สิ่งที่ควรตรวจสอบเมื่อซื้อ Notebook ใหม่


หลายคนที่กำลังมองหาคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่อาจจะมองๆ คอมพิวเตอร์แบบพกพาอย่างเจ้าโน้ตบุ้ค (Notebook) เพราะด้วยความที่พกพาไปไหนมาไหนได้อย่างสะดวก ใช้ทำงานหรือเพื่อการบันเทิงได้ทุกที ทำให้โน้ตบุ้คในปัจจุบันมีจำหน่ายหลากหลายรุ่นหลายยี่ห้อ วันนี้ทางมานาคอมพิวเตอร์ ขอแนะนำ สิ่งที่ควรตรวจสอบก่อนที่คุณจะรับเครื่องโน้ตบุ้คใหม่ออกมาจากร้าน ครับ

สิ่งที่ควรตรวจสอบเมื่อซื้อ Notebook ใหม่

1. ตรวจสอบหา Dead Pixel บนหน้าจอ ซึ่ง Dead Pixel ก็คือจุดที่เกิดขึ้นบนหน้าจอประเภท LCD หรือ LED ซึ่งเป็นการแสดงว่า หน้าจอนั้นมีจุดบกพร่องเกิดขึ้น โดยการใช้โปรแกรมที่ช่วยในการตรวจหา Dead Pixel โดยเฉพาะ (ซึ่งทางร้านผู้จำหน่ายน่าจะมีโปรแกรมตัวนี้อยู่แล้วครับ ลองปรับสีพื้นดูสัก 3-4 สี หากไม่มี Dead Pixel ก็ถือว่าโอเคไปจุดหนึ่งแล้วครับ

2. ตรวจสอบการเปิดปิดฝาพับ ว่ามีอาการหลวมหรือมีเสียงขณะเปิดปิดหรือไม่ ซึ่ง Notebook ส่วนใหญ่เมื่อใช้ไปนาน มักจะมีปัญหาเรื่องฝาพับที่จะเริ่มมีอาการหลวม ดังนั้นก่อนที่จะรับเครื่องออกจากร้าน ลองทำการเปิดปิดฝาพับดูสักระยะหนึ่งครับว่า การประกอบหนาแน่นดีหรือไม่ มีอาการหลวม หรือติดขัดขณะเปิดปิดหรือไม่ครับ

3. ตรวจสอบระบบเสียง โดยอาจจะทำการเปิดเพลงหรือไฟล์วีดีโอ ลองปรับเสียงดูว่ามีอาการลำโพงแตกหรือไม่ (อย่าปรับดังจนสุดนะครับ) และทดสอบการทำงานของช่องเสียบหูฟังและไมโครโฟนด้วยครับ

4. ตรวจสอบการใช้งานของ Port หรือช่องต่างๆ เช่น USB Port, ช่องเสียบสายแลน ว่าใช้งานได้ปกติหรือไม่ โดยอาจจะใช้ Flashdrive เสียบทดสอบโอนไฟล์ดูนะครับ

5. ตรวจสอบไฟแสดงสถานะต่างๆ ว่าทำงานปกติหรือไม่? เช่นไฟที่แสดงสถานะการเปิดปิดเครื่อง ไฟแสดงสถานะของฮาร์ดดิสก์ว่ามีการกระพริบเมื่อมีการใช้งานหรือไม่?

6. ตรวจสอบปุ่มคีย์บอร์ด ว่าสามารถใช้งานได้ปกติทุกปุ่มหรือไม่? การวางตำแหน่งถูกต้องหรือไม่ครับ

7. ทดสอบการใช้งานของปลั๊กไฟและแบตเตอรี่ ว่าโน้ตบุ้คแสดงสถานะการใช้ไฟจากแต่ละแหล่งถูกต้องหรือไม่

อาจจะดูว่ายุ่งยากนิดหนึ่ง แต่ผมขอแนะนำว่า หากคุณทำตามขั้นตอนเหล่านี้ คุณจะได้โน้ตบุ้คเครื่องใหม่ที่ใช้งานคู่กับคุณไปได้อีกนานเลยครับ 🙂

 

บทความนี้เขียนขึ้นโดย Kittin จากเว็บไซต์ manacomputers.com ได้รับความคุ้มครองตามสัญญาอนุญาต CC 3.0

iPad 3 สื่อต่างประเทศเริ่มตีข่าว “iPad 3 วางจำหน่ายเดือนมีนาคมนี้”


ผมเชื่อว่า iPad 3 เป็น Tablet ตัวหนึ่งที่หลายคนรอคอย บางคนคอยถึงขั้นที่ว่า ยังไม่กล้าตัดสินใจซื้อ iPad 2 ในตอนนี้ เนื่องจากกลัวว่า ตัวเองซื้อ iPad 2 ปุ๊บ ipad 3 ออกวางจำหน่ายปั๊บ ตกรุ่นทันที (ผมก็เป็นหนึ่งในนััน) วันนี้ผมจะขอนำข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับ ipad 3 มาเล่าให้ฟังนะครับ

โดยสรุปแล้วทางสื่อต่างประเทศฟันธงกันออกมาประมาณนี้ครับ

1. iPad 3 จะวางจำหน่ายเดือนมีนาคม 2555 นี้

โดยข้อนี้เป็นการวิเคราะห์จากสื่อว่า

เดือนมกราคม 2555 –  กระบวนการผลิต iPad 3 จะเริ่มต้น

เดือนกุมภาพันธ์ 2555 – เพื่อเตรียมพร้อมเข้าสู่ช่วงการเปิดสายการผลิตเต็มขั้นแบบ 24 ชั่วโมง

เดือนมีนาคม 2555 – ส่งมอบให้กับ Apple Store และตัวแทนจำหน่ายต่างๆ ที่เป็นพันธมิตรร่วมกับ Apple (ซึ่งดูข้อมูลย้อนหลังจะเห็นได้ว่า เดือนมีนาคมเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่เคยเปิดตัว iPad และ iPad 2 ครับ

 

2. CPU ที่ใช้ใน iPad 3 น่าจะเป็นแบบ 4 คอร์ประมวลผล (Quad-Core)

ข้อมูลนี้ทางสื่อได้แจ้งว่า ได้รับการอ้างอิงจากแหล่งข่าวในวงการบริษัทผู้รับผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์ Tablet ของ Apple ในเอเชีย ว่าหน่วยประมวลผลที่จะถูกใช้ใน iPad 3 นั้นเป็นหน่วยประมวลผลแบบ 4 คอร์ แต่ไม่มีการระบุอย่างแน่ชัดว่า จะเป็นซีพียู A5 รุ่นปรับปรุงใหม่ หรือจะข้ามขั้นไปเป็นรุ่น A6 ไปเลย

 

3. รูปทรงและการดีไซน์ iPad 3 จะไม่ต่างจาก iPad 2

โดยทางสื่อคาดว่า iPad 3 จะไม่ต่างไปจาก iPad 2 โดยอาจจะมีความหนาเครื่องจากเดิมเล็กน้อย (ประเมินไว้เพียง 1 มิลลิเมตร) ซึ่งมีลักษณะภายนอกแทบจะไม่มีความแตกต่างจาก iPad 2 รุ่นดั้งเดิม

 

4. กล้องที่มีคุณสมบัติเทียบเท่า iPhone 4S

โดยกล้องหลังจะมีลักษณะเหมือนวงแหวนสีเงิน คุณภาพของกล้องหลังจะเป็นกล้องคุณภาพเดียวกันกับ iPhone 4S

 

5. หน้าจอที่ละเอียดขึ้นกว่าเดิม 2 เท่า

โดยข้อนี้ได้รับการคาดหมายจากทางสื่อว่า iPad 3 จะมีความละเอียดของหน้าจอเพิ่มขึ้นกว่า iPad 2 สองเท่า โดยความละเอียดหน้าจอจะเป็น  1536 x 2048 พิกเซล เพื่อให้หน้าจอสามารถรองรับการแสดงผลแบบ HD (High-Definition) ครับ

 

6. สื่อเกาหลีบอกชาร์ปไม่ได้เป็นผู้ผลิตหน้าจอ iPad 3

นอกจากนี้แล้วสื่อแดนเกาหลีใต้อย่าง Electronics Times ยังได้รายงานเพิ่มเติมอีกว่าจากเดิมที่มีการคาดหมายกันว่า iPad รุ่นถัดไป Apple จะให้ชาร์ปเป็นผู้ผลิตหน้าจอแสดงผล แต่ตอนนี้สถานการณ์กลับไม่ได้เป็นเช่นนั้นแล้ว เมื่อมีการระบุว่า Sharp ไม่สามารถผลิตหน้าจอแสดงผลให้ตรงกับความต้องการของ Apple ได้ ทำให้ตอนนี้จะเหลือเพียงแค่ LG และ Samsung เท่านั้น

ในรายงานเดียวกันนี้รายงานว่า Apple ได้สั่งหน้าจอจำนวน 65 ล้านจอภายในปี 2012 โดย 5 ล้านจอแรกจะมาจากการผลิตของโรงงาน Foxconn และ Pegatron

สำหรับสาเหตุที่ Sharp ไม่สามารถผลิตหน้าจอความละเอียดตามที่ Apple ต้องการได้ อาจจะเป็นเพราะว่าความละเอียดที่ Apple ต้องการนั้นอาจจะต้องการความละเอียดจอสูงถึง 1536 x 2048 พิกเซล ทำให้ Sharp ที่เป็นตัวแทนผู้ผลิตอาจจะไม่สามารถผลิตให้ได้ตามที่ Apple ต้องการนั่นเอง

อะไรคือความแตกต่างระหว่าง Notebook และ Netbook ?


สำหรับท่านที่ต้องการหาคอมพิวเตอร์แบบพกพา ซึ่งปัจจุบันนี้มีหลากหลายยี่ห้อให้เลือกใช้ อีกอย่างหนึ่งที่คุณจะเคยได้ยินเกี่ยวกับเรื่องคอมพิวเตอร์แบบพกพาถึงคำสองคำนี้ครับ คือคำว่า ” โน้ตบุ้ค (Notebook)” กับ ” เน็ตบุ้ค (Netbook)”  อาจจะรู้สึกสงสัยว่า เอ๊ะ หน้าตามันก็เหมือนๆ กัน แล้วความแตกต่างของมันคืออะไรกันแน่? วันนี้ผมจะมาเล่าเรื่องนี้ให้ฟังครับ

แม้ทั้ง Notebook และ Netbook  จะมีความคล้ายคลึงกันในเรื่องของรูปร่างหน้าตาการใช้งาน แต่มันจะมีความแตกต่างในรายละเอียดอยู่ไม่น้อยเลยครับ ซึ่งหลายครั้งบางเครื่องบางรุ่น ดูแล้วยากจะตัดสินว่า มันคืออะไรกันแน่? ก่อนอื่นเราลองมาดูที่มาของ Netbook กันก่อนนะครับ

Netbook ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ของคอมพิวเตอร์แบบพกพาที่มีจุดด้อยคือ “ราคาสูง” “แบตเตอรี่มีอายุการใช้งานสั้น” และ “มีน้ำหนักมาก” ของ Notebook ทำให้ Netbook ถูกสร้างมาให้มี “ราคาถูกลง” “แบตเตอรี่มีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น” และ “มีน้ำหนักเบา” โดยทำการลดขนาดหน้าจอ ลดสเปคของซีพียู และปรับปรุงอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ต่างๆ ให้เพียงพอต่อการใช้งานทั่วไปเช่น ทำงานเอกสาร,เล่นเน็ต,ดูหนัง,ฟังเพลง

ความแตกต่างในด้านขนาดหน้าจอ

Notebook –  ส่วนใหญ่จะมีขนาดหน้าจอตั้งแต่ 13 -17 นิ้ว (12 นิ้วในบางรุ่น)

Netbook – มักจะมีขนาดหน้าจอตั้งแต่ 10 – 12 นิ้ว

 

ความแตกต่างในด้านของ CPU ที่ใช้

Notebook – มักจะเป็น CPU สำหรับโน้ตบุ้คโดยทั่วไป เช่น Core i3,i5,i7 , AMD A4,A6,AB

Netbook – มักจะเป็น CPU ที่มีความเร็วของสัญญาณนาฬิกา (Clock) ไม่สูงมากนัก เช่น AMD C-50,E-350,E-450 หรือ Intel Atom ในรุ่นต่างๆ เนื่องจากจะช่วยให้การใช้พลังงานน้อยกว่า CPU ปกติครับ (แต่ความเร็ว,ความลื่นไหลก็น้อยตามไปนะครับ

ความแตกต่างในเรื่องของน้ำหนัก

Notebook – โดยส่วนใหญ่แล้ว Notebook มักจะมีน้ำหนักมากกว่า 2 กิโลกรัมขึ้นไป เนื่องจากขนาดหน้าจอที่ใหญ่,อุปกรณ์ภายในที่มีจำนวนมาก รวมทั้งแบตเตอรี่ที่มีขนาดใหญ่ เพื่อให้เพียงพอต่อการใช้งานครับ

Netbook – จะมีน้ำหนักเริ่มต้นที่ 1 กิโลกรัมครับ และจะไม่ค่อยเกิน 2 กิโลกรัมครับ เนื่องจากขนาดหน้าจอที่เล็ก และไม่กินไฟมาก พร้อมทั้งตัดอุปกรณ์บางส่วนออกไปด้วยครับ

 

ความแตกต่างในเรื่องของอายุการใช้งานแบตเตอรี่

Notebook – หากคุณต้องนำ Notebook ออกไปใช้นอกสถานที่โดยที่ไม่มีการชาร์จไฟ ส่วนใหญ่ Notebook มักจะใช้งานได้เพียง 2-3 ชั่วโมงเท่านั้น

Netbook – แต่ถ้าคุณนำ Netbook ออกไปใช้นอกสถานที่โดยที่ไม่มีการชาร์จไฟ ส่วนใหญ่ Netbook มักจะใช้งานได้นานมากกว่า 4 ชั่วโมง (บางรุ่นอาจจะได้ 6-8 ชั่วโมงเลยครับ)

ความแตกต่างในเรื่องของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่ใช้

Notebook – ส่วนใหญ่ Notebook จะสามารถใช้งานได้เหมือนกับคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ (Desktop PC) แต่สามารถนำออกไปไหนมาไหนได้ง่ายครับ โดยอุปกรณ์ทุกอย่างที่มีจะครบครันครับ

Netbook – ด้วยเพดานของราคาและน้ำหนักของตัวเครื่อง ทำให้ Netbook ส่วนใหญ่ตัดอุปกรณ์คอมพิวเตอร์บางตัวออกไปเพื่อให้ประหยัดไฟและควบคุมต้นทุนราคาได้ง่าย ซึ่งอุปกรณ์ที่เราจะเห็นได้ชัดๆ ก็คือ “CD Rom หรือ DVD Writer” ครับ

ความแตกต่างในเรื่องของราคา

Notebook – ส่วนใหญ่ราคาเริ่มต้นของ Notebook มักจะเริ่มต้นที่ประมาณ 12,000 – 13,000  บาทขึ้นไปครับ

Netbook – ราคาเริ่มต้นของ Netbook มักจะเริ่มต้นที่ไม่ถึง 10,000 บาทครับ (ยิ่งบางรุ่นที่ออกวางจำหน่ายระยะหนึ่งแล้วราคาจะเหลือแค่ประมาณ 7-8 พันบาทเองครับ)

 

ได้เห็นความแตกต่างของ Notebook และ Netbook กันไม่มากก็น้อยนะครับ หวังว่า ข้อมูลนี้จะช่วยคุณได้ว่า “คุณเหมาะจะใช้คอมพิวเตอร์พกพาแบบไหนครับ”

แผ่นฟิลม์กันรอยหน้าจอ Notebook,มือถือหรือ Tablet ควรจะติดดีหรือไม่?


ความกังวลใจอย่างหนึ่งของผู้ที่ถอยเจ้าอุปกรณ์คอมพิวเตอร์พกพาแบบต่างๆ เช่น Notebook , Netbook, Tablet หรือโทรศัพท์มือ Smart Phone รุ่นจอสัมผัสทั้งหลายนั่นก็คือ “กลัวหน้าจอจะเป็นรอยง่าย” เพราะฉะนั้นสิ่งแรกๆ ที่เรามักจะทำหลังจากรับเครื่องหรือรับของแล้วคือ หาร้านที่รับบริการติดแผ่นฟิลม์กันรอย (Screen Protector) ซึ่ง Notebook เครื่องใหม่ผมก็ติด แต่ติดเพราะพนักงานขายแนะนำครับ ซึ่งอันนึงก็ไม่ใช่ถูกๆ เลยนา (ประมาณ 300 บาท) ผมก็เลยเกิดความคิดอย่างนึง ซึ่งอาจจะเหมือนกับหลายๆ ท่านก็คือ “ไอ้เจ้าแผ่นกันรอยหน้าจอ Notebook,มือถือหรือ Tablet ควรจะติดดีหรือไม่?” เราลองมาดูไปด้วยกันนะครับ

หน้าที่สำคัญของกันรอยก็คือ “ป้องกันรอยต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นโดยไม่คาดฝัน” (เขียนเองเริ่มงงเองแฮะ) ซึ่งหน้าที่จริงๆ ของมันมีแค่นั้นแหละครับ แต่เพราะว่า อุปกรณ์คอมพิวเตอร์แสนรักแสนหวงของเราเนี่ยมันก็เกิดริ้วรอยได้ง่ายมาก จริงๆ ครับ ใครเป็นเจ้าของไอโฟนน่าจะเข้าใจอารมณ์นี่ดีครับ เพราะเครื่องหนึ่งก็สองสามหมื่น เป็นรอยนิดเดียวนี่ใจแทบสลายเลยครับ ทำให้กิจการรับติดกันรอยบนมือถือจอสัมผัสจึงได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเลยครับ

แต่ถ้าพูดกันจริงๆ แล้ว ทางผู้ผลิตอุปกรณ์คอมพิวเตอร์พกพาแบบต่างๆ เช่น Notebook , Netbook, Tablet หรือโทรศัพท์มือ Smart Phone นั่นก็ได้สร้างอุปกรณ์เหล่านี้ให้หน้าจอมันมีความทนทานและแข็งแรงในระดับหนึ่งอยู่แล้ว การติดฟิลม์กันรอยนั้นแทบจะไม่มีความจำเป็นเลยครับ หากคุณไม่ตั้งใจเอาของแข็งไปกรีดหรือขูดแล้ว หน้าจอของเจ้าอุปกรณ์เหล่านี้จะไม่เกิดรอยได้ง่ายๆ เลยครับ

แต่ปัญหาสำคัญที่กวนใจก็คือ “รอยขนแมว” นี่แหละครับ อย่างโทรศัพท์มือถือแบบหน้าจอสัมผัสนี่ก็เกิดริ้วรอยประเภทนี่ได้ง่าย โดยอาจจะเกิดจากการใส่ไว้ในกระเป๋าถือของคุณผู้หญิง หรือ ในกระเป๋ากางเกงของคุณผู้ชาย ซึ่งมีโอกาสไปสัมผัสกับของอย่างอื่นทำให้เกิดรอยได้ การมีแผ่นกันรอยหรือเคสก็ช่วยประกันความอุ่นใจได้ในระดับหนึ่งเลยครับ

โฆษณาฟิล์มกันรอยยี่ห้อหนึ่งสำหรับ iPad2 (ผมไม่ได้ค่าโฆษณานะ)

 

ข้อดีของการติดฟิลม์กันรอย

1. ทำให้จิ้มจอชี้ได้สบายใจ เช่น โทรศัพท์มือถือแบบหน้าจอสัมผัส หรือ Notebook ก็ตาม (นึกถึง Netbook เครื่องเก่า ไม่ได้ติดกันรอย ใครมาจิ้มหน้าจอที หันมามองขวับเลย ก็กลัวจอเป็นรอยอ่ะ ) ซึ่งช่วยป้องกันทั้งรอยขนแมวหรือรอยที่เกิดจากลายนิ้วมือได้ครับ
2. การเช็ดหรือทำความสะอาดหน้าจอ สามารถทำได้ง่ายขึ้น ใช้ผ้าอะไรเช็ดจอก็ได้ เพราะถ้าเป็นรอยขนแมวก็เป็นที่ฟิล์ม ไม่ต้องดิ้นรนหาผ้าไมโครไฟเบอร์มาใช้
3. กรณีของ Notebook เวลาปิดฝาเครื่องโอกาสที่แผงคีย์บอร์ดเสียดสีกับหน้าจอก็มี (แม้จะมียางคั่น) ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้จอเป็นรอยเลย หากมีกันรอยก็หมดห่วงตรงนี้
4. หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันกับหน้าจอ ก็ยังมีฟิลม์มาป้องกันด่านนึง เช่นทำเครื่องตกพื้น เกิดรอยบนหน้าจอ (บนตัวฟิลม์กันรอย) จะได้ไม่เสียใจทีหลังแบบประมาณว่า “ว้า รู้งี้ติดดีกว่า..”
5. ช่วยทำให้หน้าจอดูเหมือนใหม่อยู่เสมอ หากหน้าจอมีรอยมาก ก็ลอกแล้วหาตัวฟิลม์กันรอยติดใหม่ครับ
ส่วนใครที่กลัวว่า ติดฟิลม์กันรอยแล้วจะทำให้การระบายความร้อนไม่ดี สำหรับผมคิดว่าจอ LCD ไม่ร้อนมาก และตัวที่ร้อนคงเป็น backlight ซึ่งระบายออกข้างหลังได้ หากติดไปแล้วเพิ่มความสบายใจก็ติดไปเถอะครับ

 

ข้อควรระวังในการติดฟิลม์กันรอย

1. เสียเงินเพิ่ม อย่างน้อยก็เป็นหลักร้อยบาทครับ ยิ่งเดี๋ยวนี้ฟิลม์กันรอยมีหลายเกรดหลายราคาเหลือเกิน (แต่ถ้าบางท่านคิดว่าแลกกับความสบายใจข้างต้นก็โอเคนะครับ)

2. หากช่างติดฟิลม์ฝีมือไม่ดีพอ อาจจะทำให้เกิดช่องว่างหรือร่องที่ทำให้ฝุ่นเข้าไปสะสมได้ง่ายนะครับ

3. อย่าลืมหาข้อมูลด้วยว่า ฟิลม์รุ่นไหน ยี่ห้อไหน แบบไหน (แบบด้าน,แบบใส ฯลฯ) ที่เหมาะกับการใช้งานจริงๆ ของเรา เพราะหากติดไปแล้วไม่ถูกใจ การเสียเงินเพื่อติดใหม่ก็ไม่สมควรอย่างยิ่งครับ

สรุปตอนท้ายสำหรับ Notebook เครื่องใหม่ของผมก็คือ “ผมติดฟิลม์กันรอยด้วยครับ เพราะเวลาทำความสะอาดแล้วมันไม่ต้องกังวลใจดีครับ”

การจับภาพหน้าจอคอมพิวเตอร์แบบไม่ต้องลงโปรแกรม

003สวัสดีวันอาทิตย์ครับ วันนี้หลายคนคงตื่นมาเจอกับอากาศที่หนาวเหลือเกินนะครับ (แต่ก็ชอบ) วันนี้ผมขอนำเสนอเทคนิคการใช้งานคอมพิวเตอร์ของคุณแบบง่ายๆ ซึ่งบางท่านอาจจะยังไม่ทราบถึงวิธีในการทำนั้นก็คือ “การ Save รูปภาพบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ครับ”

ในบางครั้งเวลาเราเจอรูปหรือข้อความอะไรก็ตามบนอินเทอร์เน็ต หรือต้องการจับภาพบนหน้าจอเพื่อใช้งาน ผมยอมรับว่าสมัยก่อนผมไม่รู้วิธีการทำจริงๆ พอรู้แล้วก็เลยรู้สึกว่า เออ มันง่ายจริงๆ ไม่ต้องลงโปรแกรมอะไรเพิ่มเลย ปุ่มวิเศษนั่นก็คือ “Print Screen” ครับ

ปุ่มนี้อยู่ตรงไหนของ Keyboard?
ถ้าโดยส่วนใหญ่จะอยู่ด้านบนค่อนไปทางขวาของคีย์บอร์ดครับ ลองมองดูแถวบนสุดของคีย์บอร์ดนะครับ จะเห็นปุ่ม F1 – F12 ปุ่ม Print Screen (หรือบางทีจะเขียนว่า Prt Scr) จะอยู่ข้างๆ ปุ่ม F12 ครับ โดยมีวิธีการก็คือ

1. ถ้าเราต้องการที่จะจับภาพใดที่หน้าจอคอมพิวเตอร์แล้ว ให้กดปุ่ม Print Screen

001

2. ขั้นตอนต่อไป เปิดโปรแกรม Print ซี่งอยู่ใน Accessories ครับ

002

3. เมื่อเปิดโปรแกรม Print แล้วเลือกคำสั่ง Paste

003

4. เลือกคำสั่ง Save as… ครับ หากต้องการที่จะบันทึกเป็นไฟล์ภาพ

เห็นไหมครับว่า ง่ายจริงๆ