Google Play Store เวอร์ชั่น 4 (ดาวน์โหลด)

google play 4.0
สำหรับผู้ที่ใช้งานโทรศัพท์มือถือหรือแทบเล็ตที่ใช้ระบบปฎิบัติการแอนดรอยด์ (Android) อาจจะคุ้นเคยกับ Play Store ซึ่งเป็นส่วนที่เอาไว้สำหรับดาวน์โหลดแอพ (ทั้งแบบฟรีและเสียเงิน) หรืออัพเดทแอพให้เป็นเวอร์ชั่นล่าสุดก็ตาม ตอนนี้ทาง Google ได้ทำการพัฒนาและปรับแต่งหน้าตาเจ้า Google Play Store เป็นเวอร์ชั่น 4 แล้ว แต่หลายคนในเครื่องยังคงเป็นเป็นเวอร์ชั่น 3 วันนี้ทางมานาคอมพิวเตอร์เลยแนะนำที่ดาวน์โหลดไฟล์ติดตั้ง Google Play Store เวอร์ชั่น 4 ที่เป็นไฟล์แบบ .apk นะครับ

เนื่องจากเครื่องของผมมันยังไม่ยอมทำการอัพเกรดเป็นเวอร์ชั่น 4 สักที เห็นหลายๆ คนได้รับการอัพเกรดเป็นเวอร์ชั่นล่าสุดกันแล้ว เลยเกิดความอิจฉาครับ 555

เห็นได้ว่า หน้าตาของ Play Store มีการปรับเปลี่ยนให้ดีเรียยง่ายแต่สวยงามขึ้นครับ

ดาวน์โหลด Google Play Store เวอร์ชั่น 4.0.27

ถ้าคุณอยากติดตั้งเวอร์ชั่นล่าสุดมั่ง ดาวน์โหลดได้ตามลิ้งค์ด้านล่างนะครับ

ชื่อไฟล์ติดตั้ง : com.android.vending-4.0.27.apk

ขนาดไฟล์ : 5.89 MB (6,181,458 bytes)

ดาวน์โหลด Google Play Store เวอร์ชั่น 4.0.27 (.apk)  >>>ที่นี่ครับ<<<

เมื่อดาวน์โหลดได้แล้ว ก็ทำการย้ายไฟล์ติดตั้งไปไว้ในเครื่องของคุณครับ อย่าลืมทำการอนุญาตให้เครื่องสามารถติดตั้งแอพจากภายนอกได้ด้วยนะครับ (Settings > Applications > Unknown sources ติ้กเครื่องหมายถูก)

ใครลองใช้แล้วก็อย่าลืมมาแนะนำกันนะครับ

ทิปเล็กๆ กับการเพิ่มความเร็วให้กับมือถือที่อัพเกรดเป็น Android 4.0 ICS


วันนี้ออกเที่ยวต่างจังหวัด ในช่วงก่อนที่จะขึ้นเครื่อง (เครื่องบินไม่ใช่เครื่องสูบน้ำนะ) หยิบมือถือของตัวเองขึ้นมาเล่น (Sony Neo V อัพเกรดเป็น Android 4.0 ICS) แล้วรู้สึกว่า เครื่องตัวเองอืดๆ เลยนั่งปรับๆ แก้ๆ ค่าพักหนึ่งแล้วพบว่า มันเร็วขึ้นจริงๆ เลยอยากจะเอามาแบ่งปันเป็นทิปสั้นๆ นะครับ ในหัวข้อ “ทิปเล็กๆ กับการเพิ่มความเร็วให้กับมือถือที่อัพเกรดเป็น Android 4.0 ICS”

สำหรับผู้ใช้งานโทรศัพท์มือถือ Android ที่เดิมเคยใช้เวอร์ชั่น 2.3.x แล้วเครื่องนั้้นสามารถอัพเกรดเป็น ICS ได้ (Android 4.0 Upgradeable ) เช่น Sony หลายๆ รุ่น หรือ Samsung Galaxy SII ก็ตาม อาจจะประสบปัญหาเครื่องอืดเครื่องช้าไปบ้าง วันนี้ผมขอแนะนำการตั้งค่าที่ช่วยให้เครื่องของคุณเร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลยครับ

การเพิ่มความเร็วให้กับมือถือ Android 4.0 ICS

ขั้นแรก ให้คุณเข้าไปที่ส่วนของ ตั้งค่า (Setting) > ตัวเลือกสำหรับนักพัฒนา (Developer options) แล้วให้คุณคลิ้กหรือตั้งค่าตามรูปด้านล่างนะครับ

ด้านซ้ายสำหรับคนที่ตั้งค่าให้ภาษาในเครื่องเป็นภาษาอังกฤษ ส่วนด้านซ้ายสำหรับคนที่ตั้งค่าภาษาในเครื่องให้เป็นภาษาไทยนะครับ (อันนี้เป็นหน้าจอของมือถือ Sony นะครับ ส่วนของยี่ห้ออื่นอาจจะแตกต่างไปจากนี้นิดหน่ายนะครับ) ให้คุณลองดูตามหมายเลขเลยครับ

หมายเลข 1 – Force GPU rendering (บังคับการแสดงภาพของ GPU) เป็นการเร่งระบบ 2D ที่อยู่ในแอปพลิเคชั่นครับ  ให้คุณติ้กเครื่องหมาย “ถูก” ครับ

หมายเลข 2 – Windows animation scale (ขนาดหน้าต่างภาพเคลื่อนไหว) เป็นการแสดงผลของหน้าต่างที่ดูวูบวาบ น่าตื่นตาตื่นใจ แต่มันก็ใช้ทรัพยากรเครื่องเราอยู่ไม่น้อยครับ ผมขอแนะนำให้ “ปิดภาพเคลื่อนไหว” (Animation off) ครับ

หมายเลข 3 – Transition animation scale (สเกลช่วงการเปลี่ยนภาพเคลื่อนไหว) เป็นการแสดงผลเวลามีการเปลี่ยนแปลงจากหน้าต่างหนึ่งไปอีกหน้าต่างหนึ่งที่ช่วยความสวยงามน่าใช้ แต่ถ้าดูจากกำลังเครื่องเรา แนะนำว่า “ปิดภาพเคลื่อนไหว” (Animation off) เช่นกันครับ

หมายเลข 4 – Don’t keep activities (ไม่ต้องเก็บกิจกรรมไว้)  เป็นการปิดกิจกรรมต่างๆ ทันทีหลังจากที่เราเลิกใช้กิจกรรมนั้นแล้วครับ ซึ่งการเลือกคุณสมบัตินี้จะช่วยให้เครื่องลดการทำงานลง เพราะไม่มีกิจกรรมต่างๆ ที่กินแรงเครื่องอยู่ แม้ว่าะเราจะไม่ได้ใช้ ให้คุณติ้ก “ถุก” ครับ

ลองปรับดูแค่นี้ครับ แล้วคุณจะพบว่า เครื่องคุณเร็วขึ้นจริงๆ ครับ

อ้อ ท้ายสุด อย่าลืมปรับการใช้ภาพพื้นหลังเป็นแบบธรรมดานะครับ เพราะภาพพื้นหลังแบบเคลื่อนไหว (Live Wallpaper) มันกินกำลังของเครื่องพอสมควรเลยครับ

ขอตัวไปหาข้าวกินก่อนนะครับ

 

การตั้งค่าให้มือถือ Android ปล่อยสัญญาณอินเทอร์เน็ต Wifi ได้


วันนี้มีเรื่องที่อยากจะขอแบ่งปันสักเรื่องนะครับ ซึ่งเป็นเรื่องที่ผมเพิ่งจะได้มีโอกาสใช้กับตัวเองเมื่อไม่นานมานี้ คือเรื่องของ “การตั้งค่ามือถือ Android เพื่อให้ปล่อย Wi-Fi สำหรับเล่นอินเทอร์เน็ตได้ (Router Wi-Fi)” ซึ่งจะเป็นประโยชน์มากสำหรับผู้ที่ต้องการใช้อินเทอร์เน็ตนอกสถานที่และสามารถใช้พร้อมๆ กันได้หลายคน

โดยความสามารถนี้ต้องบอกไว้ก่อนนะครับว่า มิใช่ว่ามือถือที่ใช้ระบบปฎิบัติการ Android ทุกเครื่องจะทำได้ อย่างไรก็ต้องลองเช็คดูก่อนนะครับว่า มือถือ Android ของคุณสามารถปล่อยสัญญาณ Wifi หรือไม่?

หากมือถือของคุณรองรับการทำงานคุณสมบัตินี้ วิธีการตั้งค่าให้ทำดังนี้ครับ

การตั้งค่าให้มือถือ Android ปล่อยสัญญาณอินเทอร์เน็ต Wifi ได้ (สำหรับมือถือที่ใช้ Android 4.0 ICS ขี้นไป)

การเข้าถึงคุณสมบัตินี้อาจจะมีรูปแบบที่ต่างกันไปตามยี่ห้อของโทรศัพท์มือถือ Android ของแต่ละท่านนะครับ (ของผมใช้ Sony Neo V ครับ)

(ภาษาไทย) ให้เข้าไปที่ ตั้งค่า > ในส่วนของ ระบบไร้สายและเครือข่าย เลือก เพิ่มเติม… > การต่อเน็ตและฮอตสปอตพกพา เมื่อมาถึงส่วนนี้ให้คุณทำการตั้งค่าของ Wi-Fi ฮอตสปอต ก่อนนะครับ โดยเลือกที่ กำหนดค่า Wi-Fi ฮอตสปอต โดยมีให้คุณตั้งค่าสามส่วนคือ

  • SSID ของเครือข่าย ในส่วนนี้ระบบจะตั้งมาให้อัตโนมัติ แต่คุณสามารถแก้ไขชื่อได้ครับ
  • ความปลอดภัย ผมแนะนำให้เลือก WPA2 PSK
  • รหัสผ่าน โดยคุณจะต้องตั้งรหัสผ่านโดยใช้อักขระอย่างน้อย 8 ตัวครับ

เสร็จแล้วให้เลือก “บันทึก”

เมื่อตั้งค่าแล้ว ให้คุณติ้กที่เครื่องหมายถูกในส่วนของ “ฮอตสปอต Wi-Fi แบบพกพา”

เมื่อคุณเปิดระบบฮอตสปอตแล้ว ลองใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ของคุณที่รับสัญญาณ Wi-Fi ได้ค้นหาสัญญาณ จะพบชื่อสัญญาณตาม SSID ของเครือข่าย ที่คุณตั้งไว้ ให้คุณทำการเชื่อมต่อ (และพิมพ์รหัสที่ตั้งไว้ครับ)

แค่นี้คุณก็สามารถใช้อินเทอร์เน็ตจากมือถือของคุณผ่านทาง Wi-Fi ได้แล้วครับ

การตั้งค่าให้มือถือ Android ปล่อยสัญญาณอินเทอร์เน็ต Wifi ได้ (สำหรับมือถือที่ใช้ Android 2.2-2.3)

ในส่วนของมือถือที่ใช้ระบบปฎิบัติการ Android 2.2-2.3 ก็จะมีวิธีการคล้ายๆ กันครับ (อันนี้ผมใช้ Samsung Galaxy Cooper) โดยคุณเริ่มต้นเข้าที่

การตั้งค่า > การเชื่อมต่อไร้สายและเครือข่าย > การเชื่อมโยงเครือข่ายและฮอตสปอตแบบพกพา >การตั้งค่า Mobile AP (ก็คือฮอตสปอตนั่นแหละครับ) โดยส่วนให้คุณตั้งค่าคล้ายกับ Android 4.0 นั่นแหละครับ

เมื่อต้องการใช้งาน ก็ให้ทำการติ้กเครื่องหมายถูกที่ Mobile AP แค่นี้มือถือของคุณก็ปล่อยสัญญาณ Wi-Fi สำหรับใช้งานอินเทอร์เน็ตได้แล้วครับ

ลองดูนะครับ ผมว่ามันสะดวกมากๆ เลยครับ แต่มีข้อควรระวังนิดหนึ่งนะครับ การปล่อยสัญญาณ Wi-Fi จากมือถือแบบนี้ จะทำให้แบตลดลงเร็วกว่าปกตินะครับ อย่าลืมชาร์จแบตให้เต็มก่อนใช้งานครับ

การแก้ปัญหาเครื่องอืด,ช้า สำหรับมือถือที่อัพเกรดเป็น Android 4.0 ICS


สำหรับผู้ใช้งานโทรศัพท์มือถือ Android ในรุ่นหลังๆ อาจจะมีความต้องการที่จะอัพเกรดเป็นระบบปฎิบัติการล่าสุด โดยมือถือบางรุ่นทางผู้ผลิตแจ้งไว้ว่า “สามารถอัพเกรดเป็น Android 4.0 ได้” เช่น Sony หลายๆ รุ่น ไม่ว่าจะเป็น Ray, Neo V, Arc S และอีกหลายรุ่น แต่หลายท่านที่อัพเกรดแล้วกลับพบว่า เครื่องอืดขึ้น กระตุกเป็นบางครั้ง วันนี้ทางมานาคอมพิวเตอร์ขอแนะนำวิธีการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ครับ

โดยระบบปฎิบัติการ Android 4.0 Icecream Sandwich (เรียกย่อๆ ว่า 4.0 ICS) เป็นระบบปฎิบัติการบนมือถือฝั่ง Android ที่ทันสมัยที่สุด ณ ตอนนี้ ซึ่งมีคุณสมบัติใหม่ๆ และหน้าตาที่สวยงาม น่าใช้งาน แต่ก็ต้องแลกด้วยการใช้ทรัพยากรเครื่องอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว หากมือถือรุ่นใหม่ๆ ที่ใช้ Android 4.0 มักจะไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องนี้ เพราะสเปคของเครื่องมักจะมีแรมเยอะ และซีพียูความเร็วสูงกว่า 1 GHz (บางรุ่นเป็นแบบ Dual-core) ซึ่งเจ้าของโทรศัพท์มือถือ Android ที่่มีซีพียูแบบ Single Core ที่สามารถอัพเกรดได้ จึงเจอความอืดเป็นเรือเกลือเข้าไปเต็มๆ (ผมเองก็คนหนึ่งที่เจอครับ เพราะใช้ Sony Neo V) ก็เลยต้องหาวิธีการแก้ไขครับ

การแก้ปัญหาเครื่องอืด,ช้า สำหรับมือถือที่อัพเกรดเป็น Android 4.0 ICS

1. หลังจากที่ทำการอัพเกรดแล้ว ให้ลองทำการ Factory Reset โดยให้ไปที่เมนู การตั้งค่าสำรองข้อมูลและรีเซ็ต > รีเซ็ตข้อมูลจากโรงงาน (ก่อนเลือก “รีเซ็ตโทรศัพท์” อย่าลืมสำรองข้อมูลต่างๆ ก่อนนะครับ เช่น รายชื่อที่บันทึกไว้นะครับ) ซึ่งเมื่อผมได้ทำการ Factory Reset แล้ว รู้สึกได้ว่า ความเร็วของระบบโดยรวมดีขึ้นครับ

2.ตั้งค่าให้เครื่องปิดแอพเมื่อเลิกใช้ทันที โดยเข้าไปที่เมนู การตั้งค่า > ตัวเลือกสำหรับนักพัฒนา > (เลื่อนลงมาเกือบล่างสุด) ใน่ส่วนของ หัวข้อ “ไม่ต้องเก็บกิจกรรมไว้” ให้ติ้กเครื่องหมายถูกครับ ซึ่งคุณสมบัตินี้ จะทำการปิดแอพที่ผู้ใช้งานออกจากแอพนั้นทันทีครับ เพื่อคืนหน่วยความจำให้ระบบครับ

3.เลือกแอพที่จำเป็นในการใช้จริงๆ ครับ เพราะหลายครั้งแอพบางตัวจะใช้หน่วยความจำระบบตลอดเวลา ทำให้ระบบโดยรวมช้าลงครับ

4. ปิดการแสดงผลภาพพื้นหลังแบบเคลื่อนไหว แม้ว่ามันจะสวยงามและดูไฮโซ แต่ก็รับประทานกำลังเครื่องไม่น้อยครับ (ยิ่งเครื่องที่ซีพียูไม่แรงมากนี่เห็นถึงความอืดจากการใช้งานเลยครับ)

5. อย่าลืมตรวจสอบการอัพเดทที่ส่วนของ Update Center นะครับ เพราะการอัพเดทจะเป็นการปรับปรุงแก้ไขระบบให้ใช้งานได้ดียิ่งขึ้นครับ

ลองทำตามดูนะครับ แล้วคุณก็จะรู้ว่า คุณก็สามารถสนุกกับ Android 4.0 ได้อย่างสบายครับ

เปรียบเทียบ Tablet จีน Ainol NOVO7 แต่ละรุ่น


หลังจากที่กระแสแทบเล็ตเป็นที่นิยมเป็นอย่างมากในประเทศไทย ทำให้หลายคนเริ่มมองหาเจ้าอุปกรณ์ชิ้นมาไว้ใช้งาน แต่หลายคนอาจจะรู้สึกว่า แทบเล็ตชื่อดังอย่าง iPad หรือ Samsung มีราคาที่สูงเกินงบ แทบเล็ตที่นำเข้าจากจีนจึงเป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่ต้องการแทบเล็ตที่เอาไว้ใช้งานได้ครบครัน ในราคาที่ไม่สูงเกินไปนัก วันนี้ทางมานาคอมพิวเตอร์ขอเอาข้อมูลเปรียบเทียบของแทบเล็ตจีน Ainol NOVO7 แต่ละรุ่น มาให้ดูกันก่อนตัดสินใจซื้อนะครับ

สำหรับ Ainol NOVO7 เป็นแทบเล็ตจากจีนที่มีจุดที่น่าสนใจนอกเหนือจากเรื่องของราคาแล้วก็คือ “ใช้ Android 4.0 ICS” ซึ่ง Tablet ชื่อดังหลายยี่ห้อยังใช้เวอร์ชั่น 3 กว่าๆ กันอยู่เลยครับ สำหรับ Ainol NOVO7 มีทั้งหมดสามรุ่นครับ คือ Paladin Elf และ Aurora ซึ่งราคาจะมีตั้งแต่ 3,990 – 5,990 บาทครับ

เราลองมาดูตารางเปรียบเทียบกันดีกว่านะครับว่า แต่ละรุ่นมีความเหมือนหรือแตกต่างอย่างไรครับ

NOVO7 Paladin NOVO7 Elf NOVO7 Aurora
ระบบปฎิบัติการ (OS) Android 4.0 ICS Android 4.0 ICS Android 4.0 ICS
ซีพียู (CPU) MIPXS XBurst (1.0GHZ) Multi-core (1.2GHZ) Multi-core (1.2GHZ)
หน้าจอ LCD 800 x 480 LCD 1024 x 600 HD LCD 1024 x 600 IPS
Multitouch รองรับ รองรับ รองรับ
แรม (RAM) 512 MB 1 GB 1GB
ความจำภายใน 8 GB 8 GB 8 GB
Gravity Sensor มี มี มี
Wifi มี มี มี
กล้องหน้า ไม่มี มี (ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล) มี (ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล)
กล้องหลัง ไม่มี ไม่มี ไม่มี
รองรับไฟล์หนัง Full HD รองรับ (1080P) รองรับ (2160P) รองรับ (2160P)
รองรับ Micro SD card รองรับสูงสุด 32 GB รองรับสูงสุด 32 GB รองรับสูงสุด 32 GB
แบตเตอรี่ 4000MA 3700MA 3700MA
ราคา (อาจเปลี่ยนแปลงได้) 3,990 บาท 4,990 บาท 5,990 บาท

 

สิ่งที่เหมือนๆ กันในสามรุ่นนี้

1. ใช้ระบบปฎิบัติการ (OS) Android 4.0 ICS

2. รองรับ Multi Touch

3. หน่วยความจำภายใน 8 GB

4. รองรับ Wifi , Gravity Sensor การรองรับไฟล์ Full HD และรองรับ Micro DS สูงสุดที่ 32 GB ครับ

 

สิ่งที่แตกต่างกันในสามรุ่นนี้

1. ซีพียูที่ใช้ โดยรุ่น Paladin จะใช้ซีพียู MIPXS XBurst (1.0GHZ) ส่วนรุ่น Elf และ Aurora จะใช้ซีพียู Multi-core (1.2GHZ) (ไม่ใช้ Dual-core นะครับ)

2. หน้าจอ โดยรุ่น Paladin จะมีความละเอียด 800 x 480 พิกเซล  ส่วนรุ่น Elf และ Aurora แม้จะมีความละเอียดหน้าจอที่เท่ากันคือ 1024 x 600 พิกเซลแต่ต่างกันในเรื่องของประเภทของหน้าจอโดยรุ่น Elf จะระบุว่าใช้หน้าจอแบบ HD LCD แต่รุ่น Aurora จะใช้หน้าจอแบบ IPS ซึ่งแบบ IPS จะให้สีสันที่สดใสกว่าครับ

3. แรม โดยรุ่น Paladin จะใช้แรม 512MBส่วนรุ่น Elf และ Aurora จะใช้แรม 1GB

4. รุ่น Elf และ Aurora จะมีกล้องหน้า ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล (ส่วนรุ่น Paladin  จะไม่มีครับ)

5. การรองรับไฟล์หนัง Full HD แม้ทั้งสามรุ่นจะรองรับไฟล์หนังแบบ Full HD แต่รุ่น Paladin รองรับที่ 1080P ส่วนรุ่น Elf และ Aurora รองรับที่ 2160P ครับ

6. ราคา โดยในรุ่น Paladin ราคา 3,990 บาท รุ่น Elf ราคา 4,990 บาท และรุ่น Aurora ราคาอยู่ที่ 5,990 บาทครับ

 

ซึ่งความแตกต่างของรุ่น Elf  กับ Aurora ต่างกันที่จุดเดียวคือ หน้าจอที่ใช้ครับ ถ้าดูส่วนต่างประมาณ 1,000 บาท คุณลองเลือกดูนะครับว่า ตัวไหนที่เหมาะกับคุณครับ