โปรแกรมกำจัดมัลแวร์ Malwarebytes พร้อมวิธีติดตั้ง+ใช้งาน


ตอนนี้อาการคอมพิวเตอร์ของใครหลายคนอาจจะกำลังเกิดอาการแปลกๆ นะครับ เช่นอยู่ดีๆ ก็มีเว็บโป๊ หรือมีรูปโป๊แทรกอยู่ตามหน้าเว็บต่างๆ ที่เราเข้าไป หรือหน้าจอมีข้อความหรือรูปภาพแปลกๆ นั่นแสดงว่า เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณกำลังโดนการโจมตีจากเจ้าตัวร้ายที่เรียกว่า “มัลแวร์” ครับ วันนี้ทางมานาคอมพิวเตอร์ ขอแนะนำโปรแกรมที่ช่วยกำจัดและป้องกันมัลแวร์เหล่านี้ ไม่ให้มากวนใจคุณอีกนะครับ

โปรแกรมกำจัดมัลแวร์ Malwarebytes เป็นโปรแกรมหนึ่งที่มีจุดเด่นในเรื่องของการค้นหา,ตรวจจับ และทำลายมัลแวร์ประเภทต่างๆ ได้หลากหลายประเภท และตัวโปรแกรมเองนั้นสามารถอัพเดทฐานข้อมูลของมัลแวร์ประเภทต่างๆ คุณจึงสบายใจได้ว่า โปรแกรมจะรู้จักมัลแวร์ใหม่ๆ ได้เป็นอย่างดีครับ คราวนี้เราลองมาดูวิธีการติดตั้งและวิธีการใช้งานกันนะครับ เผื่อสำหรับหลายท่านที่กำลังถูกโจมตีและกำลังหาทางป้องกัน จะได้นำวิธีการเหล่านี้ไปใช้งานครับ

วิธีการติดตั้งโปรแกรมกำจัดมัลแวร์ Malwarebytes

ขั้นแรก ให้คุณไปที่เว็บไซต์ของผู้ผลิตโปรแกรมนี้นะครับที่ http://www.malwarebytes.org/ จะเจอหน้าตาตามรูปด้านล่างนะครับ ให้ทำการคลิ้กที่ “Download Now” เพื่อทำการดาวน์โหลดไฟล์ติดตั้งมาไว้ที่คอมพิวเตอร์ของเรานะครับ


เมื่อคลิ้กแล้วจะเจอหน้าตามรูปด้านล่างนะครับ ให้เลือกดาวน์โหลดได้ตามกรอบสีแดงนะครับ

ไฟล์ติดตั้งจะใช้ชื่อว่า mbam-setup-1.61.0.1400 โดยมีขนาดไฟล์ที่ 9.59MB ครับ ให้คุณทำการดับเบิ้ลคลิ้กเพื่อทำการติดตั้งนะครับ

ในช่วงของการติดตั้ง คุณสามารถเลือกภาษาที่แสดงในโปรแกรมให้เป็นภาษาไทยได้ครับ เมื่อติดตั้งตามขั้นตอนแล้ว โปรแกรมจะแนะนำให้คุณทำการอัพเดทเพื่อให้ฐานข้อมูลมัลแวร้เป็นรุ่นที่ทันสมัยสุดครับ

เมื่ออัพเดทแล้ว ระบบจะถามว่า คุณต้องการทดลองใช้ตัวเต็มของ Malwarebytes หรือไม่? หากคุณต้องการใช้ตัวเดิม (ที่ไม่เสียเงิน) คลิ้กที่ “ปฎิเสธ” ได้เลยครับ

วิธีการใช้งานโปรแกรมป้องกันมัลแวร์  Malwarebytes

หน้าเมนูหลักของโปรแกรม Malwarebytes จะเป็นหน้าตาตามรูปด้านล่างนะครับ (แทบ “การสแกน”) ระบบจะมีรูปแบบการสแกนอยู่ 3 รูปแบบนะครับคือ

หมายเลข 1 – สแกนแบบด่วน เป็นการสแกนโดยการตรวจสอบค้นหาไฟล์ตามปกติในคอมพิวเตอร์ของคุณ เพื่อตรวจค้นหาซอฟท์แวร์หรือไฟล์ที่มีความเสี่ยง

หมายเลข 2 – สแกนแบบขั้นสูง เป็นการสแกนโดยคุณสามารถที่จะเลือกสแกนแต่ละไดร์วหรือโฟลเดอร์ที่กำหนดได้ เพื่อการตรวจจับและค้นหาที่ละเอียดกว่า แบบสแกนแบบด่วนครับ

หมายเลข 3 – สแกนแบบแฟลช จะเป็นการสแกนไปตั้งแต่ไฟล์ต่างๆ ที่ใช้ในการเริ่มต้นระบบ ซึ่งความสามารถนี้จะมีอยู่ในเวอร์ชั่นโปร (ตัวเต็ม) ที่ผ่านการชำระเงินและลงทะเบียนแล้วครับ

โดยปกติ ผมใช้การสแกนแบบด่วนครับ เมื่อเลือกประเภทของการสแกนแล้ว ให้เลือกที่ “สแกน” (ตามลูกศรชี้) ได้เลยครับ

เมื่อระบบกำลังทำการสแกน จะเป็นหน้าตาตามรูปด้านบนนะครับ มีจุดที่น่าสนใจอยู่หลายจุดที่ผมอยากจะขอแนะนำให้ลองดูนะครับ

หมายเลข 1 – เป็นแทปของ “การสแกน” หน้าที่เรากำลังเห็นอยู่นะครับ

หมายเลข 2 – แทปของ “การอัพเดต” ไว้สำหรับคอยตรวจเช็คว่า ฐานข้อมูลมัลแวร์ในคอมพิวเตอร์ของคุณเป็นตัวล่าสุดแล้วหรือยัง (แนะนำว่า ควรอัพเดตให้ฐานข้อมูลนี้ใกล้เคียงกับวันปัจจุบันที่สุด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจับและทำลายมัลแวร์นะครับ)

หมายเลข 3 – วัตถุที่ตรวจพบ เป็นการแสดงจำนวนของการตรวจจับไฟล์ที่ต้องสงสัยว่าจะเป็นมัลแวร์ แต่ถ้าสแกนเสร็จแล้วขึ้นเป็น 0 แสดงว่า เครื่องของคุณยังปลอดภัยจากมัลแวร์ครับ

หมายเลข 4 – พักการสแกน เป็นการหยุดการสแกนชั่วคราว

หมายเลข 5 – หยุดการสแกน เป็นการยกเลิกการสแกนทั้งหมดครับ

หมายเลข 6 – สั่งซื้อ และ ลงทะเบียน หากคุณใช้งานโปรแกรม Malwarebytes เวอร์ชั่นทดลองแล้วสนใจอยากจะใช้ตัวเต็มที่มีความสามารถเพิ่มขึ้น คุณสามารถทำการสั่งซื้อและทำการลงทะเบียนเพื่อใช้ตัวเต็มได้ครับ

หากเครื่องของคุณไม่มีมัลแวร์ ระบบจะแสดงหน้าต่างตามรูปด้านล่างนะครับ

หากพบว่าเครื่องมีมัลแวร์ ระบบก็จะสอบถามความต้องการของคุณว่าจะให้กำจัดหรือไม่ หากกำจัดแล้ว ให้ลองทำการ Restart เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณสักรอบนะครับ

ผมเชื่อว่า หากเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณกำลังเจอปัญหามัลแวร์โจมตี โปรแกรม Malwarebytes นี้จะช่วยคุณได้เป็นอย่างดีครับ

การเลือกซื้อ Printer All In One (Copy,Print,Fax,Scan)


สมัยก่อน หากคุณผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ทั้งหลายอาจจะยังพอจำได้ว่า เวลาที่เราต้องการจะจัดการเกี่ยวกับเอกสาร เช่น ถ่ายเอกสาร (Copy), พิมพ์เอกสาร (Print) ส่งแฟกซ์(Fax) หรือสแกนงาน (Scan) เราจะต้องมีอุปกรณ์คอมพิวเตอร์แต่ละตัวเพื่อจัดการงานเหล่านี้ แต่ปัจจุบัน เราจะเห็นได้ว่า มีอุปกรณ์คอมพิวเตอร์จำพวก  Printer  แบบ All In One ที่สามารถจัดการงานเอกสารเหล่านี้ (Copy,Print,Fax,Scan) และที่สำคัญราคาก็ไม่แพง วันนี้ผมเลยอยากจะขอ แนะนำวิธีการเลือกซื้อ Printer  แบบ All In One เพื่อเป็นข้อมูลก่อนคุณจะตัดสินใจซื้อครับ

 

Printer  แบบ All In One คืออะไร?

Printer  แบบ All In One เป็นอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ชนิดหนึ่งที่รวบรวมความสามารถในด้านการจัดการเกี่ยวกับเอกสาร ไม่ว่าจะเป็น ถ่ายเอกสาร (Copy), พิมพ์เอกสาร (Print) ส่งแฟกซ์(Fax) หรือสแกนงาน (Scan) หรือบางท่านก็เรียกว่าเป็น Printer  แบบ Multi-function ครับ ส่วนหมึกที่ใช้ ก็จะมีแบบ Inkjet (หมึกพ่น) หรือ Laserjet (หมึกผง) ครับ

 

สิ่งที่ควรคำนึงถึงก่อนซื้อ Printer  แบบ All In One

ด้วยราคาในปัจจุบันที่เริ่มถูกลง และความสามารถเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้หลายคนตัดสินใจไม่ตกว่าควรจะซื้อดีไหม? แล้วต้องคำนึงถึงเรื่องอะไรบ้างก่อนที่จะซื้อ ผมขอแนะนำเป็นข้อๆ ดังนี้ครับ

1. รูปแบบการใช้งานของเรา ถ้าคุณซื้อเครื่องพิมพ์แบบ All In One มาเพื่อใช้งานในบ้านเล็กๆ น้อยๆ จำนวนการพิมพ์อาจจะไม่สูง การซื้อเครื่องพิมพ์ในราคา 3-4 พันบาท ก็น่าจะเหมาะกับการใช้งานของคุณนะครับ

 

2. ราคาของเครื่อง โดยปกติแล้วราคาของเครื่องพิมพ์แบบ All In One นั้นจะมีหลายระดับ โดยอาจจะเริ่มตั้งแต่ราคาประมาณ 2-3 พันบาท จนไปถึงราคาระดับหลักหมื่นบาท ซึ่งความแตกต่างของราคานั้น ส่วนใหญ่จะเป็นในเรื่องของคุณสมบัติของเครื่องพิมพ์นัันๆ เช่น มีจำนวนสีหมึกมากขึ้น,รองรับการพิมพ์กระดาษที่ใหญ่ขึ้น (A3), หรือความเร็วในการพิมพ์่หรือทำสำเนา,ความเร็ว,ละเอียดในการสแกน

โดยคุณจะต้องตอบได้ว่า งานที่คุณต้องใช้นั้น เหมาะกับกับเครื่อง เครื่องพิมพ์แบบ All In One รุ่นราคาประมาณไหนครับ

 

3. คุณสมบัติ ถ้าคุณอยากได้เครื่องพิมพ์แบบ All In One แต่นำมาเพื่อพิมพ์งานอย่างเดียว ไม่ได้ใช้เรื่องของการส่งแฟกซ์ หรือ สแกนงาน การซื้อเครื่องพิมพ์แบบธรรมดา ก็น่าจะดีกว่าทั้งในเรื่องของค่าใช้จ่ายและค่าบำรุงรักษาครับ

 

4. การรับประกัน แม้ว่า การรับประกันของเครื่องพิมพ์แต่ละยี่ห้อจะพอๆ กัน แต่ผมอยากให้นึกถึงในแง่ที่ว่า มีบริการแบบ On-Site (ซ่อมถึงบ้าน,ที่ทำงาน) หรือไม่? , ศูนย์การให้บริการเราสามารถเดินทางได้สะดวกหรือไม่? 

 

5. ยี่ห้อ ต้องยอมรับว่า หลายท่านอาจจะกังวลว่า ยี่ห้อนั้นดีกว่ายี่ห้อนี้หรือเปล่า? ยี่ห้อนี้ใช้งานดีไหม ในส่วนนี้ผมไม่ขอฟันธงนะครับ แต่อยากจะให้คุณลองเอาข้อมูลของคุณไปเปรียบเทียบดู โดยอาจจะใช้ Google ในการช่วยค้นหาข้อมูลได้ครับ

 

6. ราคาหมึก ส่วนนี้เป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญที่ผมอยากให้คุณลองตรวจสอบหรือสอบถามกับทางร้านจำหน่ายก่อนนะครับ เพราะเครื่องพิมพ์บางรุ่นราคาเครื่องถูกมาก แต่ราคาหมึกพิมพ์แพงเหลือเกิน เพราะในระยะยาวเราต้องมีค่าใช้จ่ายในส่วนของหมึกพิมพ์มากกว่าตัวเครื่องนะครับ