Intel Pentium G860 ซีพียูสำหรับเล่นเกมส์ ราคาประหยัด

g860-intel-cpu-for-gaming-low-price-0
สำหรับผู้ที่กำลังต้องการจะอัพเกรดคอมพิวเตอร์หรือประกอบคอมพิวเตอร์ใหม่ และสนใจกับการประกอบคอมพิวเตอร์เพื่อไว้สำหรับเล่นเกมส์ ซึ่งหลายคนก็อยากจะได้ซีพียูสเปคแรง แต่ด้วยงบประมาณจำกัด เลยไม่รู้ว่าจะเอาซีพียูตัวไหนที่เหมาะสำหรับการเล่นเกมและราคาไม่โหดมากจนเกินไป วันนี้มานาคอมพิวเตอร์ขอแนะนำซีพียูตัวหนึ่งที่น่าสนใจ ราคาไม่แพง เหมาะกับการเล่นเกมครับ กับ Intel Pentium G860

Intel Pentium G860 เป็นซีพียูจากค่าย INTEL โดยเป็นซีพียูแบบดูอัลคอร์ รุ่น ที่ใช้กับเมนบอร์ด Socket 1155  ราคาไม่ถึงสองพันบาทครับ (1,980 บาท)

รายละเอียด Intel Pentium G860

รุ่นซีพียู Intel Pentium G860
สถาปัตยกรรม Sandy Bridge
ความเร็ว 3.0 GHz
จำนวนคอร์/เธรด 2 / 2
Cache L1 – 2 x 64 KB
L2 – 2 x 256 KB
L3 – 3 MB
Integrated GPU HD Graphics (850 MHz, 1.1 GHz Turbo)
หน่วยความจำที่รองรับ DDR3-1066/1333, dual-channel, สูงสุด 32 GB
TDP 65 W
เทคโนโลยีการผลิต 32 nm
Socket LGA 1155

ส่วนด้านล่างเป็นตารางเปรียบเที่ยบประสิทธิภาพ โดยกราฟแรกจะเป็นการเปรียบเทียบประสิทธิภาพระหว่างซีพียูตัวนี้กับซีพียูตัวแรงๆ ครับ ส่วนกราฟล่างจะเป็นการเปรียบเทียบความคุ้มค่าครับ ซึ่ง G860 ถือว่าเป็นซีพียูที่คุ้มค่าในอันดับต้นๆ เลยครับ (ข้อมูลจาก http://www.cpubenchmark.net)

ส่วนตารางด้านล่างนี้เป็นตารางการเปรียบเทียบประสิทธิภาพการเล่นเกมส์ที่ความละเอียด 1920×1080 พิกเซลครับ จะเห็นได้ว่า G860 ประสิทธิภาพไม่ได้ด้อยไปกว่า i3  หรือ i5 เลยครับ(ข้อมูลจาก tom’s hardware ครับ)

สำหรับคนที่อยากได้ซีพียูสำหรับเล่นเกมส์ ราคาประหยัด ขอแนะนำ Intel Pentium G860 เลยครับ

วิธีการประหยัดค่าอินเทอร์เน็ตบนโทรศัพท์มือถือ


ในยุคที่โทรศัพท์มือถือไม่ได้มีไว้เพียงแค่ โทรเข้าโทรออก หรือรับ-ส่ง SMS แค่นั้น แต่สามารถทำอะไรได้หลากหลายอย่าง รวมทั้งการใช้งานอินเทอร์เน็ตเพื่อเชื่อมต่อกับสังคมออนไลน์ต่างๆ ซึ่งเดี๋ยวนี้จะเห็นได้ว่ามีแพคเกจสำหรับการใช้งานอินเทอร์เน็ตเพื่อใช้งานบนโทรศัพท์มือถือ ซึ่งจะมีทั้งแบบคิดตามปริมาณการใช้งาน และเวลาการใช้งาน ทำให้หลายคนที่ชอบแชท ชอบเม้นท์ ชอบโพสต์ บนมือถือมีค่าใช้จ่ายในส่วนนี้เดือนๆ หนึ่งหลายร้อยบาท วันนี้ผมเลยแนะนำ วิธีที่ช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในการใช้อินเทอร์เน็ตบนมือถือให้ถูกลง ซึ่งผมเองก็ใช้วิธีนี้อยู่ครับ

 

วิธีการประหยัดค่าอินเทอร์เน็ตบนโทรศัพท์มือถือ

1. อย่างแรกที่คุณต้องนึกถึงก่อนว่า “จริงๆ แล้วคุณมักนิยมใช้งานโปรแกรมหรือ App ไหนบนมือถือ?” เช่น Chat,Facebook,Whatsapp,Twitter หรือโปรแกรมอื่นๆ เพราะคำตอบมันจะเป็นแนวทางในการเลือกแพคเกจการใช้งานที่เหมาะสมกับคุณ

  • ถ้าคุณชอบ Whatsapp,Twitter หรือ App ที่ใช้งานผ่านตัวอักษรเท่านั้น ผมขอแนะนำให้คุณใช้แพคเกจแบบคิดตามปริมาณการใช้งานครับ เช่น 75 MB ราคา 99 บาท/เดือน เพราะการรับส่งข้อมูลด้วยตัวอักษรจะใช้ปริมาณการใช้งานไม่มากครับ ต่อให้คุณเปิดการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ตลอด 24 ชั่วโมงก็ยังได้เลยครับ
  • ถ้าคุณชอบอัพโหลดรูป หรือการรับส่งไฟล์ภาพ ไฟล์เสียง หรือการรับส่งข้อมูลที่มีปริมาณมากๆ การใช้แพคเกจแบบคิดตามเวลาการใช้งานก็เหมาะกว่าคุณครับ

2. หากคุณใช้งานอื่นเช่น ท่องเว็บต่างๆ หากโปรแกรมท่องเว็บบนมือถือของคุณมีเมนู “ปิดการแสดงภาพ” หรือ “ลดคุณภาพของภาพ” ผมขอแนะนำให้คุณทำการปรับตั้งค่าในส่วนนี้ด้วยครับ เพราะรูปภาพจะใช้ปริมาณการรับส่งข้อมูลเป็นจำนวนมาก และทำให้หน้าเว็บโหลดช้าด้วยครับ

3. หากคุณชอบถ่ายรูป,หรืออัพโหลดรูปขึ้นตามเครือข่ายสังคมออนไลน์ต่างๆ อย่าลืมปรับขนาดของรูปถ่ายก่อนถ่ายรูปนะครับ ซึ่งขนาดที่ผมแนะนำน่าจะเป็นขนาดไม่เกิน 800 x 600 พิกเซลครับ เพราะจะอัพโหลดได้เร็ว และภาพไม่เล็กเกินไปครับ (แถมไม่กินปริมาณการใช้งานมาด้วยครับ)

4. อย่าลืมทำการเปรียบเทียบแพคเกจที่ใช้งานอยู่นะครับ หากมีแพคเกจแบบ “ไม่จำกัดปริมาณการใช้งาน” ให้ดูว่า ค่าใช้จ่ายใกล้เคียงกับแพคเกจที่คุณจ่ายไปหรือไม่? เช่นผมใช้แพคเกจแบบ 70 ชั่วโมง ราคา 199 บาท/เดือน แต่ถ้าเป็นแบบไม่จำกัดการใช้งานจะอยู่ที่ 399 บาท/เดือน แล้วผมใช้งานอินเทอร์เน็ตบนมือถือวันนึง 3-4 ชั่วโมง การเลือกแพคเกจแบไม่จำกัดการใช้งานน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผมครับ

5.คอยเช็ดดูปริมาณการใช้งานคงเหลือหรือชั่วโมงการใช้งานคงเหลือเป็นระยะนะครับ เพราะถ้าหมดแพคเกจแล้ว เราใช้เกินแพคเกจ ค่าใช้จ่ายจะสูงพอสมควรเลยครับ

ลองดูนะครับ ผมเชื่อว่า มันจะช่วยให้คุณประหยัดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ไม่มากก็น้อยนะครับ 🙂

Samsung Galaxy Y (Young) มือถือ android ราคาประหยัดเปิดตัวแล้ว (4,790 บาท)


แอบเห็นแว้บๆ ในอินเทอร์เน็ตว่า ตอนนี้ Samsung ได้ทำการเตรียมตัวปล่อยโทรศัพท์มือถือระบบ Android ราคาประหยัดตัวใหม่ออกมาอีกตัวแล้ว นั่นคือ Samsung Galaxy Y  (Young) ที่ราคาเปิดตัวได้น่าสนใจเหมือนเคยครับ (4,790 บาท) วันนี้เรามาแง้มดูสเปคและหน้าตาของมันกันนะครับ

หลังจากที่ระบบปฎิบัติการ android บนมือถือได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน ทาง Samsung จึงได้ออกโทรศัพท์มือถือระบบ Android ราคาประหยัด ใช้ 3G ได้ โดยก่อนหน้านี้ได้ออก  Samsung Galaxy Mini ออกมาในราคาไม่ถึงห้าพันบาท ซึ่งผมเชื่อว่า Samsung Galaxy Y  (Young) จะเป็นตัวตายตัวแทนออกมาแทน Samsung Galaxy Mini ครับ

 สเปคของโทรศัพท์มือถือ Samsung Galaxy Y  (Young)

Samsung Galaxy Y (Young)

ประเภท : ระบบสัมผัส (Full Touchscreen)
ขนาด (ยาวxกว้างxหนา) :   104 x 58 x 11.5 มิลลิเมตร
น้ำหนัก :    97.5 กรัม
สี : ดำ
ระบบปฎิบัติการ : Android 2.3 Gingerbread
ขนาดหน้าจอ : 2.8 นิ้ว
ความละเอียดหน้าจอ : 240 x 320 pixels
ประเภทหน้าจอ : TFT, capacitive touchscreen, 256K colors
ความเร็วซีพียู : 832 MHz processor
ความละเอียดของกล้อง : 2 ล้านพิกเซล (ไม่มีแฟรช)
ความละเอียดของภาพถ่ายสูงสุด : 1600 x 1200 พิกเซล
รายละเอียดการบันทึกวีดีโอ : QVGA 15 เฟรมต่อวินาที
Audio and Video Playback : MP4/WMV/H.264 player ,- MP3/WAV/eAAC+ player
ช่องสำหรับการเชื่อต่อ :   microUSB 2.0, 3.5 mm audio jack
การเชื่อมต่อ : Wi-Fi 802.11 b/g/n, Bluetooth v3.0 with A2DP, HS, 3G HSDPA, 7.2 Mbps
เครือข่ายที่รองรับ : 2G Network GSM 850 / 900 / 1800 / 1900, 3G Network HSDPA
หน่วยความจำภายใน :  160 MB
หน่วยความจำภายนอก (ขยายเพิ่ม) สูงสุด : 32GB (MicroSD)
ระบบเซ็นเซอร์ :   Accelerometer, Proximity
ความจุแบตเตอรี่  :  1200 mAh
ระยะเวลา Standby : 350 ชั่วโมง (3G)
ระยะเวลาการสนทนา : 5 ชั่วโมง (3G)

ราคา : 4,790 บาท

กำหนดการวางจำหน่าย : ประมาณเดือนธันวาคม 2554

ดูสเปคแล้วลองมาดูรูปร่างหน้าตากันดูนะครับ เผื่อใครชมและอยากได้มาเป็นเจ้าของครับ

จะซื้อCPU Intel Q6600 หรือ Q8200 ดี

Q6600+Q8200สังเกตไหมครับว่าตอนนี้ CPU กำลังจะเริ่มพัฒนาเทคโนโลยีจากเดิม ที่ 2 คอร์ ไปเป็น 3 คอร์ และ 4 คอร์ตามลำดับ ถ้าให้นึกถึง CPU Quad Core พิมพ์นิยมที่เพิ่งลาตลาดไป ก็เห็นจะไม่พ้น Intel Q6600 ซึ่งก่อนทีจะลาตลาดไปก็ราคาอยู่ที่ 6 พันกว่าๆ เท่านั้นเอง

และตอนนี้ (6 กุมภาพันธ์ 2009) ก็มี CPU Quad Core อีกตัวเข้ามาทำตลาดแทนคือ Q8200 ซึ่งจุดเด่นก็คือ เป็นเทคโนโลยีการผลิต 45 nm ( Q6600 เป็น 65 nm) ซึ่งก็ทำราคามาอยู่ที่ประมาณ 6 พันกว่าๆ เหมือนกัน
ซึ่งตารางข้างล่างนี้จะเป็นการเปรียบเทียบคุณลักษณะของ CPU ทั้งสองตัวนี้นะครับ

จะเห็นได้ว่าในราคาที่ไล่ๆ กันในตอนนี้มีความแตกต่างกันหลายจุดไม่ว่าจะเป็น

compare-q6600-q8200

– เทคโนโลยีการผลิต

– Cache L2

– ความเร็วสัญญาณนาฬิกา,ตัวคูณ, Front Side Bus (FSB)

– เทคโนโลยีอื่นๆ ของอินเทลที่มีใน CPU ( Other Intel Technologies)

ทำให้หลายคนที่อยากจะได้ Quad Core มาชื่นชมเริ่มมีคำถามว่า ?กรูจะเอาตัวไหนดี? ลองมาดูเปรียบเทียบกันนะครับ (อันนี้ตามความเห็นของผมนะครับ)

ความคิดเห็นของผม

1. Q6600 โอเวอร์คล็อค (Overclock ได้ไกลกว่า) จากความเร็วพื้นฐานที่ 2.4 Ghz ไปที่ 3.33 GHz ได้สบายๆ แต่ ถ้าเป็น Q8200 จะได้ที่ประมาณ 3.2 GHz (บนอุปกรณ์พื้นฐานเหมือนกันนะครับ)
ซึ่งผมว่าน่าจะมีสาเหตุมาจาก Q8200 ตัวคูณน้อย ( 333 x 7 = 2.33 GHz ) แต่ Q6600 ตัวคูณสูงกว่า (266 x 9 = 2.40 GHz) ซึ่งถ้าจะไปถึงที่

ความเร็วสัญญาณนาฬิกา 3.33 GHZ

Q6600 จะใช้ FSB 366 x 9 = 3.33 GHz

Q8200 จะใช้ FSB 472 x 7 = 3.33 GHz

ซึ่งถ้าคุณจะพา Q8200 ไปที่ 3.33 GHz คุณก็ต้องมีระบบที่ดีพอสมควรเลยครับ

2. Q6600 Cache L2 เยอะกว่า โดย Q6600 จะมี 8 Mb แต่ Q8200 มีแค่ 4 Mb ซึ่งในผุ้ใช้จะมีความเห็นที่แตกต่างกันว่า

?ความแตกต่างของ cache L2 ระหว่าง 4Mb กับ 8 Mb มีผลกับการทำงานของ CPU โดยรวมหรือไม่ ?

บางคนก็บอกว่ามี บางคนก็บอกว่าไม่มี (แต่จากการใช้งานของผมกับ CPU ทั้งสองตัวนี้แล้ว ผมว่า ไม่ต่าง ครับ)


3. Q8200 เทคโนโลยีใหม่กว่า (45 nm) กินไฟน้อยกว่า ข้อนี้น่าจะเหมาะสำหรับคนที่ต้องการ Quad Core มาใช้งาน แต่ไม่เน้น Overclock และชอบในเรื่องของความใหม่สดของเทคโนโลยี อย่าลืมนะครับว่า Q6600 เปิดตัวมาได้ 2-3 ปีแล้ว ความใหม่ Q8200 กินขาดในข้อนี้อยู่แล้ว

4. Q6600 มี Intel  VT ซึ่งใน Q8200 ได้ตัดเทคโนโลยีนี้ออกไป อันนี้ต้องอยู่ที่คุณว่า มันมีความจำเป็นสำหรับคุณหรือเปล่า (แต่กับผม ผมไม่จำเป็นต้องใช้มัน)

แล้วจะเลือกอะไรดี?

ในตอนนี้ ถ้าเป็นผม ผมเลือก Q8200 ครับ เพราะ

ผมไม่เน้น Overclock มาก (ตอนนี้ก็ใช้ Q8200 ที่ 3.20 Ghz)

ข้อ 2 และ 3 ไม่ได้มีผลในการตัดสินใจของผมมากนักครับ ผมให้ความสำคัญกับความใหม่ของเทคโนโลยี ครับ

แต่ถ้าจะเลือก Q6600 ผมจะหามือสองในราคา 5,000 ? 5,300 บาทครับ เพราะว่า CPU เป็นอะไรที่เจ๊งยากที่สุดในคอมพิวเตอร์แล้วครับ ลองหาตัวที่มีประกันเหลือ และเชื่อใจได้ดูสิครับ