เมื่อระบบปฏิบัติการ Android จากโทรศัพท์มือถือมาสู่คอมพิวเตอร์

android
เมื่อ 2- 3 วันที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสได้รับโบชัวร์เกี่ยวกับ Notebook ยี่ห้อหนึ่ง ด้วยความที่เป็นคนชอบดู (แต่ไม่ซื้อ) เกี่ยวกับพวกเทคโนโลยีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ก็เลยนั่งดูไปสักพักหนึ่งก็เลยเห็นข้อมูลอะไรที่รู้สึกแปลกๆ อยู่มิใช่น้อย คือมี Notebook (หรือว่า Netbook หว่า?) รุ่นหนึ่งเป็นแบบ 2 ระบบปฏิบัติการ ซึ่งก็คือ Windows7  starter edition  กับ  Android !!

(ขอแอบอธิบายนิดหนึ่งนะครับว่า  Android เดิมนั้นได้รับการพัฒนามาจาก Google โดยเป็นระบบปฏิบัติการที่ใช้ในโทรศัพท์ที่เป็น PDA Phone ซึ่งหลังๆ ผู้ผลิต PDA หลายๆ เจ้า เริ่มนำเอาระบบปฎิบัติการ Android นี้มาใช้กับ PDA ของตน ทำให้เจ้าตลาดอย่าง Windows Mobile (หรือจะเรียกว่า Windows Phone ก็ได้) เริ่มหนาวๆ ร้อนๆ กับหอกข้างแคร่นามว่า “Android” อยู่เหมือนกัน เนื่องด้วยจากที่ว่า ระบบปฏิบัติการ Android  และโปรแกรมที่ใช้ร่วมนั้น เป็น Opensource ซึ่งฟรีครับ )

ในช่วงก่อนหน้านี้ก็มีการพยายามเอาเจ้า Android มาลงพวกคอมพิวเตอร์อย่าง Netbook บ้าง แต่ก็มักมีปัญหาเรื่อง Driver ที่มักจะไม่ครบบ้าง เลยทำให้ไม่ค่อยได้รับความนิยมในช่วงหนึ่งครับ

แต่ตอนนี้ ผมมองว่า ถ้าผู้ผลิต Notebook เริ่มให้ความสำคัญกับเจ้า Android ตัวนี้โดยการนำมาใส่ร่วมกับตัวระบบปฏิบัติการหลักอย่าง Windows7 แล้ว ผมถือว่า ไม่ธรรมดาแน่นอนครับ เอาล่ะ โม้มาก็พอสมควรแล้ว เราลองมาดูรายละเอียดและจุดเด่นของระบบปฏิบัติการ Android กันในเบื้องต้นก่อนนะครับ

จุดเด่น

1. เปิด-ปิดเครื่องเร็วทันใจ โดยใช้เวลาในการเปิดเครื่องเพียง 18 วินาที และปิดเครื่องเพียง 3 นาทีเท่านั้น ซึ่งผมมองว่าน่าจะเป็นมาจากตัวระบบปฏิบัติการนี้ถูกสร้างมาให้ เบา และใช้งานง่ายครับ

2.  มีโปรแกรมพื้นฐาน (Utilities) ที่อำนวยความสะดวกในด้านต่างๆ (พื้นฐาน) ครบครัน ไม่ว่าจะเป็น

Multimedia ไม่ว่าจะเป็น
– Camera
– Gallery
– Music

Organizer ไม่ว่าจะเป็น
Alarm clock
– Caculator
– Calendar
– Network Manager
– Power Management
– Setting

Communication ไม่ว่าจะเป็น
– Firefox
– Google Talk
– Webmail
– Browser
– Email
– Contacts
– Messaging

3. ฟรี !! (เพราะไม่ต้องเสียค่าลิขสิทธิ์)

4. มีจำนวนโปรแกรมที่รองรับมากขึ้นเรื่อยๆ

แต่ถึงอย่างไร Android ก็ยังเป็นน้องใหม่ในวงการระบบปฏิบัติการ เราต้องคอยดูกันต่อไปแล้วครับว่า จะเป็นแค่ไม้ประดับหรือเป็นตัวแปรสำคัญของวงการนี้ครับ

ปล. แม้ไม่ได้ค่าโฆษณา ก็ขอบอกแล้วกันนะครับว่า Netbook รุ่นที่มี 2 ระบบปฏิบัติการนี้คือ Acer Aspire One D250-1DQ ครับ

บทความนี้เขียนขึ้นโดย Kittin จากเว็บไซต์ manacomputers.com ได้รับความคุ้มครองตามสัญญาอนุญาต CC 3.0

สเปคเครื่องคอมพิวเตอร์ขั้นต่ำที่จะใช้กับระบบปฎิบัติการ Windows7

windows7_logoหลังจากวันที่ 31 ตุลาคมที่ผ่านมา ทาง Microsoft ได้ปล่อยระบบปฏิบัติการ (Operation system= OS) ตัวล่าสุดของ Windows ออกมา นั่นก็คือ “Windows7” ซึ่งได้รับการพูดถึงว่า เป็นตัวที่น่าสนใจอีกตัวหนึ่ง รวมถึงราคาของตัวรุ่น Starter Edition ก็อยูในแค่หลัก 1,xxx บาท  รวมถึงประกอบกับการมีข่าวในเรื่องของการจับกุมการละเมิดลิขสิทธิ์ ทำให้คนเริ่มที่จะหันมามอง Windows7 มากขึ้น หลายคนหันมาใช้ซ้อเจ็ด (Windows7 นั้นแหละ) โดยก้าวกระโดดมาจาก Windows XP (ไม่สงสาร Vista กันเลยนะย่ะ)

แต่!… อย่าลืมเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งนะจ้ะ นั่นก็คือเรื่อง สเปคขั้นพื้นฐานที่จะใช้ระบบปฏิบัติการ Windows7 ได้ บางคนเครื่องที่บ้านยังเป็น Pentium III แล้วคิดจะใช้ Windows7 อันนี้ขอบอกว่า อย่าแม้แต่จะคิดนะครับ เพราะมิฉะนั้นคุณจะเสียเงินฟรี (ค่า Windows ลิขสิทธิ์) แน่นอน

“ถ้าอย่างนั้น สเปคของเครื่องคอมพิวเตอร์ขั้นต่ำที่จะใช้กับระบบปฏิบัติการ Windows7 ต้องเป็นอย่างไรบ้างล่ะ?”

วันนี้ผมเลยนำข้อมูลมาแจ้งไว้ก่อนนะครับ โดยอ้างอิงจากทาง Microsoft นะครับ ถ้าสเปคโอเค Windows7 ก็พร้อมจะอยู่ในอ้อมใจของคุณแล้วครับ

สเปคเครื่องคอมพิวเตอร์ขั้นต่ำที่จะใช้กับระบบปฎิบัติการ Windows7

  • CPU ที่มีความเร็วมากกว่า 1 GHz  (ทั้งแบบ 32 และ 64-bit)
  • Ram 1 GB (สำหรับ 32-bit) และ Ram 2 GB (สำหัรบ 64-bit)
  • พื้นที่ว่างของ  Harddisk ไม่น้อยกว่า 16 GB  (สำหรับ 32-bit) และ  20 GB (สำหรับ 64-bit)
  • อุปกรณ์การแสดงผล (เช่น การ์ดจอแบบแยกหรือ onboard ก็ได้ครับ) ที่รองรับ DirectX 9  รวมทั้ง WDDM 1.0 หรือสูงกว่า

ถ้าถามผมว่า แล้วคอมพิวเตอร์ที่มีอายุการใช้งานไม่เกินกี่ปี ถึงจะใช้งาน Windows7 ได้?

คำตอบของผมก็คือ ถ้าคอมพิวเตอร์อายุไม่เกิน 3 ปี ส่วนใหญ่สามารถที่จะใช้ Windows7 ได้เกือบทั้งหมดแล้วครับ

ลองเช็คอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ของคุณดูนะครับ ถ้าอายุคอมพิวเตอร์ของคุณมากกว่า 3 ปี คุณอาจแค่เปลี่ยนอุปกรณ์บางตัวให้ถึงตามสเปคที่ Windows7 ต้องการก็น่าจะเป็นทางออกที่ดีนะครับ

บทความนี้เขียนขึ้นโดย Kittin จากเว็บไซต์ manacomputers.com ได้รับความคุ้มครองตามสัญญาอนุญาต CC 3.0

Windows7 Starter Edition ทางเลือกของคนงบน้อย (แต่อยากใช้ของแท้)

44e44bb3-4008-4990-92d5-089637cb2615หลังจากที่เริ่มมีข่าวการตรวจจับลิขสิทธิ์เกี่ยวกับการลักลอบใช้ software ที่ไม่มีลิขสิทธิ์ให้ได้ยินเป็นระยะๆ ผมเชื่อว่า ทำให้หลายๆ คน รู้สึกร้อนๆ หนาวๆ อยู่ไม่น้อยเลยที่เดียว ไม่รู้ว่า “เมื่อไหร่จะถึงคราวกรูล่ะเนี่ย?” ทำให้ทางเลือกของการหา software ลิขสิทธิ์มาใช้งานนั้นเป็นที่ได้รับความสนใจมากขึ้น ซึ่ง software หลายตัวก็เข้ามาทดแทนโปรแกรมที่เราเคยใช้อยู่เดิมๆ ได้อยู่เหมือนกัน แต่คำถามที่ว่า “แล้วอะไรจะเอามาแทน Windows ได้ล่ะ” หลายคนยอมรับว่า การที่จะเปลี่ยนไปใช้ระบบปฎิบัติการอื่นนั้นเป็นเรื่องที่ทำใจได้ยาก แต่จะใช้ของมีลิขสิทธิ์ก็แพงเหลือเกิน (เอาเงินไปซื้อดริ้งค์เด็ก ไม่เคยเสียดายซะงั้น) ทาง Microsoft เลยสร้างทางเลือกขึ้นมาอีกทางเลือกหนึ่ง สำหรับผู้ที่อยากจะใช้ของที่ถูกกฎหมายและราคาน้ำอัดลม(หลายลัง) นั้นก็คือ “Windows7 Starter Edition”

Windows7 Starter Edition ทางสำหรับมุมมองของผมนั้นถือว่าเป็นทางเลือกที่น่าสนใจเลยที่เดียว เพราะคนส่วนใหญ่มักจะรู้สึกว่า “อยากใช้ของแท้ แต่ก็แพงเหลือเกิน” วันนี้ เราลองมาดูกันนะครับว่า windows7 starter edition นั้นมีอะไรที่แตกต่างจาก windows7  ทั่วไปบ้าง

– ไม่มี Aero Glass ทำให้ใช้ได้เฉพาะธีมแบบธรรมดา และไม่มี Taskbar Previews หรือ Aero Peek
– ไม่สามารถปรับแต่ง desktop backgrounds, window colors หรือ sound schemes
– ไม่สามารถทำการสลับกันระหว่าง User (ผู้ใช้งาน) โดยไม่ต้อง log off
– ไม่รองรับ Multi-monitor (ระบบหลายจอ)
– ไม่สามารถเล่นแผ่น DVD
– ไม่มี Windows Media Center
– ไม่สามารถทำ Remote Media Streaming (เกี่ยวกับการควบคุมคอมพิวเตอร์จากอีกที่หนึ่ง)
– ไม่รองรับการใช้งานใน Domain สำหรับผู้ใช้แบบองค์กร (หลายคน)
– ไม่มี XP Mode ซึ่งเป็นระบบสำหรับการใช้โปรแกรมของ Windows XP บน Windows 7
– จำกัดการใช้แรมสูงสุดที่ 2 GB
win7_starter

หน้าตาของ Windows7 starter edition

ซึ่งถ้าคุณได้ดูข้อมูลจากข้างบนแล้ว อาจจะคิดในใจว่า “แม่ม ตัดโน่นตัดนี่ออกไปตั้งเยอะตั้งแยะ กรูใช้ Windows95  ดีกว่าไหมเนี่ย?” ใจเย็นๆ ก่อนครับ แม้ว่า Windows starter edition จะดูเหมือนถูกลด function ที่(ดูเหมือนจะ)สำคัญ แต่ลองมาพิจารณาดูกันในทีละข้อนะครับ

1. ไม่มี Aero Glass ทำให้ใช้ได้เฉพาะธีมแบบธรรมดา และไม่มี Taskbar Previews หรือ Aero Peek อันนี้อาจจะทำให้หลายคนรู้สึกว่า มันดูไม่ค่อยหวือหวาเลยอ่ะดิ แต่สิ่งที่แลกเปลี่ยนก็คือ ทำให้การใช้งานนั้นลื่นขึ้นครับ

2. ไม่สามารถปรับแต่ง desktop backgrounds, window colors หรือ sound schemes อันนี้จะรู้สึกตะขิดตะขวงใจในตอนแรก แต่พอใช้งานไปผมเชื่อว่าคนใหญ่ไม่คอยมานั่งปรับค่าพวกนึ้ทุกวันหรอกครับ

3. ไม่สามารถทำการสลับกันระหว่าง User (ผู้ใช้งาน) โดยไม่ต้อง log off ถ้าคุณใช้คอมพิวเตอร์แค่คนเดียว ตัวนี้ไม่มีก็ไม่เป็นไรครับ

4. ไม่รองรับ Multi-monitor (ระบบหลายจอ) แต่ถ้าการต่อออกเครื่องฉายหรือ Projector เพื่อการนำเสนองาน ทำได้ครับ (คำว่า Multi-monitor ครับในที่นนี้น่าจะเป็นการต่อออกมากว่า 2 จอ (รวมหน้าจอหลัก)

5. ไม่สามารถเล่นแผ่น DVD อันนี้เล่นได้ครับยืนยัน เว้นแต่คอมพิวเตอร์ของคุณจะไม่มีช่อง DVD (อันนั้น Windows7 ตัวแพงสุดก็เล่นไม่ได้ครับ)

6. ไม่มี Windows Media Center ไม่มีปัญหาครับ โปรแกรมสำหรับการดูหนังฟังเพลง ฟรีและดีมีเยอะครับ เช่น K-lite , GOM Player

7. ไม่สามารถทำ Remote Media Streaming (เกี่ยวกับการควบคุมคอมพิวเตอร์จากอีกที่หนึ่ง)
8. ไม่รองรับการใช้งานใน Domain สำหรับผู้ใช้แบบองค์กร (หลายคน)
สองข้อนี้ ถ้าคุณใช้คอมพิวเตอร์คนเดียว ไม่น่าจะมีส่วนสำคัญครับ

9. ไม่มี XP Mode ซึ่งเป็นระบบสำหรับการใช้โปรแกรมของ Windows XP บน Windows 7 ส่วนใหญ่โปรแกรมที่ใช้ใน Windows XP ได้ ก็สามารถใช้บน Windows7 ได้เช่นกันครับ

10. จำกัดการใช้แรมสูงสุดที่ 2 GB ในมุมมองของผมตอนนี้ 2GB กับ 4GB ยังไม่แตกต่างกันครับ

ถ้าอย่างนั้น Windows7 starter edition เหมาะกับใคร

– คนที่ใช้ Netbook หรือคอมพิวเตอร์ที่สมรรถภาพไม่สูงมากนัก
– คนที่ใช้คอมพิวเตอร์เครื่องนั้นคนเดียว
– ใช้แค่ ดูหนัง ฟังเพลง เล่นอินเทอร์เน็ต และโปรแกรมที่ไม่ใช้ทรัพยากรเครื่องสูงนัก
– อยากใช้ของที่มีลิขสิทธิ์และราคาไม่สูงเกินไป (อยู่ในหลัก 1,XXX บาท)

ถ้าสิ่งที่คุณต้องการคือแบบนี้ Windows7 starter edition น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคุณเลยครับ

การสร้าง Password ตอนเปิดเครื่องของ Windows7

how-to-set-password-user-logon-windows7-1
เคยมีอาการแบบนี้ไหมครับ?
เปิดคอมพิวเตอร์ทิ้งไว้แล้วกลัวจะมีใครเข้าไปยุ่มย่ามกับเครื่องของคุณ
มีไฟล์งานบางตัวที่ไม่อยากให้ใครยุ่ง เช่น หนังโป๊ คลิปหลุด (อันนี้ออกแนว… –_-‘ )
กลัวคนจะเข้ามาแอบขโมยงานในคอมพิวเตอร์ของเรา ฯลฯ

ซึ่งหลายที่มักจะบอกวิธีการตั้งค่าการสร้าง Password บน Windows XP แล้ว แต่เรามันคนทันสมัย ไม่ใช้แล้ว เอ็กพง เอ็กพี ตอนนี้มันต้อง Windows 7 สิ ถึงจะจ๊าบ!!

วันนี้ผมก็เลยมาบอกวิธี การสร้าง Password ตอนเปิดเครื่องของ Windows7 ให้ทราบกันครับ เผื่อมีคนสนใจและอยากรูัครับ

.
1. ไปที่สัญลักษณ์ windows ที่มุมล่างซ้ายของจอก่อนนะครับ > เลือกคำสั่ง Control Panel คลิ้กครับ

password-windows7-001

2. เมื่อมาที่หน้าจอ Control Panel ดูที่หัวข้อ “User Account and Family Safety” เลือกที่ “Add or remove user accounts” ครับ

password-windows7-002

3. เมื่อมาที่หน้าจอนี้ ให้คลิ้กเข้าไปที่ตัวเลือกแรกนะครับ เพื่อเข้าไปตั้งค่า Password หากต้องการที่จะสร้าง Account ใหม่ ให้เลือก “Create a new account” ที่ด้านล่างครับ

password-windows7-003

4. ในหน้านี้เราสามารถที่จะปรับแต่งค่าของ User Account ของเราได้หลายอย่างครับ ไม่ว่าจะเป็น เปลี่ยนชื่อ Account , สร้าง Password ใหม่ , เปลี่ยนรูปภาพ , เปลี่ยนประเภทของ Account , ลบ Accuont (จะลบได้ในกรณีที่ไม่ใช่ Account หลักนะครับ) ฯลฯ ในกรณีนี้เราต้องการที่จะสร้าง Password ใหม่ ให้เลือกหัวข้อ Create a password” ครับ

password-windows7-004

5. กรอกรายละเอียด password ที่เราต้องการได้เลยครับ“Create Password” ก็เสร็จเรียบร้อยแล้วครับ ส่วน Password hint ข้างล่างนั้นเอาไว้ สร้างคำสำหรับบอกใบ้ password ของเรานะครับ แต่อย่าใส่ password ของเราเป็นอันขาด ไม่งั้นชาวบ้านร้านตลาดเขารู้กันหมดแน่ๆ)

password-windows7-005

เป็น อย่างไรบ้างครับ วิธีการง่ายๆ แค่นี้เองครับ แต่ถ้าใครกลัวว่าจะเจอพวกหัวหมอ หาวิชาทะลวง Password ของเราได้ ครั้งหน้าผมจะมาแนะนำวิธีการสร้าง Password บน bios กันเลยทีเดียว

บทความนี้เขียนขึ้นโดย Kittin จากเว็บไซต์ manacomputers.com ได้รับความคุ้มครองตามสัญญาอนุญาต CC 3.0

ถึงเวลาที่คุณจะใช้ Windows 7 แล้วหรือยัง?

คุณใช้ Windows (ระบบปฏิบัติการ – Operation System หรือที่เรียกสั้นๆว่า OS ) อะไรอยู่ครับ ?
ถ้าคำตอบของคุณคือ Windows XP แสดงว่า คุณปกติครับ

ถ้าผมถามเพื่อนๆ หรือคนรู้จักประมาณ 10 คน

8 คนจะตอบว่า XP

ส่วนอีกคนจะบอกว่า Vista

และคนสุดท้ายจะถามกลับมาว่า ?ไม่รู้ว่ะ? (บางทีก็จะเจอคนใช้ MAC บ้าง)

boxes

สถิตินี่เกิดจากการสอบถามของผมนะ แต่คิดว่าคนอื่นก็คงตอบไม่ต่างจะผมเหมือนกัน

แต่ถ้าถามว่า รู้จัก Windows 7 ไหม คุณเชื่อไหมว่า 10 คนที่อยู่รอบตัวผม ไม่รู้จัก!

แต่ผมว่ามันก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะว่า ผมก็เพิ่งมารู้จักเมื่อไม่นานเหมือนกัน 🙂

หลังจากการพัฒนาระบบปฏิบัติการ Vista เพื่อ(หวัง)ว่าจะนำมาทดแทนระบบปฏิบัติการเดิม ซึ่งก็คือ XP (ส่วนผลตอบรับเป็นอย่างไรนั้น ก็ดูสถิติจากข้างบนได้ครับ)

แต่ผมอยากจะบอกว่า อย่าไปยึดติดกับ XP นักเลยครับ

ต่อให้คุณไม่ชอบ Vista ขนาดไหนก็ตาม แต่วันใดวันนึงด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ก็จะต้องพาให้คุณเจอกับมันอยู่แล้ว

ทาง Microsoft ก็เข้าใจ (รึเปล่า) ตรงจุดนี้ดี ก็เลยออกระบบปฏิบัติการตัวใหม่ นามว่า Windows7เพื่อให้คนที่ไม่อยากใช้ vista ไปใช้ Windows7 แทน……..

จะบ้าเรอะ! ….ถ้าคิดได้แค่นั้นก็แย่แล้ว

เอาจริงๆเลยนะครับ หลังจากที่ Microsoft ได้มองเห็นถึงปัญหาและจุดบกพร่องต่างๆ ของ Vista ซึ่งปัญหาสำคัญๆ ก็คือ
1. การรับประทานทรัพยากรเครื่องเหลือหลาย (เพื่อแลกกับความสวยงามและลูกเล่นอลังการ)
2. การ Support ในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Driver,Software,Games ยังมีความบกพร่อง (ตรงนี้จะเป็นจุดสำคัญที่ทำให้คนลอง Vista แล้ว ส่ายหัว ขอกลับไปใช้ XP ดีกว่า

มันก็เลยเป็นโจทย์ที่หินเอาการว่า
“ทำอย่างไรให้ สวย เร็ว ลื่น อวบ (อันหลังนี้ไม่ใช่) และฉลาด “

(ไม่เพียงแต่ตอบว่า รักเด็ก อย่างเดียว)

ทำให้เราได้เห็นระบบปฎิบัติการใหม่ก็คือ Windows7

Windows7 เป็นระบบที่พัฒนาต่อขึ้นมาจาก Vista (ต่างจากตอน XP ไป Vista โดยการเสริมจุดแข็งและลบจุดอ่อน ที่พึงจะหาเจอใน Vista (เกือบ)ทั้งหมด สรุปแล้วว่า

XP เหมาะสำหรับ คนที่ยังพอใจในของเดิม + คอมพิวเตอร์มีอายุการใช้งานมากกว่า 3-5 ปีแล้ว

Vista– สำหรับ คนที่ซื้อคอมพิวเตอร์ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา  เพราะ CPU ในรุ่นหลังๆ มีพลังเหลือเฟือในการประมวลผล Vista? ครับ และอีกอย่าง พอ Vista ออก Service Pack 1 ก็ลดปัญหาเรื่องการ Support ทั้ง Hardware และ Software ลงไปเยอะครับ? + มีการ์ดจอแยกจากเมนบอร์ดสำหรับการแสดงผลและลูกเล่นต่างๆ ด้วยก็ดีครับ

Windows7 เหมาะสำหรับคน 2 แบบ
1. ใช้ XP อยู่ และอยากลอง Windows 7 ( ข้าม Vista ไปเลย )
2. ใช้ Vista สักพักแล้ว อยากเปลี่ยนเป็น Windows 7 (อันนี้แนะนำครับ )


ปล. แต่สำหรับผมแล้ว จากแต่ก่อนใช้ XP แล้วก็เปลี่ยนมาเป็น Vista ประมาณเดือนนึง? (เพื่อให้ชินก่อน) แล้วค่อยอัพเกรดมาเป็น Windows7 แล้วรู้สึกติดใจมากครับ จนไม่อยากกลับไปใช้ XP กับ Vista เลย (โปรแกรมที่ใช้ใน XP ส่วนใหญ่ใช้ได้กับ Windows7 แล้ว

ปล. แต่ตอนนี้ใช้งานได้แค่ 30 วันนะครับ ส่วนวิธีแก้ ลองไปหากันดูครับ