เน็ตรั่ว คืออะไร? การแก้ไขปัญหาเน็ตรั่วบนมือถือ


เดี๋ยวนี้การใช้งานอินเทอร์เน็ตบนมือถือได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะด้วยเทคโนโลยีทั้งทางด้านโทรศัพท์มือถือและอินเทอร์เน็ตก้าวหน้าไปมาก ทำให้ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือเจ้าต่างๆ นำเสนอแพคเกจการใช้งานอินเทอร์เน็ตบนโทรศัพท์มือถือหลากหลายรูปแบบ แต่ปัญหาหนึ่งที่ผู้ใช้งานโทรศัพท์มือถือหลายท่าน (ส่วนมากจะพบในโทรศัพท์มือถือแบบ Smart Phone) นั่นก็คือ “ปัญหาเน็ตรั่ว” ครับ

เน็ตรั่ว คืออะไร?

ก่อนอื่นต้องขออธิบายหลักการทำงานคร่าวของการต่ออินเทอร์เน็ตบนโทรศัพท์มือถือก่อนนะครับ ซึ่งปัจจุบันจะมีแพคเกจที่คิดค่าใช้จ่ายอยู่ 2 ประเภทใหญ่ๆ ก็คือ คิดตามปริมาณข้อมูลการใช้งาน หรือคิดตามเวลาการใช้งาน ซึ่งจะมีน้อยรายที่เลือกแบบไม่จำกัด (Unlimited) เพราะค่าบริการรายเดือนก็แพงอยู่ไม่น้อย (600-700 บาท / เดือนขึ้นไปครับ)

คราวนี้ปัญหาเรื่องของ “เน็ตรั่ว” ก็คือ เมื่อคุณใช้งานอินเทอร์เน็ตบนมือถือเรียบร้อยแล้ว ทำการปิดโปรแกรมที่มีการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตเรียบร้อยแล้ว (เช่น โปรแกรมท่องเว็บ, Facebook, Twitter ฯลฯ) แต่ระบบของเครื่องโทรศัพท์มือถือก็ยังมีการรับส่งข้อมูลอินเทอร์เน็ตอยู่ (โดยที่เราไม่รู้ตัว) ทำให้หลายคนเจอค่าบริการใช้งานอินเทอร์เน็ตบนมือถือเกินมาหลายร้อยถึงหลายพันบาท จนแทบจะขายบ้านเอามาจ่ายแล้ว (อันนี้ผมก็เขียนเว่อร์เพื่อให้เห็นภาพเท่านั้นครับ)

การแก้ไขปัญหาเน็ตรั่ว

กรณีโืทรศัพท์มือถือที่ใช้ระบบปฎิบัติการ Android ผมขอแนะนำให้คุณทำการดาวน์โหลดโปรแกรม APNdroid ซึ่งมีให้ดาวน์โหลดจาก Android Market (ไม่เสียค่าโปรแกรม เสียแต่ค่าเน็ท) โดยไฟล์โปรแกรมจะมีขนาดเล็ก เมื่อทำการ install

กรณีที่คุณใช้โทรศัพท์มือถือระบบปฎิบัติการ iOS (iPhone หรือ iPad ที่ใส่ซิมได้) ผมขอแนะนำ้ให้คุณดาว์นโหลดโปรแกรม SBsetting จาก App Store ครับ โดยตัวโปรแกรมไว้ใช้ในการเปิด-ปิด 3G/EDGE และ Wifi, Bluetooth ครับ

อย่างไรก็ดี ในปัจจุบันนี้ทางผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือมีบริการแจ้งเตือนเมื่อมีการใช้งานอินเทอร์เน็ตติดต่อกันเป็นระยะเวลาหนึ่งครับ ถ้าอย่างไรก็ดี ผมเชื่อว่า น่าจะช่วยแก้ปัญหาเน็ตรั่วได้ไม่มากก็น้อยครับ

บทความนี้เขียนขึ้นโดย Kittin จากเว็บไซต์ manacomputers.com ได้รับความคุ้มครองตามสัญญาอนุญาต CC 3.0

 

iPad 1 และ 2 เล่นเกมส์แฟลชบน Facebook ไม่ได้นะจ้ะ

ต้องแอบมาจั่วหัวบอกกันไว้สำหรับบางคนที่ไม่รู้นะครับ เพราะผมเชื่อว่า ดูรูปลักษณ์และความน่าใช้งานของ iPad นั้น ดึงดูดใจให้ใครหลายๆ คนเลือกที่จะซื้อคอมพิวเตอร์พกพา หันหลังจาก Notebook หรือ Netbook มามองเจ้า iPad กันตาเป็นมันเลย แต่ข่าวร้ายอย่างหนึ่งก็คือ ” iPad มันไม่รองรับ Flash Player (ที่เป็นตัวสำคัญในการเล่นเกมส์บน Facebook นะจ๊ะ)”

.

.

ด้วยสาเหตุที่ว่า ทาง Apple ไม่สนับสนุนการใช้ Flash มาตั้งแต่การผลิตโทรศัพท์มือถือ iPhone และเครื่องเล่น iPod Touch ทำให้เว็บไซต์หรือ Application บางตัวที่ต้องใช้ Adobe Flash ไม่สามารถแสดงผลบนหน้าจอของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์เหล่านี้ได้ครับ

ซึ่งหากใครคิดจะถอย iPad มาเพื่อเล่นเกมส์ปลูกผัก สร้างเมืองบน Facebook แล้ว จะได้ไม่เสียความรู้สึกนะครับ

แต่อย่างไรก็ดี ในมุมมองของผมกลับรู้สึกว่า เกมส์บน iPhone และ iPad นั้นน่าเล่นกว่าเยอะเลยครับ อีกทั้งรูปลักษณ์และความน่าใช้งาน

ผมก็เชื่อว่า หากคุณคิดจะซื้อ iPad แทน Notebook ก็เป็นทางเลือกที่ดีอีกทางหนึ่งเลยครับ 🙂

บทความนี้เขียนขึ้นโดย Kittin จากเว็บไซต์ manacomputers.com ได้รับความคุ้มครองตามสัญญาอนุญาต CC 3.0

Multi Touch คืออะไร?


เทคโนโลยีปัจจุบันอย่างหนึ่งของโทรศัพท์มือถือ, Tablet หรือคอมพิวเตอร์ ที่ได้รับความนิยมอย่างหนึ่งก็คือ ระบบหน้าจอสัมผัส (Touch Screen) ซึ่งอุปกรณ์อันทันสมัยเหล่านี้ก็เริ่มที่จะนำเทคโนโลยีนี้เข้ามาใช้งาน หากคุณเคยเห็นคุณสมบัติอย่างหนึ่งในโบรชัวร์ว่า “รองรับ Multi Touch” คุณอาจจะสงสัยว่า เอ๊ะมันคืออะไร วันนี้ผมอยากจะมาเล่าเรื่องนี้ครับ

 

Multi Touch ถ้าแปลแบบไม่ต้องจบเมืองนอกมาก็แบบได้ว่า สัมผัสหลาย(จุด) นั่นก็คือ คุณสมบัติอีกขั้นหนึ่งของระบบหน้าจอสัมผัสครับ โดยสมัยก่อน เวลาที่คุณใช้งานพวกอุปกรณ์ที่รองรับการสัมผัสหน้าจอ จะเห็นได้ว่า คุณสามารถสัมผัสหน้าจอได้ทีละจุด หากใช้นิ้วจิ้มพร้อมๆ กันทั้งสองจุด เครื่องจะไม่เข้าใจคำสั่งของคุณ (ซึ่งจะเห็นได้จะอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ประเภท PDA หรือ POS (ที่แคชเชียร์ชอบใช้กันนั่นแหละครับ)

เมื่อความก้าวหน้าของเทคโนโลยีมีมากขึ้น ทำให้มีการคิดระบบ Multi Touch ขึ้นมาเพื่อให้การใช้งานระบบหน้าจอสัมผัสได้ง่ายขึ้นและหลากหลายขึ้น (ซึ่งในปัจจุบัน อุปกรณ์บางรุ่นสามารถรองรับระบบ Multi Touch ได้ที่เดียวพร้อมกันถึง 10 จุด!!

ระบบ Multi Touch มีประโยชน์อย่างไร?

  1. ช่วยในการใช้งานบางโปรแกรมให้ใช้สะดวกขึ้น เช่นโปรแกรมดูรูป หากมีระบบ Multi Touch คุณสามารถใช้นิ้วสองนิ้วในการหมุนรูป ซูมเข้า-ซูมออก,ปรับแต่งแก้ไขรูปภาพได้ง่ายขึ้น
  2. ช่วยให้การใช้งานระบบหน้าจอสัมผัสง่ายขึ้นและช่วยลดขั้นตอนการใช้งานโปรแกรมต่างๆ เช่นโปรแกรมดูหนัง,ฟังเพลง
  3. ช่วยลดปุ่มกดต่างๆ บนอุปกรณ์เหล่านี้ลงไปได้ด้วยครับ โดยคุณลองสังเกตดูว่า อุปกรณ์คอมพิวเตอร์สมัยนี้จะไม่ค่อยมีปุ่มต่างๆ อยู่บนตัวเครื่องและด้านข้างเลย ทุกอย่างสามารถสั่งงานได้ผ่านหน้าจอหมดแล้วครับ
  4. ช่วยในการเล่มเกมส์ให้มีความสนุกยิ่งขึ้น เกมส์บางเกมส์จะเล่นได้สนุกยิ่งขึ้น เมื่อมีระบบ Multi Touch เพิ่มเข้ามาด้วย (จะเห็นตัวอย่างได้จากเกมส์บนโทรศัพท์มือถือ iPhone หรือ iPad)
  5. ช่วยในการใช้อินเทอร์เน็ตได้ง่ายขึ้น โดยช่วยในการย่อขยายรูปภาพหรือตัวอักษรบนหน้าเว็บเพจ เพื่อให้อ่านได้ง่ายขึ้นครับ

ถ้าคุณต้องการจะซื้ออุปกรณ์คอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือที่มีระบบหน้าจอสัมผัส ผมขอแนะนำว่า อย่าลืมพิจารณาการรองรับ Multi Touch ด้วยนะครับ  เพราะผมเชื่อว่า ต่อไปมันจะเป็นคุณสมบัติพื้นฐานที่ควรจะต้องมีในระบบหน้าจอสัมผัสแล้วครับ

บทความนี้เขียนขึ้นโดย Kittin จากเว็บไซต์ manacomputers.com ได้รับความคุ้มครองตามสัญญาอนุญาต CC 3.0

 

Tablet คืออะไร?

Tablet คืออะไร?
Tablet  คืออะไร?
– ในปัจจุบัน นอกจากคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ (PC Desktop), คอมพิวเตอร์แบบพกพา (Notebook) ที่มีผู้ใช้งานจำนวนมากแล้ว คุณอาจจะสังเกตได้ว่า มีคอมพิวเตอร์อีกรูปแบบหนึ่งที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ นั่นก็คือ “แทบเล็ต” (Tablet) นั่นเองครับ วันนี้ผมอยากจะมาเล่าถึงไอ้เจ้าอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ตัวนี้ให้ฟังครับ

Tablet  คืออะไร?

เมื่อก่อนเราจะเห็น Tablet กันในเฉพาะอุตสาหกรรมหรืออาชีพบางอาชีพเช่น หมอหรือวิศวกร แต่เมื่อผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ได้นำมาประยุกต์ให้ใช้งานได้หลากหลาย ทำให้ Tablet ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ครับ

ถ้าจะให้ผมนิยามถึงความหมายของ Tablet ก็น่าจะเป็น “กระดานชนวนอิเล็กทรอนิกส์” (ขออภัยไม่มีคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษ ถ้ามีก็คงทุเรศเกิน 555) โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้

  1. มีขนาดหน้าจอที่มีความกว้างมากกว่า 7 นิ้วขึ้นไป (ถ้านึกไม่ออกขอแนะนำให้นึกถึง pocket book สักเล่มครับ) แต่ขนาดหน้าจอที่ได้รับความนิยมมากก็จะเป็นหน้าจอขนาด 9.7 นิ้ว (ตัวอย่างที่ดีก็คือ iPad ครับ)
  2. หน้าจอเป็นระบบการป้อนคำสั่งหรือสั่งงานด้วยการสัมผัส (จะใช้นิ้วมือหรืออวัยวะอื่นก็ตามใจครับ) โดยบางรุ่นอาจจะรองรับระบบ Multi-Touch ครับ
  3. ไม่มีคีย์บอร์ด (เพราะฉะนั้นไม่ต้องตกใจถ้าคุณซื้อ Tablet กลับมาบ้านแล้วไม่เจอคีย์บอร์ด เพราะโดยส่วนมากจะเป็น Virtual Keyboard ซึ่งแสดงบนหน้าจอครับ
  4. ระบบปฎิบัติการที่นิยมใช้ใน Tablet รุ่นปัจจุบัน มีทั้งหมด 3 ตัวด้วยกันคือ iOS (บน iPad พัฒนาโดย Apple), Windows (พัฒนาโดย Microsoft) และ Android (พัฒนาโดย Google)
  5. จุดเด่นอีกอย่างของ Tablet ก็คือ มีน้ำหนักเบา พกพาง่าย (ง่ายกว่า Notebook อีก)
  6. แต่จุดด้อยสำคัญของ Tablet ก็คือ ประสิทธิภาพการทำงานอาจไม่สามารถเทียบเท่ากับ Notebook

Tablet เอาไว้ทำอะไร?

เนื่องจากประสิทธิภาพไม่สูงเท่า Notbook สำหรับตัว Tablet นั้น ผมมองว่า เหมาะสำหรับการใช้งานที่ไม่ต้องการประสิทธิภาพของ  Hardware มากนัก เช่น ท่องอินเทอร์เน็ต,เช็คอีเมล์, ดูหนัง, ฟังเพลง, เล่นเกมส์ที่ไม่ต้องการสเปคที่สูงนัก หรือจัดการเอกสารแบบง่ายๆ

ซึ่งหากคุณมีกิจวัตรการใช้งานคอมพิวเตอร์แค่นี้ และต้องการความคล่องตัวในการพกพา Tablet ก็น่าจะเป็นคำตอบที่ดีสำหรับคุณ

 

บทความนี้เขียนขึ้นเป็นลิขสิทธิ์ของเว็บไซต์ manacomputers.com ได้รับความคุ้มครองตามสัญญาอนุญาต CC 3.0

Touchpad B10,F10 คู่แข่ง iPad เปิดตัวแล้ว

หลังจากที่มีกระแสในเรื่องของคู่แข่ง iPad อย่าง Touchpad ของบริษัท Hanvon ของประเทศจีน มาสักระยะหนึ่งแล้ว เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2010 ทางบริษัทได้ทำการเปิดตัว Touchpad อย่างเป็นทางการและให้ผู้เข้าชมได้ทดลองใช้งานด้วย โดยได้ทำการเปิดตัว Touchpad ทั้งสองรุ่นคือ B10 และ F10

ด้วยสนนราคาอยู่ที่ 19,000 – 22,000 บาท ซึ่งการมาของ Touchpad นี้คาดว่า จะมีผลต่อการวางจำหน่าย  Ipad ของ Apple ที่จะออกจำหน่ายในประเทศจีนนั้นไม่น้อยเลยทีเดียว

.

.

รายละเอียด Touchpad B10

Cpu : Intel®Celeron ULV 743(1.3GHz)
OS : Windows® 7 Home Premium(32bits)
Memory : 2G DDR2
Chipset : Intel® GS45
Graphics processor : Intel® Mobile Intel(R) 4 Series Express Chipset
HDD : 2.5″/250G
Camera : 130 mega pixels

รายละเอียด Touchpad B10

Cpu : Intel®Atom Z530(1.6GHz)
OS : Windows® 7 Home Premium(32bits)
Memory : 1GB (SODIMM card Maximum to 2G)
Chipset : Intel® US15
Graphics processor : Intel® GMA500
HDD : 1.8″/120G
Camera : 200 mega pixels on both front&back

.

.

เพิ่มเติม:
– สามารถลง Windows XP ได้
– จากการสำรวจความพึงพอใจจากผู้ทดลองใช้ต่างเสียงเดียวกันว่า “น่าจะได้ความนิยมแน่นอน” โดยเฉพาะบรรดาผู้ใช้วัยรุ่น

ความคิดเห็นของผม : ผมมองว่า ถ้าทำราคาออกมาได้ถูกว่า iPad พอสมควร ผมว่า Touchpad เป็นคู่แข่งที่น่ากลัวไม่น้อยเลยทีเดียว สืบเนื่องจากการใช้ระบบปฎิบัติการ Windows ซึ่งมีผู้ใช้งานจำนวนมากกว่า และไม่ยากในการทำความเข้าใจในการใช้งาน

.

บทความนี้เขียนขึ้นโดย Kittin จากเว็บไซต์ manacomputers.com ได้รับความคุ้มครองตามสัญญาอนุญาต CC 3.0

.