iPhone,iPad หาย,ถูกขโมย (การป้องกันและแนวทางการติดตามเมื่อเครื่องหาย)

iPhone-iPad-lost-or-thife-protect-1
สำหรับคนที่ใช้งานมือถืออย่าง iPhone นอกจากจะเป็นมือถือสมาร์ทโฟนที่หลายคนเลือกเป็นเจ้าของเนื่องจากรูปลักษณ์และการใช้งาน หรืออาจจะนิยมใช้แทบเล็ตอย่าง iPad แต่เนื่องจากทั้ง iPhone และ iPad เป็นโทรศัพท์มือถือและแทบเล็ตที่มีราคาสูง จึงตกเป็นเป้าสายตาของเหล่าผู้ไม่ประสงค์ดีและมิจฉาชีพได้ง่าย เนื่องจากราคาแพงและสามารถนำไปขายต่อได้ง่าย ทำให้ผู้ใช้งาน iPhone หรือ iPad ต้องหาแนวทางในการป้องกัน iPhone สูญหายหรือถูกขโมยกันดีกว่าครับ

แนวทางการป้องกันก่อน iPhone,iPad จะสูญหาย

อันดับแรก หลังจากที่คุณได้เครื่องมา ให้รีบทำการสมัคร Apple ID และทำการติดตั้งแอพที่มีชื่อว่า Find my iPhone โดยค้นหาจาก Appstore หรือดาวน์โหลดจากลิ้งค์นี้ก็ได้ครับ ดาวน์โหลดแอพ Find my iPhone ทำการติดตั้ง และเปิดใช้งานทันทีครับ

โดยแอพ Find my iPhone นี้จะช่วยให้คุณสามารถติดตามพิกัดตำแหน่ง iPhone ของคุณได้ครับ โดยการเช็คตำแหน่งด้วย GPS (ในกรณีที่สูญหายหรือถูกขโมย)

ในกรณีที่คุณใช้งาน iPhone ให้คุณกดหมายเลขโทรศัพท์ดังนี้ *#60# หน้าจอจะแสดงหมายเลข IMEI ให้คุณทำการจดเก็บไว้

อย่าลืมระมัดระวังในการใช้งานทุกครั้ง เช่น ไม่เผลอวางทิ้งไว้ หรือนำมาใช้งานในขณะที่อยู่ในที่เปลี่ยวหรือที่มืด

แนวทางการติดตาม iPhone,iPad เมื่อเกิดกรณีสูญหายหรือถูกขโมย

หาก iPhone หรือ iPad ของคุณสูญหายหรือถูกขโมยให้รีบดำเนินการดังนี้ครับ

1. เข้าเว็บไซต์ www.iCloud.com เพื่อเช็คตำแหน่งปัจจุบันของ iPhone หรือ iPad จากแอพ Find my iPhone ครับ เพื่อจะได้รู้ถึงพิกัดเครื่องของคุณครับ

2. แจ้งความที่สถานีตำรวจ โดยพยายามอธิบายเหตุการณ์และรายละเอียดของเครื่องทั้งหมดให้ละเอียดที่สุดครับ

3. นำเอกสารที่ยื่นแจ้งความ ไปยื่นยังแผนกฎหมายของ AIS True และ DTAC (ทั้งสามเจ้าเลยนะครับ)

4. รอให้มีคนนำเครื่องที่สูญหายของคุณนำเอาไปใช้งาน (iPhone นำไปโทรหรือเล่นเน็ตผ่านซิม หรือ iPad มีการใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านซิม)

5. รีบนำหลักฐานการใช้งานจากค่ายมือถือ นำไปยื่นให้กับตำรวจ โดยทางตำรวจจะทำการติดต่อให้ผู้ใช้ iPhone หรือ iPad นั้นมาพบที่สถานีตำรวจครับ

ซึ่งวิธีการนี้ก็น่าจะพอช่วยได้ในระดับหนึ่งครับ แต่ทางที่ดี ทางมานาคอมพิวเตอร์ขอแนะนำว่า ควรป้องกันตั้งแต่ยังไม่สูญหายดีกว่าครับ ด้วยการไม่เผลอวางมือถือ, ไม่นำออกมาใช้งานในที่เปลี่ยว ลับตาคน จะช่วยป้องกันการสูญหายได้อีกเยอะเลยครับ

 

 

 

ที่ชาร์จแบตมือถือหาย,แบตหมด ทำอย่างไรดี?


วันนี้อยากจะมาขอเล่าเรื่องเล็กๆ ที่หลายคนอาจจะเคยเจอกันนะครับ กับปัญหาเรื่อง ที่ชาร์จแบตมือถือหายหรือออกมานอกสถานที่แล้วแบตหมด จะชาร์จอย่างไรดี? ซึ่งผมเชื่อว่าหลายคนก็คงจะเคยเป็น (รวมทั้งผมด้วย) วันนี้มานาคอมพิวเตอร์อยากจะขอนำเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหานี้กันนะครับ

ขอแอบเล่านิดนึง เนื่องจากเมื่อสองเดือนก่อน รถของผมถูกทุบกระจกและถูกขโมยโน้ตบุ้คไป ความซวยมันอยู่ตรงที่ชาร์จโทรศัพท์มือถือของผมอยู่ในกระเป๋าโน้ตบุ้คนั้นด้วย ทำให้เกิดปัญหาว่า แบตมือถือก็จะหมด จะทำอย่างไรดี นั่งเครียดไปคืนหนึ่ง สุดท้ายก็พบว่า เครื่องของผมช่องถ่ายโอนข้อมูลและชาร์จมือถือเป็นแบบ Micro USB จึงสามารถใช้ที่ชาร์จมือถือต่างยี่ห้อของภรรยาได้ครับ ก็เลยขอแนะนำวิธีการต่างๆ ในการหาตัวช่วยในการชาร์จมือถือในสถานการณ์ฉุกเฉิน

เนื่องจากโทรศัพท์มือถือสมัยนี้เป็นโทรศัพท์ Smart Phone ที่ฉลาด และที่สำคัญก็คือ “กินไฟมากขึ้นด้วย” คุณลองสังเกตดูสิครับ ถ้าคุณใช้มือถือของคุณ เล่นเน็ต เช็คเมล์ เล่นเกมส์ ฟังเพลง แบตเตอรี่ส่วนใหญ่จะอยู่ได้แค่ประมาณ 1 วันเท่านั้นเอง ยิ่งเดี๋ยวนี้มี 3G ด้วย ทำให้โทรศัพท์มีการเชื่อมต่ออยู่ตลอดเวลา ทำให้แบตเตอรี่หมดเร็วยิ่งขึ้นครับ ลองใช้วิธีการเหล่านี้ดูนะครับ มันจะช่วยคุณได้มากเลยทีเดียว

1. ลองสังเกตดูว่า โทรศัพท์มือถือของคุณใช้ช่องสำหรับการชาร์จไฟเป็นแบบไหน? ซึ่งส่วนมากโทรศัพท์รุ่นหลังมักจะใช้ช่องแบบ Micro USB ซึ่งสะดวกในการถ่ายโอนข้อมูลและชาร์จไฟด้วย ซึ่งโทรศัพท์หลายยี่ห้อก็ใช้ช่องแบบ Micro USB ครับ ซึ่งที่ผมเห็นก็จะมีเช่น Sony, LG, Blackberry, Samsung และอีกหลายยี่ห้อ ซึ่งที่ชาร์จของแต่ละยี่ห้อสามารถใช้แทนกันได้ครับ (จากประสบการณ์จริงของผมที่ใช้ที่ชาร์จ Samsung ชาร์จมือถือยี่ห้อ Sony ครับ) หากเพื่อนหรือคนใกล้ตัวใช้ที่ชาร์จแบบ Micro USB เหมือนกัน คุณก็สามารถเอามาใช้ชาร์จมือถือของคุณได้แล้วครับ

 

2. หากมือถือของคุณมีช่องสำหรับชาร์จเป็นแบบอื่น คุณสามารถซื้อชุดหัวแปลงที่ชาร์จมือถือที่มีหลากหลายรูปแบบ (บางยี่ห้อมี USB Car Charger รวมด้วยครับ) ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้จะมีจำหน่ายตามร้านสะดวกซื้อและร้านจำหน่ายอุปกรณ์ไอทีครับ

 

3. หาซื้อตัวชาร์จแบตสำรองไว้เผื่อฉุกเฉิน (External battery หรือ Mobile Booster) ซึ่งเหมาะสำหรับคนที่เดินทางออกนอกสถานที่บ่อยๆ หรือไม่สะดวกจะชาร์จมือถือไว้ที่ไหนที่หนึ่งนานๆ ซึ่งปัจจุบันจะมีความจุที่หลายหลายและราคาก็มีหลายแบบ ลองค้นหาดูได้ใน internet นะครับ

 

4. หากคุณมีรถยนต์ส่วนตัว ผมขอแนะนำให้คุณซื้อเจ้าตัว USB Car Charger (ตามรูปด้านล่าง) เอาไว้ครับ เผื่อสำหรับคนที่ต้องเดินทางบ่อยๆ แบตเตอรี่มือถืออาจจะหมดระหว่างการเดินทาง คุณก็สามารถใช้เจ้า USB Car Charger เสียบต่อกับสาย Micro USB เพื่อทำการชาร์จไฟ้ได้ครับ

 

อย่างไรก็ดี อย่าลืมชาร์จแบตทุกครั้งก่อนเดินทางก่อนจะดีที่สุดนะครับ