OLED คืออะไร? OLED TV ที่กำลังจะมาแทน LED TV

OLED
วันนี้ได้มีโอกาสเดินเล่นอยู่ที่แผนกเครื่องใช้ไฟฟ้าในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง แล้วเกิดความรู้สึกว่า ช่วงนี้ไม่ค่อยเห็น Plasma TV วางจำหน่ายเลย มีแต่ LED ธฮ และเริ่มมีการพูดถึง OLED TV ผมก็เลยเกิดความสงสัยว่า เอ๊ะ OLED มันคืออะไร เมื่อลองค้นหาข้อมูลก็ได้ข้อมูลที่น่าสนใจมาดังนี้ครับ

OLED คืออะไร?

OLED เป็นคำย่อมาจากคำว่า Organic light-emitting diode  คือ จอภาพที่มีลักษณะคล้ายแผ่นฟิล์ม ซึ่งมีส่วนประกอบเป็นสารอินทรีย์ที่สามารถเปล่งแสงเองได้เมื่อได้รับพลังงานไฟฟ้า โดยขบวนการนี้เรียกว่าอิเล็คโทรลูมิเนเซนส์ (Electroluminescence) โดยที่ไม่ต้องพึ่งพาแสง Backlight และจะไม่มีการเปล่งแสดงในบริเวณที่เป็นภาพสีดำ ส่งผลให้สีดำนั้นดำสนิท อีกทั้งยังช่วยประหยัดพลังงานด้วย

ในส่วนของความบาง จอภาพแบบ OLED ยังมีความบางกว่า LCD รวมทั้งมีความยิดหยุ่น และจอภาพแบบ OLED สามารถโค้งงอได้ เนื่องจาก OLED มีโครงสร้างที่แตกต่างจาก LCD โดยโครงสร้างของ OLED นั้นประกอบด้วยสารกึ่งตัวนำไฟฟ้าที่เป็นของแข็ง ทำจากวัสดุอินทรีย์มีทั้งแบบ Polymer และโมเลกุลขนาดเล็ก ซึ่งมีความหนาเพียง 100-500 นาโนเมตรเท่านั้น (บางกว่าเส้นผมของคน 200 เท่า) และอาจมีชั้นสารอินทรีย์เป็นองค์ประกอบอยู่  2 หรือ 3 ชั้น

สำหรับสีของแสงที่ปรากฏออกมาบนจอภาพ OLED จะขึ้นอยู่กับชนิดของโมเลกุลของสารอินทรีย์ในชั้น Emissive layer ซึ่งในจอ Full Colour OLED จะมีสารอินทรีย์ทั้งหมด 3 ชนิด ได้แก่ สารอินทรีย์ที่ให้แสงสีแดง, เขียว และน้ำเงิน (RGB) โดยสารทั้ง 3 ชนิดนี้ถูกเคลือบอยู่บน OLED เพียงแผ่นเดียวเพื่อให้เกิดสีสันต่าง ๆ ส่วนความสว่างของแสงที่ปรากฏบนจอภาพจะขึ้นอยู่กับปริมาณของกระแสอิเล็กตรอน หากมีกระแสมากแสงก็จะมีความสว่างมากขึ้น ซึ่งปกติ OLED จะใช้กระแสไฟฟ้าที่ประมาณ 3-10 โวลต์

ประเภทของ OLED

สำหรับจอภาพแบบ OLED จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่

PMOLED (Passive Matrix OLED)  โดยข้อดีของ OLED ชนิดนี้คือสร้างได้ง่าย และต้องการกระแสจากวงจรภายนอก ส่งผลให้ต้องใช้พลังงานมากกว่า OLED ชนิดอื่น ๆ (แต่ก็ยังประหยัดพลังงงานมากกว่า LCD)ซึ่ง PMOLED เหมาะสำหรับทำจอภาพขนาดเล็กที่มีความกว้างประมาณ 2-3 นิ้ว อย่างเช่น จอของโทรศัพท์หรืออุปกรณ์พกพาต่าง ๆ แต่ปัจจุบันนิยมหันใช้ AMOLED กันมากกว่าแล้ว

AMOLED (Active Matrix OLED) ซึ่งแบบนี้จะใช้พลังงานน้อยกว่า PMOLED เนื่องจากลักษณะโครงสร้างที่เป็นแบบฟิล์มบาง และยังสามารถขยายให้มีขนาดใหญ่ได้ด้วย จึงทำให้ AMOLED เหมาะสำหรับทำจอภาพที่มีขนาดใหญ่ เช่น จอโทรทัศน์, จอคอมพิวเตอร์ หรือจอป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ แต่ปัจจุบันก็นิยมใช้เป็นจอภาพของอุปกรณ์พกพาอื่น ๆ

ถ้าแบ่งตามประเภทการใช้งาน จะแบ่งออกเป็น 4 ประเภทย่อยๆ คือ

  1. Transparent OLED  โดยแบบนี้สามารถสร้างจอภาพที่มองเห็นภาพได้ทั้ง 2 ด้าน โดย Transparent OLED นี้สามารถสร้างได้ทั้งแบบ PMOLED และ AMOLED
  2. Top-emitting OLED เป็นจอแบบทึบแสงหรือสะท้อนแสง โดยจอภาพแบบนี้จะเป็นแบบ AMOLED ซึ่งถูกนำไปใช้กับ Smartcard เป็นส่วนใหญ่
  3. Foldable OLED ทำด้วยวัสดุที่มีความยืดหยุ่นสูง เช่น แผ่นฟลอยด์โลหะหรือพลาสติกใส มีน้ำหนักเบา และมีความทนทานสูง เหมาะใช้สำหรับโทรศัพท์ หรืออุปกรณ์พกพาต่าง ๆ เพื่อช่วยลดปัญหาหน้าจอแตก นอกจากนี้ ยังสามารถเย็บติดกับเส้นใยผ้าต่าง ๆ อย่างเสื้อผ้าได้อีกด้วย
  4. White OLED เป็น OLED ที่ให้แสงสีขาว ช่วยประหยัดพลังงานและมีคุณภาพดีกว่าแสงที่ได้จาก หลอดฟลูออเรสเซนต์ ทำให้เห็นสีแท้จริง เช่นเดียวกันแสงสว่างตามธรรมชาติ และมีแนวโน้มว่าเมื่อทำให้มีขนาดใหญ่ จะสามารถใช้แทนแสงฟลูออเรสเซนต์ที่ใช้ตามบ้านและตึกต่าง ๆ ได้ ซึ่งจะช่วยประหยัดพลังงานมากกว่าการใช้หลอดไฟธรรมดา

OLED TV เครื่องแรกของโลกกับ Sony XEL-1

ข้อดีและข้อด้อยของ OLED

จุดเด่นของ OLED

  • บาง เบา และมีความยืดหยุ่นสูง
  • เมื่อนำพลาสติกมาทำจอของ OLED แทนกระจก จะทำให้จอมีความยืดหยุ่นสูง สามารถปรับให้โค้งงอได้
  • สามารถทำเป็นจอแบบโปร่งใส และมองเห็นได้จากทั้งสองด้าน
  • ให้ความสว่างได้มากกว่าจอปกติ
  • สีดำ ดำสนิทกว่าจอปกติ เนื่องจากไม่มีแสง Backlight
  • สามารถเปล่งแสงได้ด้วยตัวเอง
  • สามารถสร้างให้เป็นขนาดใหญ่ได้ง่าย โดยมีความปลอดภัยสูง เพราะสามารถสร้างจากพลาสติกได้
  • มีมุมมองกว้างถึงเกือบ 180 องศา

จุดด้อยของ OLED

  • ฟิล์มที่ให้กำเนิดสีน้ำเงินมีอายุการใช้งานสั้นเพียง 1,000 ชั่วโมง (สีแดง และเขียว มีอายุการใช้งาน 10,000-40,000 ชั่วโมง)
  • สารอินทรีย์ที่ใช้ทำ OLED จะเสียหายได้ง่ายเมื่อโดนน้ำหรือออกซิเจน

ผมเชื่อว่า ยุคต่อไปของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิคส์ที่มีหน้าจอแสดงผล จะมีแนวโน้ในการผลิตจาก OLED มากขึ้น ส่วนจอแบบ Plasma ก็น่าจะค่อยๆ หายไปจากตลาดครับ

 

 

สวัสดีปีใหม่ 2556

ต้อนรับปีใหม่ 2556สวัสดีปีใหม่ 2556 – ก่อนอื่นขอกล่าวกับทุกท่านว่า “สวัสดีปีใหม่ 2556″ นะครับ ทางมานาคอมพิวเตอร์ขออวยพรให้ทุกท่านประสบความสำเร็จ สมหวังทางด้านการงาน การเงิน สุขภาพ นะครับ วันนี้เรามาคุยกับเรื่องเทคโนโลยีที่น่าสนใจที่น่าจะได้รับความนิยมในปี 2556 ครับ

เทคโนโลยีที่มีแนวโน้มได้รับความนิยมในปี 2556

3G แท้มาแน่ในปีนี้

หลังจากที่เดือนตุลาคมปีที่แล้ว ได้มีการประมูลเครือข่าย 3G ที่คลื่นความถี่ 2.1 GHz กันแล้ว โดยผู้ที่ประมูลได้ก็คือ AIS DTAC และ TRUEMOVE ซึ่งเป็นผู้นำด้านการให้บริการเครือข่ายในประเทศไทย ปี 2556 นี้ เราคงจะได้มีโอกาสใช้อินเทอร์เน็ตบนมือถือเป็น 3G จริงๆ สักที และแนวโน้มเรื่องราคาค่าบริการก็เชื่อว่า มีแนวโน้มที่ถูกลง เพื่อให้มีกลุ่มคนจำนวนมาก ได้มีโอกาสเข้าถึงและใช้งาน 3G ได้ง่ายและมากขึ้นครับ

มือถือสมาร์ทโฟนราคาถูกลง ความสามารถเพิ่มขึ้น

ด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้น จากเมื่อก่อน ผู้ที่จะสามารถใช้โทรศํพท์มือถือหรือแทบเล็ตที่เป็นแบบสมาร์ทโฟนนั้นจะต้องเป็นผู้ที่มีรายได้สูง เนื่องจากเครื่องมีราคาแพง แต่ในปี 2556 นี้เราจะได้เห็นมือถือและแทบเล็ตที่หลากหลายรุ่นที่มีราคาถูกลงยิ่งกว่าเดิม โดยมีการพัฒนาประสิทธิภาพที่สูงขึ้นครับ

อินเทอร์เน็ทความเร็วสูงราคาถูกลง ความเร็วเพิ่มขึ้น

สำหรับผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงแบบ ADSL ตามบ้าน ก็น่าจะได้รับการปรับความเร็วที่เพิ่มขึ้น ในราคาที่จ่ายเท่าเดิม เนื่องจากการแข่งขันกันพัฒนาของผู้ให้บริการด้านอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงครับ ซึ่งผลประโยชน์ก็น่าจะตกกับผู้บริโภคอย่างเราๆ ครับ

Tablet จะมีความสามารถใกล้เคียงคอมพิวเตอร์มากขึ้น

แนวโน้มในช่วงที่ผ่านมา คนเริ่มให้ความสำคัญในการใช้งานและเป็นเจ้าของคอมพิวเตอร์(ทั้งแบบตั้งโต๊ะหรือแบบโน้ตบุ้ค) น้อยลง แต่ให้ความสำคัญในส่วนของแทบเล็ตมากขึ้น ความสามารถของแทบเล็ตในรุ่นหลัง ๆ ก็ได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ยิ่งในช่วงปลายปีที่ผ่านมา ทาง Microsoft ได้ทำการเปิดตัว Windows 8 และ Windows RT เพื่อสำหรับการใช้งานบนแทบเล็ต ทำให้ตอนนี้ความสามารถของแทบเล็ตใกล้เคียงคอมพิวเตอร์แบบเดิมเข้าไปทุกที และการพกพาที่เบาและง่ายของแทบเล็ต ยิ่งทำให้กระแสการเป็นเจ้าของแทบเล็ตแทนคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่มีมากขึ้นไปด้วยครับ

Cloud Storage เก็บทุกอย่างบนก้อนเมฆ

จากเดิมที่เวลาเราจะพกพาข้อมูลไปไหนมาไหน เราจะต้องหาอุปกรณ์การเก็บข้อมูลเช่น ฮาร์ดดิสก์แบบพกพา หรือแฟลชไดรว์ แต่ตอนนี้ เนื่องจากเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้น ทำให้เราสามารถใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงแบบเคลื่อนที่ได้ง่ายผ่านอุปกรณ์ต่างๆ อีกทั้งมีการแข่งขันการให้บริการเก็บข้อมูลแบบออนไลน์หลากหลายเจ้า ทำให้ Cloud Storage เป็นอีกเทคโนโลยีหนึ่งที่เราจะได้เห็นและสัมผัสได้ง่ายขึ้นกว่าเดิมในปี 2556 นี้ครับ

เป็นอย่างไรบ้างครับ พอจะเห็นแนวโน้มเทคโนโลยีที่พวกเราแต่ละคนมีโอกาสที่จะได้ใช้บ้างแล้วหรือยังครับ?

สวัสดีปีใหม่ 2556 ครับทุกท่าน

 

Star Trek: The Original Series ภาพยนตร์ซีรี่ส์ชื่อดังที่คุณควรรู้จัก


Star Trek: The Original Series
– วันที่ 8 สิงหาคม 2555 เป็นวันที่ Star Trek ซีรี่ส์ฉบับดั้งเดิม (Star Trek: The Original Series) มีอายุครบรอบ 46 ปี วันนี้มานาคอมพิวเตอร์ขอนำเรื่องที่น่าสนใจเกี่ยวกับซีรี่ส์ Star Trek มาเล่าให้ฟังกันนะครับ

Star Trek คืออะไร?

Star Trek เป็นชื่อของภาพยนตร์ชุด (หรือที่เราคุ้นเคยกับคำว่า “ซีรี่ส์”) ที่มีการฉายทางโทรทัศน์เป็นตอนๆ โดยเป็นภาพยนตร์ชุดแนว นิยายวิทยาศาสตร์ผสมกับแอคชั่นและการผจญภัย โดยผู้อำนวยการสร้างและเขียนบทภาพยนตร์เป็นผลงานของ ยีน ร็อดเดนเบอร์รี โดยเริ่มต้นฉายเป็นซีรี่ส์ทางโทรทัศน์เริ่มต้นเมื่อปี พ.ศ. 2509 โดยมีทั้งหมด 7 ชุด และทำเป็นภาพยนตร์เพื่อฉายในโรงภาพยนตร์รวม 11 ภาค ซึ่ง Star Trek ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากและเป็นเวลานาน ดังที่เราจะเห็นได้ว่า มีการสร้างเกมคอมพิวเตอร์ นวนิยาย สวนสนุก ของที่ระลึก เกี่ยวกับเนื้อหาในภาพยนตร์ออกมาเป็นจำนวนมาก

 เนื้อหาของ Star Trek

เรื่องราวของ Star Trek เป็นการกล่าวถึงเหตุการณ์ในอนาคตหลังปี พ.ศ.2606 (ค.ศ. 2063) เมื่อมนุษย์สามารถคิดค้นและพัฒนาเทคโนโลยีเข้าขั้นสูงสุด จนสามารถสร้างยานอวกาศที่มีความเร็วเหนือแสง หรือที่เรียกว่า “การวาร์ป” (warp) ทำให้เกิดเหตุการณ์ “การติดต่อครั้งแรก” (first contact) กับชาววัลแคน (Vulcan) เผ่าพันธุ์ต่างดาวที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสูงมาก โดยการติดต่อครั้งนั้นทำให้มนุษย์สามารถพัฒนาเทคโนโลยีให้ก้าวขึ้นไปอีกมากมายหลายขั้น จนสามารถเดินทางลึกเข้าไปยังกาแลคซี่อื่นและพบกับเผ่าพันธุ์ต่างดาว จนต่อมามีการรวมตัวจัดตั้งสหพันธ์ดวงดาว (United Federation of Planets) ขึ้น

โดยภาพยนตร์ชุด Star Trekกล่าวถึงการเดินทางของยานอวกาศรุ่นใหม่ของสหพันธ์ดวงดาว ชื่อ “USS Enterprise” (NCC-1701) ที่เข้าประจำการครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2788 (ค.ศ. 2245) โดยมีตัวละครสำคัญประกอบด้วย

  • เจมส์ ที. เคิร์ก (กัปตัน)
  • สป็อค (ต้นเรือ ลูกครึ่งมนุษย์-วัลแคน)
  • แม็คคอย (แพทย์)
  • เชคอฟ (ต้นหน)
  • สก็อตต์ (ต้นกล)
  • ซูลู (นักบิน)
  • อูฮูรา (เจ้าหน้าที่สื่อสาร)

และลูกเรือรุ่นที่สอง ประกอบด้วย

  • ฌอง-ลุค พิคาร์ด (กัปตัน)
  • วิลเลียม ไรเคอร์ (ต้นเรือ)
  • เดต้า (หุ่นแอนดรอยด์)
  • วอร์ฟ (ต้นหนชาวคลิงกอน)

 

ส่วนภาพยนตร์ชุดสตาร์ เทรคอีกสามชุด ที่กล่าวถึงการเดินทางยานอวกาศลำอื่น คือ

  • Star Trek : Deepspace 9 (1993-1999) กล่าวถึงการเมืองและสงครามระหว่างดวงดาว บริเวณสถานีอวกาศที่ชื่อ Deep Space 9 มียานอวกาศชื่อ USS Defiant (NX-74205) มีกัปตันชื่อเบนจามิน ซิสโก
  • Star Trek : Voyager (1995-2001) กล่าวถึงการผจญภัยของยานสำรวจ USS Voyager (NCC-74656) ซึ่งมีขนาดเล็กกว่ายาน USS Enterprise มีกัปตันหญิงชื่อแคทรีน เจนเวย์
  • Star Trek : Enterprise (2001-2005) กล่าวถึงการเดินทางด้วยความเร็ววาร์ป 5 เป็นครั้งแรกของมนุษย์ ด้วยยานอวกาศชื่อ Enterprise (NX-01) มีกัปตันชื่อ โจนาทาน อาร์เชอร์ และเนื้อเรื่องอยู่ในช่วง 10 ปีก่อนก่อตั้งสหพันธรัฐแห่งดวงดาว หรือ ในช่วงศตวรรษที่ 21 ก่อนภาค TOS

โดยเนื้อหาของภาพยนตร์ชุด Star Trek จะมีขอบเขตที่กว้างมาก โดยจะรวมทั้งในส่วนนของความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี การผจญภัยสำรวจในดินแดนใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยมีมนุษย์คนไหนเข้าถึงมาก่อน การพบกับเผ่าพันธุ์ต่างดาวทั้งที่เป็นมิตร และศัตรู แต่สิ่งสำคัญที่ทำให้ Star Trek แตกต่างกับนิยายแนวเดียวกันเรื่องอื่นๆ คือ ความเป็นดราม่า และการวิพากย์วิจารย์ความเป็นไปทางการเมืองของสหรัฐ และของโลก โดยในหลายๆ ตอนสามารถผูกโยงปัญหาของโลกในช่วงสงครามเย็น การก่อการร้าย ฯลฯ ให้เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวได้อย่างแนบเนียน

จากความสำเร็จของภาพยนตร์ชุด Star Trek ทำให้ NASA ตั้งชื่อกระสวยอวกาศลำแรกที่บินทดสอบในปี พ.ศ. 2520 ว่า กระสวยอวกาศเอนเทอร์ไพรซ์ จากเดิมที่จะใช้ชื่อว่า “คอนสติติวชัน” (Constitution)

ผมขอจบด้วย Star Trek Original Series Intro (HQ) จาก Youtube นะครับ

เทคโนโลยี 4G LTE (Long Term Evolution) คืออะไร?


หลังจากที่ New iPad เปิดตัวขึ้นมา หลายคนอาจจะเพิ่งเคยได้ยินว่า รองรับเทคโนโลยี 4G LTE หลายคนเลยสงสัยว่า มันคืออะไร? เพระตอนนี้ประเทศไทยยังใช้แค่ 3G อยู่เลย วันนี้ทางมานาคอมพิวเตอร์จะขอนำข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้มาเล่าให้ฟังนะครับ

 

เทคโนโลยี 4G LTE (Long Term Evolution) คืออะไร?

เทคโนโลยี 4G  เป็นเทคโนโลยีสื่อสารไร้สายความเร็วสูง ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อช่วยลดข้อจำกัดการรับส่งข้อมูลด้วยเทคโนโลยีเดิมๆ (GSM/ GPRS/ EDGE ) ซึ่งสามารถรับส่งข้อมูลแบบไร้สายได้ด้วยความเร็วสูงถึง 100 Mbps อีกทั้งช่วยลดความล่าช้าในการรับส่งข้อมูลโดยรวม (Latency) ซึ่งเป็นจุดอ่อนของเทคโนโลยีไร้สายครับ

ส่วน แอลทีอี (LTE – Long Term Evolution) หรือ 3.9G เป็นชื่อโครงการของระบบสื่อสารโทรศัพท์มือถือ ซึ่งถือเป็นก้าวสุดท้ายก่อนจะพัฒนาเป็น 4G โดยมีเป้าหมายในการออกแบบให้สามารถส่งผ่านข้อมูลได้มากขึ้นและเร็วขึ้น แอลทีอีได้มีการเปิดตัวในชื่อโทรศัพท์มือถือ 4G โดยเทเลียโซเนรา ในสตอกโฮล์ม และ ออสโล ในวันที่ 14 ธันวาคม 2552 โดยพัฒนาเพิ่มเติมจากระบบยูเอ็มทีเอส ของระบบ 3G

LTE ตามทฤษฎีแล้วมีความสามารถดาวโหลดได้สูงถึง 100Mbps ความเร็วอับโหลด 50Mbps และปิงต่ำกว่า 10 มิลลิวินาที โดยมีแบนด์วิทธ์อยู่ในช่วงระหว่างช่วง 1.4 เมกกะเฮิร์ตถึง 20 เมกกระเฮิร์ต

ตอนนี้เทคโนโลยี 4G LTE ยังมีใช้งานจริงอยู่แค่สองประเทศคือ สหรัฐอเมริกาและแคนาดาครับ

 

ภาพเปรียบเทียบความเร็วระหว่างเทคโนโลยี 3G และ 4G

จะเห็นได้ว่า เทคโนโลยี 3G ที่ใช้อยู่ในประเทศไทยตอนนี้ จะมีความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 7 Mbps, 21 Mbps, 42 Mbps ส่วนเทคโนโลยี 4G LTE จะมีความเร็วในการเชื่อมต่อแบบไร้สายสูงสุดที่ 100 Mbps ครับ

ประโยชน์ของการใช้ 4G

ด้วยความเร็วของ 4G Network ที่มีประสิทธิภาพด้านความเร็วสูง (>100 Mbps) การให้บริการ 4G ผ่าน Wi-Fi Adapter จะทำให้เพิ่มโอกาสในการเข้าถึง Internet ได้อย่างง่ายดาย และรวดเร็วมากยิ่งขึ้น เพียงมี Aircard 4G และ Wifi Adapter เมื่อเชื่อมต่อแล้ว สามารถแชร์สัญญาณ 4G เพื่อให้ใช้พร้อมกัน กับอุปกรณ์ที่รองรับสัญญาณ Wi-Fiได้อย่างสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น เสมือนกับถนนที่มีขนาดใหญ่ยิ่งขึ้น ก็สามารถที่จะรองรับรถได้มากขึ้นและวิ่งเร็วได้มากขึ้นด้วย

 

โอกาสและความเป็นไปได้ในการใช้ 4G LTE ในประเทศไทย

แม้ข้อมูลเดิมจะออกมาว่า

“สำหรับในประเทศไทย กทช ได้ประกาศเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขในการออกใบอณุญาต 3G เป็น 3.9G เพื่อให้ทัดเทียมต่างประเทศ ตามกำหนดการคาดว่าจะสิ้นสุดการประมูล และสามารถออกใบอณุญาตได้ในปลายเดือนกันยายน โดยจะเริ่มใช้ได้ปลายปี 2553 ซึ่งหลังจากสิ้นสุดการประมูล และออกใบอณุญาติได้สำเร็จ ประเทศไทยจะเป็นประเทศแรกๆในเอเซียที่ใช้เทคโนโลยี LTE พร้อมๆกับประเทศญี่ปุ่น”

แต่ความเป็นจริง ณ ปัจจุบัน (กลางปี 2555) ประเทศไทยเรายังใช้เพียงแค่เทคโนโลยี 3G ที่ยังไม่สมบูรณ์ ซึ่งตอนนี้มีผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่บางเจ้าเริ่มทดสอบเทคโนโลยีนี้ในประเทศไทย แต่ผมก็หวังว่าในช่วงปี 2556 เราคงจะได้เห็นเทคโนโลยีนี้ในวงกว้างมากขึ้นครับ

 

Allshare คืออะไร? เทคโนโลยี DLNA คืออะไร?


หลังจากที่มีข่าวภาพหลุดในรัฐสภา บางคนก็บอกว่า น่าจะเกิดจากการใช้แอพ Allshare ส่งรูปเข้าจอโทรทัศน์ที่รองรับเทคโนโลยี DNLA ทำให้หลายคนอาจจะสงสัยกับสองคำนี้ว่ามันคืออะไร วันนี้ทางมานาคอมพิวเตอร์ขอเอาเรื่องนี้มาเล่าให้ฟังแบบง่ายๆ นะครับ

เทคโนโลยี DLNA คืออะไร?

คำว่า DLNA  ย่อมาจากคำว่า  Digital Living Network Alliance โดยหลักการที่น่าจะพอมองเห็นภาพก็คือ การทำให้อุปกรณ์อิเล็คทรอนิคส์ภายในบ้านสามารถเชื่อมต่อถึงกันได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น คอมพิวเตอร์ Notebook โทรศัพท์มือถือ โทรทัศน์ โดยสามารถเชื่อมต่อถึงกันทั้งหมด หากต้องการจะดึงรูปหรือวีดีโอจากมือถือไปแสดงผลบนจอโทรทัศน์ ก็สมารถทำการแชร์ได้อย่างง่ายดาย โดยไม่ต้องต่อสายให้ยุ่งยาก (คุ้นๆ ไหมครับกับกรณีนี้)

โดยเทคโยโลนีนี้กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ดังจะเห็นได้จากเริ่มมีพันธมิตรเข้าร่วมมากมาย เช่น ACCESS, AT&T Labs, Awox, Broadcom, Cisco Systems, Comcast, DIRECTV, Dolby Laboratories, Ericsson, Hewlett-Packard, Huawei, Intel, LG Electronics, Microsoft, Motorola, Nokia, Panasonic, Promise Technology, Qualcomm, Samsung Electronics, Sharp Corporation, Sony Electronics, Technicolor, and Verizon.

ลองดูภาพนี้น่าจะบอกเราได้ง่ายขึ้นเกี่ยวกับเทคโนโลยี DLNA ได้ง่ายขึ้นนะครับ

จากรูปจะเห็นได้ว่า คุณสามารถแชร์รูปจาก Notebook ไปยังโทรทัศน์ทั้งสองเครื่องได้โดยง่ายดาย และปัจจุบันนี้ สังเกตได้ว่า โทรทัศน์รุ่นหลังๆ จะมีเทคโนโลยีนี้รวมเข้าไปด้วย ซึ่งช่วยลดความยุ่งยากในเรื่องของการเดินสายติดตั้งเพื่อเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ (ซึ่งเหมือนยาขมของใครหลายๆ คน) และการส่งข้อมูลด้วยการเชื่อมต่อแบบ DLNA

 

Allshare คืออะไร?

Allshare เป็นบริการ Content sharing ที่ช่วยให้คุณค้นหาหรือเล่นวีดีโอ,เพลง โดยเชื่อมต่อข้ามกันระหว่างอุปกรณ์ต่างๆ เช่น คอมพิวเตอร์,ทีวี,มือถือ หรือกล้องถ่ายรูป (ต้องรองรับระบบ DLNA ด้วยนะครับ)

โดยเมื่อคุณต้องการแชร์รูปภาพหรือวีดีโอในโทรศัพท์มือถือก็สามารถใช้ Allshare เพื่อส่งรูปหรือวีดีโอไปยังอุปกรณ์ที่ต้องการ (เช่นจอโทรทัศน์) โดยโปรแกรมจะทำการค้นหาอุปกรณ์ที่รองรับ DLNA ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง เมื่อเจอแล้วก็จะทำการเชื่อมต่อกัน แล้วรูปและวีดีโอก็จะขึ้นไปยังจอโทรทัศน์ครับ

คุณสามารถดาวน์โหลดโปรแกรม Allshare สำหรับ Windows ได้ที่นี่ครับ http://www.samsung.com/global/allshare/pcsw/

ลองดูวีดีโอข้างล่างนะครับ น่าจะอธิบายถึง Allshare และ DNLA ได้ง่ายขึ้นครับ (ผมไม่ได้ค่าโฆษณาจาก Samsung สักบาทนะครับ แต่เห็นว่าดูแล้วเข้าใจง่ายดีครับ)

 

หวังว่า จะทำให้คุณรู้จาก Allshare และ DLNA ได้มากขึ้นนะครับ