ช่วยชาร์จแบต iPad,iPod,iPhone ให้เร็วขึ้น ด้วยโปรแกรม ASUS Ai Charger


วันนี้เจอคำถามหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องการชาร์จ iPad ที่น่าสนใจคำถามหนึ่งครับ “iPad เวลาเสียบสายต่อกับเครื่อง PC มันไม่ได้ชาร์ตแบตให้ใช่มั๊ยคะ?” โดยมีเนื้อหาของคำถามว่า “วันนี้สอบถามนิดนึงค่ะ เวลาเสียบสายต่อ iTunes กับ Pc มันขึ้น Not Charging มุมขวาบน แปลว่ามันไม่ได้ชาร์ตแบต ให้เหมือน iPhone ใช่มั๊ย เราต้องเสียบปลั๊กชาร์ตเองใช่มั๋ยคะ” วันนี้ทางมานาคอมพิวเตอร์จะหาคำตอบเกี่ยวกับเรื่องนี้ ทั้งเรื่องสาเหตุและโปรแกรมที่ช่วยในการแก้ปัญหานี้ มาให้ทราบนะครับ

เวลาที่คุณทำการเสียบสาย iPad ต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ เพื่ออาจจะใช้งาน iTunes หรือถ่ายโอนข้อมูลบางอย่าง คุณได้ลองสังเกตไหมครัว่า ตรงมุมขวาบนของจอ iPad จะขึ้นคำว่า Not Charging (ไม่ได้ทำการชาร์จ) ซึ่งแตกต่างกับการเสียบสายของโทรศัพท์มือถือ iPhone หรือโทรศัพท์ทั่วไปๆ ครับที่พอเราเสียบสายปุ๊ป ระบบจะทำการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์และทำการชาร์จไปในตัวด้วยครับ

สาเหตุของปัญหาการเสียบสาย iPad แล้วไม่ชาร์จแบต

สาเหตุหลักๆ ก็เกิดจาก “ไฟไม่พอครับ” โดย การชาร์จ iPad ด้วยการเสียบสายต่อกับคอมพิวเตอร์นั้นจะต้องใช้กำลังไฟมากกว่าการชาร์จ iPhone ครับ โดยระบบไฟที่ใช้ในเมนบอร์ดทั่วไปจะถูกตั้งค่ามาให้เพียงพอต่อการชาร์จโทรศัพท์ครับ ทำให้เกิดปัญหาของ Not Charging ครับ

แต่แนวทางการแก้ไขปัญหานี้ก็ไม่ยากครับ ผมขอแนะนำให้คุณทำการดาวน์โหลด โปรแกรม ASUS Ai  Charger มาลงในคอมพิวเตอร์ของคุณครับ โดยรายละเอียดของโปรแกรมอยู่ตามหน้านี้ครับ http://event.asus.com/mb/2010/ai_charger/

และดาวน์โหลดโปรแกรม ได้ตามลิ้งค์นี้ครับ ดาวน์โหลดโปรแกรม ASUS Ai Charger (ไฟล์มีขนาดประมาณ 1.6MB)

โดยสามารถใช้ได้กับเมนบอร์ดทุกรุ่น ไม่จำเป็นต้องเป็นเมนบอร์ดยี่ห้อ Asus อย่างเดียวครับ โดยโปรแกรมนี้นอกจะช่วยให้คอมพิวเตอร์ของคุณสามารถชาร์จแบต iPad ได้แล้ว ยังสามารถช่วงเร่งความเร็วในการชาร์จอุปกรณ์ของ Apple อื่นๆ เช่น iPhone,iPod หรือตัว iPad เองให้เร็วขึ้นสูงสุด 50%  ด้วยนะครับ

ถ้าคุณเป็นคนใช้ Gadget เหล่านี้อยู่บ่อยๆ หลายเครื่อง โปรแกรมนี้เหมาะที่จะติดไว้กับคอมพิวเตอร์ของคุณแน่นอนครับ 🙂

เช็คสเปคคอมพิวเตอร์แบบรวดเร็วและไม่ต้องติดตั้งโปรแกรม


วันนี้มานาคอมพิวเตอร์ได้อ่านกระทู้ที่เกี่ยวกับการถูกหลอกให้ซื้อคอมพิวเตอร์ที่สเปคต่ำกว่าที่ตกลงกันไว้ ทำให้นึกถึงว่า เอ๊ะ มันมีวิธีการที่เราสามารถตรวจสอบคอมพิวเตอร์หรือโน้ตบุ้คที่เราจะซื้อ ไม่ว่าจะเป็นมือหนึ่งหรือมือสองแบบรวดเร็วบ้างหรือไม่? จนค้นพบวิธี เช็คสเปคคอมพิวเตอร์แบบรวดเร็วและไม่ต้องติดตั้งโปรแกรม ที่ง่ายและรวดเร็วแล้วครับ

วิธีการที่แนะนำก็คือ การใช้โปรแกรม System Spec (เวอร์ชั่นล่าสุดตอนนี้ 3.06) ครับ โดยโปรแกรมนี้จะบอกรายละเอียดของคอมพิวเตอร์ที่ใช้เปิดโปรแกรมนี้ สะดวกสบายในด้านที่คุณไม่ต้องมาเสียเวลานั่งติดตั้งโปรแกรม เพียงแค่ดับเบิ้ลคลิ้ก โปรแกรมก็จะแสดงรายละเอียดสเปคคอมพิวเตอร์เครื่องนั้นๆ แล้วครับ เราลองมาดูวิธีการเลยนะครับ

ขั้นตอนเช็คสเปคคอมพิวเตอร์แบบรวดเร็วและไม่ต้องติดตั้งโปรแกรม

1. ให้คุณดาวน์โหลด โปรแกรม System Spec 3.06 ขนาดไฟล์ 2.19MB ครับ (ผู้ผลิตคือ alexnolan.net แต่เป็นไฟล์ซิบ ทางมานาเลยทำเป็นไฟล์โปรแกรมให้เลยครับ)

2. เมื่อคุณดาวน์โหลดแล้ว คุณจะได้ไฟล์ที่ชือ SysSpec ตามรูปด้านล่างเลยครับ

3. เวลาใช้งานให้คุณ Copy ไฟล์นี้ใส่ใน Flashdrive ของคุณครับ

4. เมื่อเวลาใช้งานให้คุณดับเบิ้ลคลิ้กที่ไฟล์นี้ โปรแกรมจะแสดงรายเอียดต่างๆ ของคอมพิวเตอร์เครื่องนั้นขึ้นมาครับ

โดยรายละเอียดนั้นจะเป็นการแสดงรายละเอียดที่ถึงว่าครบถ้วนต่อความต้องการของเราได้เลยครับ เช่นรายละเอียด Hardware ต่างๆ เช่น รุ่นของ CPU,Mainboard,การ์ดจอ,ความจุของ Harddisk ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ช่วยไม่ให้เราถูกหลอกซื้อของที่ต่ำกว่าสเปคที่ตกลงกันไว้ได้เป็นอย่างดีครับ

จะซื้อคอมพิวเตอร์ใหม่ครั้งใด พกโปรแกรมนี้ไว้ใน Flashdrive ของคุณดีกว่าครับ รับรองว่า มีประโยชน์กับคุณแน่นอนครับ

แปลงโน้ตบุ้ค,คอมพิวเตอร์ของคุณให้ปล่อย Wi-Fi ได้ง่ายๆ ด้วย Connectify


คุณเคยเจอปัญหานี้ไหมครับ “มีโน้ตบุ้คเครื่องหนี่งที่ใช้อินเทอร์เน็ตได้ แต่อยากให้อีกเครื่องหนึ่งสามารถแชร์อินเทอร์เน็ตจากเครื่องแรกได้” ซึ่งผมจะเจอบ่อย เวลาออกไปพบเพื่อนหรือต้องทำงานนอกสถานที่ร่วมกับผู้อื่น ผมลองค้นหา วิธีหรือโปรแกรมที่ช่วยแชร์อินเทอร์เน็ตจากอีกเครื่องหนึ่งได้ง่ายๆ ไม่ต้องปรับแต่งตั้งค่าให้ยุ่งยาก วันนี้ผมเจอโปรแกรมที่ว่านั้นแล้วครับ นั่นคือ Connectify

โปรแกรมแชร์อินเทอร์เน็ต Connectify  เป็นโปรแกรมที่ช่วงแปลงให้คอมพิวเตอร์หรือโน้ตบุ้คของคุณสามารถเป็น Router ที่สามารถปล่อยสัญญาณ Wi-Fi ได้ (โดยเครื่องที่ติดตั้งโปรแกรมนี้ต้องสามารถใช้อินเทอร์เน็ตได้นะครับ) และสามารถแชร์ผ่านสายแลนเพิ่มได้ (ในกรณีเวอร์ชั่นโปร) โดยการติดตั้งและการใช้งานก็ง่ายมากเลยครับ

วิธีการติดตั้งโปรแกรม Connectify

ขั้นแรก ให้คุณทำการดาวน์โหลดโปรแกรม Connectify เวอร์ชั่นล่าสุดได้ที่ http://www.connectify.me โดยจะมี 2 แบบคือ Lite (ฟรี)  กับ Pro (เสียเงิน) นะครับ โดยทั้งสองแบบจะมีความแตกต่างกันดังนี้ครับ

ถ้าเราต้องการแค่ให้คอมพิวเตอร์ของเราปล่อยแชร์อินเทอร์เน็ตผ่านทาง Wi-Fi ได้ ผมขอแนะนำให้เลือกแบบ Lite ก็พอครับ ดาวน์โหลดที่นี่ครับ http://www.connectify.me/download-lite/

เมื่อดาวน์โหลดแล้ว เราจะได้ไฟล์ติดตั้งที่ชื่อว่า ConnectifyInstaller ขนาด 6.2 MB ครับ ให้คุณทำการดับเบิ้ลคลิ้กเพื่อทำการติดตั้งเลยครับ (อ้อ โปรแกรมนี้ใช้ได้บนระบบปฎิบัติการ Windows 7 ขึ้นไปนะครับ)

เมื่อติดตั้งแล้ว คุณจะเห็นสัญลักษณ์  อยู่ตรงมุมล่างขวาของจอนะครับ แสดงว่าโปรแกรมได้ทำการติดตั้งเรียบร้อยแล้ว

 

วิธีการใช้งานโปรแกรม Connectify

ให้คุณคลิ้กที่สัญลักษณ์   ที่มุมล่างขวาของจอ จะปรากฎหน้าต่างตามรูปนะครับ ให้คุณดูที่ละส่วนนะครับ

  • หมายเลข 1 – จะเป็นส่วนของ Hotspot Name ให้คุณทำการตั้งชื่อของ Hotspot ครับ (หรือจะใช้ชื่อเดิมที่โปรแกรมตั้งมาให้ครับ) ผมลองตั้งเป็นชื่อ Connectify-Manacomputers เพื่อเวลาเชื่อมต่อจะได้สังเกตได้ง่ายครับ
  • หมายเลข 2 – จะเป็นในส่วนของ Password ให้เราตั้งรหัสผ่านเป็นตัวเลขอย่างเดียวหรือตัวเลขผสมตัวอักษรก็ได้ ผมจะตั้งประมาณ 10 ตัวอักษรเพื่อให้คาดเดายากหน่อยครับ
  • หมายเลข 3 – เป็นส่วนอง Internet to Share ซึ่งจะเป็นการแชร์อินเทอร์เน็ตแบบ Wi-Fi (ถ้าแบบโปรจะเพิ่มการแชร์แบบสายแลนได้ด้วยครับ)
  • หมายเลข 4 – เป็นการเปิดปิดระบบ Hotspot ครับ (ถ้าคุณไม่ไปปรับอะไร นอกจากรหัสผ่าน โปรแกรมจะเปิดระบบนี้โดยอัตโนมัติอยู่แล้วครับ)

เมื่อตั้งค่าและเปิด Hotspot แล้ว ผมได้ทดลองนำโทรศัพท์มือถือของผมที่รับสัญญาณ Wi-Fi ได้มาลองเชื่อมต่อดูครับ จากรูปจะเห็นได้ว่า มือถือของผมมองเห็น Hotspot ของ Connectify แล้วครับ ให้เชื่อมต่อดูครับ

เมื่อเชื่อมต่อแล้ว ลองกลับไปดูที่โปรแกรม Connectify โดยคลิ้กที่แทป Clients จะพบว่ามีการเชื่อมต่อ Hotspot อยู่ 1 นั่นคือมือถือของผมเองครับ

เป็นอย่างไรบ้างครับ ผมหวังว่า โปรแกรมนี้จะมีประโยชน์แก่ผู้ที่ต้องการใช้งานอินเทอร์เน็ตหลายเครื่องได้อย่างไม่มากก็น้อยนะครับ

ราคาอัพเดทล่าสุด คอมพิวเตอร์ Server เดือนพฤษภาคม 2555


สำหรับผู้ที่กำลังมองหาเครื่องคอมพิวเตอร์แบบ Sever ไม่ว่าจะไว้เพื่อใช้งานส่วนตัวหรืองานสำหรับองค์กรธุรกิจ วันนี้ทางมานาคอมพิวเตอร์ของแนะนำบทความนี้ ขออัพเดทราคาสินค้าคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ประจำเดือน พฤษภาคม 2555 ในส่วนของ SERVER ครับ

หลายคนอาจจะมีความเข้าใจว่า คอมพิวเตอร์เครื่องไหนๆ ก็สามารถเอามาทำเครื่อง Server ได้ ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิด เนื่องจาก Server โดยส่วนใหญ่นั้นจะมีการทำงานแบบ 24/7 ซึ่งหากอุปกรณ์ที่ประกอบในคอมพิวเตอร์นั้นมิได้ถูกสร้างมาเพื่อการใช้อย่างหนักและต่อเนื่อง จะทำให้เกิดความเสียหายได้เป็นอย่างมากครับ

ราคาอัพเดทล่าสุด คอมพิวเตอร์ Server เดือนพฤษภาคม 2555

*ราคาอัพเดทล่าสุดเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2555 กรุณาตรวจสอบราคาจริงอีกครั้งที่หน้าร้านของตัวแทนจำหน่ายครับ (ขอขอบคุณ thesystem.co.th)

Server รายละเอียด ราคา ประกัน
   IBM Server X3100 M4 (258242A)  Intel i3-2100 3.10GHz * 2GB/1333 * 250GB * DVD * IBM x3100 M4 Server System/Share 25,900 3-3-3
   ACER Server AT110 F2 AT.R7G00.508  Intel i3-2120 3.30GHz * 2GB/1333 * 320GB * DVD * XGI Volari Z9-Z9s-Z9M/Share 21,900 3-3-3
   ACER Server AT110 F2 AT.R7G00.502  Intel Xeon E31230 3.20GHz * 2GB/1333 * 500GB * XGI Volari Z9-Z9s-Z9M v1.13.00/Share 24,990 3-3-3
   IBM Server X3200 M3 (732832A)  – 25,900 3-3-3
   IBM Server X3100 M3 (4253B2X)  Intel Xeon X3430 2.40GHz * 2GB/1333 * 250GB * Integrated in BMC on systemboard/Share 25,990 3-3-3
   IBM Server X3100 M4 (258262A)  Intel Xeon E31220 3.10GHz * 2GB/1333 * 250GB * DVD * IBM x3100 M4 Server System/Share 28,900 3-3-3
   DELL Server POWEREDGE R210  Intel Xeon X3430 2.40GHz * 2GB (1GB x 2) * 250GB 33,000 3-3-3
   DELL Server POWEREDGE T310  Intel Xeon X3430 2.40GHz * 2GB (1GB x 2) * 250GB 24,990 3-3-3
   DELL Server POWEREDGE R310  Intel Xeon X3430 2.40GHz * 2GB (1GB x 2) * 250GB 41,500 3-3-3

วิธีการทำให้ Windows 7,Vista สามารถ Safety Remove อย่างสมบูรณ์


หากใครที่ใช้งาน Windows ไม่ว่าจะเป็น Windows 7 หรือ Windows Vista จะสังเกตอยู่อย่างหนึ่งไหมครับว่า เวลาก่อนที่เราจะถอดอุปกรณ์ประเภท USB เมื่อเราใช้คำสั่ง Safety Remove แล้ว เหมือนว่ามันจะยังทำการปิดอุปกรณ์นั้นโดยไม่สมบูรณ์ โดยไฟที่แสดงสถานะการส่งข้อมูลของอุปกรณ์ USB นั้น ยังกระพริบอยู่ หากดึงออกก็กลัวจะมีผลกระทบต่ออุปกรณ์นั้นๆ วันนี้เรามาดูวิธีการแก้ไขกันนะครับ

เนื่องจากWindows 7 หรือ Windows Vista  ได้ถูกออกแบบมาแบบแปลกๆ อยู่อย่างหนึ่งก็คือ  เวลาที่เราทำการ Safety Remove แล้วจะไม่ตัดไฟ โดยเหมือนว่ายังมีการส่งข้อมูลระหว่างคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์นั้นๆ ในทางลับได้อยู่  บางครั้งก็ทำให้มี error เวลาถอดแล้วเสียบใหม่

ถ้าคุณต้องการให้เป็นเหมือน  windows XP คือตัดไฟไปเลย เช่น เมื่อทำการเสียบ Flashdrive เมื่อทำการ Safety Remove  แล้ว ไฟ LED บน Flashdrive จะไม่กระพริบแล้ว

วิธีการแก้ไขปัญหานี้

1. ทำการสร้างไฟล์ .reg ดังต่อไปนี้

Windows Registry Editor Version 5.00

 

[HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Services\usbhub\HubG]

“DisableOnSoftRemove”=dword:00000001

 

2. ใช้คำสั่ง DOS ดังต่อไปนี้ก็ได้

reg add HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Services\usbhub\HubG /v DisableOnSoftRemove /t REG_DWORD /d 1 /f

 

จากนั้นจึง Restart

หากคุณไม่ต้องการสร้างไฟล์ .reg ให้ยุ่งยาก ผมแนะนำให้คุณดาวน์โหลดไฟล์  safety-remove.zip ไปไว้บนเครื่องของคุณ เวลาใช้ก็ทำการแตกซิปไฟล์ก่อน แล้วคุณจะได้ไฟล์ safety-remove.reg  ดับเบิ้ลคลิ้กที่ไฟล์นี้ แล้วกด OK จากนั้นการ Restart เครื่องรอบหนึ่งครับ เสร็จเรียบร้อย 🙂