสองก็มาแลกกันกด Like คือ นาย A ไปกด Like แฟนเพจ BB ส่วน นาย B ไปกด Like แฟนเพจ AA (อ่านแล้วงงไหมเนี่ย) แต่ Like แบบนี้ก็ไม่ยั่งยืนเหมือนข้อก่อนหน้านี้แหละครับ

6. คิดทุกครั้งก่อนอัพเดทสถานะ โดยผมขอให้คุณคิดว่า “ข้อความที่คุณจะเขียน ต้องมีประโยชน์กับผู้อ่านที่ถูกใจเพจของคุณ” มันจะช่วยให้เพจของคุณมีพลังมากขึ้นเลยครับ

7. หาโอกาสพบปะกันระหว่างผู้ใช้งานในแฟนเพจ เช่น ทำกิจกรรมเพื่อสังคมร่วมกัน พบปะสังสรรค์ เพื่อให้ผู้ใช้งานมีความรู้สึกผูกพันมากยิ่งขึ้น และเขาจะเป็นกระบอกเสียงกระจายเพจของคุณได้เป็นอย่างดีครับ

8. หากมีเวลาก็เปลี่ยนสถานะเพจของเราให้สามารถเข้าไปแสดงความคิดเห็นกับเพจอื่นๆ ได้  โดยเลือกหัวข้อ “ใช้ Facebookในชื่อ(เพจของคุณ)” ซึ่งอยู่ด้านขวามือ ก็จะช่วยให้คนเห็นเพจของเราได้มากขึ้น

9. การใช้สื่อ Offline เช่น ทำป้าย,สติีกเกอร์ หรือสกรีน URL เพจของเราลงบนเสื้อ เช่น FB.com/comthai แค่นี้ก็เพิ่มช่องทางการเห็นเพจของเราได้ไม่ยากครับ

จริงๆ แล้วมีวิธีอีกมากมายที่ช่วยประชาสัมพ้นธ์แฟนเพจของเรานะครับ แต่วันนี้เอาแบบเบาที่เราพอจะทำได้ด้วยตัวเองก่อนนะครับ 🙂

 

วิธีการสร้าง Fanpage แบบง่ายๆ ใน Facebook


หลังจากบทความก่อนผมได้เล่าถึงเรื่องแฟนเพจหรือเพจของ Facebook ไปคร่าวๆ จากบทความนี้ “Fanpage คืออะไร มีอะไรดี คนถึงชอบทำกันเยอะ? (Facebook)” วันนี้ผมก็เลยอยากจะขอแนะนำวิธีการสร้าง Fanpage แบบง่ายๆ ที่ใครๆ ก็ทำได้ครับ เรามาลองดูกันนะครับ

 

วิธีการสร้าง Fanpage แบบง่ายๆ ใน Facebook

1. ให้คุณทำการ Log in เข้าสู่บัญชี Facebook ของคุณก่อนนะครับ เสร็จแล้วให้ไปที่ http://www.facebook.com/pages/create.php เพื่อเริ่มสร้างหน้าเพจครับ โดยคุณจะเจอหน้าตาตามรูปข้างล่างครับ

Facebook จะแบ่งประเภทของเพจออกเป็น 6 ประเภทตามการใช้งานครับ โดยคุณสามารถเลือกได้ดังนี้ครับ

  • ธุรกิจท้องถิ่นหรือสถานที่ เป็นกรณีที่เป็นร้านค้าที่มีที่ตั้ง แหล่งท่องเที่ยว สถานบริการในด้านต่างๆ ครับ
  • Company, Organization or Institution อันนี้สำหรับบริษัทหรือองค์กร หรือสถาบันต่างๆ เช่นสถาบันการศึกษา
  • ตรายี่ห้อหรือผลิตภัณฑ์ ส่วนนี้สำหรับการประชาสัมพันธ์เน้นที่แบรนด์หรือยี่ห้อครับ
  • ศิลปิน วงดนตรี หรือบุคคลสาธารณะ ถ้าจะทำเพจเกี่ยวกับแฟนคลับ แนะนำเลือกหัวข้อนี้ครับ
  • บันเทิง เรื่องทั่วไป เน้นความบันเทิงเริงใจครับ
  • Cause or Community เหมาะสำหรับเพจที่สร้างเพื่อกลุ่มคนที่ชอบหรือคิดอะไรเหมือนๆ กันครับ เช่น “กลุ่มคนชอบคนหน้าใส” ประมาณนั้นนะครับ

2. สมมุติว่า ผมต้องการสร้างแหล่งชุมชนที่สนใจเรื่อง ส่วนลด หรือโปรโมชั่นที่น่าสนใจต่างๆ และผมก็มีเว็บไซต์ที่ชื่อว่า ProDD.net ผมก็ลองเลือกที่ Cause or Community โดยใช้ชื่อหน้าเพจว่า “โปรดีดี” ครับ ผมก็กรอกรายละเอียดชื่อแฟนเพจ แล้วคลิ้ก “เริ่มกันเลย” ครับ

3. ขั้นตอนต่อมาจะเป็นการใส่รูปสำหรับเพจนะครับ โดยคุณสามารถเลือกที่จะอัพโหลดรูปภาพจากเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ หรือนำเข้าจากเว็บไซต์ก็ได้ครับ (หมายเลข 1) เสร็จแล้วก็เลือก “ดำเนินการต่อ” ครับ (หมายเลข 2)

 

4. ขั้นตอนนี้เป็นการเชิญชวนเพื่อนให้เข้ามาที่หน้าแฟนเพจของเราครับ (ผมขอข้ามขั้นตอนนี้ก่อนนะครับ) คลิ้ก “ดำเนินการต่อ” ครับ

5. หน้านี้ให้กรอกรายละเอียด เพื่อช่วยให้คนที่เข้ามาได้รู้ว่า เราคือใครครับ  เสร็จแล้วให้คลิ้กที่ “ดำเนินการต่อ” ครับ

6. เมื่อเสร็จแล้วหน้าตาแฟนเพจของเราจะเป็นดังนี้ครับ อย่าลืมปรับตั้งค่าตามรูปนะครับคือ

  • หมายเลข 1 – เพิ่มรูปประจำแฟนเพจ
  • หมายเลข 2 – ทำการเพิ่มข้อมูลในแฟนเพจ
  • หมายเลข 3 – อย่าลืม “ถูกใจ” เพจเราด้วยนะครับ

7. เมื่อทำการปรับตั้งค่าข้อมูลแล้วก็จะได้หน้าตาดังนี้ครับ

 

เป็นอย่างไรบ้างครับ แค่ไม่กี่ขั้นตอน คุณก็ได้แฟนเพจของคุณเองแล้วครับ 🙂