วินโดว์โม คืออะไร (Windows Modify)

ในปัจจุบัน ผมเชื่อว่า ผู้ใช้งานมากกว่า 70% (เยอะกว่านั้นเดี๋ยวคนใช้ Mac กับ Linux ค้อนผมตาเหลือกอีก) ใช้ระบบปฎิบัติการ Windows (ไม่ว่าจะเป็น 95,98,me,200,XP,Vista,7) ซึ่งก็มีทั้งแบบถูกลิขสิทธิ์และแบบไม่ค่อยถูกลิขสิทธิ์บ้าง คำๆ หนึ่งที่ผู้ใช้งานหลายคนอาจจะสงสัยเวลาการค้นหาโปรแกรมระบบปฏิบัติการมาลง ใหม่ที่เครื่องของตนก็น่าจะเป็นคำว่า “วินโดว์โม” ทำให้คุณอาจจะสงสัยว่า เอ แล้วไอ้วินโดว์โมคืออะไร เป็นเวอร่ชั่นใหม่ของ Microsoft หรือเปล่าเนี่ย วันนี้ผมกับจะมาเล่าให้ฟังเกี่ยวกับเรื่องนี้กันนะครับ

windows-modify

วินโดว์โม เป็นคำเรียกสั้นๆ ของคำว่า Windows Modify ซึ่งตามความหมายที่ผมเข้าใจก็คือ “การนำระบบปฎิบัติการ Windows ตัวต้นตำรับ (Original) มาทำการตัดต่อ,ปรับแต่ง,เพิ่มประสิทธิภาพ ให้ดีขึ้นกว่าเดิม” โดยรูปแบบส่วนใหญที่คนนิยมนำ Windows มาโมกันนั้นมักจะเป็นดังนี้

**เพิ่ม Driver เพื่อให้รองรับอุปกรณ์ (Hardware) ได้มากขึ้นหรือครอบคลุมขึ้นกว่าตัวปกติ (เช่น Sata, Raid ฯลฯ)

**เพิ่มโปรแกรม (Software) ยอดนิยมหรือที่จำเป็นเข้าไปในตัวโปรแกรมระบบปฎิบัติการเลย เพื่อให้การลงวินโดว์สามารถทำได้ขั้นตอนเดียว

**เพิ่มโปรแกรมเสริม (Utility) เพื่อให้ประสิทธิภาพของ Windows ดีขึ้น เร็วขึ้น

**เพิ่มรูปแบบการแสดงผลในด้านต่างๆ (Theme, Icon, Font ฯลฯ) เพื่อความสวยงามและแปลกตาขึ้น

windows-modify-themeหน้าตาของ Windows Modify ครับ ดูไฮโซไหมครับ?

ซึ่งถ้าคุณเคยลงวินโดว์ คุณจะเห็นได้ว่า หลังจากการลงระบบปฎิบัติการแล้ว ยังมีขั้นตอนของการลงโปรแกรมใช้งานอื่นๆ ,การลง Driver ของอุปกรณ์เชื่อมต่อต่างๆ ซึ่งคุณจะเห็นได้ว่า มันยุ่งยากสำหรับใครหลายๆ คน (รวมทั้งผมด้วย) แต่วินโดว์โมนั้นช่วยตอสนองความต้องการของเราในส่วนนี้ได้ดีเลยครับ

ส่วนข้อสำคัญที่คุณต้องไม่มองข้ามเลยนะครับนั่นก็คือ

***วินโดว์โมไม่ใช่ของที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้องตามกฎหมาย ถ้าคุณใช้ คุณก็มีความเสี่ยงในการที่จะถูกดำเนินคดีทางกฎหมายได้ง่ายๆเลยครับ

***วินโดว์โมไม่สามารถที่จะอัพเดทผ่านระบบของ Microsoft ได้ครับ (หรือถ้าได้ก็แค่ระยะเวลาสั้นๆ ครับ)

***การปรับแต่งของวินโดว์โมนั้น อาจจะมีผลกระทบต่อคอมพิวเตอร์ของคุณได้ครับ

ขอสรุปเหมือนครั้งก่อนๆ นะครับ ถ้าอย่างไร ใช้ของลิขสิทธิ์ก็สบายใจกว่ากันเยอะเลยครับ

บทความนี้เขียนขึ้นโดย Kittin จากเว็บไซต์ manacomputers.com ได้รับความคุ้มครองตามสัญญาอนุญาต CC 3.0

Windows 7 รุ่นไหนเหมาะกับการใช้งานของคุณมากที่สุด

windows 7
หลังจากที่ Windows 7 ได้ทำการวางจำหน่ายครั้งแรกในประเทศไทยตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคม 2552 ทำให้ Windows 7 ได้รับการกล่าวขวัญกันในวงกว้างในเรื่องของความง่าย รวดเร็ว สะดวกในการใช้งานมากขึ้น พร้อมกับทำการออกมาหลากหลายรุ่นเพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานของผู้ใช้งานแต่ละคนมากที่สุด วันนี้ผมเลยอยากจะเอา Windows7 ในแต่ละรุ่นมาเปรียบเทียบกันให้ทุกท่านได้เข้าใจง่ายขึ้น และช่วยประกอบการตัดสินใจว่า “Windows 7 รุ่นไหนเหมาะกับการใช้งานของคุณมากที่สุด”

เราลองมาดูตารางเปรียบเทียบจาก Microsoft นะครับ

compare-windows7

จะเห็นได้ว่า Microsoft ได้ใช้คำแบบ “อ่านแล้วงงๆ ” ทำให้หลายท่านไม่รู้ว่า เอ ไอ้คุณสมบัติในรุ่นนี้ ที่มีหรือไม่มีนี่ มันจำเป็นสำหรับชั้นหรือเปล่าเนี่ย?” ผมจะอธิบายให้ฟังในแต่ละข้อเลยแล้วกันครับ

1. ทำให้การทำงานในแต่ละวันของคุณง่ายดายขึ้นด้วยการนำทางบนเดสก์ท็อปที่ปรับปรุงแล้ว ตามความหมายนี้ก็คือ เป็นการปรับปรุงหน้าตาของ Windows7 จาก Vista และ XP ให้คุณสามารถใช้งาน Windows7 ได้ง่ายและสะดวกรวดเร็วขึ้น ความสามารถนี้มีใน Windows7 ทุกรุ่น

2. เริ่มโปรแกรมได้เร็วขึ้นและง่ายยิ่งขึ้น และค้นหาเอกสารที่คุณใช้งานเป็นประจำได้รวดเร็ว ความสามารถนี้เป็นผลจากการปรับปรุงระบบในการทำให้คุณสามารถเปิดโปรแกรมต่างๆ ได้รวดเร็วขึ้น (สังเกตว่าใน Windows รุ่นก่อนๆ เวลาเปิดโปรแกรมใดก็ตาม จะมีช่วงเวลาหน่วงๆ อยู่แป๊บหนึ่งก่อนที่โปรแกรมจะเปิดขึ้นมา) และปรับปรุงระบบการค้นหาแบบทันใจ (พิมพ์คำที่ค้นหาปุ๊บ ระบบจะแสดงผลการค้นหาทันที) ความสามารถนี้มีใน Windows7 ทุกรุ่น

3. ให้คุณเรียกดูเว็บได้รวดเร็วขึ้น ง่ายยิ่งขึ้น และปลอดภัยมากกว่าเดิมด้วย Internet Explorer 8 เป็นระบบ Web browser คู่บุญบารมีของ Microsoft มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ซึ่งในเวอร์ชั่นนี้ ผมรู้สึกเลยว่า มันดีขึ้นจากเดิมเยอะครับ ความสามารถนี้มีใน Windows7 ทุกรุ่น

4. ดูรายการทีวีหลากหลายรายการที่คุณโปรดปรานฟรีทุกที่และทุกเวลาที่คุณต้องการด้วยทีวีทางอินเทอร์เน็ต อันนี้อธิบายง่ายๆ ก็คือ รุ่นที่มีความสามารถนี้ คือรุ่นที่มีโปรแกรม “Windows Media Center” (หรือในชื่อ Windows Media Player จาก Windows รุ่นก่อนๆ)  ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ช่วยในเรื่องของการดูหนัง ฟังเพลง ดูทีวีออนไลน์ครับ ความสามารถนี้มีเฉพาะใน Windows7 รุ่นHome Premium, Professional, Ultimate (ที่ชื่อรุ่นไม่ได้ลงท้ายด้วย N) (ไม่มีในรุ่น Starter, Home Basic)

5. สร้างเครือข่ายภายในบ้านและเชื่อมต่อพีซีกับเครื่องพิมพ์ได้อย่างง่ายดายด้วย โฮมกรุ๊ป เป็นความสามารถในเรื่องของเครือข่าย (Network) ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ใช้งานที่มีคอมพิวเตอร์มากกว่า 1 เครื่องขึ้นไปครับ และต้องการใช้งาน Homegroup ความสามารถนี้มีเฉพาะใน Windows7 รุ่นHome Premium, Professional, Ultimate (ไม่มีในรุ่น Starter, Home Basic)

6. เรียกใช้โปรแกรมช่วยงานจำนวนมากของ Windows XP ใน Windows XP Mode (ดาวน์โหลดแยกต่างหาก) เป็นความสามารถที่ช่วยเหลือผู้ที่ต้องการใช้โปรแกรมที่สามารถใช้งานได้เฉพาะบน Windows XP ให้สามารถใช้งานบน Windows7 ได้ ความสามารถนี้มีเฉพาะใน Windows7 รุ่น Professional และ Ultimate (ไม่มีในรุ่น Starter, Home Basic,  Home Premium)

7. เชื่อมต่อกับเครือข่ายบริษัทได้อย่างง่ายดายและปลอดภัยขึ้นด้วย การเข้าร่วมโดเมน เป็นความสามารถในเรื่องของเครือข่าย (Network) ในรูปแบบองค์กรธุรกิจหรือบริษัท ความสามารถนี้มีเฉพาะใน Windows7 รุ่น Professional และ Ultimate (ไม่มีในรุ่น Starter, Home Basic,  Home Premium)

8. นอกเหนือจาก การสำรองข้อมูลและการคืนค่าแบบเต็มระบบที่พบในทุกรุ่น คุณสามารถสำรองข้อมูลไปไว้ที่เครือข่ายภายในบ้านหรือเครือข่ายธุรกิจได้ ความสามารถนี้ก็คือ การทำสำรองข้อมูล และการคืนค่า แบบต่างเครื่องได้ (โดยทั่วไปจะเป็นการสำรองข้อมูลและการคืนค่าที่เครื่องของตนเองเท่านั้นครับ)ความสามารถนี้มีเฉพาะใน Windows7 รุ่น Professional และ Ultimate (ไม่มีในรุ่น Starter, Home Basic,  Home Premium)

9. ช่วยปกป้องข้อมูลบนพีซีและอุปกรณ์เก็บข้อมูลแบบพกพาจากการสูญหายหรือโจรกรรมด้วย BitLocker ความสามารถนี้ช่วยในเรื่องของการป้องกันการสูญหายและการถูกขโมยข้อมูลที่อยู่บนเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เก็บข้อมูลแบบพกพา เช่น Thumbdrive ด้วยโปรแกรม BitLocker ความสามารถนี้มีเฉพาะใน Windows7 รุ่น Ultimate เท่านั้น (ไม่มีในรุ่น Starter, Home Basic,  Home Premium, Professional)

10. ทำงานในภาษาที่คุณต้องการและสลับไปมาระหว่างภาษาต่างๆ ได้ถึง 35 ภาษา เป็นความสามารถในการเปลี่ยนภาษาในระบบ Windows7 ทั้งหมด ซึ่งในตอนนี้รองรับทั้งหมด 35 ภาษา (รวมภาษาไทยด้วย) ความสามารถนี้มีเฉพาะใน Windows7 รุ่น Ultimate เท่านั้น (ไม่มีในรุ่น Starter, Home Basic,  Home Premium, Professional)
เป็นอย่างไรบ้างครับ บทความนี้พอที่จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ดีขึ้นไหมครับว่า Windows7 รุ่นไหนที่เหมาะกับคุณมากที่สุด?

บทความนี้เขียนขึ้นโดย Kittin จากเว็บไซต์ manacomputers.com ได้รับความคุ้มครองตามสัญญาอนุญาต CC 3.0

สเปคเครื่องคอมพิวเตอร์ขั้นต่ำที่จะใช้กับระบบปฎิบัติการ Windows7

windows7_logoหลังจากวันที่ 31 ตุลาคมที่ผ่านมา ทาง Microsoft ได้ปล่อยระบบปฏิบัติการ (Operation system= OS) ตัวล่าสุดของ Windows ออกมา นั่นก็คือ “Windows7” ซึ่งได้รับการพูดถึงว่า เป็นตัวที่น่าสนใจอีกตัวหนึ่ง รวมถึงราคาของตัวรุ่น Starter Edition ก็อยูในแค่หลัก 1,xxx บาท  รวมถึงประกอบกับการมีข่าวในเรื่องของการจับกุมการละเมิดลิขสิทธิ์ ทำให้คนเริ่มที่จะหันมามอง Windows7 มากขึ้น หลายคนหันมาใช้ซ้อเจ็ด (Windows7 นั้นแหละ) โดยก้าวกระโดดมาจาก Windows XP (ไม่สงสาร Vista กันเลยนะย่ะ)

แต่!… อย่าลืมเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งนะจ้ะ นั่นก็คือเรื่อง สเปคขั้นพื้นฐานที่จะใช้ระบบปฏิบัติการ Windows7 ได้ บางคนเครื่องที่บ้านยังเป็น Pentium III แล้วคิดจะใช้ Windows7 อันนี้ขอบอกว่า อย่าแม้แต่จะคิดนะครับ เพราะมิฉะนั้นคุณจะเสียเงินฟรี (ค่า Windows ลิขสิทธิ์) แน่นอน

“ถ้าอย่างนั้น สเปคของเครื่องคอมพิวเตอร์ขั้นต่ำที่จะใช้กับระบบปฏิบัติการ Windows7 ต้องเป็นอย่างไรบ้างล่ะ?”

วันนี้ผมเลยนำข้อมูลมาแจ้งไว้ก่อนนะครับ โดยอ้างอิงจากทาง Microsoft นะครับ ถ้าสเปคโอเค Windows7 ก็พร้อมจะอยู่ในอ้อมใจของคุณแล้วครับ

สเปคเครื่องคอมพิวเตอร์ขั้นต่ำที่จะใช้กับระบบปฎิบัติการ Windows7

  • CPU ที่มีความเร็วมากกว่า 1 GHz  (ทั้งแบบ 32 และ 64-bit)
  • Ram 1 GB (สำหรับ 32-bit) และ Ram 2 GB (สำหัรบ 64-bit)
  • พื้นที่ว่างของ  Harddisk ไม่น้อยกว่า 16 GB  (สำหรับ 32-bit) และ  20 GB (สำหรับ 64-bit)
  • อุปกรณ์การแสดงผล (เช่น การ์ดจอแบบแยกหรือ onboard ก็ได้ครับ) ที่รองรับ DirectX 9  รวมทั้ง WDDM 1.0 หรือสูงกว่า

ถ้าถามผมว่า แล้วคอมพิวเตอร์ที่มีอายุการใช้งานไม่เกินกี่ปี ถึงจะใช้งาน Windows7 ได้?

คำตอบของผมก็คือ ถ้าคอมพิวเตอร์อายุไม่เกิน 3 ปี ส่วนใหญ่สามารถที่จะใช้ Windows7 ได้เกือบทั้งหมดแล้วครับ

ลองเช็คอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ของคุณดูนะครับ ถ้าอายุคอมพิวเตอร์ของคุณมากกว่า 3 ปี คุณอาจแค่เปลี่ยนอุปกรณ์บางตัวให้ถึงตามสเปคที่ Windows7 ต้องการก็น่าจะเป็นทางออกที่ดีนะครับ

บทความนี้เขียนขึ้นโดย Kittin จากเว็บไซต์ manacomputers.com ได้รับความคุ้มครองตามสัญญาอนุญาต CC 3.0

ถึงเวลาที่คุณจะใช้ Windows 7 แล้วหรือยัง?

คุณใช้ Windows (ระบบปฏิบัติการ – Operation System หรือที่เรียกสั้นๆว่า OS ) อะไรอยู่ครับ ?
ถ้าคำตอบของคุณคือ Windows XP แสดงว่า คุณปกติครับ

ถ้าผมถามเพื่อนๆ หรือคนรู้จักประมาณ 10 คน

8 คนจะตอบว่า XP

ส่วนอีกคนจะบอกว่า Vista

และคนสุดท้ายจะถามกลับมาว่า ?ไม่รู้ว่ะ? (บางทีก็จะเจอคนใช้ MAC บ้าง)

boxes

สถิตินี่เกิดจากการสอบถามของผมนะ แต่คิดว่าคนอื่นก็คงตอบไม่ต่างจะผมเหมือนกัน

แต่ถ้าถามว่า รู้จัก Windows 7 ไหม คุณเชื่อไหมว่า 10 คนที่อยู่รอบตัวผม ไม่รู้จัก!

แต่ผมว่ามันก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะว่า ผมก็เพิ่งมารู้จักเมื่อไม่นานเหมือนกัน 🙂

หลังจากการพัฒนาระบบปฏิบัติการ Vista เพื่อ(หวัง)ว่าจะนำมาทดแทนระบบปฏิบัติการเดิม ซึ่งก็คือ XP (ส่วนผลตอบรับเป็นอย่างไรนั้น ก็ดูสถิติจากข้างบนได้ครับ)

แต่ผมอยากจะบอกว่า อย่าไปยึดติดกับ XP นักเลยครับ

ต่อให้คุณไม่ชอบ Vista ขนาดไหนก็ตาม แต่วันใดวันนึงด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ก็จะต้องพาให้คุณเจอกับมันอยู่แล้ว

ทาง Microsoft ก็เข้าใจ (รึเปล่า) ตรงจุดนี้ดี ก็เลยออกระบบปฏิบัติการตัวใหม่ นามว่า Windows7เพื่อให้คนที่ไม่อยากใช้ vista ไปใช้ Windows7 แทน……..

จะบ้าเรอะ! ….ถ้าคิดได้แค่นั้นก็แย่แล้ว

เอาจริงๆเลยนะครับ หลังจากที่ Microsoft ได้มองเห็นถึงปัญหาและจุดบกพร่องต่างๆ ของ Vista ซึ่งปัญหาสำคัญๆ ก็คือ
1. การรับประทานทรัพยากรเครื่องเหลือหลาย (เพื่อแลกกับความสวยงามและลูกเล่นอลังการ)
2. การ Support ในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Driver,Software,Games ยังมีความบกพร่อง (ตรงนี้จะเป็นจุดสำคัญที่ทำให้คนลอง Vista แล้ว ส่ายหัว ขอกลับไปใช้ XP ดีกว่า

มันก็เลยเป็นโจทย์ที่หินเอาการว่า
“ทำอย่างไรให้ สวย เร็ว ลื่น อวบ (อันหลังนี้ไม่ใช่) และฉลาด “

(ไม่เพียงแต่ตอบว่า รักเด็ก อย่างเดียว)

ทำให้เราได้เห็นระบบปฎิบัติการใหม่ก็คือ Windows7

Windows7 เป็นระบบที่พัฒนาต่อขึ้นมาจาก Vista (ต่างจากตอน XP ไป Vista โดยการเสริมจุดแข็งและลบจุดอ่อน ที่พึงจะหาเจอใน Vista (เกือบ)ทั้งหมด สรุปแล้วว่า

XP เหมาะสำหรับ คนที่ยังพอใจในของเดิม + คอมพิวเตอร์มีอายุการใช้งานมากกว่า 3-5 ปีแล้ว

Vista– สำหรับ คนที่ซื้อคอมพิวเตอร์ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา  เพราะ CPU ในรุ่นหลังๆ มีพลังเหลือเฟือในการประมวลผล Vista? ครับ และอีกอย่าง พอ Vista ออก Service Pack 1 ก็ลดปัญหาเรื่องการ Support ทั้ง Hardware และ Software ลงไปเยอะครับ? + มีการ์ดจอแยกจากเมนบอร์ดสำหรับการแสดงผลและลูกเล่นต่างๆ ด้วยก็ดีครับ

Windows7 เหมาะสำหรับคน 2 แบบ
1. ใช้ XP อยู่ และอยากลอง Windows 7 ( ข้าม Vista ไปเลย )
2. ใช้ Vista สักพักแล้ว อยากเปลี่ยนเป็น Windows 7 (อันนี้แนะนำครับ )


ปล. แต่สำหรับผมแล้ว จากแต่ก่อนใช้ XP แล้วก็เปลี่ยนมาเป็น Vista ประมาณเดือนนึง? (เพื่อให้ชินก่อน) แล้วค่อยอัพเกรดมาเป็น Windows7 แล้วรู้สึกติดใจมากครับ จนไม่อยากกลับไปใช้ XP กับ Vista เลย (โปรแกรมที่ใช้ใน XP ส่วนใหญ่ใช้ได้กับ Windows7 แล้ว

ปล. แต่ตอนนี้ใช้งานได้แค่ 30 วันนะครับ ส่วนวิธีแก้ ลองไปหากันดูครับ

ถึงเวลาที่จะเปลี่ยนแรมเป็น DDR3 แล้วหรือยัง?

วันนี้ก็ท่องเน็ทไปเรื่อยเลยครับ เจอข้อความอันหนึ่งที่น่าสนใจว่า “ddr3 น่าใช้นะผมว่า มากกว่าddr2 อีก” ตอนแรกผมก็อ่านแล้วก็ผ่านๆสายตาไป แต่เออเนอะ พอมาคิดดูอีกที ก็เกิดคำถามว่า ยุคนี้ เราใช้ควรที่จะใช้ ddr3 แล้วหรือยัง?

ddr3-manacomputers.com

จากการดูราคาท้องตลาด จะเห็นได้ว่า ราคา แรม ddr3 นั้นราคาลดลงมาอย่างมาก ผมจำได้เลยว่าเมื่อปลายปีที่แล้วที่ซื้อคอมพิวเตอร์ใหม่ทั้งชุดนั้น ddr3 1GB ราคา 15,000 บาท กรูจะบ้าตาย แรมบ้าอะไร (ว่ะ) อันนึงซื้อคอมพิวเตอร์ได้ชุดนึง และตอนนั้นเมนบอร์ดก็หาตัวที่ Support ยากมากๆ พอผ่านมาระยะนึงก็มีการกล่าวถึง ddr3 ว่า ช่วยในเรื่องการ Overclock ได้เป็นอย่างดี (แต่ราคาก็แพงชิบเป๋ง)

แต่พอ ณ เวลานี้ (14/01/2009) ราคาแรม ddr3 เริ่มลดลงมาเรื่อยๆ  จนคนทั่วไปเริ่มจับต้องได้ (ราคาเริ่มต้นที่ 1,600 บาท สำหรับความจุ 1 GB) ในช่วงนี้จะเริ่มเห็นมีบอร์ดกระเทย ( รองรับได้ทั้ง ddr2 และ ddr3 ) เริ่มเข้ามาในตลาดมากขึ้น เพื่อให้คนซื้อรู้สึกว่า เออ ถึงแม้ต่อไป ddr2 จะตกยุคไปแต่เมนบอร์ดฉันก็ยังมีช่องสำหรับใส่ ddr3 ด้วยนะ ซึ่งผมมีความคิดเห็นว่าถ้า เมนบอร์ดคุณยังไม่พัง หรืออยากจะซื้อเมนบอร์ดใหม่ในตอนนี้ ผมว่า มันยังไม่ถึงเวลาของ ddr3 นะ เพราะว่า

  1. ddr2 ราคาก็ถูกลงมามาก
  2. ในช่วงต้นปีนี้ ถึงกลางปีหน้า น่าจะยังเป็นยุคของ windows XP อยู่ครับ ซึ่ง 2 GB ก็เหลือๆ แล้วครับ
  3. ถ้ามีเมนบอร์ดที่รองรับ ddr3 อย่างเดียว และราคาสมเหตุสมผล ผมว่าค่อยมองดีกว่าครับ

สรุปความเห็นของผมก็คือ

ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาของddr3 ครับ (แต่อีก 6 เดือนค่อยมาดูกันใหม่อีกที)