Twitter คืออะไร? + วิธีการสมัครและใช้งาน Twitter เบื้องต้น


ในช่วงที่ประเทศไทยประสบปัญหาอุทกภัยในหลายพื้นที่ หลายคนต้องการทราบถึงข่าวสารหรือข้อมูลต่างๆ ที่เป็นความคืบหน้าล่าสุด เช่น ข้อมูลน้ำท่วมในแต่ละพื้นที่,การประกาศขอความช่วยเหลือ,การแจ้งข่าวล่าสุด ฯลฯ ซึ่งต้องยอมรับว่า Twitter มีส่วนสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการเผยแพร่ข้อมูลเหล่านี้ อาจจะทำให้หลายคนสงสัยว่า “Twitter คืออะไร?” “ใช้งานยังไง?” “สมัครอย่างไร?” วันนี้ผมจะขอแชร์ข้อมูลเหล่านี้เพื่อตอบข้อสงสัยครับ

 

Twitter คืออะไร?

Twitter คือ เครือข่ายสังคมออนไลน์ประเภทหนึ่งที่กำหนดให้เราสามารถเขียนหรือแชร์ข้อความสั้นที่มีขนาดความยาวไม่เกิน 140 ตัวอักษร (ภายหลังนี้สามารถแชร์รูปภาพได้ด้วยครับ) ซึ่งความน่าสนใจของ Twitter ก็คือ การใช้งานง่ายและมีประสิทธิภาพในการสื่อสารเป็นอย่างยิ่ง สังเกตได้ว่า ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตจำนวนไม่น้อย นอกจากจะมีชื่อบัญชีของ Facebook แล้ว มักจะมีชื่อบัญชี Twitter ด้วย

วิธีการสมัครเพื่อใช้งาน Twitter

ขั้นแรกให้คุณเข้าไปที่ www.twitter.com จะพบหน้าตาเว็บไซต์ตามรูปข้างล่างนะครับ ให้คุณกรอกรายละเอียดตามช่องหมายเลข 1 โดยเรียงตามลำดับคือ ชื่อ, อีเมล์ และรหัสผ่านครับ เมื่อกรอกเสร็จแล้วให้คลิ้กที่ “Sign up” เพื่อดำเนินการต่อครับ

 

ระบบจะทำการตรวจสอบข้อมูลว่า ซ้ำกับผู้ที่ลงทะเบียนก่อนหน้านี้หรือไม่? ถ้าไม่ซ้ำจะขึ้นข้อความสีเขียวและเครื่องหมายถูกในท้ายแต่ละช่องครับ (ดูหมายเลข 1 ) เมื่อตรวจสอบเรียบร้อยแล้วให้คลิ้กที่  “Create my account” (หมายเลข 2)

 

เมื่อมาหน้านี้ให้คลิ้กที่คำว่า “Next” ครับ เพื่อดำเนินการขั้นต่อไปครับ

 

 

เมื่อมาหน้านี้ให้คุณดูแต่ละส่วนเลยนะครับ

  • หมายเลข 1 – สำหรับการค้นหาบุคคลที่ต้องการจะติดตาม (Follow) สถานะของเขา
  • หมายเลข 2 – รายชื่อที่แสดงในส่วนนี้จะเป็นการดึงข้อมูลมาจากบุคคลที่คุณติดต่อในอีเมล์ที่เขาใช้งาน Twitter ครับ หากคุณต้องการจะติดตามใคร ให้คลิ้กที่ปุ่ม “Follow” หลังรายชื่อของคนๆนั้นได้เลยครับ
  • หมายเลข 3 – หากคุณไม่ต้องการกระทำการใดๆ ในหน้านี้ ให้คลิ้กที่ “Skip this step” เพื่อทำการข้ามไปยังขั้นตอนต่อไปเลยครับ

 

 

หน้าต่อมาจะเป็นการแนะนำโดยแบ่งตามหมวดหมู่ใหญ่ เช่น แบ่งตามประเทศ ความสนใจ องค์กรต่างๆ หากไม่สนใจก็คลิ้กที่ “Skip this step” เพื่อข้ามผ่านขั้นตอนนี้ครับ

 

 

ในส่วนนี้ผมขอแยกเป็นตามหมายเลขเพื่อให้เข้าใจง่ายๆ นะครับ

  • หมายเลข 1 – เป็นการยืนยันบัญชี Twitter ของคุณ โดยคุณจะต้องเข้าไปยังอีเมล์ของคุณเพื่อทำการคลิ้กลิ้งค์ที่ทาง Twitter ส่งมาให้ครับ
  • หมายเลข 2 – เป็นพื้นที่ที่สำหรับให้คุณอัพเดทสถานะของคุณครับ
  • หมายเลข 3 – เป็นแถบเมนูที่เรามักจะใช้ใน Twitter ครับ
  • หมายเลข 4 – สำหรับค้นหาข้อมูลใน Twitter ครับ

 

วิธีการใช้งาน Twitter เบื้องต้น

ให้คุณทดลองพิมพ์สถานะครั้งแรกของคุณดูนะครับ (หมายเลข 1) โดยพิมพ์ข้อความไม่เกิน 140 ตัวอักษรครับ ส่วนหมายเลข 2 นั้นหากคุณมีรูปที่ต้องการแนบไปด้วยก็สามารถทำได้ครับ โดยคลิ้กที่ไอคอน กล้องถ่ายรูป หากต้องการระบุพิกัดที่คุณอยู่ก็ให้คลิ้กที่ไอคอนรูป เป้า ครับ เสร็จแล้วให้คลิ้กที่คำว่า “Tweet” ครับ

 

 

สถานะของคุณจะเปลี่ยนไปตามภาพข้างล่างครับ หากคุณคลิ้กที่ลิ้งค์ท้ายข้ัอความ จะแสดงภาพให้เห็นด้านข้างครับ

 

 

Twitter มีส่วนของการติดตามสถานะของผู้อื่นที่คุณสนใจ (Follow) โดยอาจจะเป็นดารา นักร้อง หรือบุคคลที่ีมีชื่อเสียง โดยคุณอาจจะพิมพ์ค้นหาได้ที่แถบใกล้ๆ กับโลโก้ด้านบนซ้ายนะครับ (กรณีนี้ผมต้องการติดตามสถานะของ จส100 เพื่อตามข่าวเรื่องการจราจรและน้ำท่วมครับ)

 

 

ทางด้านขวาจะเป็นการแสดงผลของการค้นหาครับ หากคุณต้องการติดตาม ให้คลิ้กที่ Follow (หมายเลข 1) ครับ

 

 

เมื่อคุณติดตามใครแล้ว (กรณีผมติดตาม จส100 นะครับ) หน้า Timeline ของคุณจะมีสถานะที่เกี่ยวข้องกับคนที่คุณติดตามครับ ซึ่งคุณอาจจะแปลกใจว่า เอ๊ะ ทำไมมีสถานะของคนอื่นด้วย ให้คุณลองมาดูกันที่ละตัวนะครับ

  • หมายเลข 1 – เป็นการอัพเดทสถานะของ จส100 เองครับ
  • หมายเลข 2 – จส100 ได้ทำการ Retweet ข้อความของบุคคลอื่น ซึ่งการ Retweet ก็คือเป็นการดึงสถานะของคนอื่นมาแสดงบนหน้า Timeline ของ จส100 ครับ
  • หมายเลข 3 – เมื่อมีใครที่ต้องการกล่าวถึง (Mention) จส100 เขาจะทำการใส่สัญลักษณ์ @ แล้วตามด้วย Username ของคนที่กล่าวถึงนั้นครับ กรณีนี้จะเป็น @js100radio ครับ

 

หากมีสถานะใหม่เข้ามาจะมีข้อความขึ้นตามรูปครับ หากคุณต้องการให้สถานะนั้นแสดงให้คลิ้กตามลูกศรเลยนะครับ

 

 

เป็นอย่างไรบ้างครับ การสมัครและการใช้งาน Twitter เบื้องต้น ไม่ยากเกินไปใช่ไหมครับ ไว้คราวหน้า หากมีเทคนิคการใช้งาน Twitter เจ๋งๆ ไว้เรามาดูกันอีกนะครับ 🙂

วิธีการอัพเดท(บาง)สถานะบน Twitter แล้วไปแสดงที่ Facebook ด้วย


เคล็ดลับนี้สำหรับคนที่เป็นขาออนไลน์ตัวยง ซึ่งมีบัญชีของ Twitter และ Facebook ด้วย แต่บางทีต้องการที่จะอัพเดท(บาง)สถานะบน Twitter แต่ต้องการให้สถานะนั้นแสดงบน Facebook ด้วย วันนี้ผมขอแนะนำวิธีการง่ายๆ แต่ได้ใจความครับ

 

ขั้นตอนการอัพเดท(บาง)สถานะบน Twitter แล้วไปแสดงที่ Facebook

1. ให้คุณเข้าบัญชีของคุณที่ Facebook ก่อนครับ

.
2. เมื่อเข้า Facebook แล้ว ให้คุณพิมพ์คำว่า “Selective Tweet” ในช่องค้นหา หรือเข้าไปที่ลิ้งค์นี้ครับ http://apps.facebook.com/selectivetwitter/?ref=ts  (เป็นลิ้งค์ของ App ที่ชื่อว่า “Selective Tweet”)

.
3. ทำการอนุญาตให้ App เข้าถึงข้อมูลของคุณ

.
4. เมื่อมาหน้าของ Selective Tweet Status ใน Facebook ให้คุณทำการกรอกบัญชี Twitter ของคุณ อย่างของผมนี่ใช้เป็น @kittinbook ครับ (อย่าลืมกด Save นะครับ) ดูตามรูปข้างล่างนะครับ

.

 

5. เมื่อคุณทำการอัพเดทสถานะใดๆ บน Twitter หากคุณต้องการให้สถานะนั้นแสดงบน Facebook ของคุณด้วย ให้คุณทำการพิมพ์คำว่า #FB ต่อท้ายข้อความนั้นด้วย

 

 

6. รอสักพักสถานะนั้นก็จะมาแสดงใน Facebook ของคุณด้วยครับ

.

สถานะบน Twitter

ก็จะมาแสดงบน Facebook ด้วยครับ

 

หากคุณไม่ต้องการให้สถานะไหนบน Twitter ไม่แสดงบน Facebook คุณก็แค่ไม่ต้องพิมพ์ #FB ต่อท้ายข้อความสถานะนั้นครับ

เป็นไงครับ ง่ายและสะดวกสำหรับคนอินเทรนด์ไหมครับ?  🙂

แพคเก็จ 3G อินเทอร์เน็ต 500 mb ใช้งานอะไรได้บ้าง?


สังเกตว่าในปัจจุบัน ระบบอินเทอร์เน็ต 3G เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งหลายคนมีโอกาสได้ลองใช้ผ่านโทรศัพท์มือถือของตนเอง ซึ่ง 3G จะเร็วกว่า EDGE หลายเท่าอยู่เหมือนกัน (สูงสุด 7.2 Mbps – อันนี้เขาโฆษณาเอาไว้ ใช้ถึงจริงหรือเปล่าไม่รู้ครับ) วันนี้ผมได้เห็นแพคเก็จหนึ่งเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ตแบบ 3G ของผู้ให้บริการเจ้าหนึ่ง ที่ให้ปริมาณการใช้งานไม่เกิน 500 MB ต่อเดือน ก็เลยคิดว่า เอ๊ะ แล้วไอ้ 500 MB นี่สามารถดูหรือทำอะไรได้บ้างนะ?

ทำไมต้องกำหนดปริมาณการใช้งาน

เนื่องจาก 3G ในปัจจุบันยังมีต้นทุนที่สูง ทางผู้ให้บริการส่วนใหญ่จึงเลือกที่จะคิดค่าใช้จ่ายตามปริมาณการใช้งานมากกว่าคิดเหมาตามวันครับ

แพคเก็จ 3G อินเทอร์เน็ต 500 MB ทำอะไรได้บ้าง?
ข้อมูลการเปรียบเทียบนี้ได้อ้างอิงมาจาก แผ่นพับของ Truemove ครับ แต่ผมขอนำมาขยายความให้เข้าใจมากขึ้น

  1. รับ-ส่ง อีเมล์แบบมีไฟล์ Word,Excel หรือ Powerpoint แนบ สามารถใช้ได้ 1,700 อีเมล์ (เฉลี่ยใช้ข้อมูล 0.3 MB ต่อ 1 อีเมล์)
  2. เปิดหน้าเว็บ สามารถเปิดได้ 2,800 หน้า (เฉลี่ยใช้ข้อมูล 0.17 MB ต่อ 1 หน้าเว็บ)
  3. โพสต์ข้อความใน Facebook , Twitter หรือ Hi5 ได้ 5,000 ข้อความ (เฉลี่ยใช้ข้อมูล 0.1  MB ต่อ 1 ข้อความ)
  4. อัพโหลดรูปขึ้น Facebook , Twitter หรือ Hi5 ได้ 1,000 ข้อความ (เฉลี่ยใช้ข้อมูล 0.5  MB ต่อ 1 รูป)
  5. ดูคลิปวีดีโอความยาว 1 นาที ใน Youtube ได้ 250 คลิป (เฉลี่ยใช้ข้อมูล 2  MB ต่อ 1 คลิป)
  6. ดาวน์โหลดเพลง (ขนาดไฟล์ประมาณ MP3) ได้  125 เพลง (เฉลี่ยใช้ข้อมูล 4  MB ต่อ 1 เพลง)

สังเกตว่า ถ้าคุณชอบการดาวน์โหลดรูป วีดีโอ หรือเพลง ให้คุณระวังเรื่องปริมาณการใช้งานให้ดีนะครับ เพราะส่วนที่เกินทางผู้ให้บริการจะเก็บค่าใช้จ่ายต่างหาก (บางคนโดนหลักหลายพันบาทเลยทีเดียว)

สำหรับการใช้งาน 3G อินเทอร์เน็ตบนโทรศัพท์มือถือ ผมแนะนำว่า ควรใช้แค่สำหรับ Chat , หรืออัพเดทสถานะใน Social Network ต่างๆ และรับส่งเมล์ขนาดเล็กๆ ก็น่าจะดีกว่าครับ

บทความนี้เขียนขึ้นโดย Kittin จากเว็บไซต์ manacomputers.com ได้รับความคุ้มครองตามสัญญาอนุญาต CC 3.0