ทำอย่างไรให้คนคลิ้ก “ถูกใจ” (Like) แฟนเพจเราเยอะๆ


ในบทความก่อนๆ ผมได้พูดถึงแฟนเพจของ Facebook ไม่ว่าจะเป็น แฟนเพจคืออะไร,วิธีการสร้างแฟนเพจ จนหลายคนก็มีแฟนเพจเป็นของตัวเองแล้ว แต่ปัญหาอย่างหนึ่งที่เจ้าของแฟนเพจหลายๆ คนเจอก็คือ “ทำอย่างไรให้คนมา “ถูกใจ” (Like) เยอะๆ เพราะการที่มีคนถูกใจแฟนเพจของเรามากๆ จะช่วยให้สิ่งที่เราอยากจะสื่อสารออกทางแฟนเพจไปถึงคนอีกมากมาย วันนี้ผมเลยรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้ครับ

1.การตั้งชื่อแฟนเพจ ควรตั้งชื่่อให้อ่านแว้บแรกแล้วสะกิดความรู้สึกทันที หากคุณตั้งชื่อแฟนเพจแบบเชยๆ หรือแบบธรรมดา จะไม่แรงดึงดูดให้กับผู้ใช้งานสักเท่าไหร่ เช่น คุณอาจจะสร้างเพจเพื่อแนะนำส่วนลดสินค้าหรือบริการต่าง ระหว่างชื่อแฟนเพจ “ลดพิเศษ” กับ “ถูกชิปเป๋ง” คุณว่าอันไหนน่า Like กว่ากันครับ

2. หัวข้อ,เนื้อหาเพจให้เป็นเรื่องที่เข้าถึงง่าย เป็นเรื่องที่คนในสังคมกำลังสนใจอยู่ก็ยิ่งจะทำให้คน “ถูกใจ” เพจเราได้ง่ายๆ ครับ

3. ขยันอัพเดทสถานะของเพจ เพจที่มีความเคลื่อนไหว ย่อมน่าสนใจกว่าเพจที่นิ่งๆ ครับ แต่หลายคนก็มักใช้คำซ้ำๆ น่าเบื่อ กับผู้ใช้งาน เช่น “สวัสดียามเช้าค่ะ” “เที่ยงแล้ว กินข้าวหรือยังค่ะ” “ดึกแล้ว ราตรีสวัสดิ์ค่ะ” ซึ่งหน้าที่ของผู้ดูแลเพจต้องพยายามคิดคำหรือคำทักทายที่น่าสนใจนะครับ ลองหาแนวทางที่เหมาะสมดู

4. การจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อดึงดูดให้คนเข้ามา ที่นิยมใช้กันส่วนใหญ่ก็ คลิ้ก  Like ลุ้นรางวัล , โหวตรูปถ่าย , 1 Like = บริจาค x บาท ซึ่งลองดูครับว่า คุณมีงบประมาณส่วนนี้เท่าไหร่ (แต่ที่ผมอยากจะบอกก็คือ การได้ Like แบบนี้ไม่ค่อยยั่งยืนสักเท่าไหร่ครับ เพราะแรงจูงใจของคนกดไม่ได้มาจากความรู้สึกที่แท้จริง)

5. การแลก Like ก็เช่น นาย A สร้างแฟนเพจชื่อ AA นาย B สร้างแฟนเพจชื่อ BB ทั้งสองก็มาแลกกันกด Like คือ นาย A ไปกด Like แฟนเพจ BB ส่วน นาย B ไปกด Like แฟนเพจ AA (อ่านแล้วงงไหมเนี่ย) แต่ Like แบบนี้ก็ไม่ยั่งยืนเหมือนข้อก่อนหน้านี้แหละครับ

6. คิดทุกครั้งก่อนอัพเดทสถานะ โดยผมขอให้คุณคิดว่า “ข้อความที่คุณจะเขียน ต้องมีประโยชน์กับผู้อ่านที่ถูกใจเพจของคุณ” มันจะช่วยให้เพจของคุณมีพลังมากขึ้นเลยครับ

7. หาโอกาสพบปะกันระหว่างผู้ใช้งานในแฟนเพจ เช่น ทำกิจกรรมเพื่อสังคมร่วมกัน พบปะสังสรรค์ เพื่อให้ผู้ใช้งานมีความรู้สึกผูกพันมากยิ่งขึ้น และเขาจะเป็นกระบอกเสียงกระจายเพจของคุณได้เป็นอย่างดีครับ

8. หากมีเวลาก็เปลี่ยนสถานะเพจของเราให้สามารถเข้าไปแสดงความคิดเห็นกับเพจอื่นๆ ได้  โดยเลือกหัวข้อ “ใช้ Facebookในชื่อ(เพจของคุณ)” ซึ่งอยู่ด้านขวามือ ก็จะช่วยให้คนเห็นเพจของเราได้มากขึ้น

9. การใช้สื่อ Offline เช่น ทำป้าย,สติีกเกอร์ หรือสกรีน URL เพจของเราลงบนเสื้อ เช่น FB.com/comthai แค่นี้ก็เพิ่มช่องทางการเห็นเพจของเราได้ไม่ยากครับ

จริงๆ แล้วมีวิธีอีกมากมายที่ช่วยประชาสัมพ้นธ์แฟนเพจของเรานะครับ แต่วันนี้เอาแบบเบาที่เราพอจะทำได้ด้วยตัวเองก่อนนะครับ 🙂

 

โปรโมชั่นงานโทรศัพท์ Thailand Mobile Expo 2011 (อัพเดทล่าสุด)


วันนี้ (29 กันยายน 2554) เป็นวันแรกของงานมหกรรมโทรศัพท์มือถือ Thailand Mobile Expo 2011 ที่ศูนย์ประชุมสิริกิตต์ ซึ่งเป็นงานที่เปิดตัวโทรศัพท์รุ่นใหม่ๆ และโทรศัพท์มือถือลดราคพิเศษ ซึ่งงานจะมีทั้งหมด 4 วันก็คือ 29 กันยายน ถึง 2 ตุลาคม 2554 ครับ หากใครต้องการโทรศัพท์เครื่องใหม่อย่าลืมแวะไปงานนี้นะครับ วันนี้ผมเลยอยากจะเอาโปรโมชั่นโทรศัพท์มือถือที่อัพเดทล่าสุดในงานนี้มาแจ้งให้ทราบก่อนไปซื้อนะครับ

สรุปโปรโมชั่นต่างๆ ที่น่าสนใจที่จะมีในงาน Thailand Mobile Expo 2011 (ขอให้ได้กันทุกคนนะครับ)

  • BlackBerry Bold 9900 พร้อมรับ Executive Pack มูลค่า 5,000 บาทฟรี (เฉพาะลูกค้า 150 ท่านแรก)
  • ซิ้อ HTC Desire S, Wildfire S (Trumove H) แถม Air Card 3G+ 7.2Mbps ด้วย
  • Smart Phone เครื่องเก่ามีมูลค่าสูงสุด 3,000 บาท เมื่อนำมาแลกเครื่อง HTC
  •  i-mobile i-note lite แท็บเล็ตแอนดรอยด์สุดคุ้ม 7 นิ้ว ราคา  7,990 บาท ส่วน  i-mobile i-note เหลือ 8,990 บาท
  • Wellcom A99  ราคา 6,990 บาท แถมสาย HDMI กับแอพ PapaGoX5
  •  Acer ขาย Liquid Metal ในราคา 7900 บาท จำนวนจำกัด
  •  Galaxy Tab 7″ (True) เหลือ 13,900 บาท เครื่องเปล่าไม่มีโปรพ่วง (เงินสดเต็มจำนวน)
  •  Samsung GS II (True) ซื้อผ่านบัตรเครดิตไทยพาณิชย์ + สมัครแพคเกจ เหลือ 16,900 (ผ่อน 0 % 10 เดือน)
  •  LG วางขาย Optimus Net และ Optimus Pro Android จอสัมผัส ไม่เกิน 7,000 บาท
  • แจก Wi-Fi ให้ฟรี 2 ช.ม. กรอกข้อมูลได้ที่ http://t.co/2YFjldt6 ตั้งแต่ 29 ก.ย- 2 ต.ค

 

และโปรโมชั่นอีกมากมายนับไม่ถ้วน โดยคุณสามารถอัพเดทโปรโมชั่นทั้งหมดได้ที่นี่ครับ

http://www.thailandmobileexpo.com/2011showcase/

วิธีการอัพเดท(บาง)สถานะบน Twitter แล้วไปแสดงที่ Facebook ด้วย


เคล็ดลับนี้สำหรับคนที่เป็นขาออนไลน์ตัวยง ซึ่งมีบัญชีของ Twitter และ Facebook ด้วย แต่บางทีต้องการที่จะอัพเดท(บาง)สถานะบน Twitter แต่ต้องการให้สถานะนั้นแสดงบน Facebook ด้วย วันนี้ผมขอแนะนำวิธีการง่ายๆ แต่ได้ใจความครับ

 

ขั้นตอนการอัพเดท(บาง)สถานะบน Twitter แล้วไปแสดงที่ Facebook

1. ให้คุณเข้าบัญชีของคุณที่ Facebook ก่อนครับ

.
2. เมื่อเข้า Facebook แล้ว ให้คุณพิมพ์คำว่า “Selective Tweet” ในช่องค้นหา หรือเข้าไปที่ลิ้งค์นี้ครับ http://apps.facebook.com/selectivetwitter/?ref=ts  (เป็นลิ้งค์ของ App ที่ชื่อว่า “Selective Tweet”)

.
3. ทำการอนุญาตให้ App เข้าถึงข้อมูลของคุณ

.
4. เมื่อมาหน้าของ Selective Tweet Status ใน Facebook ให้คุณทำการกรอกบัญชี Twitter ของคุณ อย่างของผมนี่ใช้เป็น @kittinbook ครับ (อย่าลืมกด Save นะครับ) ดูตามรูปข้างล่างนะครับ

.

 

5. เมื่อคุณทำการอัพเดทสถานะใดๆ บน Twitter หากคุณต้องการให้สถานะนั้นแสดงบน Facebook ของคุณด้วย ให้คุณทำการพิมพ์คำว่า #FB ต่อท้ายข้อความนั้นด้วย

 

 

6. รอสักพักสถานะนั้นก็จะมาแสดงใน Facebook ของคุณด้วยครับ

.

สถานะบน Twitter

ก็จะมาแสดงบน Facebook ด้วยครับ

 

หากคุณไม่ต้องการให้สถานะไหนบน Twitter ไม่แสดงบน Facebook คุณก็แค่ไม่ต้องพิมพ์ #FB ต่อท้ายข้อความสถานะนั้นครับ

เป็นไงครับ ง่ายและสะดวกสำหรับคนอินเทรนด์ไหมครับ?  🙂

อัพเดทฐานข้อมูลโปรแกรมแอนตี้ไวรัส สิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม


บทความวันนี้เกิดขึ้นเนื่องจากผมได้มีโอกาสกลับบ้านสวนผึ้งและได้มีโอกาสใช้คอมพิวเตอร์ของหลานเพื่อทำงานบางอย่าง สิ่งหนึ่งที่ผมเห็นแล้วก็ตกใจก็คือ “ฐานข้อมูลไวรัสในโปรแกรมแอนตี้ไวรัสไม่ได้อัพเดทเป็นปี” สาเหตุน่าจะมาจากไม่ได้มีการต่ออินเทอร์เน็ตมานานมากแล้ว ซึ่งเรื่องนี้ผมว่าเป็นเรื่องสำคัญที่เรามองข้ามไปไม่ได้เลยครับ

ทำไมการอัพเดทฐานข้อมูลโปรแกรมแอนตี้ไวรัสจึงเป็นเรื่องสำคัญ
โปรแกรมแอนตี้ไวรัสเป็นเสมือนกำแพงที่คอยปกป้องไม่ให้ศัตรูอย่างไวรัสเข้ามายังตัวเมืองได้ เมื่อเวลาผ่านไป ศัตรูก็จะหาวิธีใหม่ๆ ในการเจาะเข้าไปยังเมืองของคุณได้ ซึ่งถ้าคุณไม่คอยหมั่นตรวจตรากำแพง,ค้นหารอยรั่ว หรือเสริมความแข็งแกร่งให้กับกำแพงอยู่เสมอ โอกาสที่ศัตรูจะบุกเข้าไปถึงใจกลางเมืองก็สามารถทำได้ง่ายขึ้นเช่นกันครับ

ดังนั้นหากคุณคิดว่า แค่คุณได้ลงโปรแกรมป้องกันไวรัสไว้ในเครื่องแล้วก็จบนั้น คุณคิดถูกแค่ส่วนหนึ่งครับ เพราะทุกวันนี้ บรรดาแฮกเกอร์จะคอยสร้างไวรัสใหม่ๆ เพื่อคอยเจาะระบบหรือสร้างความวุ่นวายให้กับผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์อยู่เสมอ ซึ่งทางผู้ผลิตโปรแกรมป้องกันไวรัสก็จะคอยออกตัวอัพเดทใหม่ๆ เพื่อป้องกันปัญหานี้ จึงเป็นเรื่องสำคัญที่คุณต้องอัพเดทฐานข้อมูลไวรัสอยู่เสมอครับ

วิธีการอัพเดทฐานข้อมูลของโปรแกรมแอนตี้ไวรัส

ในเรื่องนี้ผมแบ่งไว้เป็นสองกรณีครับ

1. ในกรณีที่เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณมีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ทอยู่เสมอ ให้คุณค้นหาคำสั่งอัพเดทที่อยู่ในโปรแกรมนั้น แล้วทำการอัพเดทครับ หากทำได้ทุกวันก็จะเป็นการดี แต่ถ้าไม่มีเวลา อย่างน้อยก็อาทิตย์ละครั้งนะครับ เพื่อให้ฐานข้อมูลไวรัสในโปรแกรมรู้จักไวรัสตัวใหม่ และสามารถป้องกันเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราได้อย่างทันท่วงทีครับ

2. ถ้าในกรณีที่เครื่องของคุณมิได้มีการต่ออินเทอร์เน็ตนั้น โปรแกรมป้องกันไวรัสบางตัวอนุญาตให้คุณสามารถนำตัวอัพเดทมาอัพเดทฐานข้อมูลแอนตี้ไวรัสได้โดยไม่ต้องต่ออินเทอร์เน็ต โดยอาจจะเป็นการใช้ไฟล์ที่บันทึกไว้ใน Flash Drive  (เช่น Nod Antivirus)
แต่ถ้าไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ ให้คุณลองหาที่ดาวน์โหลดโปรแกรมป้องกันไวรัสที่คุณใช้อยู่ (ควรเป็นเวอร์ชั่นล่าสุด) แล้วนำมาลงโปรแกรมแทนเวอร์ชั่นเก่าที่อยู่ในเครื่องของคุณแทน (ต้องทำการลบเวอร์ชั่นเก่าก่อนนะครับ)

แค่นี้ก็ช่วยให้คุณรอดจากการถูกโจมตีจากไวรัสได้ไม่น้อยแล้วครับ

บทความนี้เขียนขึ้นโดย Kittin จากเว็บไซต์ manacomputers.com ได้รับความคุ้มครองตามสัญญาอนุญาต CC 3.0

Windows 7 Service Pack 1 อัพเดทแล้ว

วันนี้นั่งทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ที่บ้าน มีข้อความปรากฎขึ้นมาด้านมุมล่างขวาของจอ ซึึ่งเป็นการแจ้งของระบบว่า “ตอนนี้ได้เวลาอัพเดท windows 7  ของคุณเป็น Service Pack 1  แล้วจ้ะ” สำหรับผู้ที่อุดหนุนสินค้าลิขสิทธิ์ อย่าลืมอัพเดทนะจ้ะ

สำหรับผู้ที่ใช้งานระบบปฎิบัติการ  Windows 7 (ของแท้)  ขณะนี้ทาง Microsoft ได้ปล่อยตัว Service Pack 1 แล้ว ซึ่งขนาดไฟล์อัพเดทจะอยู่ที่ประมาณ 750 Mb ครับ (ใครใช้อินเทอร์เน็ต Low Speed รอตาเหลือกแน่นอนครับ)

ในส่วนที่เพิ่มเติมมานั้นจะเป็นเกี่ยวกับเรื่องการปรับปรุงประสิทธิภาพในหลากหลายด้านและอุดช่องโหว่าที่มีผลต่อความปลอดภัยของผู้ใช้งานครับ

ในส่วนความเห็นของผมนั้น ควรจะทำการอัพเกรดเพื่อความปลอดภัยของระบบนะครับ

ถ้าจะอัพเดทผ่านเว็บไซต์ของ Microsoft ได้ที่ www.windowsupdate.com ครับ หรือดาวน์โหลดไฟล์อัพเดทได้ที่เว็บไซต์ของ Microsoft ได้เลยครับ

บทความนี้เขียนขึ้นโดย Kittin จากเว็บไซต์ manacomputers.com ได้รับความคุ้มครองตามสัญญาอนุญาต CC 3.0