Franz Kafka (ฟรานซ์ คาฟคา) คือใคร? พร้อมประวัติและผลงาน

franz kafka
หลายคนอาจจะสงสัยว่า ฟรานซ์ คาฟกา (Franz Kafka) เป็นใคร มีผลงานอะไรที่น่าสนใจ วันนี้มานาคอมพิวเตอร์จะขอนำเอาข้อมูลที่น่าสนใจของบุคคลท่านนี้มานำเสนอนะครับ

Franz Kafka คือใคร?

ฟรานซ์ คาฟกา (Franz Kafka) คือนักเขียนนิยายชาวเช็ก ซึ่งถือได้ว่าเป็นหนึ่งในนักเขียนผู้ยิ่งใหญ่แห่งศตวรรษที่ 20 ผลงานเรื่องสั้นที่สำคัญได้แก่ “กลาย” (Metamorphosis) ซึ่งเป็นเรื่องสั้นที่เกี่ยวกับชายหนุ่มที่วันหนึ่งตื่นขึ้นมาแล้วเขากลายเป็นแมลงสาป และ “The Trial” ,“The Castle” , “In the Penal Colony” และ “Amerika” ซึ่งงานเขียนของเขาถือได้ว่ามีอิทธิพลต่องานวรรณกรรมตะวันตกมากที่สุด โดยวันที่ 3 กรกฎาคมปีนี้จะเป็นวันครบรอบวันเกิด 130 ปีของเขาครับ

ประวัติของ Franz Kafka

เกิดวันที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2426 เป็นบุตรชายคนเดียวของพ่อค้าชาวยิว ที่กรุงปราก (Prague) เมืองหลวงแห่งแคว้นโบฮีเมีย (Bohemia) ปัจจุบันคือประเทศเช็ก

ในด้านการศึกษา คาฟคาเรียนภาษาเยอรมันเป็นภาษาเอก แต่ก็สามารถพูดภาษาเช็กได้อย่างคล่องแคล่ว ด้วยความที่บิดาต้องการได้รับการยอมรับและเชิดหน้าชูตาในสังคม จึงส่งคาฟกาเข้าเรียนในโรงเรียนของเยอรมนีจนถึงระดับมหาวิทยาลัย เนื่องจากภาษาเยอรมันเป็นภาษาของชนชั้นปกครองในขณะนั้น

ในตอนแรกคาฟกาเลือกเรียนวิชาเยอรมันศึกษา แต่แล้วต้องเปลี่ยนไปเรียนวิชากฎหมายเพราะบิดาบังคับ เขาจบปริญญาเอกด้านกฎหมายเมื่อปีค.ศ. 1906 ได้ฝึกงานด้านกฎหมายอยู่หนึ่งปี หลังจากนั้นจึงเข้าทำงานที่สำนักงานประกัยภัยอุบัติเหตุของผู้ใช้แรงงานจนถึงปี 2465

เขาเสียชีวิตเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน ปีค.ศ 1924 เมื่ออายุ 40 ปี ด้วยเหตุจากวัณโรคปอด ที่ประเทศออสเตรีย โดยก่อนตายเขาได้ฝากให้เพื่อนสนิทคือ มักซ์ โบรด (Max Brod) ทำลายต้นฉบับทิ้งให้หมด แต่โบรดก็มิได้ทำตามทำขอของเขา และได้นำต้นฉบับของคาฟกามาจัดพิมพ์เผยแพร่จนปรากฏถึงปัจจุบัน

ผลงานที่น่าสนใจของ Franz Kafka

เนื่องจากคาฟกามักจะใช้ลักษณะพิเศษของภาษาเยอรมัน ทำให้การแปลงานของเขาสามารถทำได้เพียงบางส่วน ประกอบกับลักษณะงานเขียนของเขาจะออกแนวมืดมน ลึกลับ คลุมเครือ ไม่สื่อความหมายอย่างใดอย่างเด่นชัด โดยได้ถ่ายทอดความน่าสะพรึงกลัวในสังคมสมัยใหม่ ผ่านตัวละครที่มีชีวิตโดดเดี่ยว แปลกแยก ทุกข์ทรมาน และเป็นเหยื่อของเหตุการณ์เหนือจริงคล้ายฝันร้าย ด้วยเหตุนี้งานของคาฟกาจึงมีมนต์ขลังให้นักอ่านและนักวิจารณ์รุ่นใหม่ ๆ นำมาตีความและถกเถียงเรื่อยมาจนปัจจุบัน

The Metamorphosisผลงานประเภทนวนิยาย

  • The Trial (1925)
  • The Castle (1926)
  • America (1927)

ผลงานประเภทเรื่องสั้น

  • The Judgement (1913)
  • Meditation (1913)
  • In the Penal Colony (1914)
  • The Metamorphosis (1915)
  • A Country Doctor (1916)
  • A Report to an Academy (1919)
  • Letters to His Father (1919)
  • The Burrow(1923)
  • Josepine the Singer, or the Mouse Folk (1924)
  • A Hunger Artist (1924)
  • The Giant Mole (1931)
  • The Great Wall of China (1933)
  • Investigations of a Dog (1933)
  • Before the Law (1933)
  • Blumfield, an Elderly Bachelor (1933)
  • Description of a Struggle (1936)
  • The Diaries of Franz Kafka 1910-23 (1951)
  • Letters to Milena (1952)
  • Letters 1902-24 (1958) (ed. by M. Brod)
  • Letters to Felice (1967)
  • Letters to Ottla and the Family (1974)
  • Letters to Friends, Family and Editors (1977)

Antoni Gaudí คือใคร? พร้อมประวัติและผลงานของเขา

antoni-gaudi_1
วันนี้เรามีประวัติที่น่าสนใจของบุคคลท่านหนึ่งคือ Antoni Gaudí หลายคนอาจจะสงสัยว่าเขาคือใคร มีผลงานอะไรถึงได้รับการกล่าวขวัญถึงเป็นอย่างมาก วันที่ 25 มิถุนายนปีนี้ก็ถือว่าเป็นวันครบรอบวันเกิด 161 ปีของบุคคลท่านนี้ครับ

Antoni Gaudí คือใคร?

Antoni Gaudi เป็นเป็นสถาปนิกที่โดดเด่นที่สุดคนหนึ่งของสเปนและมีความโดดเด่นในฐานะผู้รังสรรค์ศิลปะแนว Art Neuveau ซึ่งงานของเขาก้าวหน้ากว่าสถาปนิกร่วมสมัย เต็มไปด้วยจินตนาการและความงดงาม  และเป็นผู้สร้างสถาปัตยกรรมที่สวยงามมากมาย โดยผลงานที่โดดเด่นมากชิ้นหนึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกก็คือ อพาร์ตเม้นท์ Casa Mila หรือ La Pedrera

ประวัติของ Antoni Gaudí

เขาชื่อเต็มว่า Antoni Gaudi y Cornet (อ่านว่า “อันโตนิ เกาดิ อี กอร์เน็ต”) เกิดเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน ปีค.ศ. 1852 ที่แคว้นคาตาโลเนีย ประเทศสเปน เป็นบุตรคนสุดท้องในครอบครัว มีพี่สาว 2 คนและพี่ชาย 2 คน

ในด้านการศึกษา เขาผ่านการศึกษาจากโรงเรียนสถาปัตย์ แต่สิ่งที่หล่อหลอมให้เขาเป็นสถาปนิกชื่อเสียงก้องโลก ก็น่าจะเป็นในช่วงเวลาที่เขาได้ไปฝึกงานเป็นผู้ช่วยสถาปนิกตลอดช่วงที่เป็นนักศึกษา โดยวิชาวาดเส้น และการทำโปรเจ็ค เป็นวิชาที่เขาทำคะแนนได้ดีเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะงานวาดเส้นของเขา ถูกมองว่าเป็นได้ทั้งงานของคนเสียสติหรืออัจฉริยะก็ได้ เขาสำเร็จการศึกษาในปี ค.ศ. 1878 ทำงานเป็นสถาปนิกตลอดชีวิตของเขา

เขาเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถรางชน ที่เมืองบาร์เซโลน่า แคว้นคาตาโลเนีย ประเทศสเปน เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน ปี 1926 มีอายุรวม 73 ปี

ผลงานชิ้นสำคัญๆ ของ Antoni Gaudí

ในช่วงการทำงานของเกาดิ เขาได้รับอิทธิพลจากงานเขียนในยุคกลางพวกโกธิค บวกกับแนวรูปร่างของสิ่งต่างๆ ในธรรมชาติ ทำให้งานของเขาสะท้องออกมาในแนวของการตกแต่งแบบอลังการ ซึ่งถือได้ว่า เขาเป็นผู้นำศิลปะสมัยใหม่จริง ๆ โดยงานของเขาจะบอกเล่าเรื่องของยุคสมัยได้เป็นอย่างดี ด้วยแฝงไปด้วยแนวคิดแบบยุคเก่า ผสมผสานไปกลับยุครอยต่อ พร้อมทั้งนำเสนอศิลปะแนวสมัยใหม่ไปด้วยกัน โดยผลงานสำคัญ ๆ ของเกาดิ มีดังนี้

• Casa Vicens (1878-1880)
• Palau Güell (1885-1889)
• Colegio de Santa Maria de Jesús (1889-1894)
• Santa Coloma de Cervelló (1898-1915)
• Casa Calvet (1899-1904)
• Casa Batlló (1905-1907)
• Casa Milà (La Pedrera) (1905-1907)
• Parc Güell (1900-1914)
• Sagrada Família (1884-1926)

เราลองมาดูภาพของผลงานของเขากันนะครับ

antoni gaudi

 

 

Maurice Sendak (ประวัติ,ผลงานที่น่าสนใจ)

Maurice Sendak
หลายคนอาจจะสงสัยว่า Maurice Sendak คือใคร? วันนี้มานาคอมพิวเตอร์อยากจะขอนำเสนอประวัติและผลงานที่น่าสนใจของ Maurice Sendak มาฝากกันนะครับ

Maurice Sendak คือใคร?

เขาเป็นนักเขียนและนักวาดภาพนิทานเด็กชาวอเมริกันที่มีชื่อเสียงก้องโลก โดยผลงานที่มีชื่อเสียงก็คือหนังสือ Where the Wild Things Are โดยตีพิมพ์ครั้งแรกในปี คศ. 1963 และได้รับความนิยมมาอย่างยาวนานจนถึงปัจจุบันนี้ โดยวันที่ 10 มิถุนายนปีนี้จะเป็นวันครบรอบวันเกิด 85 ปีของเขาครับ

ประวัติของ Maurice Sendak

Maurice Sendak มีชื่อเต็มว่า Maurice Bernard Sendak มีบิดาชื่อ Philip Sendak และมารดาชื่อ Sadie Schindler เขาเกิดเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน ปี 1928 ที่บรูคลิน นิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยเขาเป็นทั้งจิตรกร นักวาดภาพประกอบ และนักเขียน จบการศึกษาจาก Art Students League of New York โดยผลงานส่วนใหญ่ของเขาจะเป็นพวกนิทานสำหรับเด็ก และหนังสือภาพประกอบ

โดยผลงานที่โดดเด่นของเขาก็คือหนังสือเรื่อง Where the Wild Things Are ที่ตีพิมพ์ในปี 1963 และ In the Night Kitchen ที่ตีพิมพ์ในปี 1970 และรางวัลที่ได้รับก็จะมี Caldecott Medal (ปี 1964, 1974), Hans Christian Andersen Award (ปี 1970), Laura Ingalls Wilder Medal (ปี 1983) และ Astrid Lindgren Award (ปี 2003)

เขาเสียชีวิตวันที่ 8 พฤษภาคม ปี 2012 ที่แดนบูรี คอนเนตติกัต ประเทศสหรัฐอเมริกา รวมอายุได้ 83 ปี

ผลงานทั้งหมดของ Maurice Sendak

งานเขียน

  • Kenny’s Window (1956)
  • Very Far Away (1957)
  • The Sign on Rosie’s Door (1960)
  • The Nutshell Library (1962)
    • Alligators All Around (An Alphabet)
    • Chicken Soup with Rice (A Book of Months)
    • One Was Johnny (A Counting Book)
    • Pierre (A Cautionary Tale)
  • Where the Wild Things Are (1963)
  • Let’s Be Enemies (written by Janice May Udry) (1965)
  • Higglety Pigglety Pop! or There Must Be More to Life (1967)
  • In the Night Kitchen (1970)
  • Fantasy Sketches (1970)
  • Ten Little Rabbits: A Counting Book with Mino the Magician (1970)
  • Some Swell Pup or Are You Sure You Want a Dog? (written by Maurice Sendak & Matthew Margolis, and illustrated by Maurice Sendak) (1976)
  • Seven Little Monsters (1977)
  • Outside Over There (1981)
  • Caldecott and Co: Notes on Books and Pictures (an anthology of essays on children’s literature) (1988)
  • We Are All in the Dumps with Jack and Guy (1993)
  • Maurice Sendak’s Christmas Mystery (1995) (a box containing a book and a jigsaw puzzle)
  • Mommy? (Sendak’s only pop-up book) (2006)
  • Bumble-Ardy (2011)
  • My Brother’s Book (2013)

ผลงานด้านการวาดภาพประกอบ

  • Atomics for the Millions (by Dr. Maxwell Leigh Eidinoff) (1947)
  • The Wonderful Farm (by Marcel Aymé) (1951)
  • Good Shabbos Everybody (by Robert Garvey) (1951)
  • A Hole is to Dig (by Ruth Krauss) (1952)
  • Maggie Rose: Her Birthday Christmas (by Ruth Sawyer) (1952)
  • A Very Special House (by Ruth Krauss) (1953)
  • Hurry Home Candy (by Meindert DeJong) (1953)
  • The Giant Story (by Beatrice Schenk de Regniers) (1953)
  • I’ll Be You and You Be Me (by Ruth Krauss) (1954)
  • The Tin Fiddle (by Edward Tripp) (1954)
  • The Wheel on the School (by Meindert DeJong) (1954)
  • Mrs. Piggle-Wiggle’s Farm (by Betty MacDonald) (1954)
  • Charlotte and the White Horse (by Ruth Krauss) (1955)
  • Happy Hanukah Everybody (by Hyman Chanover and Alice Chanover) (1955)
  • Little Cow & the Turtle (by Meindert DeJong) (1955)
  • Singing Family of the Cumberlands (by Jean Ritchie) (Oxford University Press, 1955)
  • What Can You Do with a Shoe? (by Beatrice Schenk de Regniers) (1955, re-colored 1997)
  • Seven Little Stories on Big Subjects (by Gladys Baker Bond) (1955)
  • I Want to Paint My Bathroom Blue (by Ruth Krauss) (1956)
  • The Birthday Party (by Ruth Krauss) (1957)
  • Little Bear (by Else Holmelund Minarik, there was also a TV series based on this series of books)
    • Little Bear (1957)
    • Father Bear Comes Home (1959)
    • Little Bear’s Friend (1960)
    • Little Bear’s Visit (1961)
    • A Kiss for Little Bear (1968)
  • Along Came a Dog (by Meindert DeJong) (1958)
  • No Fighting, No Biting! (by Else Holmelund Minarik) (1958)
  • What Do You Say, Dear? (by Sesyle Joslin) (1958)
  • Seven Tales by H. C. Andersen (translated by Eva Le Gallienne) (1959)
  • The Moon Jumpers (by Janice May Udry)(1959)
  • Open House for Butterflies (by Ruth Krauss) (1960)
  • Best in Children’s Books: Volume 31 (various authors and illustrators: featuring, Windy Wash Day and Other Poems by Dorothy Aldis, illustrations by Sendak) (1960)
  • Dwarf Long-Nose (by Wilhelm Hauff, translated by Doris Orgel) (1960)
  • Best in Children’s Books: Volume 41 (various authors and illustrators: featuring, What the Good-Man Does Is Always Right by Hans Christian Andersen, illustrations by Sendak (1961)
  • Let’s Be Enemies (by Janice Udry) (1961)
  • What Do You Do, Dear? (by Sesyle Joslin) (1961)
  • The Big Green Book (by Robert Graves) (1962)
  • Mr. Rabbit and the Lovely Present (by Charlotte Zolotow) (1962)
  • The Singing Hill (by Meindert DeJong) (1962) (Harper Row)
  • The Griffin and the Minor Canon (by Frank R. Stockton) (1963)
  • How Little Lori Visited Times Square (by Amos Vogel) (1963)
  • She Loves Me…She Loves Me Not… (by Robert Keeshan AKA Captain Kangaroo) (1963)
  • McCall’s: August 1964; VOL XCI, No 11 (featuring The Young Crane by Andrejs Upits, illustrations by Sendak)
  • The Bee-Man of Orn (by Frank R. Stockton) (1964)
  • The Animal Family (by Randall Jarrell) (1965)
  • Hector Protector and As I Went Over the Water: Two Nursery Rhymes (traditional nursery rhymes) (1965)
  • Lullabyes and Night Songs (by Alec Wilder, edited by William Engvick) (1965)
  • Zlateh the Goat and Other Stories (by Isaac Bashevis Singer) (1966)
  • The Bat-Poet (by Randall Jarrell) (1964)
  • The House of Sixty Fathers (by Meindert De Jong) (1956)
  • The Saturday Evening Post: May 4, 1968; 241st year, Issue no. 9 (features Yash The Chimney Sweep by Isaac Bashevis Singer)
  • The Juniper Tree and Other Tales from Grimm: Volumes 1 & 2 (translated by Lore Segal with four tales translated by Randall Jarrell) (1973 both volumes)
  • King Grisly-Beard (by Brothers Grimm) (1973)
  • Pleasant Fieldmouse (by Jan Wahl) (1975)
  • Fly by Night (by Randall Jarrell) (1976)
  • The Light Princess (by George MacDonald) (1977)
  • Shadrach (by Meindert Dejong) (1977)
  • The Big Green Book (by Robert Graves) (1978)
  • Nutcracker (by E.T.A. Hoffmann) (1984)
  • The Love for Three Oranges (The Glyndebourne Version, by Frank Corsaro based on L’Amour des Trois Oranges (by Serge Prokofiev) (1984)
  • Circus Girl (by Jack Sendak) (1985)
  • In Grandpa’s House (by Philip Sendak) (1985)
  • The Cunning Little Vixen (by Rudolf Tesnohlidek) (1985)
  • Dear Mili (written by Wilhelm Grimm) (1988)
  • Sing a Song of Popcorn (by Beatrice Schenk de Regniers with various illustrators including Sendak) (1988)
  • The Big Book for Peace (various authors and illustrators, cover also by Sendak) (1990)
  • I Saw Esau (edited by Iona Opie and Peter Opie) (1992)
  • The Golden Key (by George MacDonald) (1992)
  • We Are All in the Dumps with Jack and Guy: Two Nursery Rhymes with Pictures (traditional nursery rhymes) (Harper Collins) (1993)
  • Pierre: or, The Ambiguities: The Kraken Edition (by Herman Melville) (1995)
  • The Miami Giant (by Arthur Yorinks) (1995)
  • Frank and Joey Go to Work (by Arthur Yorinks), also has additional illustrations by Ky Chung (1996)
  • Penthesilea (by Heinrich von Kleist, translated and introduced by Joel Agee) (1998)
  • Dear Genius: The Letters of Ursula Nordstrom (by Ursula Nordstrom, edited by Leonard S. Marcus)
  • Swine Lake (by James Marshall) (1999)
  • Brundibár (by Tony Kushner) (2003)
  • Sarah’s Room (by Doris Orgel) (2003)
  • The Happy Rain (by Jack Sendak) (2004)
  • Bears! (by Ruth Krauss) (2005)

ผลงานชุด

  • The Art of Maurice Sendak (by Selma G. Lanes) (1980)
  • The Art of Maurice Sendak: From 1980 to the Present (by Tony Kushner) (2003)
  • Making Mischief: A Maurice Sendak Appreciation (by Gregory Maguire) (2009)

Julius Richard Petri คือใคร? ประวัติและผลงานของ Julius Richard Petri

julius richard petri
หลายคนอาจจะสงสัยว่า Julius Richard Petri นั่นคือใคร วันนี้มานาคอมพิวเตอร์อยากขอนำเอาประวัติและผลงานที่น่าสนใจของ Julius Richard Petri มาฝากนะครับ

Julius Richard Petri คือใคร?

ริชาร์ด จูเลียส เพตริ เป็นทั้งแพทย์และนักแบคทีเรียวิทยาชาวเยอรมัน เป็นผู้ค้นคิดและพัฒนาจานเพาะเชื้อ (Petri dish) ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันครับ ซึ่งวันที่  31 พฤษภาคมปีนี้ ก็จะเป็นวันครบรอบวันเกิด 161 ปีของเขาครับ

ประวัติของ Julius Richard Petri

Julius Richard Petri (อ่านว่า จูเลียส ริชาร์ด เพตริ) เกิดเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม ค.ศ.1852 ที่เมือง Bermen ประเทศเยอรมัน เขาเริ่มเข้าศึกษาทางแพทย์ที่ Kaiser-Wilhelm-Academy ซึ่งเป็นสถาบันสำแพทย์ทหารและได้รับแพทย์ปริญญาในปี 1876 และได้ทำการศีกษาต่อที่ที่โรงพยาบาล Charité ในกรุงเบอร์ลิน และได้รับการบรรจุเป็นแพทย์ทหารตั้งแต่ปี 1882 และต่อมาได้เป็นทหารกองหนุน

ต่อมาในปี 1877 ถึง 1879 เพตริได้เข้าทำงานที่ Imperial Health Office ในกรุงเบอร์ลิน ณ จุดนี้เองที่เขาได้ทำงานเป็นผู้ช่วยของ Robert Koch นักวิทยาศาตร์ชื่อดัง ผู้ริเริ่มเทคนิคการเพาะเชื้อบน agar plate โดยทำบน Petri dish ของเพตรินั่นเอง

เพตริ เสียชีวิต เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม ค.ศ. 1921 ที่เมือง Zeitz ประเทศเยอรมัน อายุรวม 69 ปี

ผลงานที่น่าสนใจของ Julius Richard Petri

Petri dish หรือจานเพาะเชื้อ ถือได้ว่าเป็นผลงานที่มีประโยชน์ต่อวงการวิจัย และเป็นประโยชน์ในการศึกษา การวินิจฉัยแบคทีเรียและโรคติดเชื้อมากมายในยุคต่อมา

โดยจานเพาะเชื้อนี้ มีไว้สำหรับการเพาะเลี้ยงเชื้อ ทำมาจากวัสดุที่เป็นแก้วหรือพลาสติก มีรูปทรบกระบอกเตี้ย มีฝา โดยจานเพาะเชื้อนี้สามารถนำกลับมาใช้ได้ใหม่โดยการทำให้ปราศจากเชื้อก่อนด้วยการสเตอริไรส์ (Sterilization) ในหม้อนึ่งความดัน (Autoclave) หรือให้ความร้อนในตู้อบ ที่อุณหภูมิ 160 °C เป็นเวลา 1 ชั่วโมง

โดยเพตริได้ทำการพัฒนาจานเพาะเลี้ยงเชื้อ เพื่อใช้ในการ โคลนนิ่ง แบคทีเรียในงานของเขา โดยการใช้อาหารเลี้ยงเชื้อแบบแข็ง (Agar) แล้วเลี้ยงเชื้อไว้บนนั้นครับ

ถือได้ว่า ผลงานของเขาเป็นประโยชน์แก่วงการแพทย์อย่างมากมายเลยครับ

Saul Bass คือใคร? Saul Bass กับประวัติและผลงาน

Saul Bass
วันนี้เป็นวันเกิดของ Saul Bass ครบรอบ 93 คุณอาจจะสงสัยว่าเขาคือใคร? วันนี้เราจะพาไปพบกับคำตอบพร้อมประวัติและผลงานของ Saul Bass กันนะครับ

Saul Bass คือใคร?

เขาคือกราฟฟิคดีไซเนอร์ชาวอเมริกัน และเป็นทั้งผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ ผลงานของเขาเป็นที่รู้จักทั้งในฐานะผู้สร้างสรรค์ภาพเคลื่อนไหวหัวเรื่องภาพยนตร์,ผู้สร้างโปสเตอร์ภาพยนตร์ รวมทั้งเป็นผู้ออกแบบโลโก้บริษัทชื่อดังระดับโลกหลากหลายแบรนด์ครับ

ประวัติของ Saul Bass

Saul Bass เกิดเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม ปี ค.ศ. 1920 ที่ New York City, นิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา

ในช่วงที่เขามีอายุ 40 ปี เขาได้มีส่วนร่วมในการสร้างภาพยนตร์ที่ได้รับการกล่าวขวัญถึงเป็นอย่างมากในช่วงนั้น โดยร่วมสร้างกับผู้กำกับที่มีชื่อเสียงในขณะนั้นเช่น อัลเฟรด ฮิตช์คอร์ค (Alfred Hitchcock), ออตโต้ พรีมิงเกอร์ (Otto Preminger), บิลลี่ ไวเดอร์ (Billy Wilder), สแตนลี่ คูบริค (Stanley Kubrick) และ มาร์ติน สกอเซซี่ (Martin Scorsese)

ผลงานในส่วนของการทำภาพเคลื่อนไหวในส่วนของการเปิดปิดภาพยนตร์หลายๆ เรื่องก็เป็นฝีมือของเขา เช่น ในภาพยนตร์เรื่อง The Man with the Golden Arm ของพรีมิงเกอร์, ในภาพยนตร์เรื่อง North by Northwest และ Psycho ของฮิตช์คอร์ค

เขามีผลงานในด้านการดีไซน์โลโก้อันเป็นสัญลักษณ์ให้กับบริษัทที่มีชื่อเสียงหลายๆ แห่ง ไม่ว่าจะเป็นโลโก้ “bell” ของ AT&T ในปีค.ศ. 1969 และโลโก้ “globe” ของ AT&T เช่นกันในปีค.ศ.1983 หลังจากที่ระบบ Bell ล่มสลาย เขาก็ได้ดีไซน์โลโก้ “jetstream” ของสายการบิน Continental Airlines ในปีค.ศ.1968 รวมทั้งโลโก้ “tulip” ของสายการบิน United Airlines ในปีค.ศ.1974 ซึ่งบางโลโก้นั้นได้รับการยอมรับมากที่สุดในอุตสาหกรรมสายการบินในยุคนั้น

เขาเสียชีวิตเมื่อวันที่ 25 เมษายน ค.ศ. 1996 ที่ลอสแองเจลิส แคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ขณะมีอายุได้ 75 ปี

ผลงานของ Saul Bass

ผลงานของเขามีมากมายครับ ขอแบ่งเป็นประเภทต่างๆ ดังนี้ครับ

ผลงานด้านการออกแบบโลโก้และดีไซน์ต่างๆ

  • Alcoa (1963)
  • AT&T Corporation (1969 and 1983)
  • Avery International (1975)
  • Boys & Girls Clubs of America (1980)
  • Celanese (1965)
  • Continental Airlines (1968)
  • Dixie (1969)
  • Frontier Airlines (1978)
  • Fuller Paints (1962)
  • Geffen Records (1980)
  • General Foods (1984)
  • Girl Scouts of the USA (1978)
  • Japan Energy Corporation (1993)
  • J. Paul Getty Trust (1993)
  • Kibun Foods (1984)

ผลงานด้านการออกแบบโปสเตอร์ภาพยนตร์

  • Carmen Jones (1954)
  • The Man with the Golden Arm (1955)
  • Edge of the City (1956)
  • Storm Center (1956)
  • Love in the Afternoon (1957)
  • Saint Joan (1957)
  • Bonjour Tristesse (1958)
  • The Big Country (1958) (style b poster)
  • Vertigo (1958)
  • Anatomy of a Murder (1959)
  • Exodus (1960)
  • The Magnificent Seven (1960) (design not used)
  • One, Two, Three (1961)
  • Advise & Consent (1962)
  • It’s a Mad, Mad, Mad, Mad World (1963)
  • The Cardinal (1963)
  • In Harm’s Way (1964)
  • Bunny Lake is Missing (1965)
  • The Firemen’s Ball (1967)
  • The Two of Us (1967)
  • Why Man Creates (1968)
  • Very Happy Alexander (1969)
  • Such Good Friends (1971)
  • Rosebud (1975)
  • Brothers (1977)
  • Notes on the Popular Arts (1977)
  • Bass on Titles (1978)
  • The Human Factor (1979)
  • The Shining (1980)
  • The Solar Film (1980)
  • Return from the River Kwai (1989)
  • Schindler’s List (1993) (undistributed poster)

ผลงานด้านการออกแบบหัวเรื่องภาพยนตร์

  • Carmen Jones (1954)
  • The Big Knife (1955)
  • The Man with the Golden Arm (1955)
  • The Racers (1955)
  • The Seven Year Itch (1955)
  • The Shrike (1955)
  • Around the World in Eighty Days (1956)
  • Storm Center (1956)
  • Attack (1956)
  • Edge of the City (1957)
  • Saint Joan (1957)
  • The Pride and the Passion (1957)
  • The Young Stranger (1957)
  • Bonjour Tristesse (1958)
  • Cowboy (1958)
  • Vertigo (1958)
  • The Big Country (1958)
  • Anatomy of a Murder (1959)
  • North by Northwest (1959)
  • Psycho (1960)
  • Spartacus (1960)
  • The Facts of Life (1960)
  • Exodus (1960)
  • Ocean’s 11 (1960)
  • West Side Story (1961)
  • Something Wild (1961)
  • Advise and Consent (1962)
  • Walk on the Wild Side (1962)
  • The Victors (1963)
  • Nine Hours to Rama (1963)
  • It’s a Mad, Mad, Mad, Mad World (1963)
  • The Cardinal (1963)
  • In Harm’s Way (1965)
  • Bunny Lake Is Missing (1965)
  • Grand Prix (1966)
  • Not with My Wife, You Don’t! (1966)
  • Seconds (1966)
  • Such Good Friends (1971)
  • That’s Entertainment, Part II (1976)
  • Broadcast News (1987)
  • Big (1988)
  • The War of the Roses (1989)
  • Goodfellas (1990)
  • Cape Fear (1991)
  • Doc Hollywood (1991)
  • Mr. Saturday Night (1992)
  • The Age of Innocence (1993)
  • Higher Learning (1995)
  • Casino (1995)
  • Kose Cosmetics (1991)
  • Lawry’s Foods (1959)
  • Minami Sports (1991)
  • Minolta (1978)
  • NCR Corporation (1996)
  • Quaker Oats (1969)
  • Rockwell International (1968)
  • Security Pacific Bank (1966)
  • United Airlines (1974)
  • United Way (1972)
  • US Postage (1983)
  • Warner Communications (1974)
  • Wienerschnitzel (1978)
  • Wesson Oil (1964)
  • YWCA (1988)