สวัสดีปีใหม่ 2556

ต้อนรับปีใหม่ 2556สวัสดีปีใหม่ 2556 – ก่อนอื่นขอกล่าวกับทุกท่านว่า “สวัสดีปีใหม่ 2556″ นะครับ ทางมานาคอมพิวเตอร์ขออวยพรให้ทุกท่านประสบความสำเร็จ สมหวังทางด้านการงาน การเงิน สุขภาพ นะครับ วันนี้เรามาคุยกับเรื่องเทคโนโลยีที่น่าสนใจที่น่าจะได้รับความนิยมในปี 2556 ครับ

เทคโนโลยีที่มีแนวโน้มได้รับความนิยมในปี 2556

3G แท้มาแน่ในปีนี้

หลังจากที่เดือนตุลาคมปีที่แล้ว ได้มีการประมูลเครือข่าย 3G ที่คลื่นความถี่ 2.1 GHz กันแล้ว โดยผู้ที่ประมูลได้ก็คือ AIS DTAC และ TRUEMOVE ซึ่งเป็นผู้นำด้านการให้บริการเครือข่ายในประเทศไทย ปี 2556 นี้ เราคงจะได้มีโอกาสใช้อินเทอร์เน็ตบนมือถือเป็น 3G จริงๆ สักที และแนวโน้มเรื่องราคาค่าบริการก็เชื่อว่า มีแนวโน้มที่ถูกลง เพื่อให้มีกลุ่มคนจำนวนมาก ได้มีโอกาสเข้าถึงและใช้งาน 3G ได้ง่ายและมากขึ้นครับ

มือถือสมาร์ทโฟนราคาถูกลง ความสามารถเพิ่มขึ้น

ด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้น จากเมื่อก่อน ผู้ที่จะสามารถใช้โทรศํพท์มือถือหรือแทบเล็ตที่เป็นแบบสมาร์ทโฟนนั้นจะต้องเป็นผู้ที่มีรายได้สูง เนื่องจากเครื่องมีราคาแพง แต่ในปี 2556 นี้เราจะได้เห็นมือถือและแทบเล็ตที่หลากหลายรุ่นที่มีราคาถูกลงยิ่งกว่าเดิม โดยมีการพัฒนาประสิทธิภาพที่สูงขึ้นครับ

อินเทอร์เน็ทความเร็วสูงราคาถูกลง ความเร็วเพิ่มขึ้น

สำหรับผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงแบบ ADSL ตามบ้าน ก็น่าจะได้รับการปรับความเร็วที่เพิ่มขึ้น ในราคาที่จ่ายเท่าเดิม เนื่องจากการแข่งขันกันพัฒนาของผู้ให้บริการด้านอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงครับ ซึ่งผลประโยชน์ก็น่าจะตกกับผู้บริโภคอย่างเราๆ ครับ

Tablet จะมีความสามารถใกล้เคียงคอมพิวเตอร์มากขึ้น

แนวโน้มในช่วงที่ผ่านมา คนเริ่มให้ความสำคัญในการใช้งานและเป็นเจ้าของคอมพิวเตอร์(ทั้งแบบตั้งโต๊ะหรือแบบโน้ตบุ้ค) น้อยลง แต่ให้ความสำคัญในส่วนของแทบเล็ตมากขึ้น ความสามารถของแทบเล็ตในรุ่นหลัง ๆ ก็ได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ยิ่งในช่วงปลายปีที่ผ่านมา ทาง Microsoft ได้ทำการเปิดตัว Windows 8 และ Windows RT เพื่อสำหรับการใช้งานบนแทบเล็ต ทำให้ตอนนี้ความสามารถของแทบเล็ตใกล้เคียงคอมพิวเตอร์แบบเดิมเข้าไปทุกที และการพกพาที่เบาและง่ายของแทบเล็ต ยิ่งทำให้กระแสการเป็นเจ้าของแทบเล็ตแทนคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่มีมากขึ้นไปด้วยครับ

Cloud Storage เก็บทุกอย่างบนก้อนเมฆ

จากเดิมที่เวลาเราจะพกพาข้อมูลไปไหนมาไหน เราจะต้องหาอุปกรณ์การเก็บข้อมูลเช่น ฮาร์ดดิสก์แบบพกพา หรือแฟลชไดรว์ แต่ตอนนี้ เนื่องจากเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้น ทำให้เราสามารถใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงแบบเคลื่อนที่ได้ง่ายผ่านอุปกรณ์ต่างๆ อีกทั้งมีการแข่งขันการให้บริการเก็บข้อมูลแบบออนไลน์หลากหลายเจ้า ทำให้ Cloud Storage เป็นอีกเทคโนโลยีหนึ่งที่เราจะได้เห็นและสัมผัสได้ง่ายขึ้นกว่าเดิมในปี 2556 นี้ครับ

เป็นอย่างไรบ้างครับ พอจะเห็นแนวโน้มเทคโนโลยีที่พวกเราแต่ละคนมีโอกาสที่จะได้ใช้บ้างแล้วหรือยังครับ?

สวัสดีปีใหม่ 2556 ครับทุกท่าน

 

ITU คืออะไร? คุณควรรู้ถ้าคุณคือผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ต


ในวันนี้ (3 ธันวาคม 2555) จะมีการจัดงานประชุม WCIT-12 ที่จัดโดย ITU เริ่มขึ้นวันนี้ (3 ธ.ค.) ที่ดูไบ ซึ่งที่หลายคนให้ความสนใจกับงานนี้ก็เพราะว่า งานนี้จะมีความสำคัญคือแก้ไข “กฎเกณฑ์กำกับดูแลอินเทอร์เน็ต” หรือที่เรียกย่อๆ ว่า ITR ทำให้หลายคนสงสัยว่า ITU คืออะไร? วันนี้มานาคอมพิวเตอร์จะหาคำตอบมาให้ครับ

ITU คืออะไร?

ITU เป็นคำย่อมาจากคำว่า International Telecommunication Union หรือเรียกเป็นภาษาไทยว่า “สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ” เป็นองค์การชำนัญพิเศษของสหประชาชาติ ซึ่ง ITU เป็นองค์กรสากลที่เก่าแก่ที่สุดอันดับสองที่ยังคงดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งนับเป็นองค์การสากลที่เก่าแก่มากที่สุดอันดับสอง ที่ยังคงดำเนินการอยู่ จัดตั้งขึ้นที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2408 โดยปัจจุบัน มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ นครเจนีวา ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ใกล้กับสำนักงานสหประชาชาติ

สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ มีหน้าที่สำคัญๆ ดังนี้

  • พัฒนามาตรฐานและกฎระเบียบต่างๆ  สำหรับการสื่อสารวิทยุและโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (รวมทั้งอินเทอร์เน็ตด้วย)
  • การกำหนดแถบคลื่นความถี่วิทยุ  และบริหารจัดการ กรณีที่จำเป็นสำหรับการเชื่อมโยงโครงข่ายระหว่างประเทศ เช่น บริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศ

องค์ประกอบของ ITU

สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ จะมีสำนักเลขาธิการใหญ่ ซึ่งมีเลขาธิการเป็นผู้บริหารสูงสุด ในการบริหารจัดการงานรายวันของสหภาพฯ และภาคส่วนต่างๆ ซึ่งประกอบด้วย 4 ภาคส่วน ในภารกิจด้านต่างๆ ดังนี้

  1. ภาคการสื่อสารวิทยุ (ITU-R, Radiocommunication Sector) – มีหน้าที่บริหารแถบคลื่นความถี่วิทยุระหว่างประเทศ และทรัพยากรต่างๆ สำหรับการโคจรของดาวเทียม ITU-R
  2. ภาคการกำหนดมาตรฐานโทรคมนาคม (ITU-T, Telecommunication Standardization Sector) – การกำหนดมาตรฐานโทรคมนาคม เป็นกิจกรรมที่มีมาช้านานของสหภาพฯ และเป็นภารกิจที่รู้จักกันเป็นอย่างดี ในระดับสากล
  3. ภาคการพัฒนาโทรคมนาคม (ITU-D, Telecommunication Development Sector) – จัดตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1992 เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงสารสนเทศ และเทคโนโลยีสารสนเทศในนานาประเทศ อย่างเท่าเทียม พอเพียง และด้วยค่าใช้จ่ายที่ยอมรับได้
  4. ภาคการจัดงาน ไอทียู เทเลคอม (ITU TELECOM) – เป็นการจัดงานแสดงสินค้า การประชุม และนิทรรศการระหว่างประเทศ โดยนำเทคโนโลยีชั้นนำ จากอุตสาหกรรมไอซีทีมาจัดแสดง รวมทั้งเชิญรัฐมนตรี ผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงาน และผู้กำกับดูแลกิจการโทรคมนาคมของประเทศต่างๆ มาร่วมการประชุม เพื่อนำเสนอ และอภิปรายปัญหาการสื่อสารในระดับโลกด้วย

ในส่วนของสมาชิก ITU ปัจจุบันมีประเทศที่เข้าร่วมเป็นสมาชิกทั้งหมด  191 ประเทศ และเป็นในนามธุรกิจอุตสาหกรรมด้านโทรคมนาคม และเทคโนโลยีสารสนเทศจำนวน 572 ราย อีกทั้งในรูปแบบของสมาคม 153 แห่ง

ซึ่งตอนนี้มีข้อมูลว่า จะมีการพยายามในการเปลี่ยนแปลงนโยบายอินเทอร์เน็ตเพื่อควบคุมการเข้าถึงในหลายๆ ประเทศ และอาจจะมีค่าใช้จ่ายในการเชื่อมต่อด้วย (ประเทศไทยก็มีผลกระทบแน่นอนครับ เพราะเราก็เป็นหนึ่งในสมาชิกของ ITU เหมือนกัน) กูเกิลเป็นหนึ่งในองค์กรที่ออกมาคัดค้านความพยายามของ ITU ในการกำกับดูแลอินเทอร์เน็ต และล่าสุดก็เปิดแคมเปญ Free and Open (แท็ก #freeandopen) เพื่อรวบรวมเสียงจากผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลกแล้วพล็อตเป็นแผนที่ เรียกร้องให้อินเทอร์เน็ตยังเป็นเครือข่ายเสรีสำหรับทุกคนต่อไป

คุณสามารถร่วมลงชื่อและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้ที่ https://www.google.com/takeaction

Speedtest ทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตด้วย HTML5


หากคุณต้องการที่จะทดสอบว่า ความเร็วอินเทอร์เน็ตที่คุณใช้งานอยู่นั้นมีความเร็วเท่าไหร่ ตรงตามแพคเกจที่เราสมัครไว้หรือไม่ เราสามารถทดสอบได้ง่ายๆ ด้วยการใช้บริการเว็บไซต์ที่ให้บริการตรวจสอบความเร็วอินเทอร์เน็ต วันนี้ผมจะขอแนะนำเว็บไซต์ที่ให้บริการตรวจสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตแบบโหลดเร็วและใช้งานง่ายครับ

SpeedOf.Me เป็นเว็บไซต์ที่ให้บริการทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตโดยเขียนด้วย HTML5 ซึ่งสมัยก่อนเว็บไซต์เหล่านี้มักจะเขียนด้วย Flash แต่เนื่องจากปัจจุบันนี้อุปกรณ์หลายตัวไม่รองรับ Flash แล้วครับ โดย SpeedOf.Me นั้นไม่ต้องใช้ Flash หรือ Java และเหมาะสำหรับการใช้งานบน iPhone, iPad, Android, Blackberry, Windows Phone หรืออุปกรณ์ก่อนอื่นๆ โดยไม่ต้องติดตั้งแอพพลิเคชั่นเพิ่มเติมให้ยุ่งยากครับ

วิธีการใช้งานการทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตด้วย speedof.me

ขั้นแรกให้คุณเข้าเว็บไซต์ http://speedof.me/ คุณจะพบกับหน้าตาของเว็บทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตตามรูปด้านล่างครับ ให้คุณคลิ้กที่ “Start Test” ที่ปุ่มตามที่ลูกศรแดงชี้ครับ

ระบบจะทำการทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตทั้งส่วนของความเร็วในการดาวน์โหลดและการอัพโหลดครับ รอสักพักระบบจะแสดงผลออกมา โดยคุณดูตามหมายเลขได้เลยครับ

หมายเลข 1 – เป็นความเร็วของการดาวน์โหลดและอัพโหลดครับ พร้อมวันที่ทดสอบและ Server ที่ทำการทดสอบครับ

หมายเลข 2 – เป็นกราฟแสดงในส่วนของการอัพโหลดครับ

หมายเลข 3 – เป็นกราฟแสดงในส่วนของการดาวน์โหลดครับ

หมายเลข 4 – หากคุณต้องการทดสอบความเร็วอีกครั้ง ให้คลิ้กที่ปุ่มนี้ครับ

ลองใช้งานดูนะครับ ผมว่ามันใช้งานง่ายดีครับ และที่สำคัญโหลดเร็วดีด้วยครับ

ส่ง Fax ไปอเมริกาและแคนาดาฟรี


สำหรับการส่งเอกสารข้อมูลต่างๆ จากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง ในปัจจุบันนี้เรานิยมใช้การรับส่งผ่าน “อีเมล” เนื่องจากเป็นวิธีการที่ง่ายและได้ผลเร็ว อีกทั้งยังประหยัดต้นทุนค่าใช้จ่ายต่างๆ แต่ถ้าเรามีเหตุที่จะส่งเอกสารผ่านทางแฟกซ์ไปต่างประเทศล่ะ เราจะหาวิธีไหนที่ลดค่าใช้จ่ายได้ดีที่สุด

แม้การส่งแฟกซ์อาจจะไม่ค่อยได้รับความนิยมน้อยลงไปในปัจจุบัน แต่บางครั้ง เราก็อาจจะประสบเหตุที่จะต้องส่งผ่านแฟกซ์ เช่น ปลายทางมีแต่เครื่องรับแฟกซ์ ไม่มีอินเทอร์เน็ต ซึ่งการส่งแฟกซ์ไปต่างประเทศก็จะมีค่าใช้จ่ายสูงมาก วันนี้มานาคอมพิวเตอร์จะขอแนะนำทางเลือกหนึ่งในการส่งแฟกซ์ที่ง่ายและฟรีครับ

โดยคุณสามารถส่งแฟกซ์ผ่านทาง http://faxzero.com/ ซึ่งเว็บนี้เป็นเว็บไซต์ที่ให้บริการการส่งแฟกซ์ไปยังปลายทางประเทศแคนาดาและสหรัฐอเมริกาแบบฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายครับ โดยหน้าแรกของเว็บจะเป็นตามรูปด้านล่างนี้ครับ

เราลองมาดูวิธีการใช้งานแต่ละส่วนกันนะครับ

หมายเลข 1 – ให้คุณกรอกข้อมูลเกี่ยวกับผู้ส่ง (Sender) โดยกรอกชื่อ,บริษัท และอีเมลที่ใช้

หมายเลข 2 – ให้คุณกรอกข้อมูลเกี่ยวกับผู้รับแฟกซ์ปลายทาง โดยกรอก ชื่อ,บริษัท และหมายเลขแฟกซ์ (สำคัญมาก)

หมายเลข 3 – สำหรับการแนบไฟล์เอกสารที่จะส่งแฟกซ์ (ควรเป็นไฟล์นามสกุล .doc , .docx หรือ .pdf ครับ)

หมายเลข 4 – สำหรับเขียนข้อความใดๆ โดยข้อความนี้จะอยู่บนหน้าแฟกซ์หน้าแรกครับ (ไม่รวมเนื้อหา)

หมายเลข 5 – กรอกตัวอักษรหรือหมายเลขที่แสดง เพื่อนยืนยันตัวตนครับ

หมายเลข 6 – หากคุณต้องการส่งแฟกซ์ไปสหรัฐอเมริกาหรือแคนาดาแบบไม่เสียค่าใช้จ่าย สามารถกดส่งได้ตรงนี้เลยครับ แต่มีเงื่อนไขการใช้งานนิดนึงก็คือ

  • แบบฟรี จะมีส่วนโฆษณาในหน้าแรก
  • สามารถส่งได้สูงสุด 3 แผ่น (ไม่รวมหน้าปก)
  • ส่งได้สูงสุด 5 ครั้งต่อวัน

หมายเลข 7 – หากคุณจ่ายเงินเป็นจำนวน $ 1.99 (ผ่านทาง Paypal) คุณจะได้รับสิทธิดังนี้ครับ ส่งครั้งหนึ่งได้สูงสุด 15 หน้า (ไม่รวมหน้าแรก) และไม่มีโฆษณาในหน้าแรกของแฟกซ์ที่ส่งไปครับ

หมายเลข 8 – แต่ถ้าคุณต้องการที่จะส่งไปยังประเทศอื่นๆ ก็สามารถส่งได้ครับ โดยมีค่าใช้จ่ายในการส่งต่อครั้งเริ่มต้นที่ $ 3.63 ครับ

เป็นอย่างไรบ้างครับ คงจะถูกใจคนที่กำลังหาทางส่งแฟกซ์ไปอเมริกาหรือแคนาดาเลยนะครับ

กฎใหม่คลิกทุกครั้งต้องจ่ายตังค์ (อินเทอร์เน็ต)


วันนี้หลังจากผมออกกำลังกายเสร็จเรียบร้อยแล้ว เมื่อหยิบหนังสือพิมพ์เดลินิวส์มาอ่าน ก็พบข่าวหนึ่งที่น่าสนใจบวกกับน่าตกใจ ในเรื่องของ กฎใหม่คลิกทุกครั้งต้องจ่ายตังค์ เลยอยากจะเอามาเผยแพร่ให้ฟังนะครับ

หากใครต้องการสรุปเนื้อหาแบบสั้นๆ ขอให้ข้ามไปที่หัวข้อ “ข้อสรุปเกี่ยวกับเรื่องนี้” ครับ

********************************************

ที่มา หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ประจำฉบับวันที่ 8 ตุลาคม 2555

เรื่องจริงที่กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้า อย่าชะล่าใจ เพราะเป็น 1 ใน 15 ข้อของสนธิสัญญาการบริหารเครือข่ายโทรคมนาคมของโลก หรือ อินเทอร์เน็ต เทเลคอมมูนิเคชั่น เร็กกูเรชั่น (Internet Telecommunication Regulation : ITR) ซึ่งเป็นกฎหมายระหว่างประเทศที่ได้มีการตกลงให้แก้ไขเนื้อหาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2010 (พ.ศ.2553) โดยปลายเดือน ธ.ค.2555 ประเทศสมาชิกของสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ไอทียู) ราว 180 ประเทศจะมีการลงนามในสนธิสัญญาดังกล่าว ระหว่างการประชุมด้านโทรคมนาคมซึ่งไอทียูจัดขึ้นที่ประเทศดูไบ

น.ส.ดวงทิพย์ โฉมปรางค์ ผู้บริหาร อินเทอร์เน็ต โซไซตี้ ประเทศไทย (ไอซอก) ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิก ซึ่งเป็นองค์กรอิสระที่ดูแลเกี่ยวกับมาตรฐานอินเทอร์เน็ตโลก กล่าวถึงเนื้อหาของสนธิสัญญาเกี่ยวกับการใช้งานอินเทอร์เน็ตที่ตกลงให้มีการ แก้ไขว่า เกือบ 2 ปีของการแก้ไขเนื้อหา พบว่ามี 10 ประเทศในเอเชียแปซิฟิกที่เสนอความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ อาทิ ญี่ปุ่น เกาหลี จีน อินเดีย อิหร่าน มาเลเซีย นิวซีแลนด์ และออสเตรเลีย เป็นต้น ซึ่งมีทั้งส่วนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับเนื้อหาที่แก้ไข ซึ่งประเทศไทยหน่วยงานที่ดูแลยังไม่แสดงท่าทีต่อประเด็นดังกล่าว

สำหรับ เนื้อหาของสนธิสัญญาที่แก้ไขจาก 15 ข้อ มี 6 ข้อที่จะส่งผลกระทบต่อการใช้งานอินเทอร์เน็ตในประเทศไทย ได้แก่ 1. ความปลอดภัยทางอินเทอร์เน็ต 2. การใช้ทรัพยากรเลขหมายในทางที่ผิด 3. การกำหนดนิยามเรื่องบริการโทรคมนาคม  4. ระบุตัวตนของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตและประวัติการเข้าใช้งานอินเทอร์เน็ต  5. คุณภาพบริการ และ 6. ค่าเชื่อมโยงโครงข่าย

น.ส.ดวงทิพย์ ยกตัวอย่างขอบเขตสนธิสัญญาที่แก้ไข ว่า หนึ่งในเรื่องที่แก้ไขเนื้อหา คือการใช้อินเทอร์เน็ต โพรโตคอล แอดเดรส (ไอพี แอดเดรส) ซึ่งระบุว่าประเทศสมาชิกต้องหาวิธีใดวิธีหนึ่งในการคิดค่าบริการจากผู้ให้ บริการโทรคมนาคมที่เชื่อมต่อการใช้งานอินเทอร์เน็ตด้วยไอพี แอดเดรส ซึ่งเป็นความพยายามที่จะจัดเก็บค่าบริการจากการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตทุกครั้ง และเก็บเงินทุกครั้งที่เข้าสู่ข้อมูลต่าง ๆ โดยเก็บเงินทั้งจากผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการ เป็นการแก้เนื้อหาโดยอิงรูปแบบการเก็บค่าบริการจากรูปแบบการคิดค่าบริการของ โทรศัพท์มือถือ

“ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากเนื้อหาสนธิสัญญานี้ คือ มื่อไหร่ที่มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและคลิกเข้าไปยังเนื้อหา หรือข้อมูลต่าง ๆ ผู้ใช้งานจะถูกเก็บค่าบริการ ซึ่ง เป็นผลเสียกับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม รวมทั้งผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวที่โปรโมตสินค้าและห้องพักทางอินเทอร์ เน็ตเพราะต้องแบกรับภาระต้นทุนที่สูงขึ้น เช่นเดียวกับสถาบันการศึกษาซึ่งต้องจ่ายค่าบริการจากการนำเสนอข้อมูลบนเว็บไซต์ ขณะที่นักเรียน นักศึกษาก็ต้องจ่ายค่าบริการจากการคลิกดูเนื้อหา”

นอก จากนี้ น.ส.ดวงทิพย์ กล่าวว่า เนื้อหาของสนธิสัญญาที่แก้ไขเปลี่ยนเป็นแบบบังคับใช้ แทนการเลือกยอมรับเฉพาะกฎเกณฑ์ที่เหมาะสมกับประเทศตนเอง ทำให้การลงนามในสนธิสัญญาเป็นการผูกมัดการใช้งานอินเทอร์เน็ตทั้งที่ไม่ เหมาะสมกับประเทศตนเอง

ต่อข้อถามที่ว่า เมื่อเนื้อหาของสนธิสัญญาที่แก้ไขไม่เหมาะสมกับประเทศไทยแล้วประเทศไทยจะมี ทางออกอย่างไร น.ส.ดวงทิพย์ กล่าวว่า เรื่องนี้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ผู้ที่มีอำนาจลงนามในสนธิสัญญาต้องแสดงจุดยืนที่ชัดเจนต่อเนื้อหาในสนธิ สัญญาที่แก้ไข เนื่องจากระหว่างวันที่ 3-14 ธ.ค. 2555 เป็นเวลาที่อยู่ในกระบวนการต่อรองสนธิสัญญา หากมี 25% ของประเทศที่เป็นสมาชิกไม่เห็นด้วยกับเนื้อหาของสนธิสัญญา ต้องนำสนธิสัญญาที่แก้ไขมาพิจารณาใหม่ แต่ถ้าประเทศสมาชิกเห็นด้วย 100% ก็จะมีการลงนามในสนธิสัญญาดังกล่าวช่วงปลายเดือน ธ.ค. 2555 ดังนั้นประเทศไทยต้องแสดงจุดยืนที่ชัดเจนในเรื่องนี้ และหากประเทศไทยไม่ลงนามในสนธิสัญญาก็จะถูกบล็อกการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต จากอีก 179 ประเทศที่เป็นสมาชิกไอทียู.

เอกชนวอน กสทช.-ไอซีที แสดงจุดยืนชัดเจน

เป็นเรื่องแปลกที่การแก้ไขเนื้อหาของสนธิสัญญาเกี่ยวกับการใช้งานอินเทอร์เน็ต ที่จะส่งผลกระทบคนไทยกลับยังไม่มีข่าวออกจากหน่วยงานที่จะจดปากกาลงนามในสัญญา

ดร.มนู อรดีดลเชษฐ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมธุรกิจคอมพิวเตอร์ (เอทีซีไอ) กล่าวว่า สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ ประเทศไทยเป็นประเทศเล็ก ๆ ในขณะที่ประเทศจีนใหญ่กว่ามาก ถ้าต้องจ่ายเงินในการคลิกเข้าดูข้อมูลและเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตทุกครั้ง ประเทศไทยคงแย่ และจะทำให้เกิดการชะงักในการใช้งานอินเทอร์เน็ตของทุกคน ที่สำคัญไม่รู้ว่าใครจะเป็นคนคิดค่าบริการในการคลิกเข้าดูข้อมูล และค่าบริการในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในแต่ละครั้ง

นายบุญรักษ์ สรัคคานนท์ กรรมการสมาคมธุรกิจคอมพิวเตอร์ (เอทีซีไอ) กล่าวว่า หากประเทศไทยต้องเข้าสู่การจ่ายเงินทุกครั้งที่เข้าดูเนื้อหาออนไลน์และจ่าย เงินทุกครั้งที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต แล้วแท็บเล็ต ป.1 ที่รัฐบาลแจกให้กับเด็ก ป.1 ประมาณ 1 ล้านคน ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องค่าใช้จ่ายให้ และโครงการแท็บเล็ต ป.1 ที่แจกให้เด็ก ๆ ก็จะไม่มีความหมาย ขณะที่ผู้ประกอบการธุรกิจหากต้องแบกรับค่าใช้จ่ายในเรื่องนี้อีกก็คงรับไม่ ไหว และจะส่งผลกระทบในวงกว้าง ซึ่งจะเกิดขึ้นกับประชาชนทุกคนที่ใช้อินเทอร์เน็ต ซึ่งประเทศไทยมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตอยู่ที่ 24 ล้านคน

********************************************

ข้อสรุปเกี่ยวกับเรื่องนี้

สนธิสัญญานี้มีรายละเอียดส่วนหนึ่งมีใจความว่า ประเทศสมาชิกต้องหาวิธีใดวิธีหนึ่งในการคิดค่าบริการจากผู้ให้บริการโทรคมนาคมที่เชื่อมต่อการใช้งานอินเทอร์เน็ต โดยเป็นความพยายามที่จะจัดเก็บค่าบริการจากการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตทุกครั้ง และเก็บเงินทุกครั้งที่เข้าสู่ข้อมูลต่าง ๆ โดยเก็บเงินทั้งจากผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการ

หากประเทศไทยเข้าร่วมลงนามสนธิสัญญานี้ หมายความว่า เราจะต้องมีการจ่ายเงินในการเข้าถึงข้อมูลในแต่ละครั้ง ที่เราเข้าสู่เว็บไซต์ของประเทศที่เข้าร่วมสนธิสัญญานี้

แต่หากประเทศไทยไม่เข้าร่วม เราจะไม่สามารถเข้าถึงเว็บไซต์ใน 179 ประเทศที่เข้าร่วมลงนาม นั่นหมายความว่า เราอาจจะต้องเข้าได้เพืยงเว็บไซต์ที่อยู่ในประเทศไทย หรือเว็บไซต์ของประเทศที่ไม่ได้เข้าร่วมสนธิสัญญานี้ ซึ่งน่าจะเหลือไม่กี่ประเทศครับ

ความคืบหน้าขณะนี้ ยังไม่การลงนามในสนธิสัญญานี้ แต่มีกำหนดเวลาอยู่ที่ไม่เกินปลายปีนี้ครับ

ผมเชื่อว่า หากมีการลงนามในส่วนนี้จริง อาจเกิดเหตุการณ์ได้สองแนวทางครับ

  1. เราจะถูกตัดการเข้าถึงข้อมูลหลากหลายเว็บไซต์ ทำให้การหาข้อมูลต่างๆ อาจจะเป็นไปได้ยากขึ้น หรือ
  2. ประเทศไทยในขณะนี้ ยังไม่พร้อมที่จะให้แต่ละบุคคลสามารถเสียค่าใช้จ่ายส่วนนี้ได้ รัฐอาจจะต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายส่วนนี้ครับ และผมเชื่อว่าค่าใช้จ่ายส่วนนี้มิได้สูงอย่างที่ใครหลายคนกังวลใจครับ

ส่วนเรื่องการไม่เข้าร่วม ผมไม่เชื่อว่า ประเทศไทยจะตัดสินใจอย่างนั้นครับ