iPhone คืออะไร? BB คืออะไร? Android คืออะไร? (สำหรับผู้ปกครอง)


เนื่องจากบทความนี้ผมต้องการเขียนถึงผู้ปกครองที่อาจจะยังไม่รู้จักว่า iPhone คืออะไร BB คืออะไร Android คืออะไร? เมื่อเวลาที่ลูกของท่านมาขอซื้อโทรศัพท์มือถือเครื่อง ทางเว็บมานาหวังว่า จะเป็นประโยชน์ให้กับคุณพ่อคุณแม่ผู้ปกครองไม่มากก็น้อย ส่วนท่านที่ทราบข้อมูลเหล่านี้แล้วขอให้ท่านผ่านบทความนี้ไปได้เลยครับ

 

iPhone คืออะไร?

iPhone เป็นโทรศัพท์มือถือรุ่นหนึ่ง เป็นที่นิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน ระบบการใช้งานแบบหน้าจอสัมผัส สามารถลงโปรแกรมและเกมส์ใหม่ๆ ได้อีกมากมาย ดูหนัง ฟังเพลง เล่นอินเทอร์เน็ตก็ได้

ทำไมใครๆ ถึงอยากได้?

ด้วยความที่ iPhone ก็เหมือนกับเครื่องประดับที่มีราคา(แพง) ชิ้นหนึ่ง และได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน ทำให้หลายคนคิดว่า การมี iPhone แล้วมันเท่ห์

ราคาโทรศัพท์มือถือ iPhone

ราคาจะอยู่ที่หมื่นปลายๆ ถึงสองหมื่นกว่าบาท แล้วแต่รุ่นและความจุ

ควรซื้อ iPhone ดีหรือไม่?

ถ้ามีเงินก็ซื้อ ถ้าเงินไม่ถึงก็ผ่อน ทนรับกับการมีภาระผูกพันได้ก็ซื้อเถอะครับ แต่ของมันก็ราคาเกือบสองหมื่นนะครับ ลองพิจารณาดูแล้วกันครับ

 

 

BB คืออะไร?

BB ย่อมาจาก Black Berry เป็นโทรศัพท์มือถืออีกยี่ห้อหนึ่ง ที่มีจุดเด่นเกี่ยวกับการสนทนา (Chat) หรือที่เรียกว่า BBM (Black Berry Messenger ) ซึ่งเด็กวัยรุ่นจะชอบคุณสมบัตินี้มาก รวมทั้งการอัพเดทสถานะผ่านทาง Social Network เช่น Facebook Twitter และด้วยความที่มีปุ่มพิมพ์แบบ QWERTY คล้ายพิมพ์ดีด ทำให้การพิมพ์ข้อความสนทนาสะดวกยิ่งขึ้น

ทำไมใครๆ ถึงอยากได้?

เด็กวัยรุ่น (รวมถึงวัยทำงานหลายคน) ชอบแชท ชอบอัพเดทสถานะผ่าน Facebook หรือ Twitter ทำให้ Black Berry ที่มีจุดเด่นด้านนี้ขายดี

ราคาโทรศัพท์มือถือ Black Berry

มีตั้งแต่ราคาห้าพันกว่าบาท ไปจนถึงเกือบสองหมื่น แล้วแต่รุ่นครับ (ตัวเริ่มต้นชื่อรุ่น Curve 8250  ราคาห้าพันกว่าบาทครับ)

ควรซื้อ Black Berry ดีหรือไม่?

โดยประสบการณ์แล้ว เด็กวัยรุ่นที่ใช้ BB มักจะติดการแชทผ่าน BBM ทั้งวันทั้งคืน หากท่านรับได้ก็ซื้อให้ก็ได้ครับ

 

Android คืออะไร?

Android เป็นชื่อระบบปฎิบัติการบนโทรศัพท์มือถือประเภทหนึ่ง สามารถอยู่ได้ในโทรศัพท์หลายรุ่นหลายยี่ห้อ สามารถทำได้ทุกอย่างเหมือน iPhone แต่หน้าตาอาจจะแตกต่างกัน ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมส์ แชท ถ่ายรูป

ทำไมใครๆ ถึงอยากได้

ด้วยความที่เป็นระบบปฎิบัติการที่ทำได้หลากหลาย และมีหลากหลายรุ่น หลายราคา ทำให้คนที่ชอบเทคโนโลยีที่ราคาพอจับต้องได้ติดใจกันหลายคนครับ

ราคาโทรศัพท์มือถือ Android

มีตั้งแต่สามพันกว่าไปจนถึงสองหมื่นกว่าครับ

ควรซื้อ Android ดีหรือไม่?

ถ้าต้องการโทรศัพท์ทำงานได้หลากหลาย และราคามีให้เลือกหลายระดับ แนะนำลองมองดู Android ได้ครับ

 

ลองดูนะครับว่า จะซื้ออะไรดี อย่าถามผมเลยว่าผมจะเลือกอะไร?  🙂

วิธีการประหยัดค่าอินเทอร์เน็ตบนโทรศัพท์มือถือ


ในยุคที่โทรศัพท์มือถือไม่ได้มีไว้เพียงแค่ โทรเข้าโทรออก หรือรับ-ส่ง SMS แค่นั้น แต่สามารถทำอะไรได้หลากหลายอย่าง รวมทั้งการใช้งานอินเทอร์เน็ตเพื่อเชื่อมต่อกับสังคมออนไลน์ต่างๆ ซึ่งเดี๋ยวนี้จะเห็นได้ว่ามีแพคเกจสำหรับการใช้งานอินเทอร์เน็ตเพื่อใช้งานบนโทรศัพท์มือถือ ซึ่งจะมีทั้งแบบคิดตามปริมาณการใช้งาน และเวลาการใช้งาน ทำให้หลายคนที่ชอบแชท ชอบเม้นท์ ชอบโพสต์ บนมือถือมีค่าใช้จ่ายในส่วนนี้เดือนๆ หนึ่งหลายร้อยบาท วันนี้ผมเลยแนะนำ วิธีที่ช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในการใช้อินเทอร์เน็ตบนมือถือให้ถูกลง ซึ่งผมเองก็ใช้วิธีนี้อยู่ครับ

 

วิธีการประหยัดค่าอินเทอร์เน็ตบนโทรศัพท์มือถือ

1. อย่างแรกที่คุณต้องนึกถึงก่อนว่า “จริงๆ แล้วคุณมักนิยมใช้งานโปรแกรมหรือ App ไหนบนมือถือ?” เช่น Chat,Facebook,Whatsapp,Twitter หรือโปรแกรมอื่นๆ เพราะคำตอบมันจะเป็นแนวทางในการเลือกแพคเกจการใช้งานที่เหมาะสมกับคุณ

  • ถ้าคุณชอบ Whatsapp,Twitter หรือ App ที่ใช้งานผ่านตัวอักษรเท่านั้น ผมขอแนะนำให้คุณใช้แพคเกจแบบคิดตามปริมาณการใช้งานครับ เช่น 75 MB ราคา 99 บาท/เดือน เพราะการรับส่งข้อมูลด้วยตัวอักษรจะใช้ปริมาณการใช้งานไม่มากครับ ต่อให้คุณเปิดการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ตลอด 24 ชั่วโมงก็ยังได้เลยครับ
  • ถ้าคุณชอบอัพโหลดรูป หรือการรับส่งไฟล์ภาพ ไฟล์เสียง หรือการรับส่งข้อมูลที่มีปริมาณมากๆ การใช้แพคเกจแบบคิดตามเวลาการใช้งานก็เหมาะกว่าคุณครับ

2. หากคุณใช้งานอื่นเช่น ท่องเว็บต่างๆ หากโปรแกรมท่องเว็บบนมือถือของคุณมีเมนู “ปิดการแสดงภาพ” หรือ “ลดคุณภาพของภาพ” ผมขอแนะนำให้คุณทำการปรับตั้งค่าในส่วนนี้ด้วยครับ เพราะรูปภาพจะใช้ปริมาณการรับส่งข้อมูลเป็นจำนวนมาก และทำให้หน้าเว็บโหลดช้าด้วยครับ

3. หากคุณชอบถ่ายรูป,หรืออัพโหลดรูปขึ้นตามเครือข่ายสังคมออนไลน์ต่างๆ อย่าลืมปรับขนาดของรูปถ่ายก่อนถ่ายรูปนะครับ ซึ่งขนาดที่ผมแนะนำน่าจะเป็นขนาดไม่เกิน 800 x 600 พิกเซลครับ เพราะจะอัพโหลดได้เร็ว และภาพไม่เล็กเกินไปครับ (แถมไม่กินปริมาณการใช้งานมาด้วยครับ)

4. อย่าลืมทำการเปรียบเทียบแพคเกจที่ใช้งานอยู่นะครับ หากมีแพคเกจแบบ “ไม่จำกัดปริมาณการใช้งาน” ให้ดูว่า ค่าใช้จ่ายใกล้เคียงกับแพคเกจที่คุณจ่ายไปหรือไม่? เช่นผมใช้แพคเกจแบบ 70 ชั่วโมง ราคา 199 บาท/เดือน แต่ถ้าเป็นแบบไม่จำกัดการใช้งานจะอยู่ที่ 399 บาท/เดือน แล้วผมใช้งานอินเทอร์เน็ตบนมือถือวันนึง 3-4 ชั่วโมง การเลือกแพคเกจแบไม่จำกัดการใช้งานน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผมครับ

5.คอยเช็ดดูปริมาณการใช้งานคงเหลือหรือชั่วโมงการใช้งานคงเหลือเป็นระยะนะครับ เพราะถ้าหมดแพคเกจแล้ว เราใช้เกินแพคเกจ ค่าใช้จ่ายจะสูงพอสมควรเลยครับ

ลองดูนะครับ ผมเชื่อว่า มันจะช่วยให้คุณประหยัดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ไม่มากก็น้อยนะครับ 🙂

เลือกแพคเกจการใช้งานอินเทอร์เน็ตบนมือถือแบบไหนดี?


สำหรับความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในปัจจุบันนี้ ทำให้ผู้ใช้โทรศัพท์มือถือทั้งหลาย สามารถที่จะใช้งานอินเทอร์เน็ตบนมือถือของตนได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งทางผู้ให้บริการทางด้านเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ ไม่ว่าจะเป็น AIS Dtac หรือ Truemove ต่างก็นำเสนอแพคเกจการให้บริการเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ตบนมือถือที่หลากหลายมากขึ้น แล้วคำถามสำคัญที่เกิดขึ้นกับผู้ใช้โทรศัพท์มือถือแต่ละรายก็คือ “แล้วแบบไหนที่จะเหมาะกับเราที่สุดล่ะ?”

ในส่วนของแพคเกจอินเทอร์เน็ตบนมือถือที่ผู้ให้บริการนำเสนอในปัจจุบันนั้น ผมอยากจะแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบใหญ่ๆ ก็คือ

1. แพคเกจอินเทอร์เน็ตแบบคิดตามเวลา(ชั่วโมง)

โดยปัจจุบันจะมีให้เลือกตั้งแต่ แบบ 1 ชั่วโมง – ไม่จำกัดชั่วโมงการใช้งาน ซึ่งมีราคาค่าบริการเริ่มต้นที่ 20 บาท จนถึง 999 บาท ต่อเดือน โดยในแบบแรกนี้จะเป็นการคิดการใช้งานอินเทอร์เน็ตบนมือถือแบบไม่จำกัดปริมาณการใช้งาน แต่คิดตามชั่วโมงการใช้งานจริง เช่นคุณอาจจะใช้แค่เช็คเมล์,เปิดหน้าเว็บไซต์ดูครั้งละ 5-10 นาที ระบบก็จะทำการหักเวลาการใช้งานไปเรื่อยๆ จนครบแพคเกจที่เลือกไว้

ข้อดีของแพคเกจรูปแบบนี้
– ไม่จำกัดปริมาณข้อมูลการใช้งาน
– เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบท่องเว็บไซต์บนมือถือเป็นประจำ , ดาวน์โหลดไฟล์จากอีเมล์เมล์ , ดาวน์โหลดไฟล์หรือโปรแกรม (ขนาดไม่ใหญ่)

ข้อด้อยของแพคเกจในรูปแบบนี้
– ไม่เหมาะกับการพูดคุยโดยผ่านระบบ Chat , ระบบการเช็คเมล์ หรือบริการที่มีรูปแบบที่ต้องมีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตตลอดเวลา
–  หากครบกำหนดเวลา ยังใช้ไม่หมด ระบบจะทำการตัดส่วนที่เหลือทิ้ง และคิดค่าบริการในรอบใหม่ทันที

2. แพคเกจอินเทอร์เน็ตแบบคิดตามปริมาณการใช้งาน

โดยปัจจุบันจะมีให้เลือกใช้บริการตั้งแต่  30 Mb (ราคา 99 บาท) ขึ้นไป ซึ่งในแบบนี้จะเป็นการคิดการใช้งานอินเทอร์เน็ตบนมือถือแบบจำกัดปริมาณการใช้งาน แต่ไม่จำกัดเวลา

ข้อดีของแพคเกจรูปแบบนี้
– ไม่จำกัดเวลาการใช้งาน เพราะคิดแพคเกจตามปริมาณข้อมูลการใช้งาน
– เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบการพูดคุยโดยผ่านระบบ Chat , ระบบการเช็คเมล์ หรือบริการที่มีรูปแบบที่ต้องมีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตตลอดเวลา เพราะบริการเหล่านี้จะมีการใช้ปริมาณข้อมูลในแต่ละครั้งที่น้อยมากๆ

ข้อด้อยของแพคเกจในรูปแบบนี้
– ไม่เหมาะกับผู้ที่ชอบท่องเว็บไซต์บนมือถือเป็นประจำ , ดาวน์โหลดไฟล์จากอีเมล์เมล์ , ดาวน์โหลดไฟล์หรือโปรแกรม (ขนาดไม่ใหญ่) เพราะการใช้งานเหล่านี้จะทำใช้ปริมาณข้อมูลเป็นจำนวนมาก อาจจะทำให้ใช้งานได้แค่ในช่วงเวลาสั้นๆ

ซึ่งบทความนี้ ก็น่าจะช่วยให้คุณสามารถที่จะเลือกแพคเกจที่เหมาะสมกับการใช้งานของคุณได้ในระดับหนึ่งนะครับ

บทความนี้เขียนขึ้นโดย Kittin จากเว็บไซต์ manacomputers.com ได้รับความคุ้มครองตามสัญญาอนุญาต CC 3.0

อัพเดทล่าสุด กับการใช้ Wifi ฟรีของ True (Green Bangkok)


หลังจากที่บทความ “ใช้อินเทอร์เน็ตฟรีกับ True Wi-Fi + Green Bangkok (ฟรีจริงๆ)” ได้ตีพิมพ์แล้ว ได้มีทางผู้อ่านแจ้งให้ทราบว่า เงื่อนไขของการขอใช้ Wifi ฟรี ของ True ในโครงการ Green Bangkok ได้มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบนิดหน่อย วันนี้ผมเลยนำวิธีการสมัครและการใช้งานแบบล่าสุดมานำเสนอครับ โดยท่านสามารถเข้าไปขอใช้บริการฟรี wifi ได้ที่

http://services.trueinternet.co.th/greenbkk/greenbkk_registration.php

(ซึ่งตอนนี้ ณ วันที่ 24/11/2009 แบบความเร็ว 64 Kbps ไม่จำกัดชั่วโมงการใช้งานเต็มครับ จะเปิดรับการลงทะเบียนอีกทีก็ประมาณปีใหม่ครับ เลยเหลือแต่รูปแบบความเร็ว 256 Kbps ใช้งานได้ 1 ชั่วโมง/เดือน)

 

วิธีการสมัครใช้บริการฟรี Wifi (ผ่านอุปกรณ์คอมพิวเตอร์แบบพกพา)

1. เปิดระบบ Wireless Lan บนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ของท่านก่อน ( Notebook,PDA,โทรศัพท์มือถือ) และทำการค้นหาสัญญาณ Wifi โดยสัญญาณของ True นั้นจะชื่อว่า “truewifi”

 

0001
2. ทำการเชื่อมต่อสัญญาณ (Connect) เมื่อทำการเชื่อมต่อเรียบร้อยแล้ว ให้ลองพิมพ์ชื่อเว็บไซต์อะไรก็ได้ เช่น www.manacomputers.com กด enter ระบบจะทำการส่งไปยังหน้าแรกของ True Wi-fi Green Bangkok
หากคุณยังไม่เคยสมัครให้เลือกที่สัญลักษณ์ reg-wifi

0002
3. กรอกรายละเอียดที่จำเป็นแล้วกด “ยืนยัน”0004
4. เท่านี้ท่านก็สามารถใช้ฟรีไวไฟได้แล้วครับ

ข้อมูลเพิ่มเติมที่ http://www.truewifi.net

บทความนี้เขียนขึ้นโดย Kittin จากเว็บไซต์ manacomputers.com ได้รับความคุ้มครองตามสัญญาอนุญาต CC 3.0