ราคาและความแตกต่างระหว่าง Surface RT กับ Surface Pro (Microsoft Tablet)

ราคา surface
วันนี้เป็นวันที่ทางไมโครซอฟท์ในประเทศไทยได้ทำการเปิดตัว Surface RT กับ Surface Pro แทบเล็ตตัวล่าสุดจากทาง Microsoft ซึ่งหลายคนอาจจะอยากรู้ในเรื่องของราคา และความแตกต่างในส่วนต่างของสองตัวนี้ วันนี้มานาคอมพิวเตอร์ขอนำข้อมูลที่น่าสนใจมาแจ้งให้ทราบนะครับ

ราคา Surface RT กับ Surface Pro

สำหรับราคาเปิดตัวของแทบเล็ตทั้งสองตัวนี้ เป็นดังนี้ครับ

  • Surface RT รุ่น 32GB ราคา 16,500 บาท
  • Surface RT รุ่น 64GB ราคา 19,500 บาท
  • Surface Pro รุ่น 64GB ราคา 28,500 บาท
  • Surface Pro รุ่น 128GB ราคา 31,500 บาท

ความแตกต่างระหว่าง Surface RT กับ Surface Pro

เนื่องจากราคาที่แตกต่างกันพอสมควร หลายคนอาจจะสงสัย(ไปจนถึงกังวลว่า) Surface ที่ตนเองอยากได้นั้น จะรองรับความต้องการในการใช้งานได้หรือไม่ เราลองมาดูตารางเปรียบเทียบด้านล่างกันนะครับ

Surface RT

Surface Pro

น้ำหนัก ขนาด และอายุการใช้งานแบตเตอรี่ Surface RT เป็นแท็บเลตน้ำหนักเบาและบางเป็นพิเศษพร้อมแบตเตอรี่ที่มีอายุการใช้ งานยาวนาน (สูงสุด 8 ชั่วโมง) Surface Pro เป็นแทบเล็ตที่เน้นความเร็วในการประมวล ผลและการรองรับโปรแกรมต่างๆ ดังนั้น Surface Pro จะมีน้ำหนัก ความหนา มากกว่าตัว RT และอายุการใช้งานแบตเตอรี่น้อยกว่า
การรองรับโปรแกรม Microsoft Office เป็นโปรแกรม Microsoft Office ที่ได้รับการปรับให้เหมาะสมกับแท็บเล็ต โดยมี Microsoft Office Home & Student 2013 RT Preview มีติดตั้งไว้แล้วในเครื่อง รองรับการใช้งาน Office Suite ทั้งชุด (เหมือนการใช้งานบน windows7)
แอพหรือโปรแกรมใช้งานที่รองรับ RT ทำงานด้วยแอพต่างๆ จาก Windows Store ใช้งานโปรแกรมที่ทำงานบน Windows 7 ในปัจจุบันได้ทั้งหมด
คุณสมบัติการเชื่อมต่อขั้นสูง รองรับการใช้งานพื้นฐาน เช่น เช็คอีเมลจากที่ทำงาน รองรับการเชื่อมต่อกับโดเมนขององค์กรและใช้คุณลักษณะต่างๆ เช่น การเข้าถึงระยะไกล
ความปลอดภัย มีการเข้ารหัสอุปกรณ์และติดตั้ง Windows Defender มากับเครื่อง ประกอบด้วยชิป Trusted Platform Module (TPM) สำหรับการเข้ารหัสลับที่ดียิ่งขึ้นและการปกป้องที่เพิ่มขึ้นต่อการใช้งานที่ ไม่ได้รับอนุญาต
  • มีแอปพลิเคชันและการควบคุมนโยบายความปลอดภัยด้วย AppLocker และ Group Policy
  • การปกป้องข้อมูลด้วยเทคโนโลยี BitLocker
  • รองรับการทำงานร่วมกับแอปพลิเคชันความปลอดภัย การจัดการ และการเฝ้าระวังของบุคคลที่สาม ประกอบด้วยชิป Trusted Platform Module (TPM) สำหรับการเข้ารหัสลับที่ดียิ่งขึ้นและการปกป้องที่เพิ่มขึ้นต่อการใช้งานที่ ไม่ได้รับอนุญาต
การเชื่อมต่อ เชื่อมต่อตลอดเวลา แม้เมื่ออยู่ในโหมดสแตนด์บาย การสแตนด์บายที่รักษาการเชื่อมต่อช่วยให้แอปสามารถรับการปรับปรุงได้ตลอดเวลา ปิดการเชื่อมต่อเมื่ออยู่ในโหมดไฮเบอร์เนตหรือสลีปเพื่อรักษาพลังงานแบตเตอรี่
ความบาง 9.30 มม. 13.5 มม.
น้ำหนัก 680 กรัม 907 กรัม
ความจุข้อมูล 32GB, 64GB 2 64GB, 128GB2
หน้าจอ 10.6 นิ้ว
อัตราส่วน 16:9
ความละเอียด 1366×768 พิกเซล
10.6 นิ้ว
อัตราส่วน 16:9
ความละเอียด 1920×1080 พิกเซล
พอร์ต
  • ลำโพงสเตอริโอ
  • USB 2.0 แบบเต็มขนาด
  • ช่องเสียบการ์ด microSDXC
  • แจ็คชุดหูฟัง
  • พอร์ต HD วิดีโอเอาต์
  • พอร์ตสำหรับต่อฝาปิด
  • ลำโพงสเตอริโอ
  • USB 3.0 แบบเต็มขนาด
  • ช่องเสียบการ์ด microSDXC
  • แจ็คชุดหูฟัง
  • Mini DisplayPort
  • พอร์ตสำหรับต่อฝาปิด

ถ้าในส่วนของมุมมองผมแล้ว ความแตกต่างที่สำคัญและจะเป็นตัวตัดสินใจในการซื้อ Surface รุ่นไหนนั้นก็คือ

Surface RT – ทำงานด้วยแอพต่างๆ เหมือนกับ Windows Phone 8 ไม่สามารถใช้งานโปรแกรมเหมือนกับ Windows ที่อยู่บนคอมพิวเตอร์หรือโน้ตบุ้คได้ครับ

ส่วน Surface Pro นั้น สามารถใช้งานโปรแกรมเหมือนกับ Windows ที่อยู่บนคอมพิวเตอร์หรือโน้ตบุ้คได้ครับ

ลองตัดสินใจดูนะครับว่าคุณชอบแบบไหนนะครับ

Window 8 และ Microsoft Surface เปิดตัว 25 ตุลาคมนี้แล้ว


หลังจากที่มีข่าวว่า Windows 8 ซึ่งเป็นระบบปฎิบัติการตัวล่าสุดของ Microsoft จะเปิดตัวในช่วงปลายเดือนตุลาคม 2555 ก็ได้กำหนดการอย่างเป็นทางการแล้วครับ โดยจะเปิดตัว Windows ในวันที่ 25 ตุลาคม 2555 พร้อมกับเปิดตัวแทบเล็ตรุ่นใหม่อย่าง Microsoft Surface ด้วยครับ

โดยหน้าตาของบัตรเชิญจะเป็นตามรูปด้านล่างนี้ครับ

โดยในบัตรเชิญจะระบุรายละเอียดคร่าวๆ เกี่ยวกับการเชิญเข้าร่วมงานเปิดตัว Windows 8 พร้อมกับการเปิดตัวแทบเล็ตอย่าง Surface ในวันที่ 25 ตุลาคม 2555 เวลา 10.00 ถึง 15.00 น.

โดยตอนนี้ทาง Microsoft ยังไม่ได้มีการสรุปราคาของ Surface ว่าราคาค่าตัวจะอยู่ที่เท่าไหร่ หากแต่ Steve Ballmer ของ Microsoft ได้แย้มๆ ไว้ว่า มากกว่า 300 เหรียญ แต่ 700 – 800 เหรียญเป็นราคาที่น่าสนใจครับ

หากไว้มีความคืบหน้าทางมานาคอมพิวเตอร์จะนำข้อมูลมาเสนอให้ทราบอีกครับ

Surface แทบเล็ตตัวใหม่ล่าสุดจาก Microsoft เผยโฉมแล้ว


หลังจากสงครามการแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาดของแทบเล็ตที่กำลังดุเดือดกันในขณะนี้ ในที่สุด Microsoft ก็ได้ทำการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ในส่วนของแทบเล็ตที่ใช้ชื่อว่า Surface เราลองมาดูกันนะครับว่า หน้าตา สเปค และการใช้งานมันจะเป็นอย่างไรครับ

สำหรับแทบเล็ต Surface ของ Microsoft นั้น มีสองรุ่นใหญ่ๆ ครับ แบ่งเป็นดังนี้ครับ

Surface for Windows RT

  • ใช้ระบบปฎิบัติการ Windows RT ใช้ซีพียูสถาปัตยกรรม ARM
  • มีโปรแกรม Office Home & Student 2013 RT อยู่ในตัว
  • มีขนาดหน้าจออยู่ที่ 10.6 นิ้ว โดยเป็นแบบ ClearType HD Display  และวัสดุที่ใช้ทำกระจกหน้าจอเป็นแบบ Gorilla Glass
  • ตัวเครื่องมีความหนา 9.3 มม. (หนาไม่ถึงเซ็น) น้ำหนัก 676 กรัม
  • รองรับ microSD, USB 2.0, Micro HD Video
  • สามารถตั้งหน้าจอได้ด้วย VaporMG Case & Stand
  • ความจุมีสองรุ่นคือ 32 GB และ 64 GB

Surface for Windows 8 Pro

  • ใช้ระบบปฎิบัติการ Windows Pro 8 ใช้ซีพียู iVy Bridge ของ Intel
  • มีขนาดหน้าจออยู่ที่ 10.6 นิ้ว โดยเป็นแบบ ClearType HD Display  และวัสดุที่ใช้ทำกระจกหน้าจอเป็นแบบ Gorilla Glass
  • ตัวเครื่องมีความหนา 13.5 มม. (หนากว่าตัว RT นิดนึง) น้ำหนัก 903 กรัม (เกือบโล)
  • รองรับ microSDXC, USB 3.0, Mini DisplayPort Video
  • รองกับปากกา (อุปกรณ์เสริม)
  • สามารถตั้งหน้าจอได้ด้วย VaporMG Case & Stand
  • ความจุมีสองรุ่นคือ 64 GB และ 128 GB

โดยทาง Microsoft ยังได้มีการผลิตอุปกรณ์เสริมในส่วนของคีย์บอร์ดเพื่อสำหรับการใช้งาน Surfuce โดยเฉพาะ โดยมีสองรูปแบบคือ

  • Touch Cover โดยเป็นคีย์บอร์ดแบบมัลติทัชที่หนาเพียง 3 มม. โดยมีหลายแบบให้เลือก
  • Type Cover โดยเป็นคีย์บอร์ดแบบมีปุ่มจริง

ส่วนเรื่องวันเวลาการวางจำหน่ายนั้น ทาง Microsoft แจ้งไว้ว่า

Surface for Windows RT จะวางจำหน่ายในช่วงการเปิดตัว Windows 8 (น่าจะใกล้ช่วงปลายปี) ส่วนราคาจะอยู่ในช่วงเดียวกับแทบเล็ตตัวอื่นที่สามารถรัน Windows RT ได้

Surface for Windows Pro จะวางจำหน่ายในช่วงหลังการเปิดตัว Windows 8 ไปแล้ว 3 เดือน และราคาน่าจะอยู่ในช่วงเดียวกับราคาของอัลตร้าบุ้คครับ (20,000-25,000 บาทโดยประมาณการ)

คราวนี้เราลองไปดูหน้าตาและวีดีโอแนะนำของเจ้า Surface  นี้กันดูนะครับ

เห็นแล้วเป็นอย่างไรบ้างครับ สำหรับผมแล้วรู้สึกว่า มันดูน่าใช้งานดีจริงๆ เลย 🙂