Léon Foucault คือใคร พร้อมประวัติ+ผลงานของ Léon Foucault

leon-foucault_0
Léon Foucault อาจจะเป็นชื่อที่หลายคนอาจจะไม่รู้จัก แต่วันนี้มานาคอมพิวเตอร์ขอนำเสนอข้อมูลที่น่าสนใจของบุคคลท่านนี้ ว่าเขาเป็นใคร มีประวัติและผลงานอะไรที่น่าสนใจบ้างครับ

Léon Foucault คือใคร?

เขาเป็นนักวิทยาศาสตร์ชาวฝรั่งเศสที่มีชื่อเสียงจากการที่ได้ชื่อว่า เป็นผู้ที่ทดลองและพิสูจน์ได้ว่าโลกหมุนรอบตัวเองได้เป็นครั้งแรก อีกทั้งเป็นผู้ประดิษฐ์ไจโรสโคป (Gyroscope) ซึ่งวันที่ 18 กันยายนปีนี้เป็นวันครบรอบวันเกิด 194 ปีของเขาครับ

ประวัติของ Léon Foucault

Léon Foucault มีชื่อเต็มว่า Jean Bernard Léon Foucault (ชื่อภาษาไทยอ่านว่า ฌอง โบนาปาต์ เลอง ฟูโกลต์) เกิดเมื่อวันที่ 18 กันยายน ค.ศ.1819 ที่ปารีส (Paris) ประเทศฝรั่งเศส (France) บิดามีอาชีพเป็นพ่อค้าขายหนังสือ ในวัยเด็ก Foucault เป็นเด็กขี้โรค การมีสายตาข้างหนึ่งสั้น และสายตาอีกข้างหนึ่งยาวทำให้อ่านหนังสือไม่สนุก เขาจึงไม่ชอบไปโรงเรียน และให้แม่สอนที่บ้าน โดยเขาตั้งใจจะเรียนเป็นแพทย์ แต่เขาชอบทำอุปกรณ์วิทยาศาสตร์มากกว่า จึงหันมาสนใจฟิสิกส์แทน และเพื่อเป็นการหารายได้เสริม เขาจึงเขียนบทความวิทยาศาสตร์เผยแพร่ส่งในหนังสือพิมพ์ โดยได้วิพากษ์วิจารณ์ผลงานของบุคคลต่างๆ ในวงการวิชาการยุคนั้น

ในช่วงบั้นปลาย เขาได้ล้มป่วยด้วยโรค multiple oclerosis (อัมพาตและสั่นกระตุก) และเสียชีวิต วันที่ 11 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1868 ที่ปารีส (Paris) ประเทศฝรั่งเศส (France) มีอายุได้ 49 ปี

ผลงานของ Léon Foucault

เป็นผู้ที่ทดลองและพิสูจน์ได้ว่าโลกหมุนรอบตัวเองได้เป็นครั้งแรก โดยในปี ค.ศ.1851 เขาได้พิสูจน์ถึงเหตุการณ์โลกหมุนรอบตัวเอง ที่หอดูดาวในกรุงปารีส โดย Foucault ได้แขวนลูกตุ้มที่มีมวล 28 กิโลกรัม ด้วยลวดเหล็กที่ยาว 67 เมตร จากเพดานของ Pantheon ในกรุงปารีส และทุกคนก็ได้ประจักษ์ว่า ระนาบการแกว่งของลูกตุ้มเบี่ยงเบนไป เมื่อเวลาผ่านไป และเขาก็ได้แสดงให้เห็นว่า อัตราการเบี่ยงเบนของระนาบแกว่งขึ้นกับตำแหน่งของละติจูดที่ลูกตุ้มอยู่ เช่น ถ้าเป็นที่ขั้วโลก ระนาบการแกว่งจะหมุนไปได้ครบรอบในทุก 24 ชั่วโมง แต่เมื่อลูกตุ้มอยู่บริเวณเส้นศูนย์สูตร อัตราการเบี่ยงเบนของระนาบก็จะเร็ว เป็นต้น

220px-Gyroscope_precession

ผลงานอีกชิ้นหนึ่งที่มีชื่อเสียงของเขาคือ ได้ประดิษฐ์และตั้งชื่อ ไจโรสโคป (gyroscope) ขึ้นเพื่อใช้เรียกล้อ ที่ติดตั้งในวงแหวนหมุนได้ นั่นคือชุดวงแหวนที่ยอมให้ล้อหมุนโดยอิสระในทิศทางใดๆ ก็ได้ และในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1850 เขาได้ทำการทดลองอย่างหนึ่ง โดยใช้โรเตอร์ และแสดงว่าล้อที่หมุนอยู่นั้นยังคงทิศทางเดิมของมันในอากาศ โดยไม่ขึ้นกับการหมุนของโลก

นอกจากนี้เขามีผลงานที่น่าสนใจดังนี้ครับ

  • ในปี ค.ศ.1850 เขาได้ช่วย Armand Fizeau วัดความเร็วแสงได้เท่ากับ 298,000 กิโลเมตร/วินาที ซึ่งแตกต่างจากค่าปัจจุบันเพียง 0.6% เท่านั้น
  • เขาค้นพบอีกว่า แสงเคลื่อนที่ในน้ำได้ช้ากว่าในอากาศ การทดลองของ Foucault จึงสนับสนุนความคิดที่ว่าแสงเป็นคลื่นมิใช่เป็นอนุภาค เพราะถ้าแสงเป็นอนุภาค ความเร็วของแสงในน้ำจะสูงกว่าความเร็วแสงในอากาศ

 

John Wisden (จอหน์ วิสเดน) คือใคร? ประวัติและผลงานที่น่าสนใจ

john wisden
John Wisden คือใคร? อาจเป็นคำถามของหลายๆ คน วันนี้มานาคอมพิวเตอร์ขอนำข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับประวัติและผลงานของเขามาเป็นความรู้รอบตัวให้กับคุณนะครับ

John Wisden (จอหน์ วิสเดน) เป็นนักกีฬาคริกเกตที่มีชื่อเสียงอย่างมากชาวอังกฤษ เขาเข้าร่วมการแข่งขันมากกว่า 187 ครั้งในระดับ first-class cricket จากสามทีม คือ Kent, Middlesex และ Sussex วันที่ 5 กันยายนปีนี้ จึงถือได้ว่าเป็นวันครบรอบวันเกิด 187 ปีครับ

ประวัติย่อๆ ของเขามีดังนี้ เขาเกิดเมื่อวันที่  5 กันยายน ปี ค.ศ. 1826 ที่เมือง Brighton,Sussex ประเทศอังกฤษเขามีส่วนสูง 5 ฟุต 6 นิ้ว (168 เซนติเมตร) เขาเล่นในตำแหน่ง wicket-keeper โดยมี Batting style แบบถนัดมือขวา ส่วน Bowling style จะเป็นแบบ Underarm right arm slow

หลังจากที่เขาเกษียณตัวเอง เขาได้เป็นผู้ก่อตั้ง Wisden Cricketers’ Almanack เขาเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง เมื่อวันที่ 5 กันยายน ปี ค.ศ. 1884 เมื่ออายุ 57 ปี ที่ Westminster กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ

กีฬาคริกเก็ตคืออะไร?

คริกเกต (อังกฤษ: cricket) เป็นกีฬาชนิดหนึ่ง มีคนเล่นทีมละ 11 คน ทีม ก จัดให้คนหนึ่งเป็นผู้ขว้างลูก เรียกว่า bowler ทำการขว้างลูกไปยังไม้ที่ตั้งไว้บนสนามสามอัน เรียกว่า wickets ซึ่งทีม ข จัดคนมารักษา คนที่รักษา wickets เรียกว่า batsman และไม้ที่ถือตีลูกเรียกว่า bat ถ้าตีถูกลูกก็วิ่งวนไปเพื่อเอาแต้ม เรียกว่า runs จนกว่าพวกของทีม ก ที่อยู่ในสนาม คือ fielders จะนำลูกกลับมาได้

คริกเกตมีการเล่นมากกว่าใน 100 ประเทศ ซึ่งนิยมเล่นในออสเตรเลีย บังคลาเทศ อังกฤษ และอินเดีย

 

Claude Debussy (โกลด เดอบูว์ซี) คือใคร? ประวัติและผลงานของ Claude Debussy

claude debussy
สำหรับคนที่อาจจะเคยเห็นชื่อ Claude Debussy (โกลด เดอบูว์ซี) ผ่านตา อาจจะสงสัยว่าเขาคือใคร มีความสำคัญหรือผลงานทางด้านไหน? วันนี้มานาคอมพิวเตอร์จะนำเสนอข้อมูลเรื่องนี้ให้ทราบครับ

Claude Debussy คือใคร?

โกล้ด-อาชีล เดอบูซี ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในคีตกวีคนสำคัญของคริสต์ศตวรรษที่ 20 โดยแนวเพลงของเขาได้ฉีกออกจากยุคโรแมนติกในศตวรรษที่ผ่านมา และได้ปฏิเสธกรอบที่ถูกวางเอาไว้ โดยมีการแสวงหาความเป็นอิสระทางดนตรีอย่างเต็มรูปแบบ

ผลงานที่มีชื่อเสียงของเขาและหลายคนก็น่าจะรู้จักก็คงเป็น Clair de lune ครับ

 

ประวัติของ Claude Debussy

เขาเกิดเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2405 (ค.ศ. 1862) ที่เมืองแซ็ง-แฌร์แม็ง-อ็อง-แล

โดยผลงานทางด้านดนตรีของเขามักจะถูกเรียกว่าเป็นแบบ “อิมเพรสชันนิสม์” (impressionism) และมักจะถูกนำไปจับคู่กับงานของมอริส ราแวล (Maurice Ravel) คีตกวีชาติเดียวกัน

โดยรูปแบบดนตรีของเขาจะมีเสียงประสานที่ในหลาย ๆ ครั้งจะไม่เกลาคอร์ดลงไปยังคอร์ดโทนิคของบันไดเสียง มีการใช้เสียงประสานที่กัดกันบ่อยครั้งเพื่อสร้างสีสันซึ่งแบบดั้งเดิมนั้นใช้เพื่อนำบทเพลงไปยังคอร์ดโทนิค

ซึ่งดนตรีของเขามีลักษณะถอยห่างออกจากอารมณ์ความรู้สึกลึก ๆ ด้านในและจะแสดงภาพหรือ “ความประทับใจ” ออกมาแทน ทำให้งานของเขาโดดเด่นผิดกับผลงานของนักดนตรีท่านอื่นๆ ในยุคนั้น

เขาเสียชีวิตที่กรุงปารีส เมื่อวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2461 (ค.ศ. 1918) ด้วยโรคมะเร็ง

Erwin Schrödinger คือใคร พร้อมประวัติและผลงาน

Erwin Schrödinger
สำหรับผู้ที่สงสัยว่า Erwin Schrödinger นั้นคือใคร มีความสำคัญหรือผลงานในเรื่องใด วันนี้มานาคอมพิวเตอร์ขอเอาข้อมูลนี้มาเล่าให้ฟังนะครับ

Erwin Schrödinger คือใคร?

Erwin Schrödinger หรือชื่อไทยว่า แอร์วิน ชเรอดิงเงอร์ ชื่อเต็มว่า Erwin Rudolf Josef Alexander Schrödinger เป็นนักฟิสิกส์ทฤษฎีชาวออสเตรีย มีชื่อเสียงในฐานะผู้วางรากฐานกลศาสตร์ควอนตัม โดยเขาเป็นผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ ในปี ค.ศ. 1933 จาก”สมการชเรอดิงเงอร์” ต่อมาปี ค.ศ. 1935 หลังจากได้ติดต่อกับอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ และได้เสนอแนวคิดการทดลองในจินตนาการ เรื่อง แมวของชเรอดิงเงอร์ (Schrodinger’s Cat)

เขาเกิดเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม ค.ศ. 1887 (วันนี้จึงเป็นวันครบรอบวันเกิด 126 ปีของเขาครับ) ที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย เข้ารับการศึกษาที่ University of Vienna (ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1906–1910) และที่ Akademisches Gymnasium (1906) ครับ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 4 มกราคา ค.ศ. 1961 ที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย อายุรวม 74 ปีครับ

ผลงานที่มีชื่อเสียงของ Erwin Schrödinger 

หากไม่นับถึงผลงานที่ทำให้เขาได้รับรางวัลโนเบลจากเรื่องของ สมการชเรอดิงเงอร์ แล้ว เรื่องของ แมวของชเรอดิงเงอร์ (Schrodinger’s Cat)  ก็คงเป็นเรื่องหนึ่งที่ทำให้คนจำนวนมากรู้จักเขาครับ

โดยการทดลองทางความคิด “แมวของชเรอดิงเงอร์” เป็นแนวคิดที่เสนอโดยชเรอดิงเงอร์ในปี ค.ศ. 1935 เพื่อสาธิตทฤษฎีทางควอนตัมเกี่ยวกับการรวมกันของคลื่น (superposition) ที่แสดงให้เห็นถึงข้อโต้แย้งอย่างชัดเจนระหว่างความเป็นจริงทางควอนตัมเกี่ยวกับธรรมชาติและพฤติกรรมของสสารในระดับอนุภาคกับสิ่งที่สังเกตได้จริงเกี่ยวกับธรรมชาติและพฤติกรรมของสสารในโลกความเป็นจริงที่มนุษย์คุ้นเคย วิธีทดลอง(ทางทฤษฎี) เป็นดังนี้

นำแมวที่มีชีวิตบรรจุลงในกล่องเหล็กที่ปิดมิดชิดพร้อมด้วยอุปกรณ์ที่บรรจุขวดยาพิษ (กรดไฮโดรไซยานิก) ภายในกล่องจะมีสารกัมมันตรังสีปริมาณน้อยมากรวมอยู่ด้วย น้อยขนาดที่ว่าหากสารกัมมันตรังสีเพียงแค่อะตอมเดียวสลายตัวระหว่างการทดลอง กลไกหน่วงที่ตั้งเอาไว้ล่วงหน้าจะปล่อยค้อนให้ตกลงมากระแทกขวดยาพิษให้แตก ผลก็คือ (ตามที่คนทั่วไปคาดหวังไว้) แมวจะตายเนื่องจากโดนยาพิษ

แต่จริงๆแล้ว ผู้สังเกตการณ์ภายนอกจะไม่มีวันรู้ว่าอะตอมของสารกัมมันตรังสีจะสลายตัวเมื่อใด เพราะความน่าจะเป็นที่อะตอมจะสลายตัวและไม่สลายตัวมีค่าเท่ากัน ผลที่ตามมา เราไม่รู้ว่าขวดยาพิษจะแตกจริงหรือไม่ ในที่สุดไม่รู้ว่าแมวจะถูกฆ่าตายหรือไม่ ดังนั้น ในกรณีนี้ผู้สังเกตการณ์คือ แมว ไม่ใช่คนที่อยู่ข้างนอก ตามทฤษฎีควอนตัมของชเรอดิงเงอร์ว่าด้วยการรวมคลื่นของสภาวะ (ซึ่งในที่นี้ประกอบด้วย 2 สภาวะ คือ “เป็น” กับ “ตาย”) แสดงว่า แมวอยู่ในสภาวะทั้งเป็นและตายในเวลาเดียวกัน หมายความว่า โอกาสที่แมวมีชีวิตอยู่และโอกาสที่แมวตายมีค่าเท่ากัน

ถ้าเราเปิดกล่อง เท่ากับว่าเราไปรบกวนการวัดหรือการสังเกตการณ์ ผลก็คือ ฟังก์ชันคลื่นที่แสดงสภาวะของแมวก่อนหน้านี้จะยุบตัว สิ่งที่เห็นตรงหน้า ก็คือ แมวมีชีวิต หรือ แมวตาย เพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง

สถานการณ์แบบนี้บางทีเราเรียกว่า quantum indeterminacy หรือ the observer’s paradox กล่าวคือ การสังเกตการณ์หรือการวัดใดๆ โดยตัวมันเองจะมีผลกระทบต่อผลลัพธ์ของการสังเกตการณ์หรือการวัดนั้นๆ ผลกระทบที่ว่า
ก็คือ ผลลัพธ์จะไม่เกิดจนกว่าจะมีการวัดเกิดขึ้น

ตกลงว่า ไม่มีใครรู้ว่า แมวเป็น หรือ ตาย หรือ ครึ่งเป็นครึ่งตาย ??

หากคุณยังนึกเกี่ยวกับทฤษฎีนี้ไม่ออก ผมขอแนะนำคลิปวีดีโอนี้ครับ เป็นการอธิบายทฤษฎีนี้ในรูปแบบอนิเมชั่นครับ

Rembrandt van Rijn คือใคร? (พร้อมประวัติและผลงาน)

Rembrandt van Rijn
Rembrandt van Rijn อาจจะเป็นชื่อที่แปลกหูหลายๆ คน คุณอาจจะสงสัยว่าเขาคือใคร? มีประวัติและผลงานที่น่าสนใจอย่างไร วันนี้มานาคอมพิวเตอร์ขอเอาเนื้อหาที่น่าสนใจเกี่ยวกับบุคคลท่านนี้มาเล่าให้ฟังนะครับ

Rembrandt van Rijn คือใคร?

เขาเป็นจิตรกรและช่างพิมพ์ในประวัติศาสตร์ศิลปะยุโรปและเป็นจิตรกรที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากที่สุดรายหนึ่งของโลก และวันที่ 15 กรกฎาคมปีนี้ จะเป็นวันครบรอบวันเกิด 407 ปีครับ ซึ่งถือได้ว่า ผลงานของแรมบรังด์ทำให้เนเธอร์แลนด์รุ่งเรืองสุดขีดหรือที่เรียกว่ายุคทอง (Dutch golden age) ในช่วงศตวรรษที่ 17 และเป็นผู้มีอำนาจทั้งด้านอิทธิพลการเมือง, วิทยาศาสตร์, พาณิชย์ และวัฒนธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องจิตรกรรม

ประวัติ Rembrandt van Rijn

Rembrandt van Rijn มีชื่อเต็มว่า แรมบรังด์ ฮาร์เมนซูน ฟาน แรยน์ ส่วนชื่อเต็มในภาษาดัตช์ก็คือ Rembrandt Harmenszoon van Rijn เกิดเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2149

เขาเป็นบุตรคนที่ 9 ของครอบครัวเจ้าของโรงงานและหุ้นส่วนโรงสีลมในเมืองไลเดน (Leiden) เนเธอร์แลนด์ พี่น้องของแรมบรังด์ถูกฝึกหัดเป็นเจ้าของโรงงาน, คนทำขนมปังหรือช่างทำรองเท้า แต่พ่อแม่ส่งลูกคนเล็กสุดของพวกเขา

ในส่วนด้านการศึกษา ตอนอายุเจ็ดขวบเขาเรียนที่โรงเรียนประถมมัธยม ศึกษาโปรเตสแตนท์ โดยเรียนภาษาละติน เมื่ออายุ 14 ปี แรมบรังด์ลงทะเบียนที่มหาวิทยาลัยมีชื่อเสียงของไลเดน

แต่ในขณะเดียวกันเขาขอให้พ่อแม่ของเขาฝึกหัดเขา ให้เป็นจิตรกร ซึ่งถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นฝีมือด้านศิลปะของเขาครับ ซึ่งต่อมาเขากลายเป็นลูกศิษย์ของศิลปินท้องถิ่น จาค็อบ ฟาน สวาเนนเบิร์ก (Jacob van Swanenburgh) ซึ่งเพิ่งกลับมาหลังจากการอยู่อาศัยที่ยาวนานในอิตาลี ระหว่างช่วงนี้เขาได้วาดฉากมากมายของแม่มดและนรก

โดยจาค็อบได้สอนเขาว่า จะถ่ายความรู้สึกของมนุษย์ลงในภาพอย่างไร การใช้แสงและความมืดเพื่อแบ่งแยกองค์ประกอบสำคัญจากสิ่งเล็กน้อยอย่างไร หลังจากจบการฝึกหัดแล้ว เขาก็ได้ไปอัมสเตอร์ดัมเป็นครั้งแรก และรับการสอนจากปิเอเตอร์ ลาสท์แมน (Pieter Lastman) เป็นไปได้ว่าแรมบรังด์ใช้เวลาไม่เกินหกเดือนกับลาสท์แมนก่อนกลับไปบ้านเดิม ของเขาที่ไลเดน

ในปีพ.ศ. 2173 ตอนนี้ชื่อเสียงของแรมบรังด์แผ่ไปไกลเกินไลเดน ขณะเดียวกันการเชื่อมต่อของเขากับอัมสเตอร์ดัมลึกขึ้น เขาไปที่นั่นอีกครั้งเพื่อพบผู้จำหน่ายงานศิลปะ เฮนดริค ฟาน อุยเลนเบิร์ก (Hendrik van Uylenburgh) เพื่อดำเนินการในงานต่างๆ ที่ฝ่ายหลังได้จัดให้สำหรับเขา จนกระทั่งปี 1632 ในที่สุดแรมบรังด์จากบ้านเดิมของเขาไปอัมสเตอร์ดัม

ในพ.ศ. 2175 แรมบรังด์ได้รับหน้าที่ให้วาดภาพ “บทเรียนกายวิภาคของนายแพทย์ทุลพ์” (Anatomy Lesson of Dr. Nicolaes Tulp) ซึ่งเขามองว่า งานนี้เป็นความท้าทาย

ในปี 1633 แรมบรังด์รู้จักหลานสาวของผู้จำหน่ายเขา แซสเกีย อุยเลนเบิร์ก (Saskia Uylenburgh) ลูกสาวของครอบครัวมั่งคั่งจากจังหวัดฟริเซีย แรมบรังด์และแซสเกียสมรสในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2177

ผลงานของ Rembrandt van Rijn

ผลงานสำคัญๆ ที่ทำให้เขาเป็นที่รู้จักทั่วโลกก็คือ ภาพวาดกลุ่มทหารกองหนุนของฟรานส์ แบนนิ่ง ค็อคค์ (The Militia Company of Captain Frans Banning Cocq) หรือ “การเฝ้ายามกลางคืน” (The Night Watch)

เขาเสียชีวิตเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2212 และร่างของเขาถูกฝังที่เวสต์เตอร์เคิร์ค (Westerkerk) ในอัมสเตอร์ดัมเมื่อวันที่ 8 ตุลาคมในปีเดียวกัน