มองเทคโนโลยีในประเทศไทยปี 2555


แม้ว่า ผมจะไม่ใช่พ่อหมอดูดวง แต่ด้วยความที่เป็นคนที่สนใจในเรื่องของเทคโนโลยีอยู่ไม่น้อย ได้เห็นความเป็นไปในวงการเทคโนโลยีของบ้านเราในปีที่ผ่านมา ก็เลยอยากจะขอทำนายเกี่ยวกับเรื่องของเทคโนโลยีในประเทศไทยในปีหน้า ( 2555) ครับ

การพัฒนาอย่างต่อเนื่องของระบบ 3G ที่มีพื้นที่ใช้งานที่มากขึ้นและราคาถูกลง ในปีก่อนเรายังเห็นได้ว่ามีแพคเกจการใช้งานอินเทอร์เน็ตบนมือถือแบบใช้งานไม่จำกัดในราคา 999 บาทเป็นอย่างต่ำ พอมาปี 2554 จึงได้มีแพคเกจราคาประมาณ 650 บาท/เดือน และจนใกล้ปลายปี เราจึงได้เห็นแพคเกจการใช้งานอินเทอร์เน็ตบนมือถือแบบไม่จำกัดในราคาเพียง 399 บาท/เดือน

คนจะหันมาใช้อินเทอร์เน็ตบนมือถือและแทบเล็ตกันมากขึ้นกว่าเดิม เนื่องด้วยความสะดวกในการพกพา และความสามารถที่ใกล้เคียงโน้ตบุ้คและคอมพิวเตอร์เข้าไปทุกที อีกทั้งราคาที่เริ่มถูกลง และมีผู้เข้ามาร่วมแชร์ส่วนแบ่งนี้มากขึ้น ซึ่งจะทำให้ยอดขายแทบเล็ตเริ่มแทนที่โน้ตบุ้คในกรณีที่คนต้องการคอมพิวเตอร์เครื่องที่สองแล้วครับ

คนไทยจะใช้ Social Network ในวงกว้างขึ้น จากเหตุการณ์น้ำท่วมในช่วงเดือนตุลาคม เราจะได้เห็นพลังของ Social Network เป็นอย่างมาก ทำให้หลายคนที่ไม่รู้จัก Facebook หรือ Twitter ได้มีโอกาสหันมาใช้กันมากขึ้น แต่ก็ต้องทำใจว่า ความวุ่นวายก็น่าจะเกิดขึ้นด้วยเช่นกันครับ

เทคโนโลยี NFC (Near Field Communication)จะเริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น (อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ NFC ที่นี่ครับ) โดยสังเกตได้ว่า โทรศัพท์มือถือในรุ่นหลังๆ เริ่มมีการใส่เทคโนโลยีนี้มากขึ้น แม้ตอนนี้ NFC จะยังใช้กันอยู่แค่ในต่างประเทศ แต่ปีนี้ผมเชื่อว่า จะเริ่มเห็นผู้ให้บริการนำเทคโนโลยีนี้มาประยุกต์ใช้แล้วครับ

คนไทยจะช้อปปิ้งออนไลน์มากขึ้น แม้จะเติบโตแบบช้า แต่ถ้าลองสังเกตดี คุณจะเห็นได้ว่า E-Commerce ในประเทศไทยกำลังค่อยๆ เติบโต แม้ว่าการซื้อของผ่านเว็บจะเป็นเรื่องที่ดูน่ากลัวสำหรับคนไทย แต่ส่วนหนึ่งก็เริ่มใช้การช้อปปิ้งออนไลน์แทนการไปซื้อของจากสถานที่จริงแล้วครับ

เริ่มมีการใช้ SSD แทนที่ Harddisk มากขึ้น (อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ SSD ที่นี่ครับ) โดยคาดว่า แม้ตอนนี้ราคา SSD จะยังถือว่าสูง แต่ก็มีแนวโน้มที่จะลดต่ำลงเรื่อย จนคนทั่วไปมองแทนการนำมาแทนที่ Harddisk ครับ

นี่เป็นเพียงการคาดเดาจากมุมมองส่วนตัว แต่ผมเชื่อแน่ว่า มันจะเป็นไปตามนี้ในปีหน้าแน่นอนครับ

เทคโนโลยี ULV ใน Notebook คืออะไร?

intel-ulv

วันอาทิตย์สบายๆ อย่างนี้ มาคุยกันเรื่องเบาดีกว่าครับ ในตอนนี้อาจจะมีคำๆ หนึ่งซึ่งคนที่กำลังมองหา Notebook คู่ใจสักตัวอาจจะเริ่มๆ ได้ยินกันแล้ว นั้นก็คือ ULV หลายคนอาจจะสงสัยว่า มันคืออะไร แล้วมันดีกับ Notebook อย่างไรบ้าง เอาเป็นว่า วันนี้ผมจะเล่าให้ฟังกันนะครับ

ULV คืออะไร?

ULV เป็นคำย่อมาจาก Ultra Low Voltage แปลเป็นไทยตามภาษาของผมก็คือ “กินไฟโคตรน้อย” (ขออภัยในบางลีลา)

โดย เทคโนโลยี  ULV เป็นของบริษัท Intel ผู้ผลิตซีพียูชั้นนำของโลก ซึ่งซีพียูที่มีเทคโนโลยี ULV นี้จะเป็นซีพียูที่ทำงานกับ Notebook รุ่นใหม่ที่ใช้ Chipset Mobile Intel GS40 Express และกินไฟต่ำเพียง 10 วัตต์เท่านั้น (ปกติจะอยู่ที่ 25-35 วัตต์) ซึ่งด้วยการที่ซีพียูกินไฟต่ำทำให้สามารถยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่เป็น 8-9 ชั่วโมง

ซึ่งมุมมองของผมนั้น ถ้าคุณต้องเป็นคนที่ใช้งาน Notebook นอกสถานที่บ่อยๆ เพื่อการดูหนัง,ฟังเพลง,เล่นอินเทอร์เน็ท การเลือกโน้ตบุ้คที่มีเทคโนโลยี ULV ก็สามารถช่วยให้คุณทำงานได้อย่างสะดวกและง่ายดายมากขึ้นครับ

ปล.อีกหน่อยหนึ่ง ULV ประหยัดพลังงาน นั่นก็คือไม่แรงนะครับ ใครจะซื้อมาเพื่อการใช้งานแบบ Hardcore ผ่านไปก่อนดีกว่าครับ

ปล.2 คราวหน้า ผมจะมานั่งคุยกับคุณนะครับ ว่าอะไรคือเทรนด์ของ Notebook ในยุคนี้นะครับ

**วันนี้ เป็นสุดท้ายของงาน Commart Comtech ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิตต์นะครับ ใครกำลังเก็บตังค์หรือกำลังตัดสินใจจะซื้อคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ คอมพิวเตอร์อะไร รีบไปนะครับ อดซื้อผมไม่รู้ด้วยนา**

ความรู้เรื่องเทคโนโลยีในปัจจุบันของคอมพิวเตอร์ ตอนที่ 1

สำหรับในปัจจุบัน ผมเริ่มมีความรู้สึกว่า ถ้าเราไม่มีความรู้ในเรื่องของเทคโนโลยีของคอมพิวเตอร์ (อย่างน้อยก็แบบเบื้องต้น) ให้ทันกับยุคสมัย เราจะมีความเสี่ยงสูงมากที่เราจะตกเป็นเหยื่อของคนที่คิดจะเอาช่องว่างนี้ เพื่อเอาเปรียบผู้บริโภค

200_pc_parts_pstam

นึกภาพดูสิครับหากว่า คุณกำลังต้องการที่จะซื้อคอมพิวเตอร์ใหม่สักเครื่อง แต่คุณไม่ค่อยมีความรู้ในเรื่องเทคโนโลยีในปัจจุบันของคอมพิวเตอร์แล้ว คุณอาจจะโดนร้านค้าหลอกให้ซื้อของที่ (เกือบ)จะตกรุ่นแล้ว หรือ ของที่ไม่ตรงตามสเปคที่คุณต้องการ ผมจะพบบ่อยมากจากพวกใบปลิวที่ขายคอมพิวเตอร์ที่ส่งมาตามบ้าน

เช่น ใบปลิวจะโฆษณาว่า เป็นสเปคสำหรับเล่นเกมส์โดยเฉพาะ

– CPU Pentium4 3.00 GHz (เอ๋)

– แรม 1 GB (อืม..)

– การ์ดจอ 7200 (เฮ้ย)

แล้ว คุณเชื่อไหมครับ ก็มีคนซื้อจริงๆ ซึ่งสเปคมันไม่ควรที่จะวางขายในท้องตลาดแล้ว หรือถ้าขายก็ไม่ควรที่จะไปโฆษณาหลอกเขาอย่างนั้น เออ ถ้าจะเอาไปใช้เล่นเน็ต พิมพ์งาน เล่นเกมส์ยิงไข่ก็ว่า ไปอย่าง แล้วพอโทรไปถามว่า ทำไมใช้ CPU Pentium4 3.00 GHz ใช้พวก E2180 2.00 GHz ไม่ดีกว่าเหรอ เจอคำตอบยังไงรู้ไหมครับ

เขา (อยากจะเรียกว่า ?มัน? มากกว่า ) บอกว่า ?โอ๊ย พี่ ดูความเร็วก็คนละเรื่องแล้ว เห็นป่ะ ว่า CPU Pentium4 ความเร็วตั้ง 3.00 GHz ส่วน E2180 ความเร็วแค่ 2.00 GHz เร็วกว่าตั้ง 1 กิ๊ก แน่ะ? เออ กรูไม่ถามต่อแล้ว

คุณ ลองคิดดูสิครับว่า เราซื้อคอมพิวเตอร์มาเครื่องหนึ่งแล้ว ถ้าคุณไม่บ้าพลัง ตามตูดเทคโนโลยีมากจนเกินไป คอมพิวเตอร์เครื่องนี้จะอยู่กับคุณอย่างน้อย 3 ? 5 ปี เชียวนะครับ ยิ่งถ้าคุณซื้อคอมพิวเตอร์ที่เกือบจะตกรุ่นแล้ว ลองคิดดูสิครับว่า ภายภาคหน้า คอมพิวเตอร์ของคุณจะ เชย แค่ไหน

ทำไม ผมถึงพูดอย่างนี้ เพราะผมเคยมีประสบการณ์ในเรื่องนี้เหมือนกัน โดนร้านหลอกเอาของเกือบตกรุ่นมาประกอบให้ แต่ในตอนนั้นเราก็ไม่มีความรู้เลย มีแต่ความอยาก(ได้คอมพิวเตอร์ ) แล้วผมก็นั่งช้ำใจมาประมาณ 5 ปีกว่าเครื่องมันจะตายไปตามอายุการใช้งานของมัน

เครื่อง ใหม่ของผม (ซื้อมาตอนนี้ก็ครบ 1 ปี แล้ว) จึงเป็นเครื่องที่หาข้อมูลอุปกรณ์แต่ละชิ้นเอง ซื้อเอง ประกอบเอง ลงโปรแกรมเอง ผลที่ได้ก็คือ ผ่านมา 1 ปีแล้วผมก็ยังรู้สึกว่ามันไม่เคย เชย ในความรู้สึกของผมเลย (ตัวเก่านี่ 1 เดือนนึงเริ่มเศร้าแล้วครับ เห็นสเปคชาวบ้านไปไกลถึงไหนต่อไหน ในราคาเท่าๆ กัน)

ผม เลยอยากจะมาอัพเดทเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ในปัจจุบันให้คุณๆ (ที่อาจจะยังไม่ค่อยได้ตามข่าวสารนะครับ ส่วนคนที่รู้แล้วก็อย่าว่าผมสอนจระเข้ว่ายน้ำเลย ) ได้ทราบกับแบบแยกชิ้นอุปกรณ์เลยโดยจะมีหัวข้อประมาณนี้

– คำจำกัดความ (ตามประสาผมนะ) ของแต่ละคำ (เช่น ?เทคโนโลยีการผลิต คืออะไร? ประมาณนี้ยครับ)

– เทคโนโลยีของ CPU (ซีพียู) ในปี 2009

– เทคโนโลยีของ Mainboard (เมนบอร์ด) ในปี 2009

– เทคโนโลยีของ Ram (แรม) ในปี 2009

– เทคโนโลยีของ VGA Card (การ์ดจอ) ในปี 2009

– เทคโนโลยีของ LCD Monitor (จอ LCD) ในปี 2009

– ฯลฯ (ถ้าได้รับความสนใจจะเขียนเพิ่มอีกครับ)

แต่เป็นกฎให้ท่านได้ทราบก่อนนะครับว่า

1. ผมจะเขียนแบบทีเล่นทีจริง (แต่ไม่มั่ว) ไม่เน้นวิชาการ เอาแบบอ่านง่าย

2. หากท่านมีความคิดเห็นที่น่าสนใจ เม้นท์ได้ครับ แต่อย่าเกรียน (เอาแบบคนอื่นได้ประโยชน์ด้วย)

3. หากจะเม้นท์ ขอคำที่สุภาพ,ไม่แสดงว่ากรูเจ๋ง คนอื่นโง่ (เพราะไม่มีใครอยากเจอแบบนั้น แน่นอน)

4. หากต้องการให้เจาะลึกๆๆๆ แนะนำเข้ามาได้ครับ ถ้าได้การหนุนใจ จะเขียนจนลืมตายเลย

ถ้าอย่างไรก็ตาม อย่าลืมติดตามด้วยนะครับ (ขอบคุณล่วงหน้าครับ)