วิธีการเช็คว่า “ใคร(แอบ)มาส่องเฟซเรามากที่สุด” (Facebook)


วันนี้ไปเจอเคล็ดลับอันหนึ่งน่าสนใจมากเกี่ยวกับเรื่อง วิธีการเช็คว่า “ใคร(แอบ)มาส่องเฟซเรามากที่สุด” ซึ่งพอผมลองเล่นดูแล้ว เออ เป็นไปได้แฮะ เลยอยากจะเอาไว้ให้ลองเล่นกันดูนะครับ

โดยปกติคุณอาจจะเจอแอพประมาณว่า “ใครมาส่องเฟซคุณมากที่สุด” แต่จริงๆ แล้วระบบมันทำการสุ่มเอาเท่านั้น ไม่ได้ทำการตรวจสอบสถิติการเข้ามาดูหน้าเฟสของเราจริงๆ ครับ ซึ่งวิธีการนี้ขอแนะนำก่อนเล่นว่า

  1. อาจจะเช็คได้ว่า ใคร(แอบ)มาส่องเฟซของเราได้ จริงหรือไม่ก็ได้ (แต่ผมลองเช็คดูกับของตัวเองมีความเป็นไปได้มากพอสมควรเลยครับ)
  2. อย่าจริงจังมากนะครับ เอาว่ารู้ไว้พอขำๆ (แต่ถ้าคุณเชื่อแล้วมีความสุขก็ทำไปนะครับ)
  3. ไม่สมควรใช้วิธีนี้ในการจับผิดแฟน เพื่อน กิ๊ก ชู้ เพราะบ้านจะแตกเอาได้ (ถ้าจะทำ กรุณไปอ่านข้อ 2 อีกที)

พร้อมแล้วใช่ไหมครับ ถ้าพร้อมแล้วเราไปลองกันดูเลยครับ

วิธีการเช็คว่า “ใคร(แอบ)มาส่องเฟซเรามากที่สุด”

ขั้นแรก ผมอยากให้คุณใช้โปรแกรมท่องเว็บ Mozilla Firefox ครับ เพราะผมใช้อยู่ จะได้อธิบายได้ง่ายหน่อย

ถ้าดาวน์โหลดติดตั้งมาแล้ว ให้คุณเข้าหน้า Facebook บัญชีของคุณนะครับ

ต่อมา ให้คุณคลิ้กที่มุมซ้ายบนของจอ ตรงคำว่า “Firefox” (หมายเลข 1) เมื่อคลิ้กแล้วจะปรากฎแทปด้านล่าง ให้เลือกคำว่า “Web Developer” (หมายเลข 2) แล้วเลือกคำว่า  “Page Source” (หมายเลข 3) ลองดูตามรูปด้านล่างเลยครับ

พอคลิ้กแล้วจะปรากฎหน้าที่เต็มไปด้วยโค้ดครับ ไม่ต้องตกใจครับ ให้คุณกดปุ่ม Ctrl+F จะปรากฎช่องด้านล่างซ้ายครับ (หมายเลข 4) ให้คุณพิมพ์คำว่า orderedfriends ลงไปที่ช่องนั้นครับ ระบบจะค้นหาคำนี้ในหน้าโค้ดแล้วจะแสดงเป็นแถบสีเขียวครับ (หมายเลข 5)  ถ้าเห็นแล้วค่อยๆ เลื่อนหน้าจอไปทางขวาครับ เริ่มตั้งแต่หมายเลข 6 นั่นคือชุดตัวเลขครับ เป็นการเรียงลำดับของเพื่อนที่เข้ามาส่องเฟซของเรามากที่สุด (มีทั้งหมด 65 ลำดับครับ) ดยเรียงลำดับจากมากไปหาน้อยครับ ยิ่งอยู่ลำดับต้นๆ ก็แสดงว่า เพื่อนคนนั้นได้เข้ามาส่องเฟซเราอยู่บ่อยๆ ครับ (ดูรูปประกอบด้านล่างนะครับ ขออนุญาตเบอร์เลขบ้างส่วน เพื่อความเป็นส่วนตัวนะครับ

 

วิธีต่อมาก็คือให้คุณลองก๊อบตัวเลขแต่ละชุดดูครับ ลองเอาไปวางต่อท้ายคำว่า www.facebook.com/ บนช่อง URL ก็จะเป็น www.facebook.com/100xxxxxxxx453  แล้วกด Enter ครับ

เท่านี้ระบบก็จะแสดงหน้าเพื่อนที่เข้ามาส่องเฟซเราให้เห็นแล้วครับ

ปล. จริงๆ แล้ววิธีการนี้ก็ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ในวงกว้างเหมือนกันครับ บางคนก็ว่าแม่น บ้างคนก็ว่าไม่แม่น บางคนก็บอกว่าเกิดจากการที่ Facebook เก็บสถิติคนที่เราแชท หรือมีกิจกรรมร่วมกันมากกว่า แต่จำนวนไม่น้อยก็ยืนยันว่าตรง

ลองเล่นดูนะครับ ได้ผลอย่างไรมาบอกผมด้วยนะ 🙂

ข้อควรระวัง ก่อนจะรับแอดใครเป็นเพื่อนใน Facebook


ต้องยอมรับว่า ปัจจุบันการใช้งาน Facebook เป็นไปอย่างแพร่หลายมาก หลายคนได้เพื่อนใหม่ เจอเพื่อนเก่า เกาะกลุ่มสังสรรค์เฮฮา ก็ผ่าน Facebook บางล่ะ ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ใช้งาน Facebook และได้รู้จักกับเพื่อนใหม่ๆ ก็เยอะ แต่ทุกอย่างมิใช่จะมีเพียงแต่ด้านดีเท่านั้น  Facebook ก็มีมุมที่น่ากลัวแฝงอยู่ไม่น้อย นั่นก็คือ “การรับแอดเป็นเพื่อน(โดยที่เราไม่รู้จัก)”

ก่อนจะกล่าวถึงเรื่องนี้ ผมอยากให้คุณดูภาพด้านล่างก่อนครับ เป็นการจับภาพจากการสนทนาผ่าน Facebook Chat ครับ (ขออนุญาตไม่เซ็นเซอร์หรือเบลอภาพนะครับ)

จากรูปด้านบน เกิดจากที่ทางฝ่ายหญิงได้ทำการรับแอดการขอเป็นเพื่อนจากฝ่ายชาย โดยผมสังเกตว่า ผู้ชายคนนี้จะชอบไปขอแอดผู้หญิงที่มีรูปโปรไฟล์หน้าตาดีๆ เมื่อเป็นเพื่อนแล้ว จะใช้วิธีการแชท และใช้ถ้อยคำที่แสดงเจตนาไม่ดีต่อผู้หญิงคนนี้ ทางฝ่ายผู้หญิง จึงได้ทำการบันทึกภาพขณะสนทนามาเผยแพร่ให้ผุ้หญิงคนอื่นระมัดระวังภัยจากผู้ชายคนนี้ครับ

วิธีการปฎิบัติตน ก่อนจะรับแอดใครเป็นเพื่อนใน Facebook

1. การไม่รับคำขอเป็นเพื่อน ไม่ถือว่าเป็นการเสียมารยาท เนื่องจากผมเห็นเพื่อนหลายคนมักจะมีนิสัยขึ้เกรงใจ ไม่ค่อยกล้าปฎิเสธ เวลามีใครขอแอดเป็นเพื่อน ทั้งๆ ที่ความจริงแล้ว เราก็ไม่ได้รู้จักกับคนๆ นั้นทั้งทางตรงหรือทางอ้อมเลย หากคูณไม่รู้จักเขา และหากคุณรู้สึกว่า ไม่ปลอดภัย และอาจจะเป็นภัยแก่คุณในภายหลังได้ คุณก็มีสิทธิ์ที่ปฎิเสธเขาได้ครับ

2. หากคนที่มาขอเป็นเพื่อนของคุณ ไม่แสดงรูปประจำตัวเป็นรูปของเขา โดยปกติ เมื่อเราจะขอเป็นเพื่อนใครสักคน เราควรที่จะเปิดเผยหน้าตาของเราด้วยครับ (ในกรณีที่ไม่รู้จักกันมาก่อน)

คุณอาจจะแย้งว่า แล้วเราจะรูปได้อย่างไรว่า รูปที่เขาใช้เป็นตัวเขาเอง อันนี้ก็ไม่มีคำตอบที่ชัดเจนครับ แต่คุณสามารถใช้ วิธีการค้นหารูปภาพใกล้เคียงแบบง่ายๆ ด้วย Google Image เพื่อดูว่า เขาเอารูปจากในอินเทอร์เน็ตมาใช้หรือเปล่าหรือเป็นรูปเขาเองจริงๆ ซึ่งวิธีนี้ก็จะพอช่วยเราได้เหมือนกันครับ

3. หากคนที่มาขอเป็นเพื่อนของคุณ ไม่ได้ใช่ชื่อหรือนามสกุลจริงในการแสดงตัวตน จริงอยู่คนส่วนใหญ่ใน Facebook มักจะเลือกที่จะไม่ใช่ชื่อนามสกุลจริง เพื่อป้องกันการถูกค้นหา หรือต้องการความเป็นส่วนตัว แต่เมื่อเราไม่รู้จักชื่อจริง นามสกุลจริงของเขาแล้ว ผมว่าการปฎิเสธคำขอเป็นเพื่อนน่าจะดีกว่าครับ ยกเว้นในกรณีที่คนที่ใช้นามแฝงนั้นเป็นเพื่อนของคุณจริงๆ และคุณก็รู้จักเขาบางส่วนแล้วครับ

4. ลองดูว่า คนที่มาขอเป็นเพื่อนของคุณนั้น มีเพื่อนของคุณคนไหนบ้างที่เป็นเพื่อนร่วมกับเขา (Mutual Friend) หากไม่มีเพื่อนร่วมกันเลย หรือมีแค่ 1-2 คน ให้ระมัดระวังในการรับแอดเพื่อนคนนี้หน่อยแล้วกันครับ

5. หากเพื่อนแปลกหน้าที่คุณรับมาแล้ว แสดงท่าทีที่อาจจะเป็นภัยคุกคามต่อคุณ ให้รีบทำการ “เลิกเป็นเพื่อน” โดยเร็ว พร้อมทั้งแจ้งข่าวให้เพื่อนๆ ในวง Facebook ของคุณได้ทราบทันที หากมีการละเมิดกฎหมาย ให้รีบดำเนินการแจ้งความและรวบรวมหลักฐานเท่าที่จะทำได้ครับ

อย่างไรก็ดี ผมเชื่อว่า หากเราระมัดระวังพอสมควร Facebook ก็จะเป็นแหล่งที่สร้างมิตรภาพที่ดีได้เรื่อยๆ ไปครับ

ติดดาวเพื่อนๆ ใน Facebook ติดทำไม? เพื่ออะไร?


ในช่วงนี้หลายคนที่ใช้งาน Facebook อาจจะเจอการปรับเปลี่ยนหน้าตาอยู่นิดหน่อย นั่นก็คือ การติดดาวเพื่อนๆ ซึ่งหลายคนอาจจะสงสัยว่า ติดดาวเพื่อนทำไม? เพื่ออะไร? วันนี้ทางมานาคอมพิวเตอร์จะมาช่วยหาคำตอบครับ

Facebook ได้ทำการแนะนำให้คุณทำการติดตาวเพื่อนๆ โดยเป็นตามรูปด้านล่างนะครับ

โดยมีคำแนะนำจาก Facebook คือ

อย่าพลาดสิ่งดีๆ นะ
ติดดาวให้เพื่อนสนิทของคุณแบบส่วนตัวเพื่อดูเหตุการณ์ที่สำคัญในชีวิตของพวกเขา (เพื่อนจะไม่ทราบว่าคุณได้ติดดาวให้พวกเขา)

ซึ่งตอนแรกผมก็ไม่กล้าไปติดดาวเพื่อนคนไหน เพราะกลัวว่า มันจะไปสร้างความรำคาญให้เขาหรือเปล่า แต่เปล่าเลยครับ การติดดาวจะช่วยคุณได้มากกว่าครับ

หากคุณจำได้ว่า ในช่วงหลังทาง Facebook ได้เริ่มปรับลดความถี่ในการแสดงสถานะของเพื่อนเราให้น้อยลง ซึ่งถ้าเป็นเมื่อก่อน ไม่ว่าเพื่อนของคุณอัพเดทสถานะอะไร (ขณะที่คุณกำลังออนไลน์) คุณก็จะเห็นสถานะทั้งหมดของเพื่อนคนนั้น แต่เนื่องจากมีผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นเรื่อย ทำให้ทาง Facebook ต้องหาทางในการลดภาระในการทำงานของ Server ด้วยการลดจำนวนการแสดงผลสถานะของเพื่อนคุณ ทำให้คุณอาจจะรู้สึกว่า เพื่อนบางคนที่เคยอัพสถานะ เช้าสายบ่ายเย็น มาช่วงหลังๆ ดูจำนวนที่เพื่อนอัพเดทสถานะน้อยลง ซึ่งบางทีอาจจะถึงขั้นมีน้อยใจกันไปบางก็มี

แนวทางการแก้ปัญหานี้ ทาง Facebook จึงได้ทำเรื่องของการติดดาวเข้ามา เพื่อช่วยให้คุณสามารถติดตามสถานะของเพื่อคนนั้นได้ดีขึ้น โดยการติดดาวนั่นก็คือการทำเครื่องหมายบอกกับทาง Facebook ว่า “คุณให้ความสนใจ และต้องการติดตามสถานะของเพื่อนคนนั้นอยู่เสมอ” และเมื่อคุณติดดาวเพื่อนคนนั้นแล้ว Facebook จะปรับความถึ่ในการแสดงสถานะของเพื่อนคนนั้นให้แสดงขึ้นมาบนหน้า Wall ของคุณมากขึ้นกว่าเดิมครับ
และเพื่อป้องกันมิให้เพื่อนคนนั้นเกิดความรู้สึกอึดอัด ทาง Facebook จะไม่แจ้งให้เพื่อนคนนั้นทราบว่า คุณกำลังติดดาวเขาอยู่ครับ

ซึ่งผมมองว่า เป็นแนวทางที่ดี เพราะบางที ผมก็รู้สึกว่า บางคนอัพสถานะถี่เกินไป ทำให้บางครั้งมันก็รกหน้า Wall ของเรา การติดดาว จะทำให้เราไม่พลาดสถานะของเพื่อนที่สนิทกับเรา ที่มีสัมพันธภาพที่ดีกับเรา (เช่น แสดงความคิดเห็นสถานะของเรา ถูกใจเรา อยู่บ่อยๆ) ครับ และที่สำคัญ การติดดาวนั้นเป็นประโยชน์แก่เราโดยตรงครับ

หากคุณมีเพื่อนสนิทใน Facebook  อย่าลืมไปติดดาวเขานะครับ

 

เทคนิคการค้นหาเพื่อน,คนรู้จักใน Facebook ให้เจอ


คุณเคยอยากจะค้นหาเพื่อนหรือคนรู้จักผ่านทาง Facebook บ้างไหมครับ? หลังจากพิมพ์ชื่อนามสกุล หรือหาผ่านอีเมลก็ไม่เจอ วันนี้ผมอยากจะขอเอาประสบการณ์เล็กๆ หนึ่งของผม ในการค้นหาคนที่เจอกันครั้งสุดท้ายเมื่อประมาณเกือบยี่สิบปีที่แล้วบน Facebook มาเล่าให้ฟังนะครับ

เรื่องของเรื่องมันมีอยู่ว่า อยู่ดีๆ ผมก็นึกถึงคนๆ หนึ่งซึ่งได้เจอกันครั้งสุดท้ายเมื่อตอนผมอยู่ ม.ปลาย (กรุณาอย่าถามว่าตอนนี้ผมอายุเท่าไหร่ 555) ซึ่งผมจำได้แค่ชื่อและนามสกุล แต่ถ้าใครเคยหาเพื่อนหรือคนรู้จักใน Facebook แล้วจะรู้ว่า บางทีข้อมูลแค่นี้ก็ไม่เพียงพอ เพราะ

1. ชื่อที่ตั้งใน Facebook บางครั้งก็ไม่ใช้ชื่อจริง นามสกุลจริง เช่นผมอาจจะตั้งชื่อใน Facebook ว่า “ระยอง ระนอง ยะลา” (ห้ามพูดเร็วๆ) ซึ่งการสมัคร Facebook มันไม่ต้องใช้สำเนาบัตรประชาชนในการยืนยันตัวเอง

2. บางครั้งคนที่คุณต้องการหานั้น อาจจะ เปลี่ยนชื่อ หรือ เปลี่ยนนามสกุลไปในช่วงเวลาที่ผ่านมา ทำให้ชื่อเดิมที่คุณมีอยู่ไม่ช่วยให้เกิดประโยชน์ในกรณีนี้เลยครับ

3.กรณีที่เป็นผู้หญิง บางครั้งเจ้าตัวอาจจะแต่งงาน ทำให้มีการเปลี่ยนนามสกุลไปแล้วก็ได้

พอจะเห็นความยากในการหาข้อมูลบ้างไหมครับ แต่ลองค่อยๆ ใช้วิธีของผมไปแต่ละวิธีดูนะครับ อาจจะช่วยได้ไม่มากก็น้อย

วิธีการค้นหาเพื่อน,คนรู้จักใน Facebook ให้เจอ

1. ยกตัวอย่างผมอาจจะมีคนที่ต้องการหาชื่อว่า “สวัสดี” นามสกุล “วันปีใหม่” (ขอโทษครับที่ยกตัวอย่างได้น่าเกลียด เนื่องจากหันไปเห็นปฏิทินพอดี) หลังจากที่พิมพ์ค้นหาใน Facebook ไปว่า “สวัสดี วันปีใหม่” อาจจะไม่เจอผลลัพธ์การค้นหา

2. ให้คุณลองเปลี่ยนชื่อของเขาเป็นภาษาอังกฤษ ลองเขียนชื่อนามสกุลภาษาอังกฤษในแนวทางที่อาจจะเป็นไปได้เช่น “สวัสดี วันปีใหม่” = Sawadee Wanpeemai หรือ Sawuddee Vunpeemhai หรือลองปรับตัวอักษรภาษาอังกฤษที่อาจจะเขียนได้ (อย่าลืมลองเอาชื่อเล่นของคนๆ นั้นไปรวมในการค้นหาด้วยครับ)

3. คนๆ นั้นอาจจะไม่ได้ใช่ชื่อนามสกุลตรงๆ ตัวก็ได้ เขาอาจจะใช้เป็น สวัสดี= Hello, วันปีใหม่= Newyear ลองเอาชุดนี้ไปลองค้นหาก็ได้ครับ

4. ถ้ายังหาไม่เจอ ให้ลองนึกถึงชื่อของคนใกล้ตัวคนๆ นั้น เช่น พ่อแม่พี่น้อง เพื่อน คนรู้จัก เพื่อนที่ทำงานที่เดียวกัน (ถ้ามี) ถ้าเป็นญาติโดยอาจจะเริ่มจากนามสกุลอย่างเดียวก็ได้  เพราะโดยส่วนใหญ่แล้ว คนๆนั้นที่คุณต้องการจะค้นหา จะต้องเป็นเพื่อนหรือคนรู้จักใน Facebook ของคนใกล้ตัวคนนั้นแน่ๆ ครับ

กรณีของผม ผมหาจะชื่อนามสกุลไม่เจอครับ ผมจึงค่อยๆ นึกจนจำได้ว่า คนๆ นั้นมีน้องชายอยู่ ก็เลยค้นหาโดยใช้ชื่อนามสกุลของน้องชายครับ

ปรากฎว่าเจอครับ

ขั้นต่อไป ผมก็ค่อยๆ ไล่ดูชื่อของเพื่อนของน้องชายคนๆ นั้นก่อน โดยไล่ดูจากชื่อ และรูปภาพของเหล่าเพื่อนๆ  เพราะผู้หญิงโดยส่วนใหญ่ มักจะใช้รูปและชื่อจริงในการตั้งชื่อ (ถ้าขี้เหร่ก็อีกเรื่องหนึ่งครับ) อ้อ แล้วอย่าลืมเงื่อนไขของการเปลี่ยนนามสกุลเพราะการแต่งงานด้วยนะครับ

ไล่ไปสักพัก สรุปว่า “เจอจนได้ครับ” ผมก็จึงทำการขอแอดเป็นเพื่อน พร้อมอธิบายว่าเราเป็นใคร สรุปว่าคนๆ นั้นก็รับครับ แล้วเราก็ได้พูดคุยกันบ้าง (ผ่าน Facebook) มาจนถึงทุกวันนี้ครับ

ลองเอาวิธีการเหล่านี้ไปใช้ดูนะครับ เผื่อคุณจะได้เจอกับคนที่คุณอยากจะเจอมานานนะครับ