การแก้ปัญหาคอมพิวเตอร์เปิดไม่ติดเนื่องจาก Power Supply


วันนี้หน้าแฟนเพจของมานาคอมพิวเตอร์มีคำถามหนึ่งจากผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ท่านหนึ่งได้ถามมาว่า “ผมเล่นคอมอยู่เฉยๆ แล้วก็ดับไปซะงั้น ทั้งๆที่มีเครื่องสำรองไฟด้วย แล้วพอเปิดอีก ก็ไม่ติด เหมือนไฟไม่เข้าอะครับ” ซึ่งผมได้ลองวิเคราะห์อาการเบื้องต้น คิดว่าน่าจะมาจาก Power Supply ครับ

ปัญหาคอมพิวเตอร์เปิดไม่ติดเนื่องจาก Power Supply

ลักษณะอาการของปัญหานี้โดยส่วนมากจะพบเหมือนๆ กันก็คือ อยู่ดีๆ คอมพิวเตอร์ก็เปิดไม่ติด โดยอาการเหมือนไม่มีไฟเข้าเครื่องเลย (ไม่สามารถเปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์ได้ หรือเปิดเครื่องตรงส่วนเคสคอมพิวเตอร์ได้) ซึ่งปัญหานี้ส่วนใหญ่มักจะเกิดกับ Power Supply รุ่นที่ติดมากับเคสคอมพิวเตอร์ ซึ่งผู้ผลิตเคสบางยี่ห้ออาจจะนำ Power Supply คุณภาพต่ำมาใส่ในเคสเพื่อทำให้ราคาถูก เมื่อใช้งานไปสักระยะหนึ่ง ผู้ใช้เคสเหล่านี้อาจจะประสบปัญหานี้ได้ครับ

ถ้าเป็นเคสคอมพิวเตอร์แบบตั้ง ส่วนใหญ่ Power supply จะอยู่ด้านหลังบนของเคสครับ (จากรูปตรงสติ๊กเกอร์สีเขียวนั้นแหละครับ)

แนวทางการแก้ไขปัญหานี้

หากคุณพอมีความสามารถในการถอดหรือประกอบอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ได้ ให้คุณลองถอด Power Supply แล้วนำตัว Power Supply จากเครื่องอื่นมาทดลองติดเข้าไปในเคสที่มีปัญหาครับ

ถ้าเปลี่ยนแล้ว – ยังเปิดไม่ติด แสดงว่า ปัญหามิได้เกิดจาก Power Supply

ถ้าเปลี่ยนแล้ว – เปิดติด ใช้งานได้ปกติ แสดงว่า Power Supply เป็นต้นเหตุของปัญหาครับ โดยส่วนใหญ่เมื่อเกิดปัญหาเกี่ยวกับอุปกรณ์ชิ้นนี้ มักจะไม่มีการซ่อมครับ ส่วนมากจะซื้อใหม่เลย ให้คุณลองตรวจสอบราคาของ Power Supply จากร้านผู้ให้บริการ

แต่ถ้าคุณไม่มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์ ให้ลองยกเคส ไปให้ร้านผู้แทนจำหน่ายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ช่วยดูให้หน่อยครับ ซึ่งร้านโดยทั่วไปมักจะเปลี่ยนให้โดยไม่คิดค่าแรงครับ (เพราะเราไปซื้อของเขานิครับ หากเจอร้านคิดค่าแรง ยกไปหาร้านอื่นเลยครับ)

โดยส่วนใหญ่แล้ว ราคาของ Power Supply แบบใช้งานทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 300-500 บาท หากเครื่องของคุณมีไว้สำหรับเล่นเกมส์สเปคสูงๆ ซึ่งต้องกินไฟมาก และการจ่ายไฟจะต้องนิ่ง ขอแนะนำ Power Supply รุ่นสูงหน่อย ราคาอาจจะอยู่ที่ประมาณ 1,000 บาทขึ้นไปครับ

หวังว่า บทความนี้จะช่วยแก้ปัญหาที่คุณกำลังประสบอยู่ได้นะครับ

ปัญหา Fragmentation บน Android คืออะไร?


วันนี้ผมนั่งท่องเว็บไปเรื่อย ไปเจอเรื่องของปัญหาว่า ทำไมแอพบางแอพที่มีอยู่บน iOS นั่น กว่าผู้ผลิตจะทำการผลิตเวอร์ชั่นสำหรับ Android นั้นออกมาช้าเหลือเกิน ก็มีการแสดงความเห็นอันหนึ่งว่า “เกิดจากปัญหา Fragmentation” ผมก็เลยติดใจกับคำๆ นี้ เลยไปหาข้อมูลมาเพิ่มเติม เผื่อใครอาจจะสงสัยเหมือนกับผมและจะได้รับคำตอบจากบทความนี้ครับ

ปัญหา Fragmentation บน Android คืออะไร?

ปัญหา Fragmentation ที่เกิดขึ้นกับมือถือหรือแทบเล็ตของ Android นั้น ก็คือปัญหาที่เกิดจากการกระจัดกระจายของอุปกรณ์ Android ที่มีความหลากหลายมากเกินไป จนเกิดปัญหาความเข้ากันไม่ได้ ของอุปกรณ์แต่ละเครื่องกับ Application ที่พัฒนาขึ้น

หากยังนึกภาพไม่ออก ภาพด้านล่างนี้บอกถึงคำจำกัดความนี้ได้ทั้งหมดครับ

นี่เป็นภาพของจำนวนมือถือที่บริษัทผู้ผลิตแอพสำหรับ Android เจ้าหนึ่ง ต้องทำการซื้อมาไว้เพื่อทำการทดสอบแอพของตนเอง เนื่องจากมือถือและแทบเล็ตทางฝั่งของ Andriod นั่นมีหลากหลายรุ่น หลายยี่ห้อ หลายความละเอียดหน้าจอ

ทำไม Android ถึงเกิดปัญหา Fragmentation ?

สำหรับปัญหา Fragmentation บน Android นั้นมีสาเหตุหลักๆ ดังนี้ครับ

  1. Android เป็นระบบปฏิบัติการ OpenSource ซึ่งต่างจากระบบของ iOS ที่เป็นระบบปิด ทำให้มีการพัฒนาออกไปอย่างหลากหลายรูปแบบครับ
  2. มีผู้ผลิตอุปกรณ์จากหลายค่าย ซึ่ง iOS จะเป็นผู้ผลิตเจ้าเดียวคือ Apple ทำให้ควบคุมทิศทางการพัฒนาของแอพได้ดีกว่า
  3. ขนาดจอภาพถูกกำหนดไว้หลายขนาด จะเห็นได้ว่า ในปัจจุบันมีการผลิตมือถือและแทบเล็ต Android ที่มีขนาดหลากหลายมาก ตั้งแต่จอขนาดสามนิ้วกว่าๆ ไปจนถึงจอสิบนิ้ว ทำให้การพัฒนาแอพเพื่อรองรับขนาดหน้าจอทั้งหมดนี้เป็นไปได้ด้วยความยากลำบาก
  4. ไม่มีการกำหนดมาตรฐานปุ่มแผงควบคุม ซึ่งแต่ละยี่ห้อก็จะมีการวางปุ่มแผงควบคุมที่ไม่เหมือนกัน
  5. Firmware มีการ Update ที่ไม่แน่นอน ทำให้อุปกรณ์ไม่สามารถ Upgrade Firmware ได้ตามที่ระบบต้องการ

การแก้ไขปัญหา Fragmentation

สำหรับปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ ทาง Google ซึ่งเป็นผู้ผลิตและพัฒนาระบบ Android ก็มิได้นิ่งนอนใจ มีแนวทางการแก้ไขปัญหาดังนี้ครับ

  1. Google ประกาศว่า Android ในรุ่น Ice Cream Sandwich จะเป็นรุ่นที่มีความเข้ากันได้ที่สุดในแง่ของระบบปฏิบัติการ
  2. การทำสัญญาเรื่อง non-fragmentation clauses กับ ผู้ผลิต CPU ทั้ง ARM, MIPS, Texus
  3. Google จะอนุมัติให้ Google Services กับโทรศัพท์รุ่นนั้นๆก็ต่อเมื่อผู้ผลิต ส่งโค้ดให้ Google ตรวจก่อน

หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจเรื่องของ Fragmentation บน Android มากขึ้นนะครับ 🙂

ปัญหาคอมพิวเตอร์ดับบ่อยๆ จาก Power Supply

วันนี้ได้เห็นกระทู้หนึ่ง มีความสงสัยเกี่ยวกับเรื่องอาการคอมพิวเตอร์ดับบ่อยๆ ประมาณนี้ครับ “หลังจากตอนแรกพัดลมไหม้ วันต่อมาเลยเปลี่ยนพัดลมเครื่องก็ใช้ได้ปกติ วันต่อมาเน็ตมีปัญหาลงวินโดว์ใหม่ หลังจากนั้นก็เกิดอาการเครื่องดับบ่อยๆ ตอนแรกนึกว่าเป็นเพราะเล่นเกมออนไลน์ แต่พอตอนไม่เล่นเกมก็ดับ ดับแบบวูบไปเลย เปิดใหม่ก็ใช้ได้ปกติ สักพักก็ดับอีก วันนึงๆ เป็นหลายรอบมาก” นี่เป็นเรื่องที่น่ากลัวสำหรับคอมพิวเตอร์เลยทีเดียวครับ

.


.

หากเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณมีอาการแบบข้างต้นนี้ ผมถือว่าเป็นสัญญาณอันตรายมากๆ เลยทีเดียวครับ เพราะสาเหตุสำคัญจากปัญหานี้น่าจะมาจาก “การจ่ายกระแสไฟมีปัญหาครับ” ซึ่ง หากคุณปล่อยให้เกิดอาการแบบนี้ไปเรื่อยๆ มันจะทำให้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ส่วนอื่นๆ มีปัญหาตามแน่นอนครับ

ซึ่งอุปกรณ์ที่จ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับส่วนต่างๆของคอมพิวเตอร์ก็คือ Power Supply ครับ ซึ่งอุปกรณ์ตัวนี้จะเป็นส่วนที่สำคัญเลยทีเดียว เพราะถ้าอุปกรณ์ตัวนี้มีปัญหาเรื่องการจ่ายกระแสไฟ โดยอาจจะจ่ายมากบ้าง น้อยบ้าง ไม่ตรงตามที่ระบบต้องการ เจ๊งลูกเดียวแน่นอนครับ

.
หากเรามาลองสำรวจราคาของ Power Supply ตัวนี้จะเห็นได้ว่า มีราคาเริ่มต้นตั้งตั้งไม่ถึงสองร้อยบาท ไปจนถึงหลายพันบาท ทำให้หลายคนที่ซื้อคอมพิวเตอร์แบบประกอบมักจะไม่ให้ความสำคัญกับอุปกรณ์ตัวนี้ และบางครั้งร้านที่ประกอบคอมพิวเตอร์ก็มักจะเอาของราคาที่ถูกที่สุดมาใส่ให้เพื่อให้ได้กำไรเยอะๆ  ซึ่งอาจจะทำให้เกิดปัญหาตามที่เห็นนี้ได้ครับ

.
หากคอมพิวเตอร์ของคุณมีอาการเหล่านี้ ขอแนะนำว่าให้คุณรีบหาซื้อ Power Supply ใหม่โดยเร็วที่สุดเลยครับ  ถ้าราคาที่พอใช้ได้ผมขอแนะนำให้อยู่ในช่วงราคา 500-700 บาทเป็นขั้นต่ำเลยครับ หากใครที่มีงบประมาณหน่อย ลองหา Power Supply ที่เป็นแบบ “วัตต์แท้” เลยนะครับ

.
อย่าลืมนะครับ เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่ายนะครับ

บทความนี้เขียนขึ้นโดย Kittin จากเว็บไซต์ manacomputers.com ได้รับความคุ้มครองตามสัญญาอนุญาต CC 3.0