วิธีการดูรายละเอียดสเปคคอมพิวเตอร์จากโบชัวร์

spec-computers
วันนี้ได้มีโอกาสไปเดินเล่นที่ห้างสรรพสินค้าใกล้บ้าน (อย่ารู้เลยว่าบ้านอยู่แถวไหน) ต้อนรับลมหนาวแรกของปีเลยครับ เดินไปเดินมาตามภาษาคนมีเวลาว่างเยอะ เลยขนใบปลิวพวกสินค้าคอมพิวเตอร์มาหลายใบอยู่ครับ แว่บหนึ่งก็เลยคิดขึ้นมาว่า เอ เรื่องวิธีการดูรายละเอียดสเปคคอมพิวเตอร์นี่ คนส่วนมากเขาพอรู้กันแล้วหรือยัง (ผมสรุปเอาเองว่า น่าจะเขียนแบ่งปันไว้หน่อยดีกว่าครับ) เลยเป็นที่มาของบทความนี้คุณเคยสับสนกับเรื่องสเปคคอมพิวเตอร์ที่มีอยู่ในปัจจุบันนี้ไหมครับ?”

ผมเคยเป็นมาแล้ว และ(โครต)สงสัยเลยว่า สเปคต่างกันนิดเดียว ทำไมราคามันต่างกันจัง(ว่ะ)

วันนี้ เลยเอาตัวอย่างของสเปคคอมพิวเตอร์อันหนึ่งมาให้ดูกันนะครับ ว่าเราจะมีวิธีการดูสเปคคอมพิวเตอร์ให้เข้าใจได้โดยง่ายได้อย่างไรกัน (ตามรูปข้างล่างเลยครับ ขออนุญาตไม่เผยชื่อและยี่ห้อนะครับ ด้วยเหตุผลเดิม ผมไม่ได้ค่าโฆษณา 🙂 )

spec-computers

จากในใบปลิวคอมพิวเตอร์เจ้าหนึ่งครับ เราลองมาไล่ดูทีละบรรทัดกันดีกว่า

1. Operating System Microsoft® Windows® 7 Basic
2. Processor AMD Athlon 64 X2 Dual Core 3250e
1.5 GHz with Hyper Transport Technology
3. Chipset AMD RS 780 MN/SB700
4. Memory 2048MB DDR2 (expandable up to 4.0GB) FSB 800 MHz
5. Harddisk 320 GB SATA with 7200 RPM
6. Optical Drive SuperMulti SATA Lightscribe Double Layer (8.5GB)
7. Monitor 18.5” diagonal widescreen BrightView LCD
8. Graphics ATI Radeon TM HD3200 Integrated graphic up to 895MB
9. Connection 10/100 Base-T Network, Wireless 802.11 b/g /nLAN
10. Audio Integrated Stereo Audio
11. I/O ports 6 USB 2.0 ( 2 front 4 rear)
1.3 Megapixel built in camera with microphone
1 1394,  Audio-Out, SPDIF-Out, IR-Out, AC inlet
12. Keyboard xxx  Optical mouse and USB keyboard
13. Warranty 1 year warranty onsite service

1. Operating System หรือ ที่เรียกภาษาไทยว่า ระบบปฎิบัติการ ซึ่งคอมพิวเตอร์ในชุดนี้เลือกใช้ Windows 7 Basic ซึ่งเป็น Windows เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดเลย หากคุณต้องการที่จะให้เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณมาพร้อมระบบปฎิบัติการ windows ด้วย คุณจะต้องมีค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ประมาณ 3,000 บาทขึ้นไปด้วยครับ

2. Processor หรือ ที่เรียกง่ายๆว่า ซีพียู (CPU) ซึ่งเป็นหน่วยประมวลผลคอมพิวเตอร์หลัก คอมพิวเตอร์ของคุณจะแรงหรือไม่แรง ส่วนนี้เป็นส่วนสำคัญครับ (แต่ราคาก็จะแปรผันไปกับความแรงด้วย)

3. Chipset อันนี้เป็นตัวที่ควบคุมการทำงานที่สำคัญของเมนบอร์ด (แต่บางที่ก็ไม่บอกรุ่นของ Chipset แต่บอกรุ่นของ Mainboard แทนครับ)

4. Memory หน่วย ความจำสำรอง หรือที่เราเรียกว่า แรม (Ram) นั่นแหละครับ มีเยอะยิ่งดี เริ่มต้นควรจะมีที่ 2GB (2048 MB) ครับ แม้ว่าตอนนี้ จะเริ่มมี DDR3 เข้ามา แต่ DDR2 ก็ยังได้รับความนิยมอยู่ครับ

5. Harddisk เป็น ตัวเก็บข้อมูลในคอมพิวเตอร์ของเรา ถ้าถามว่า ความจุสักเท่าไหร่ดี สำหรับผมๆ ว่า 320GB ตามสเปคคอมพิวเตอร์นี้ก็โอเคครับ แต่ถ้าได้ถึง 500 – 1000 GB เลยได้ก็ดีครับ เพราะราคาของ Harddisk ตอนนี้ก็ราคาไม่แพง และได้ความจุที่มากขึ้นเรื่อยๆ ครับ

6. Optical Drive เป็นอุปกรณ์สำหรับการเขียนซีดี หรือ ดีวีดี ซึ่งในปัจจุบันควรที่จะรองรับการเขียน DVD แบบ Double Layer (8.5GB) เป็นพื้นฐานนะครับ (ส่วน Blu-ray นั้น รออีกสักพักดีกว่าครับ)

7. Monitor อัน นี้เป็นจอภาพแสดงผลครับ ซึ่งปัจจุบันจอภาพแบบ LCD ก็มีราคาถูกพอๆ กับจอภาพ CRT แล้ว (บ้านผมเรียกว่า จอตูดใหญ่) ขนาดที่แนะนำก็คือ 19 นิ้ว + Wide Screen ครับ (เผื่อสำหรับการดูหนัง ฟังเพลง และทำงานครับ) ซึ่งในนี้จะเป็น 18.5 นิ้ว ผมว่ามันก็คือ 19 นิ้วนั่นแหละ

8. Graphics ซึ่ง เป็นอุปกรณ์ในส่วนของระบบการแสดงผลของภาพ หรือถ้าคนทั่วไปจะรู้จักกันในนามว่า “การ์ดจอ” (VGA Card) โดยจะมี 2 รูปแบบก็คือ แบบที่ติดมาพร้อมกับ Mainboard (On Board) และแบบที่เป็นอุปกรณ์แยกต่างหาก ( Graphics Card) โดยถ้าเป็นแบบ On Board นั้น จะเหมาะสมกับการใช้งานทั่วไป ไม่เหมาะกับการนำมาใช้เล่นเกมส์ ซึ่งจุดที่สังเกตได้ง่ายว่า คอมพิวเตอร์ในใบปลิวนั้น เป็นแบบ On board หรือไม่ ให้ดูว่ามีคำว่า “Integrated” หรือไม่ ถ้ามี เป็นแบบ On Board นะครับ

9. Connection ระบบการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ซึ่งคอมพิวเตอร์รุ่นนี้จะมี Wireless Lan รวมอยู่ในระบบด้วยครับ

10. Audio ระบบเสียงที่ใช้ครับ คล้ายๆ กับระบบ Graphics ครับ คือ ถ้ามีคำว่า “Integrated” แสดงว่า เป็นระบ Audio On Board ครับ

11. I/O ports เป็นช่องสำหรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์ภายนอกอื่นๆ เช่น USB Port , Fire-Wire Port,ช่องสำหรับเสียบไมค์หรือลำโพง ครับ

12. Keyboard + Mouse เป็นอุปกรณ์ที่ควรจะต้องมีอยู่แล้วครับ

13. Warranty การ รับประกันตัวเครื่อง แล้วแต่ละที่ครับ บางที่ก็ 1 ปี บางที่ก็ 3 ปี อย่าลืมดูด้วยนะครับ ถ้ามีคำว่า Onsite แสดงว่า เขามีบริการที่ซ่อมให้ถึงบ้านด้วยนะครับ (ซึ่งคอมพิวเตอร์แบบประกอบจะไม่มีตรงนี้ครับ)

เป็นอย่างไรบ้างครับ อ่านแล้วพอจะนึกภาพของคอมพิวเตอร์ที่เราอยากจะได้แล้วหรือยังครับ?

บทความนี้เขียนขึ้นโดย Kittin จากเว็บไซต์ manacomputers.com ได้รับความคุ้มครองตามสัญญาอนุญาต CC 3.0

งานมหกรรมคอมพิวเตอร์ปลายปี Commart Comtech Thailand ’09

xgen2009-manacomputersเตรียมตัวพบกับงานคอมพิวเตอร์ครั้งใหญ่ปลายปี 2009 กับ งาน Commart Comtech Thailand ’09ซึ่งจะมีขึ้นในระหว่างวันที่ 5 – 8 พฤศจิกายน 2552 เวลา 10.00 – 20.00 น. ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์โดยจะมีสินค้าไอทีมากกมายที่มาลดราคากับมากมายเป็นพิเศษพร้อมกิจกรรมการสัมมนาในงานที่น่าสนใจมากถึง 8 หัวข้อเช่น

.

– Windows 7
– Windows Phone
– 3G
ซ่อมคอมพิวเตอร์
วิเคราะห์ตลาดออนไลน์
– Bing
ค้นหาข้อมูล
– GPS
กับการใช้งาน
– SEO
โปรโมตเว็บขั้นเซียน

โดยผู้ที่สนใจและต้องการเข้าร่วมการสัมมนา ท่านสามารถลงทะเบียนล่วงหน้าผ่านทาง

http://www.commartthailand.com/

HTC Tattoo เปิดตัวให้จองแล้วจ้า (แต่ราคาแรงไปนิ้ด) 13,900 บาท

หลัง จากที่ PDA Phone ที่ใช้ระบบปฎิบัติการ Android เริ่มได้รับการกล่าวขานถึงในวงการของผู้ใช้ PDA  Phone ว่าเป็นระบบปฏิบัติการบน PDA ที่มาแรงตัวหนึ่งเลยทีเดียว ระบบปฎิบัติการ Android ได้รับการพัฒนาโดย Google โดยในตอนนี้เวอร์ชั่นปัจจุบันคือ 1.6 (Donut)

htc-tattoo

ตอนนี้ ( 6 ตุลาคม 2009 ) ทางHTC ประเทศไทยได้เปิดใ้ห้จอง HTC Tattoo  แล้วครับ

รายละเอียดที่นี่ครับ http://htc.taradpay.com/tattoo

ความเห็นส่วนตัว – สำหรับ ผม ผมว่า ราคาของตัวนี้มันแรงไปนิ้ดหนึ่่งครับ คิดว่าน่าจะหมื่นต้นๆ เยอะกว่าที่คิดไว้ในใจพอสมควรเลยครับ เนื่องจากตัวนี้ได้วางตำแหน่งของตัวเองไว้เป็น PDA Phone ราคาประหยัดและคุ้มค่า ซึ่งต้องคอยดูว่า คู่แข่งอย่าง Samsung Galaxy Lite (I5700) จะเปิดตัวราคาเป็นอย่างไร?


.

.

.

.

.

.


htc-pro

อันนี้เป็นสเปคเครื่องครับ ซึ่งผมก็มองว่าเป็นอะไรที่น่าสนใจกับ PDA Phone ราคาระดับนี้



ความแตกต่างระหว่าง CPU INTEL E7400 กับ E6300

e7400+e6300คุณเคยดูละครไทยซักเรื่องหนึ่งไหมครับ? ที่เนื้อเรื่องประมาณว่า นางเอกฝาแฝด 2 คนเกิดพร้อมกัน แต่โชคชะตาก็พาให้ต้องพลัดพรากจากกัน คนหนึ่งไปอยู่ในบ้านผู้ดีมีตระกูล ส่วนอีกคนไปอยู่บ้านของชาวบ้านคนธรรมดา เมื่อวันหนึ่งทั้งสองคนมารักผู้ชายคนเดียวกัน (พระเอก) พระเอกจะเลือกใคร? (แค่อยากจะบอกว่า อารมณ์การเขียนบทความนี้ของผม เหมือนกับในละครข้างบนเลยครับ…)

เมื่อไม่นานมานี้ ผมได้มีโอกาสไปเดินเล่นที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งครับ ด้วยประสาของคนชอบเกี่ยวกับเรื่องคอมพิวเตอร์ก็เลยหยิบเอาโบชัวร์แนะนำ ผลิตภัณฑ์ของ INTEL มาใบนึง ด้วยความรู้สึกว่าอยากจะอัพเกรด CPU ให้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่บ้าน (ซึ่งใช้ E2140 ครับ ใช้มาประมาณปีครึ่งแล้ว) มันจะค้างเวลาเปิดงานหลายๆ งานพร้อมกัน ก็เลยอยากจะได้ CPU ใหม่สักอัน ในราคาสุดคุ้ม (ไม่เกิน 3,000 บาท)

สายตาก็พลันไปเห็นรายละเอียดของ CPU ตัวหนึ่งซึ่งเป็น CPU ที่อยู่ในตระกูล Pentium Dual Core ซึ่งในตระกูลนี้จะเป็นตัวเลขที่ขึ้นด้วยรหัส 2 และ 5 ครับ (เช่น E2200 , E5200 ครับ)

แต่วันนี้มี CPU ในตระกูลนี้ที่ขึ้นด้วยรหัส 6 แล้วครับ นั่นก็คือ E6300 (คนละตัวกับ E6300 ที่อยู่ในตระกูล Core 2 Duo นะครับ)

ซึ่งเปิดตัวมาไม่นานนี้เองครับแล้วราคากำลังงามเลย (2,890 บาท) ซึ่งสไตล์ผมจะเป็นแบบ ถูกและดี (555)

แต่ พอมองขึ้นไปอีกนิดนึงก็รู้สึกประหลาดใจกับ CPU อีกรุ่นหนึ่ง ซึ่งราคาก็ต่างกันเป็นพัน แต่สเปคใกล้กันมาก (ซะจนน่าเกลียด) นั่นก็คือ E7400 ซึ่งเป็น CPU ตระกูล Core 2 Duo ครับ

คุณลองดูสเปคเปรียบเทียบของทั้งสองตัวนี้ดูสิครับ แล้วคุณจะประหลาดใจเหมือนผม
E6300    2.8 GHz. (266 x 10.5)  45 nm  FSB 1066  L2 2MB ราคา 2,890 บาท
E7400    2.8 GHz. (266 x 10.5)  45 nm  FSB 1066  L2 3MB
ราคา 4,040 บาท

สิ่งที่เรียกได้ว่าแตกต่างกันเพียงอย่างเดียว (ถ้าไม่รวมชื่อรุ่นกับราคา) ก็คือ L2 Cache ครับ


จะบ้าตาย! L2 Cache ต่างกันแค่ 1 MB ราคาต่างกันเป็นพัน

แต่ผมว่ามันไม่น่าจะมีอะไรแค่นั้นแน่ ผมก็เลยทำการเช็คข้อมูลจากเว็บไซต์ทางการของอินเทล ก็ได้ข้อมูลเปรียบเทียบดังนี้ครับ

Intel® Pentium® Processor for Desktop E6300 Intel® Core™2 Duo Desktop Processor E7400
ตระกูลโปรเซสเซอร์ Pentium Dual Core (Wolfdale) Core 2 Duo
ความเร็วสัญญาณนาฬิกา  (Clock) 2.80GHz  (266×10.5) 2.80GHz  (266×10.5)
เทคโนโลยีการผลิต 45nm 45nm
Front Side Bus (MHz) 1066 1066
แคช L2 2 MB 3 MB
ราคา
( ณ วันที่ 19 สิงหาคม 2552)
2,890 บาท 4,040 บาท
คุณสมบัติอื่นๆ Dual Core
Enhanced Intel Speedstep® Technology
Intel® EM64T 1
Enhanced Halt State (C1E)
Execute Disable Bit 2
Intel® Thermal Monitor 2
Dual Core
Enhanced Intel Speedstep® Technology
Intel® EM64T 1
Intel® Virtualization Technology
Enhanced Halt State (C1E)
Execute Disable Bit 2
Intel® Thermal Monitor 2

เมื่อเอามาเปรียบเทียบกันแล้ว จุดที่แตกต่างอีกจุดหนึ่งก็คือ
E7400 มี Intel® Virtualization Technology แต่ใน E6300 ไม่มีจ้ะ

คราวนี้ก็เป็นการตัดสินใจของคุณแล้วล่ะครับ

ว่าคุณจะยอมเพิ่มเงินอีกเป็นพัน เพื่อซื้อ L2 Cache ที่เพิ่มขึ้นมา 1 MB กับ Intel® Virtualization Technology หรือไม่?
ถ้ายอม         ผมแนะนำให้คุณเลือก E7400 เลยครับ
ถ้าไม่ยอม E6300 ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจอีกทางหนึ่งครับ

แล้วคุณคิดว่า ผมจะเลือกอะไรครับ?

ปล. บทละครที่ผมโปรยหัวไว้ในตอนต้น ผมว่า มันไม่ค่อยเกี่ยวกับเรื่องนี้เท่าไหร่นะ –_-‘

เพิ่งหัดใช้คอมพิวเตอร์ จะซื้อมือสองหรือมือหนึ่งดี?

สำหรับ ในยุคปัจจุบัน ท่านผู้อ่านเริ่มรู้สึกกันไหมครับว่า คอมพิวเตอร์เริ่มเข้ามามีบทบาทกับชีวิตประจำวันของคนเรามากขึ้น อย่างกรณีใกล้ตัวผมเลยนั้น มีคนที่ผมรู้จักนั้นมาขอคำปรึกษาว่า เขามีญาติอายุ 50 กว่าปีแล้ว กำลังประสบปัญหาอย่างหนึ่งในเรื่องของการเปลี่ยนที่ทำงาน แล้วที่ทำงานใหม่นั้นก็ต้องมีการใช้คอมพิวเตอร์” เอาล่ะสิ เขาเล่าให้ฟังว่า ญาติคนนี้ก็ไม่เคยใช้คอมพิวเตอร์เลย แต่ความจำเป็นบังคับให้ต้องเรียนรู้เรื่องคอมพิวเตอร์ เลยอยากที่จะหาคอมพิวเตอร์สักเครื่องเอาไว้ฝึกเพื่อการใช้งานที่บ้าน แต่ด้วยความที่งบจำกัด ทำให้เกิดความลังเลว่า

จะซื้อคอมพิวเตอร์มือหนึ่งหรือมือสองดี?

case_non

โดยความคิดของเขาจะรู้สึกว่า คอมพิวเตอร์มือหนึ่งนั้นราคาสูง น่าจะเกินงบประมาณ ถ้าซื้อคอมพิวเตอร์มือสองมาใช้งานก่อนให้เคยชินซักระยะก่อนแล้วค่อยซื้อใหม่ดีไหม?

ผมเชื่อว่าคนส่วนใหญ่จะมีความรู้สึกเหมือนพี่คนนี้ คือถ้าจะหัดเริ่มใช้คอมพิวเตอร์นั้น คอมพิวเตอร์มือสองน่าจะเป็นทางเลือกที่ดี แต่… ผมอยากจะขอแนะนำอะไรเพิ่มเติมสักนิดหนึ่ง เพื่อช่วยในการตัดสินใจของคนที่กำลังลังเลใจกับสองตัวเลือกนี้

1. ต้องเข้าใจว่า คอมพิวเตอร์มือสองนั้นก็คือ อุปกรณ์ชิ้นหนึ่งที่ผ่านการใช้งานมาระยะหนึ่ง
บาง เครื่องอาจมีการใช้งานมาแล้วเกิน 10 ปีก็มี หรืออายุการใช้งานไม่กี่ปี แต่อาจมีการใช้งานหนัก ซึ่งเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่า สภาพของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์แต่ละชิ้นนั้นอยู่ในอาการไหนแล้ว ผมเคยซื้อคอมพิวเตอร์มือสองมาใช้ ปรากฎว่า ไม่ถึงเดือน กลับบ้านเก่าไปซะแล้ว

2. เมื่ออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ชิ้นใดชิ้นหนึ่งมีปัญหา เป็นการยากที่หาอะไหล่คอมพิวเตอร์
เพราะคอมพิวเตอร์มือสองนั้น ส่วนใหญ่อะไหล่จะไม่มีอยู่ในท้องตลาดหรือหาได้ยากมาก เนื่องจากเป็นคอมพิวเตอร์ที่ตกรุ่นแล้ว

3. การรับประกัน ส่วนใหญ่ร้านที่จำหน่ายจะประกันให้ประมาณ 7 วัน หรือ 1 เดือน (ผมเรียกว่า “ประกันใจ” )หากหลังจากนั้นก็ตัวใครตัวมันล่ะครับ

แค่ 3 ข้อ คุณผู้อ่านก็พอจะมองเห็นใช่ไหมครับ ว่ามีความ  เสี่ยง ไม่น้อยที่จะซื้อคอมพิวเตอร์มือสอง หากท่านรู้สึกว่า งบประมาณเป็นเรื่องที่สำคัญ ผมขออนุญาตแนะนำ คอมพิวเตอร์มือหนึ่งราคาไม่สูงมากนะครับ

**ราคานี้เป็นราคาปัจจุบัน (19 พ.ค. 52) เปรียบเทียบจากร้าน JIB นะครับ

CPU AMD LE-1250 SEMPRON (ประกัน 3 ปี) 1,150 บาท

Mainboard ECS (Vga) GEFORCE6100PM-M2 (ประกัน 3 ปี) 1,420 บาท

Ram 512 MB KINGMAX (ประกัน Lifetime ) 290 บาท

Harddisk 80GB HITACHI? SATA (ประกัน 5 ปี) 1,190 บาท

LCD Monitor 15” BENQ T52WA (ประกัน 3 ปี) 2,750 บาท

DVD-Writer SONY 20X [AD-7190S-0B] (ประกัน 1 ปี) 770 บาท

Case+Powersupply (ประกัน 1 ปี) 800 บาท

Keyboard+Mouse+Speaker (ประกัน 6 เดือน) 500 บาท

รวมเป็นเงินก็ทั้งสิ้น 8,870 บาท (รวมค่ารถก็ประมาณ 9,000 บาทครับ )

ดูจากราคาแล้วอาจจะสูงกว่าคอมพิวเตอร์มือสองพอสมควรนะครับ แต่เราจะได้

ของใหม่ทุกชิ้น
การรับประกันจากศูนย์เมื่อเกิดปัญหา
คอมพิวเตอร์ที่ทำงานทั่วไป ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมส์
อายุการใช้งานที่มากกว่า 5 ปี แน่นอนครับ

ซึ่งหากคุณซื้ออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ตามนี้ ทางร้านที่จำหน่ายส่วนใหญ่จะมีบริการประกอบคอมพิวเตอร์ให้ฟรี (ถ้าเก็บตังค์ ให้หาร้านอื่นก่อนดีกว่าครับ) ส่วนการลงโปรแกรมต่างๆ นั้นต้องลองสอบถามดูอีกทีครับ

ผมก็หวังไว้ว่า บทความนี้จะช่วยให้ท่านที่กำลังประสบปัญหานี้อยู่มีคำตอบนะครับ