Samsung Galaxy Tab 10.1 และ 8.9 ใช้ซิม 3G เจ้าไหนได้บ้าง


ในยุคที่ 3G กำลังได้รับความนิยม โทรศัพท์มือถือไม่เพียงแต่โทรเข้าโทรออกและส่ง SMS ได้เท่านั้น แต่มันสามารถทำอะไรได้มากกว่านั้น และจะเห็นได้ว่า อุปกรณ์การสื่อสารอีกตัวหนึ่งที่ได้รับความนิยมไม่น้อยก็คือ “Tablet” ทำให้ผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์ผลิตแทบเล็ตออกมาหลากหลายรุ่นให้ผู้บริโภคได้เลือกหา ซึ่ง Samsung ก็เป็นอีกเจ้าหนึ่งที่ได้ปล่อย Tablet ที่น่าสนใจสองรุ่นก็คือ Samsung Galaxy Tab 10.1 และ 8.9 ซึ่งทั้งสองรุ่นนี้สามารถใส่ซิมโทรศัพท์มือถือได้ทั้งคู่ หลายคนอาจจะสงสัยว่า “ทั้งสองรุ่นนี้สามารถใส่ซิม 3G ของเจ้าไหนได้บ้าง” วันนี้ผมจะมาแนะนำสั้นๆ นะครับ

หลายท่านที่กำลังจะซื้อ Galaxy Tab 10.1 และ 8.9 อาจจะเคยได้รับการแนะนำจากเจ้าหน้าที่ของเครือข่ายโทรศัพท์บางเจ้าบอกว่า ” Galaxy Tab 10.1 และ 8.9 ใช้ซิม 3G ได้แค่เครือข่ายบางเครือข่ายเท่านั้น” ก็เลยสับสนว่า เอ๊ะ ของเราเป็นเครือข่ายนี้ ถ้าซื้อมาแล้วจะใช้ 3G ได้ไหม วันนี้ผมเลยเอาข้อมูลมาให้คุณมั่นใจขึ้นเลยครับ

ภาพด้านล่างเป็นสเปคของ Samsung Galaxy Tab 10.1 ครับ


ส่วนอันนี้เป็นสเปคของ Samsung Galaxy Tab 8.9 ครับ

จากรูปทั้งสองจะเห็นได้ว่า ทั้ง Samsung Galaxy Tab 10.1 และ 8.9 รองรับเครือข่ายความถี่ 850,900,1900 และ 2,100  ซึ่งผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือเจ้าใหญ่ทั้งสามเจ้า ไม่ว่าจะเป็น AIS, Dtac และ Truemove ต่างก็ใช้เครือข่าย 3G ภายในย่านความถี่นี้

ขอสรุปเลยว่า Samsung Galaxy Tab 10.1 และ 8.9 ใช้ซิม 3G เครือข่ายไหนก็ได้หมดครับ

หวังว่า คุณคงจะสบายใจและซื้อ Samsung Galaxy Tab มาใช้อย่างมีความสุขนะครับ

 

 


 

iPhone4 8GB ราคาถูก(จริงรึเปล่า?) มาแล้ว


หลังจากที่ iPhone 4S ได้เปิดตัวเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2011  ที่ผ่านมา ทำให้การวางจำหน่ายเครื่อง iPhone 4S แบบ 16 GB  และ 32 GB (และ 64GB) มาแทนที่ iPhone 4 แบบ 16 GB  และ 32 GB โดย จะมี iPhone 4 ความจุ 8 GB มาเป็นตัวเริ่มต้นแทน ซึ่งมองได้ว่า ทาง Apple ต้องการที่จะเพิ่มกลุ่มลูกค้าให้ใช้งาน iPhone มากขึ้น และวันนี้  (7 ตุลาคม 2011) ทางผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือก็ได้มีการประกาศถึงการนำเจ้า iPhone 4 ความจุ 8 GB  มาวางจำหน่ายแล้ว

เนื่องจากผู้ให้บริการทั้งสามเ้จ้า ไม่ว่าจะเป็น AIS, Dtac และ Truemove ต่างกำหนดวันวางจำหน่ายวันที่ 14 ตุลามคมนี้ แม้จะมีการเปิดให้รับจองแล้ว แต่ก็มิได้มีการระบุราคาของ iPhone4 8GB ว่าค่าตัวจะอยู่เท่าไหร่กันแน่?

หลายคนที่หวังจะเห็น iPhone4 8GB  ราคาต่ำกว่าหนึ่งหมื่นบาท จะเป็นไปได้หรือไม่? เราลองมาวิเคราะห์เล่นๆ กันดีกว่าครับ

ตอนนี้ราคากลางของ iPhone4 8GB โดยไม่ติดสัญญาสองปี จะอยู่ที่ $549 หรือตกเป็นเงินไทยประมาณ 17,000 บาท

ซึ่งถ้าเป็นราคานี้ ผมเชื่อว่า ยังไม่จูงใจพอให้คนที่ไม่เคยใช้ iPhone4 หันมาลองใช้ เพราะเชื่อว่า ทาง Samsung Galaxy S II ต้องมีความเคลื่อนไหวในการปรับราคาลงแน่นอน

แล้วถ้าอย่างนั้นราคาของ iPhone4 8GB ควรจะอยู่ที่เท่าไหร่ดี?

ผมมองว่า ทางผู้ให้บริการน่าจะมีการลดราคาอย่างน้อย 2,000 บาท (อาจกำหนดด้วยเวลาหรือจำนวนเครื่อง) ทำให้ราคาของ iPhone4 8GB น่าจะอยู่ที่ 15,000 บาทครับ

ส่วนราคา 10,000 นั้น มันลงไปเทียบกับ iPod Touch มากเกินไป ทาง Apple ไม่เฉือนเนื้อตัวเองแน่

ผมฟันธงว่า ราคาของ iPhone4 8GB อยู่ที่ประมาณ 15,ooo  บาทแน่นอนครับ ($450) รอดู 14 ตุลานี้ครับ

เพิ่มเติม ( 7 ตุลาคม 2254) มีข่าวเรื่องราคา iPhone ปรับใหม่ดังนี้ครับ (ยังไม่ได้รับการยืนยัน)

  • 3GS 8GB – 13,900 บาท
  • 4 8GB – 17,900 บาท
  • 4S 16GB – 21,900 บาท
  • 4S 32GB – 25,900 บาท
  • 4S 64GB – 29,900 บาท

 อัพเดทล่าสุด 21 ตุลาคม 2554 ราคาของ iPhone4 8GB ออกมาเป็นทางการแล้วโดยมีรายละเอียดดังนี้ครับ

iPhone4 8GB  เครื่องเปล่าราคา 18,500 บาทครับ

3G คืออะไร?


เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ( 3-4 กันยายน 2554) ได้มีงานเปิดตัวของ DTAC 3G รายละเอียดในงานมีอะไรบ้างไม่รู้ รู้แต่ว่ามีคนเป็นพันไปยื้อแย่งกันจะซื้อ iPhone4 ครึ่งราคากันที่หน้าพารากอน (เห็นแล้วก็อนาถใจเล็กๆ ตามประสาคนไม่มีเงินไปซื้อเหมือนเขา 555) ได้ข่าวถึงความชุลมุนวุ่นวายเป็นอย่างมาก หลายคนเลยอาจจะสงสัยว่า เอ๊ะ ไอ้ 3G มันคืออะไร วันนี้ผมเลยอยากมาเล่าให้ฟังครับ

3G คืออะไร แบบเข้าใจง่าย (อ่านตามตัวอักษรสีฟ้าทั้งหมดนะครับ) เหมาะสำหรับเอาไปเล่าให้เพื่อนหรือญาติฟัง

3G คือการเชื่อมต่อระบบสื่อสารไร้สายด้วยความเร็วสูง ซึ่งทำให้คุณสามารถใช้โทรศัพท์มือถือของคุณทำการรับ-ส่งภาพ,เสียง,ข้อมูลต่างๆ เช่นวีดีโอ ถึงอีกฝ่ายได้อย่างรวดเร็ว และสามารถเคลื่อนที่ไปได้ทั่วประเทศ โดยไม่ถูกจำกัดจุดเหมือนการเชื่อมต่อแบบ Wi-Fi หรือการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแบบมีคู่สาย แต่ 3G ในตอนนี้ยังเป็นช่วงการเริ่มระบบ ทำให้มีค่าใช้จ่ายในการใช้งานที่ยังถือว่าสูงอยู่

รูปแบบการใช้งาน 3G ก็เช่น การฟังเพลง,รายการวิทยุจากสถานีผ่านอินเทอร์เน็ต, การดูคลิปวีดีโอจากเว็บไซต์อย่างราบลื่น ไม่กระตุก หรือการคุยกันผ่าน Video Call (สังเกตโทรศัพท์มือถือที่มีกล้องมือถือทั้งด้านหลังและด้านหน้าในปัจจุบัน ส่วนใหญ่จะรองรับ 3G ครับ)

โทรศัพท์มือถือที่รองรับ 3 G ได้นั้นจะมีเฉพาะบางรุ่นเท่านั้น คุณสามารถสอบถามได้กับทางผู้ให้บริการของคุณว่า โทรศัพท์มือถือของคุณสามารถใช้ระบบ 3G ได้หรือไม่?

เป็นอย่างไรบ้างครับ พอจะนึกภาพออกแล้วใช่ไหมครับ  แบบง่ายก็มาแล้ว ต่อไปเอาแบบยากไปด้วยนะครับ 🙂

3G คืออะไร แบบเข้าใจยากหน่อย (อ่านตามตัวอักษรสีเขียวทั้งหมดนะครับ) เหมาะสำหรับ Copy เอาไปส่งรายงานให้อาจารย์

3G ย่อจาก Third Generation เป็นชื่อเรียกยุคที่ 3 ของการพัฒนาโทรศัพท์แบบเซลลูล่าร์ เริ่มจากระบบแรกเรียกยุค 1G (First Generation) คือระบบสื่อสารไร้สายที่ใช้เทคโนโลยีระบบอนาล็อก พัฒนาขึ้นเพื่อให้บริการด้านเสียงเท่านั้น มีข้อจำกัดด้านประสิทธิภาพของเครือข่าย เทคโนโลยีการสื่อสารไร้สายยุค 1G ได้แก่บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ AMPS (Advanced Mobile Phone Service) ซึ่งให้บริการครั้งแรก พ.ศ.2523 ใช้สัญญาณวิทยุส่งคลื่นเสียงโดยไม่รองรับการส่งผ่านข้อมูลใดๆ ใช้งานทางด้านเสียงได้เพียงโทรออก-รับสาย เท่านั้น

ต่อมาเป็น 2G (Second Generation) คือการสื่อสารไร้สายด้วยเทคโนโลยีระบบดิจิตอล การสื่อสารด้วยเสียงมีคุณภาพขึ้น และสามารถรับ-ส่งข้อมูลด้วยความเร็วที่ระดับ 9.6–14.4 kbps (กิโลบิตต์ต่อวินาที) ถือเป็นยุคเริ่มต้นความรุ่งเรืองของโทรศัพท์มือถือ ราคาโทรศัพท์ต่ำลง ปริมาณผู้ใช้มีมากขึ้น เริ่มฮิตการดาวน์โหลดเสียงเรียกเข้า หรือริงโทน วอลล์เปเปอร์ กราฟิกต่างๆ แต่ทั้งนี้เป็นสีขาว-ดำ เท่านั้น และความละเอียดยังอยู่ในขั้นต่ำ

ครั้นถึงระดับ 2.5G ซึ่งเป็นยุคกึ่งระหว่าง 2G และ 3G เป็นยุคกำเนิดเทคโนโลยี GPRS (General Packet Radio Service) สามารถส่งข้อมูลได้ที่ความเร็วประมาณ 40 kbps ตามด้วยระดับ 2.75G อันเป็นช่วงเริ่มใช้เทคโนโลยี EDGE (Enhanced Data rates for Global Evolution) เป็นเทคโนโลยีต่อยอดของ GPRS พัฒนาปรับปรุงคุณภาพความเร็วให้รับ-ส่งข้อมูลได้สูงขึ้น แต่ยุค 2.75G ไม่ได้ถูกกำหนดขึ้นอย่างเป็นทางการ อธิบายไว้เป็นเพียงการเปรียบเทียบช่วงคาบเกี่ยวระหว่างยุค 2.5G และ 3G

แล้วก็ถึง 3G (Third Generation) คือระบบเครือข่ายไร้สายรุ่นล่าสุดที่ทำงานบนพื้นฐานของระบบ IP (Internet Protocol) ผ่านอุปกรณ์พกพา สามารถรับส่งข้อมูลด้วยความเร็วสูงสุด 144 kbps หรือสูงกว่าในสภาวะการใช้งานที่หยุดนิ่งอยู่กับที่ หรือมีการเคลื่อนที่อย่างต่อเนื่อง นับเป็นยุคเทคโนโลยีการสื่อสารที่ผสมผสานการนำเสนอข้อมูลและเทคโนโลยีใน ปัจจุบันเข้าด้วยกัน เช่น โทรศัพท์มือถือ วอล์กแมน กล้องถ่ายรูป และอินเตอร์เน็ต

เทคโนโลยีการสื่อสารยุค 3G จุดเด่นที่สุดคือความเร็วในการเชื่อมต่อและการรับ-ส่งข้อมูล เน้นการเชื่อมต่อแบบไร้สายด้วยความเร็วสูง รับ-ส่งข้อมูลรวดเร็ว สามารถใช้บริการมัลติมีเดียได้สมบูรณ์แบบ มีช่องสัญญาณความถี่และความจุในการรับส่งข้อมูลมากกว่า 2G อีกคุณสมบัติเด่นคือ Always On หมายถึงมีการเชื่อมต่อกับระบบเครือข่ายของ 3G ตลอดเวลาที่เปิดโทรศัพท์

เลือกแพคเกจการใช้งานอินเทอร์เน็ตบนมือถือแบบไหนดี?


สำหรับความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในปัจจุบันนี้ ทำให้ผู้ใช้โทรศัพท์มือถือทั้งหลาย สามารถที่จะใช้งานอินเทอร์เน็ตบนมือถือของตนได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งทางผู้ให้บริการทางด้านเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ ไม่ว่าจะเป็น AIS Dtac หรือ Truemove ต่างก็นำเสนอแพคเกจการให้บริการเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ตบนมือถือที่หลากหลายมากขึ้น แล้วคำถามสำคัญที่เกิดขึ้นกับผู้ใช้โทรศัพท์มือถือแต่ละรายก็คือ “แล้วแบบไหนที่จะเหมาะกับเราที่สุดล่ะ?”

ในส่วนของแพคเกจอินเทอร์เน็ตบนมือถือที่ผู้ให้บริการนำเสนอในปัจจุบันนั้น ผมอยากจะแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบใหญ่ๆ ก็คือ

1. แพคเกจอินเทอร์เน็ตแบบคิดตามเวลา(ชั่วโมง)

โดยปัจจุบันจะมีให้เลือกตั้งแต่ แบบ 1 ชั่วโมง – ไม่จำกัดชั่วโมงการใช้งาน ซึ่งมีราคาค่าบริการเริ่มต้นที่ 20 บาท จนถึง 999 บาท ต่อเดือน โดยในแบบแรกนี้จะเป็นการคิดการใช้งานอินเทอร์เน็ตบนมือถือแบบไม่จำกัดปริมาณการใช้งาน แต่คิดตามชั่วโมงการใช้งานจริง เช่นคุณอาจจะใช้แค่เช็คเมล์,เปิดหน้าเว็บไซต์ดูครั้งละ 5-10 นาที ระบบก็จะทำการหักเวลาการใช้งานไปเรื่อยๆ จนครบแพคเกจที่เลือกไว้

ข้อดีของแพคเกจรูปแบบนี้
– ไม่จำกัดปริมาณข้อมูลการใช้งาน
– เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบท่องเว็บไซต์บนมือถือเป็นประจำ , ดาวน์โหลดไฟล์จากอีเมล์เมล์ , ดาวน์โหลดไฟล์หรือโปรแกรม (ขนาดไม่ใหญ่)

ข้อด้อยของแพคเกจในรูปแบบนี้
– ไม่เหมาะกับการพูดคุยโดยผ่านระบบ Chat , ระบบการเช็คเมล์ หรือบริการที่มีรูปแบบที่ต้องมีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตตลอดเวลา
–  หากครบกำหนดเวลา ยังใช้ไม่หมด ระบบจะทำการตัดส่วนที่เหลือทิ้ง และคิดค่าบริการในรอบใหม่ทันที

2. แพคเกจอินเทอร์เน็ตแบบคิดตามปริมาณการใช้งาน

โดยปัจจุบันจะมีให้เลือกใช้บริการตั้งแต่  30 Mb (ราคา 99 บาท) ขึ้นไป ซึ่งในแบบนี้จะเป็นการคิดการใช้งานอินเทอร์เน็ตบนมือถือแบบจำกัดปริมาณการใช้งาน แต่ไม่จำกัดเวลา

ข้อดีของแพคเกจรูปแบบนี้
– ไม่จำกัดเวลาการใช้งาน เพราะคิดแพคเกจตามปริมาณข้อมูลการใช้งาน
– เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบการพูดคุยโดยผ่านระบบ Chat , ระบบการเช็คเมล์ หรือบริการที่มีรูปแบบที่ต้องมีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตตลอดเวลา เพราะบริการเหล่านี้จะมีการใช้ปริมาณข้อมูลในแต่ละครั้งที่น้อยมากๆ

ข้อด้อยของแพคเกจในรูปแบบนี้
– ไม่เหมาะกับผู้ที่ชอบท่องเว็บไซต์บนมือถือเป็นประจำ , ดาวน์โหลดไฟล์จากอีเมล์เมล์ , ดาวน์โหลดไฟล์หรือโปรแกรม (ขนาดไม่ใหญ่) เพราะการใช้งานเหล่านี้จะทำใช้ปริมาณข้อมูลเป็นจำนวนมาก อาจจะทำให้ใช้งานได้แค่ในช่วงเวลาสั้นๆ

ซึ่งบทความนี้ ก็น่าจะช่วยให้คุณสามารถที่จะเลือกแพคเกจที่เหมาะสมกับการใช้งานของคุณได้ในระดับหนึ่งนะครับ

บทความนี้เขียนขึ้นโดย Kittin จากเว็บไซต์ manacomputers.com ได้รับความคุ้มครองตามสัญญาอนุญาต CC 3.0

วิธีการต่ออินเทอร์เน็ตผ่านมือถือแบบง่ายๆ

use-edge
คุณเคยต้องใช้งานอินเตอร์เน็ตแบบเร่งด่วนไหมครับ
? เร่งด่วนในที่นี้อาจเป็น ต้องรีบเปิดอีเมล์สำคัญในขณะที่คุณอยู่นอกที่ทำงานของคุณ ไม่ว่าจะเป็นบนท้องถนน บนรถไฟฟ้า ฯลฯ ผมเคยครับ แล้วก็กุมขมับหลายครั้งแล้ว ไอ้ครั้นจะวิ่งหาร้านอินเตอร์เน็ตก็เป็นอะไรที่ เวลาไม่ต้องการใช้ เจอ (ร้านอินเตอร์เน็ต) เต็มไปหมด แต่เวลาต้องการจะใช้ แถวนั้นดันไม่มีเลยสักร้าน

คำถามของผมก็คือ ถ้าคุณมี notebook 1 เครื่อง คุณจะต่ออินเตอร์เน็ตอย่างไร?

หลายคนบอกว่า ใช้ wifi สิ ง่ายกว่าอีก แค่เปิดสัญญาณ wireless ก็เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ทได้แล้ว ( สำหรับผู้ที่ต้องการใช้ wifi ฟรี ดูที่บทความนี้ครับ ) ใช่ครับ wifi ในตอนนี้ก็มี Hot Spot ครอบคลุมเกือบทั้งกรุงเทพฯ แล้ว การใช้งานก็ง่ายจริงๆ แต่ผมก็พบว่าปัญหาสำคัญในการใช้งาน wifi ก็คือ เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณต้องอยู่กับที่ ถ้าคุณอยู่ในพาหนะที่มีการเคลื่อนที่เมื่อไหร่ สัญญาณ wifi จะหลุดบ่อยมาก (บ่อยจนคุณไม่อยากใช้เลย) แล้วอะไรล่ะที่จะมาช่วย ผมจึงขอแนะนำวิธีการต่ออินเตอร์เน็ตโดยการเชื่อมต่อผ่านมือถือครับ

สิ่งที่คุณต้องมี

1. โทรศัทพ์มือถือที่มีระบบ modem ในตัว ที่รองรับ GPRS หรือ ถ้ารองรับ EDGE ได้เลยก็ยิ่งดีครับ ซึ่งปัจจุบัน ส่วนใหญ่จะรองรับ GPRS หรือ EDGE กันทั้งนั้น แต่ที่เพิ่มมาว่า ต้องมีระบบ modem ในตัวเพราะถ้าไม่มีตัวนี้ โทรศัพท์เครื่องนั้นจะสามารถต่ออินเตอร์เน็ตและดูได้แค่ในมือถือนั้นครับ

2. อุปกรณ์ที่เชื่อมต่อระหว่างโทรศัพท์มือถือกับ Notebook ในที่นี้อาจะจะเป็นการเชื่อมต่อผ่านทางสาย USB หรือ Bluetooth ก็ได้ครับ

3. แผ่นโปรแกรมที่ใช้สำหรับการลง Driver และการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต เพื่อให้ Notebook และ โทรศัพท์มือถือรู้จักกัน ถ้าเป็นยี่ห้อ Nokia โปรแกรมตัวนี้จะชื่อว่า Nokia PC Suite ครับ

4. Notebook (แหงล่ะ ก็ต้องมีอยู่แล้ว)

วิธีการในการตั้งค่าให้ Notebook และโทรศัพท์มือถือใช้งานอินเตอร์เน็ตก็คือ (สำหรับผู้ใช้บริการมือถือ AIS,DTAC,Truemove หรือ Hutch ก็ได้หมดครับ)

1. ทำการลงโปรแกรม (สำหรับการลง Driver และการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต ) ก่อนเป็นอันดับแรก โดยขั้นตอนนี้ส่วนใหญ่จะมีคำแนะนำจนการติดตั้งโปรแกรมเสร็จสิ้นครับ

2. ทำการเชื่อมต่อระหว่าง Notebook และ โทรศัพท์มือถือ โดยการใช้อุปกรณ์ (สาย USB หรือ Bluetooth )  ถ้าขั้นตอนถูกต้อง Notebook จะมองโทรศัพท์มือถือ เพื่อการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตแล้ว

3. เปิดโปรแกรมเพื่อทำการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต (ส่วนใหญ่มือถือทุกค่ายจะมีโปรแกรมนี้เป็นภาษาไทย ทำให้การใช้งานง่ายขึ้นเยอะเลยครับ)

4. เมื่อเชื่อมต่อได้ ก็เสร็จเรียบร้อยครับ
ความเร็วที่ได้นั้น ถ้าเป็น GPRS จะอยู่ที่ประมาณ 3-5 kb/s ส่วน EDGE จะอยู่ที่ประมาณ 7-15 kb/s ครับ (เป็นตัวเลขของการใช้งานจริงนะครับ)
ข้อดีที่ผมชอบมาอย่างหนึ่งก็คือ การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตโดยการใช้โทรศัพท์มือถือนั้น สามารถเชื่อมต่อและใช้งานได้ดีบนพาหนะที่กำลังเคลื่อนที่อยู่ และแทบไม่ต้องทำการต่อครั้งที่ 2,3 เลย

ข้อควรระวัง

ก่อนที่จะทำการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์มือถือนั้น อย่าลืมทำการสมัคร Package การใช้งานอินเตอร์เน็ตกับผู้ให้บริการมือถือของท่านก่อนนะครับ (เมื่อก่อนผมไม่รู้ ต่อไปไม่ถึง 5 นาที โดนไปเกือบร้อยบาท -_- )
อัตราค่าบริการนั้น ก็อยู่ที่แต่ละผู้ให้บริการมือถือนะครับ แต่ที่ผมแนะนำก็คือ Package แบบ 20 ชั่วโมงต่อเดือน ราคา 100 บาท ซึ่งทั้ง DTAC และ AIS จะมีราคาระดับนี้อยู่ (ส่วน Truemove ผมยังไม่เคยใช้ แต่คิดว่าน่าจะมีเหมือนๆกัน)