sabuy.com เตรียมตัวปิดให้บริการแล้ว

sabuy.com ปิดบริการ
วันนี้ผมได้รับข่าวที่แอบตกใจเล็กน้อยเกี่ยวกับเว็บไซต์ซื้อขายสินค้าออนไลน์ชื่อดังเจ้าหนึ่งอย่าง sabuy.com ได้ประกาศปิดตัวแล้วครับโดยอีเมลที่ส่งแจ้งสมาชิกมีรายละเอียดังนี้ครับ

เรียน ท่านสมาชิก Sabuy.com

วันนี้ Sabuy.com ประกาศจะปิดให้บริการในวันที่ 30 มิถุนายน 2556 นี้ และการซื้อ-ขายผ่านเว็บไซต์ของเราจะหยุดในวันที่ 3 มิถุนายน 2556

“เป็นเรื่องยากในการตัดสินใจปิดบริการของ Sabuy.com เพราะตลอดปีที่ผ่านมาทีมงาน Sabuy.com ได้สร้างผลงานที่ดี อาทิ การเปลี่ยนภาพลักษณ์ของเว็บไซต์ นโยบายรับประกันสินค้าและบริการ และการบริการที่ดีขึ้นสำหรับทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย แต่การเติบโตนั้นยังไม่เพียงพอสำหรับการลงทุนเพิ่ม ทั้งนี้ เรายังเชื่อมั่นในธุรกิจอีคอมเมิร์ซในประเทศไทย โดยเรายังคงเพิ่มการลงทุนใน Dealfish.co.th ซึ่งเป็นเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซที่เติบโตเร็วที่สุดในประเทศไทย” คุณทิวา ยอร์ค กรรมการผู้จัดการ สนุก! อีคอมเมิร์ซ กล่าว และเสริมว่า “เราอยากขอบคุณผู้ขายและผู้ซื้อที่ให้การสนับสนุนบริการของ Sabuy.com ในระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา”

เราจะใช้เวลาตลอดเดือนมิถุนายนเพื่อให้มั่นใจว่าการซื้อ-ขายทุกรายการจบสมบูรณ์และผู้ขายได้รับการชำระเงินเป็นที่เรียบร้อย ในขณะเดียวกันเป็นการเอื้อระยะเวลาให้ผู้ขายของเรา มีเวลาในการโอนย้ายไปยังแพลทฟอร์มอีคอมเมิร์ซอื่น เพื่อให้ธุรกิจของผู้ขายมีผลกระทบน้อยที่สุด  นอกจากนั้นแล้ว เรายังนำเสนอตัวเลือกให้ผู้ขายสามารถโอนย้ายรายการสินค้าไปไว้ที่ Dealfish.co.th

Sabuy.com จะสร้างความมั่นใจให้กับผู้ขายว่าจะได้รับชำระเงินที่เกิดจากการซื้อ-ขายผ่านแพลทฟอร์มของเราภายในวันที่ 25 กรกฎาคม 2556

และเมื่อไปดูที่หน้าเว็บไซต์ของเว็บไซต์ ก็มีการประกาศเนื้อหาตามเมล์ที่ส่งมาครับ

สำหรับผู้ใช้งาน sabuy.com ก็สามารถย้ายไปใช้งานได้ที่ dealfish.co.th ได้นะครับ

กสทช. ประกาศให้ค่ายมือถือลดราคา 3G ใหม่ 15%

ลดราคา 3G 15%
มีข่าวแจ้งเกี่ยวกับการลดราคา 3G ลง 15% เพิ่มเติมมาจาก กสทช. แล้วครับ โดยมีการบังคับให้ค่ายมือถือทุกราย ต้องปรับลดอัตราค่าบริการประเภทต่างๆ ลงอีกร้อยละ 15 ในทุกโปรโมชั่นใหม่ มีผลตั้งแต่วันนี้ (27 พ.ค.)

3G ลดราคา 15%

โดยนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ระบุว่า กสทช. ได้ประกาศใช้อัตราค่าบริการ 3 จีใหม่ ซึ่งผู้ประกอบการทุกราย ต้องลดค่าบริการลงร้อยละ 15 ซึ่งราคาใหม่ที่ลดลงจะครอบคลุมทั้ง

  • การบริการทางเสียง
  • การส่งเอสเอ็มเอส
  • เอ็มเอ็มเอส
  • การใช้อินเทอร์เน็ต

โดยผู้ประกอบการต้องนำอัตรานี้ ไปใช้กับโปรโมชั่นที่ใช้กับโครงข่าย 3 จีใหม่เท่านั้น (สำหรับลูกค้าในระบบ 2 จี และ 3 จี เดิม จะยังคงใช้อัตราเดิมครับ) โดยภายใน 1 เดือน จะตรวจสอบว่า ผู้ประกอบการได้ดำเนินการตามที่ประกาศไว้ หรือไม่

ส่วนปัญหาเงินคงเหลือในระบบเติมเงินเดิมลูกค้าไม่สามารถโอนย้ายเงินที่เหลือไปใช้ในโครงข่าย 3 จีใหม่ได้ ล่าสุด กสทช.มีคำสั่งให้ผู้ประกอบการ คืนเงินสดให้ลูกค้าภายใน 30 วัน หากลูกค้าต้องการย้ายข้ามโครงข่าย และสั่งให้รับโอนเงินที่เหลือ หากย้ายไปให้เครือข่ายเดียวกันที่เป็นบริษัทลูก

นอกจากนี้ขอให้แจ้งประชาสัมพันธ์ให้ลูกค้าทราบว่า หากย้ายไปเครือข่าย 3 จีใหม่ในขณะนี้ การใช้โทรศัพท์ข้ามประเทศ จะไม่สามารถใช้ได้ เนื่องจากเอกชนยังไม่ได้ทำสัญญาระหว่างกัน

ขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก ThaiPBS

สำหรับข่าวนี้ น่าจะเป็นข่าวดีสำหรับผู้บริโภคนะครับ แต่ก็ต้องมาดูกันอีกทีว่า ทางผู้ให้บริการจะดำเนินการตามคำสั่งนี้หรือไม่ครับ

7 โรคที่ห้ามโฆษณาชวนเชื่อ

โฆษณายารักษาโรค
มีข่าวที่น่าสนใจเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องการประกาศจากกระทรวงสาธารณสุขครับ เรื่อง “โรคหรืออาการของโรคที่ห้ามโฆษณา” ซึ่งมีผลบังคับใช้เป็นกฎหมายแล้วครับ แล้วเรื่องนี้มันเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตอย่างไร เราลองมาดูกันนะครับ

 ************************************************

ประกาศฉบับดังกล่าว  อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ และมาตรา ๕๙ (๔) แห่งพระราชบัญญัติเครื่องมือแพทย์
พ.ศ. ๒๕๕๑ อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของ บุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๓ มาตรา ๔๑ มาตรา ๔๓ และมาตรา ๔๕ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุขออกประกาศไว้ดังต่อไปนี้

 

ข้อ ๑ ให้โรคหรืออาการของโรคของมนุษย์ดังต่อไปนี้ ห้ามโฆษณาคุณประโยชน์ของ เครื่องมือแพทย์ว่าสามารถป้องกัน บำบัด บรรเทา รักษา

(๑) มะเร็ง
(๒) เบาหวาน
(๓) อัมพฤกษ์ อัมพาต
(๔) โรคทางจิตเวช
(๕) โรคความดันโลหิต
(๖) โรคหรืออาการของโรคทางสมอง หัวใจและหลอดเลือด ปอด ม้าม ตับ ไต
(๗) เอดส์

 

ความใน (๑) (๒) (๔) (๕) และ (๖) ไม่ใช้บังคับแก่การโฆษณาซึ่งกระทำโดยตรงต่อผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม
ความใน (๓) ไม่ใช้บังคับแก่การโฆษณาซึ่งกระทำโดยตรงต่อผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมและผู้ประกอบวิชาชีพกายภาพบำบัด
ความใน (๗) ไม่ใช้บังคับแก่การโฆษณาซึ่งกระทำโดยตรงต่อผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมและการโฆษณาถุงยางอนามัยในการป้องกันโรคเอดส์ต่อประชาชน
ลงนาม ประกาศ โดย ประดิษฐ สินธวณรงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

 ************************************************

ถ้าจะให้ผมพยายามอธิบายแบบสั้นที่สุดและเข้าใจง่ายที่สุด เพื่อจะบอกว่า เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์อย่างไร ผมขอสรุปสั้นๆ นะครับ

“ตอนนี้มีกฎหมายห้ามโฆษณา ว่า มียาหรือเครื่องมือ (เรียกรวมๆ ว่าเครื่องมือแพทย์) ที่สามารถรักษา 7 โรคต่อไปนี้คือ มะเร็ง,เบาหวาน,อัมพฤกษ์ อัมพาต,จิตเวช,ความดันโลหิต,โรคหรืออาการที่เกี่ยวข้องกับสมอง หัวใจ หลอดเลือด ปอด ม้าม ตับไต และโรคเอดส์”

ซึ่งหมายความว่า หากคุณไปเจอโฆษณาหรือประกาศทางเว็บไซต์หรือสื่อต่างๆ ว่ามียาหรือเครื่องมือที่รักษาโรคทั้ง 7 โรคนี้ได้ ถือว่าโฆษณานั้นมีความผิดนะครับ และถ้าใครเป็นผู้ลงโฆษณาหรือประกาศนั้นๆ ก็จะถือว่ามีความผิดไปด้วยนะครับ

ฝากเตือนไว้นะครับ สำหรับผู้ที่ใช้งานอินเทอร์เน็ตทั้งหลายนะครับ ด้วยความเห็นส่วนตัวของผมอยากจะบอกว่า มันก็ไม่น่าเชื่อถืออยู่แล้วครับ เพราะโรคเหล่านี้ ขนาดรักษาทางการแพทย์ที่ทันสมัยแบบปกติ ยังเป็นเรื่องยากเลยครับที่จะหายขาดได้ ส่วนใหญ่ทีโฆษณาสรรพคุณรักษาโรคนั้นโรคนี้ได้ ส่วนใหญ่หลอกลวงทั้งนั้นแหละครับ

Microsoft ประกาศหยุดให้บริการ Marketplace สำหรับ Windows Mobile 6.X


วันนี้ (9 มีนาคม 2555) ตื่นเช้ามาได้รับอีเมล์ฉบับหนึ่งจากทาง Microsoft ครับ เรื่องของการแจ้งว่า “Microsoft ประกาศหยุดการให้บริการ Marketplace สำหรับ Windows Mobile 6.X” ซึ่งผมมีโทรศัพท์มือถือที่ใช้ Windows Mobile เวอร์ชั่น 6.1 อยู่เครื่องหนึ่ง (ซึ่งไม่ค่อยได้ใช้แล้ว เลยอยากจะขอนำรายละเอียดมาแจ้งให้ทราบครับ

โดยเนื้อหาจะสรุปได้ดังนี้ครับ

ทาง Microsoft จะทำการหยุดการให้บริการ Windows Marketplace สำหรับโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้  Windows Mobile 6.x. โดยตั้งแต่วันที่ 9 พฤษภาคม 2555 จะยกเลิกการให้บริการ Marketplace โดยคุณไม่สามารถที่จะค้นหา,ซื้อหรือดาวน์โหลดแอพต่างๆ ผ่านทางมือถือที่ใช้ Windows Mobile 6.X

แต่แอพและเกมส์ที่คุณดาวน์โหลดมาจาก Windows Marketplace ยังคงสามารถใช้งานได้ตามปกติหลังจากวันที่ 9 พฤษภาคม 2555

ซึ่งผมมองว่า มันเป็นเรื่องปกติครับ เนื่องจากตอนนี้ทาง Micorsoft ได้หันไปพัฒนา Windows Phone ในเวอร์ชั่นที่ใหม่กว่า และที่สำคัญ Windows Mobile 6.X นั่นมีอายุมากเป็นสิบปีแล้ว ผู้ใช้งานส่วนใหญ่ก็เลิกใช้ไปนานแล้ว เพียงแต่การประกาศครั้งนี้เป็นทางการจากทาง Microsoft ครับ

 

ส่วนเนื้อหาข้างล่างนี้เป็นอีเมล์ที่ทาง Microsoft ส่งมาให้ครับ

Windows Marketplace for Mobile 6.x Discontinuation Notice

March 8, 2012

Dear Windows Mobile 6.x customer:

Microsoft is discontinuing the Windows Marketplace for Mobile service for Windows Mobile 6.x. Please review the details below to familiarize yourself with the changes:

Windows Mobile 6.x Marketplace Service To Be Discontinued

Beginning May 9, 2012, the Windows Mobile 6.x Marketplace service will no longer be available. Starting on this date, you will no longer be able to browse, buy or download applications directly on your Windows Mobile 6.x phone using the Windows Mobile 6.x Marketplace application and service.

Applications and games acquired from the Windows Mobile 6.x Marketplace service installed on your Windows Mobile 6.x phone will continue to work after the service is discontinued on May 9, 2012. However, additional downloads of these applications and games from the Windows Mobile 6.x Marketplace service will no longer be available.

 

Take Action

Microsoft recommends you review the applications or games installed on your Windows Mobile 6.x phone and install any available updates in advance of the Windows Mobile 6.x Marketplace service shut-down on May 9, 2012.

Please note: All phone data, including applications acquired through the Windows Mobile 6.x Marketplace service, data and user-specific settings, will be deleted from your Windows Mobile 6.x phone in the event that your phone is wiped or “hard reset.” Any data on a removable storage card, if present, will also be deleted if your phone is wiped or “hard reset”.

Windows Mobile applications and games that are compatible with Windows Mobile 6.x may still be available directly from their developers or via third-party marketplaces.

Thank you for your continued support of Windows Phone.

-The Windows Phone Team

 

สรุปข่าวไอทีประจำวัน (11 กุมภาพันธ์ 2555)


สรุปข่าวไอทีที่น่าสนใจประจำวันเสาร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ 2555 ครับ

 

ลือ! เปิดตัว iOS 5.1 Final ในวันที่ 9 มีนาคมนี้


มีรายงานข่าวใหม่ชี้ แอปเปิ้ลจะมีการเปิดตัวระบบปฏิบัติการ iOS 5.1 อย่างเป็นทางการในวันที่ 9 มีนาคมนี้
โดยภายในเอกสารที่ส่งโดยแอปเปิ้ลไปยังผู้ให้บริการเครือข่ายไอโฟน บล็อกไซต์ YourDailyMac ได้ค้นพบสิ่งหนึ่งที่เป็นตัวชี้ไปยังวันที่ 9 มีนาคม ปี 2012 ในข้อความตอนหนึ่ง โดยมุ่งไปที่ผู้ประกอบการในญี่ปุ่น, ฝรั่งเศส, กรีซ, ฟินแลนด์ และสวีเดน ซึ่งเอกสารดังกล่าวได้ถูกเขียนขึ้นมาเพื่อแสดงความมั่นใจว่า การเชื่อมต่อเครือข่ายจะดำเนินการอย่างต่อเนื่องภายหลังจากที่อุปกรณ์ iOS ได้รับการอัพเดตเป็นเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดแล้ว โดยในเอกสารยังได้ระบุ ตัวอุปกรณ์ยังจะทำงานเข้ากันได้ดีกับ iOS 5.1 อีกด้วย โดย iOS 5.1 เวอร์ชั่นเบต้าได้ถูกส่งออกมายังนักพัฒนาตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา จนมาถึงตอนนี้เป็นรุ่นเบต้า 3 แล้วที่เพิ่งส่งออกมาเมื่อเดือนก่อน ซึ่งถ้าหากข่าวลือดังกล่าวเป็นจริง แอปเปิ้ลอาจต้องการเปิดตัวระบบปฏิบัติการ iOS 5.1 พร้อมเปิดตัว ไอแพด 3 ก็เป็นได้ ซึ่งมีรายงานว่า ไอแพดรุ่นหน้าจะออกมาตีตลาดในช่วงเดือนถัดไปนี้ โดยตามสถิติก่อนๆ ไอแพด 2 เปิดตัวเมื่อวันที่ 2 มีนาคมเมื่อปีที่แล้ว และมีการวางจำหน่ายต่อทันทีในวันที่ 11 มีนาคม ซึ่งถ้าหากงานวันที่ 29 กุมภาพันธ์มีการเปิดตัวแท๊บเล็ตใหม่จริง ก็อาจเป็นไปได้ที่จะมีการออกวางจำหน่ายในวันที่ 9 มีนาคมนี้ แต่ทั้งนี้ ข่าวลือไม่ได้ระบุว่า iOS 5.1 จะมีการแก้ไขปัญหาแบตเตอรี่ที่ยังคงเกิดกับผู้ใช้ iOS ในบางรายด้วยหรือไม่

 

Kodak ประกาศอำลาธุรกิจกล้อง


Eastman Kodak หรือที่รู้จักกันในนาม Kodak ประกาศสิ่งที่ทำให้โลกตะลึงเมื่อวานนี้ เผยบริษัทจะไม่ดำเนินการธุรกิจกล้องต่อ
โดยตั้งแต่สิ้นเดือนมิถุนายน Kodak คาดจะเฟสตัวเองออกจากธุรกิจกล้องถ่ายรูปดิจิตอล, กล้องวีดีโอพกพา และกรอบรูปดิจิตอล ตัวแทนจากบริษัทเผย ซึ่งบริษัทมีแผนที่จะมุ่งเน้นอย่างหนักไปที่การออกใบอนุญาตของแบรนด์ปัจจุบันและการดึงดูดบริษัทที่บางส่วนอาจต้องการสิทธิบัตร โดย Kodak จะยังคงนำเสนอบริการออนไลน์เซอร์วิส Kodak Gallery และร้านพิมพ์ภาพถ่าย โดยจะยังมีปริ้นเตอร์อิงค์เจ็ทให้บริการอยู่ในร้านค้า “ในบางเวลา กลยุทธ์ของ Kodak ได้รับการปรับปรุงด้านผลกำไรในธุรกิจอุปกรณ์จับภาพ โดยลดการมีส่วนร่วมในแง่ของโปรดักส์พอร์ตโฟลิโอ, การดำเนินงานด้านภูมิศาสตร์ และร้านค้าปลีก วันนี้ เราได้ประกาศส่วนขยายตรรกะของกระบวนการ เพื่อแสดงผลการวิเคราะห์แนวทางในธุรกิจอุตสาหกรรมของเรา” Pradeep Jotwani ประธาน Kodak Consumer Business กล่าว โดย Kodak เป็นผู้บุกเบิกในธุรกิจกล้องถ่ายภาพ และนำพากล้องเข้าถึงมือผู้บริโภคมากว่าศตวรรษ โดยตั้งแต่คริสต์ศักราช 1900 บริษัทได้เป็นผู้นำในเทคโนโลยีถ่ายภาพ อย่างไรก็ดี หลังจากมีคู่แข่งเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก็ทำให้ Kodak เริ่มตกอยู่ในเบื้องหลังของธุรกิจนี้ และเมื่อสมาร์ทโฟนอย่างเช่น ไอโฟนครองตลาด ทำให้กลายเป็นช่องทางให้ผู้บริโภคสามารถถ่ายรูปได้อย่างรวดเร็ว ยิ่งทำให้อุปกรณ์ของ Kodak มีความต้องการลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยการมุ่งเน้นออกใบอนุญาตไม่ใช่เรื่องที่น่าประหลาดใจมากนัก เพราะปัจจุบันบริษัทได้ถือสิทธิบัตรเกี่ยวกับการถ่ายภาพดิจิตอลกว่า 1,000 สิทธิบัตร และมีแนวโน้มที่หลายๆบริษัทกำลังมองหาหนทางเพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิบัตรเหล่านั้น

 

ไมโครซอฟท์ปิดรับออร์เดอร์ ‘โนเกีย ลูเมีย 900’


ผู้บริโภคที่ต้องการสั่งซื้อสมาร์ทโฟน ‘โนเกีย ลูเมีย 900’ ในรอบพรีออร์เดอร์ อาจพลาดโอกาสที่ดี เมื่อไมโครซอฟท์ได้ประกาศปิดทำการรับจองสำหรับวินโดวส์โฟนในรุ่นดังกล่าวแล้ว โฆษกจากทางต้นสังกัดได้ออกมากล่าวกับ CNET เมื่อวานนี้

โดยไม่มีเหตุผลอธิบายเกี่ยวกับเรื่องนี้ ว่าอะไรคือสาเหตุให้หยุดทำการรับออร์เดอร์หลังจากที่เปิดให้จองแค่เพียง 1 สัปดาห์เท่านั้น แต่ทางตัวแทนได้ออกมากล่าว “ร้านค้าไมโครซอฟท์จะดำเนินการอัพเดตข้อเสนอดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ลูกค้าที่สนใจและต้องการซื้อสมาร์ทโฟนโนเกียในรุ่น ลูเมีย 900 ควรเข้ามาติดตามข่าวสารอย่างต่อเนื่องผ่านทางเวบเพจเฟซบุ๊คของไมโครซอฟท์สโตร์ สำหรับข้อเสนอที่จะมาในเร็วๆนี้” ทางตัวแทนได้ให้คำแนะนำ โดย ‘โนเกีย ลูเมีย 900’ เปิดตัวเมื่อเดือนก่อนในงาน CES 2012 ก่อนที่จะเปิดให้ลูกค้าที่สนใจทำการวางเงินมัดจำล่วงหน้าจำนวน 25เหรียญสหรัฐฯ เพื่อจองโทรศัพท์ในรุ่นดังกล่าวก่อนเปิดตัวสินค้าในวันที่ 18 มีนาคมนี้ ทั้งนี้เพื่อเป็นการจับกลุ่มลูกค้าที่ไม่ต้องการต่อแถวยาวๆหน้าร้านตัวแทนจำหน่ายของไมโครซอฟท์กว่า 14 แห่งทั่วสหรัฐฯในวันเปิดตัวนั่นเอง โดยราคาจำหน่ายล่าสุดในตอนนี้อยู่ที่ 99เหรียญสหรัฐฯ แต่ทั้งนี้ต้องทำสัญญาใช้บริการเป็นเวลา 2 ปี โดยมี AT&T ดูแลให้บริการเครือข่ายในสหรัฐฯ ซึ่ง ลูเมีย 900 นี้ ยังจะเป็นวินโดวส์โฟนเครื่องแรกของโนเกียที่รองรับเครือข่าย 4G LTE อีกด้วย