ดาวน์โหลดวีดีโอจาก Facebook ได้ง่ายๆ แค่ 2 ขั้นตอน


คุณเคยเป็นไหมครับ? บางครั้งมีคนส่งวีดีโอดีสักเรื่องหนึ่งมาให้คุณผ่านทางหน้า Facebook ของคุณ และคุณก็อยากจะเก็บไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ เพื่อเอาไว้ดูในภายหลัง ซึ่งคนส่วนใหญ่ที่ชอบแชร์วีดีโอนั้นมักจะเอามาจากเว็บไซต์ Youtube ซึ่งในปัจจุบันก็มีโปรแกรมเสริมมากมายที่ช่วยให้คุณสามารถดาวน์โหลดวีดีโอนั้นมาเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ของคุณได้ แต่ถ้าเป็นวีดีโอที่อัพโหลดเก็บไว้ใน Facebook ล่ะ จะทำอย่างไร? จะหาโปรแกรมมาติดตั้งให้วุ่นวายก็จะกลายเป็นเรื่องยาก วันนี้ทาง Manacomputers.com ขอแนะนำ วิธีการดาวน์โหลดวีดีโอจาก Facebook มาเก็บไว้ในเครื่องของคุณได้อย่างง่ายๆ ไม่กี่ขั้นตอนครับ

ขั้นตอนการดาวน์โหลดวีดีโอจาก Facebook มาเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ได้ง่ายๆ

วิธีที่ 1

1.หากคุณต้องการวีดีโอ Facebook ตัวไหน ให้คุณทำการคัดลอก URL ของวีดีโอนั้นๆ ก่อนครับ เช่น http://www.facebook.com/video/video.php?v=70409658791

**หมายเหตุ รูปแบบของ URL วีดีโอ Facebook ที่ถูกต้องต้องเป็นแบบนี้นะครับ

ถูกต้อง : http://www.facebook.com/video/video.php?v=70409658791

ส่วนสามแบบข้างล่างนี้ไม่ถูกต้องนะครับ

ไม่ถูกต้อง: http://www.facebook.com/&usg=ALkJrhgiInTQs5BvsTq1ggbaauueJvaYVQ
ไม่ถูกต้อง: http://www.facebook.com/video/?id=1292458258
ไม่ถูกต้อง: http://www.facebook.com/photo.php?fbid=231990670149077&set=a.103682642979881.8140.100000144379153&type=1&theater=

2. ให้คุณเปิดเว็บไซต์ Downfacebook ครับ ที่ลิ้งค์นี้ http://www.downfacebook.com/ จะเจอหน้าตามรูปด้านล่างนะครับ

ให้คุณนำ URL ที่คัดลอกไว้นำมาวางที่ช่องหมายเลข 1 เสร็จแล้วให้คลิ้กที่หมายเลข 2 เพื่อทำการดาวน์โหลดวีดีโอนั้นครับ

แค่นี้เองครับ เสร็จแล้ว

 

วิธีที่ 2

ส่วนวิธีการที่สองนี่ ง่ายกว่าวิธีแรกอีกครับ (ยังมีง่ายกว่านี้อีกเหรอว่ะเนี่ย) ขั้นตอนก็คือ หากคุณเจอลิ้งค์วีดีโอ Facebook อันไหนที่อยากดาวน์โหลด ยกตัวอย่างเช่น

http://www.facebook.com/video/video.php?v=70409658791

ให้คุณทำการพิมพ์คำว่า “down” ไปที่หน้าคำว่า Facebook ครับ เมื่อทำแล้วจะเป็นดังนี้

http://www.downfacebook.com/video/video.php?v=70409658791

เมื่อกดปุ่ม Enter ระบบก็จะทำการดาวน์โหลดวีดีโอ Facebook ที่ต้องการมาแล้วครับ

ง่ายกว่าวิธีแรกเยอะเลยนะครับ 🙂

สรุปข่าวไอทีประจำวัน (13 กุมภาพันธ์ 2555)


สรุปข่าวไอทีที่น่าสนใจประจำวันจันทร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2555 ครับ

 

นักวิจัยเตือน Google Wallet เสี่ยงไม่ปลอดภัย


นักวิจัยด้านความปลอดภัยเปิดเผยว่า พวกเขาค้นพบช่องโหว่ในแพลตฟอร์มการชำระเงินผ่านมือถือจากบริษัท กูเกิล ที่ซึ่งมีอยู่ในโทรศัพท์มือถือที่จำหน่ายผ่านโอเปอร์เตอร์ Sprint Nextel Corp
โดยช่องโหว่ดังกล่าวได้รับการเปิดเผยจาก Joshua Rubin ซึ่งเป็นวิศวกรอาวุโสจาก zvelo โดยเขาได้ทำการพัฒนาแอพพลิเคชั่นที่มีชื่อว่า Wallet Cracker ที่ซึ่งสามารถทำลายรหัสพิน 4 ตัวเพื่อใช้การเข้าสู่แอพพลิเคชั่น Google Wallet ได้ และหลังจากนั้น เขาก็ได้แจ้งเรื่องไปยังกูเกิล ซึ่งบริษัทก็ยืนยันว่ามีปัญหา และยินดีที่จะตรวจสอบอย่างรวดเร็ว ด้านตัวแทนจากกูเกิล Jay Nancarrow ชี้แจงว่า พวกเขากำลังทำการแก้ไขปัญหาในขณะนี้ และได้แนะนำให้ผู้ใช้ยกเลิกการติดตั้งแอพพลิเคชั่น Google Wallet ลงในอุปกรณ์ที่มีการ root พร้อมกับการตั้งรหัสผ่านล็อคหน้าจอเพิ่มเติมเพื่อเป็นการรักษาความปลอดภัยอีกชั้น สำหรับบริการชำระเงินจากูเกิลหรือ Google Wallet นั้น ได้อนุญาตให้ผู้บริโภคได้ทำการจ่ายเงินค่าสินค้าและบริการ ผ่านการแตะโทรศัพท์เข้ากับเครื่องรับสัญญาณแทนที่การใช้บัตรเครดิต ซึ่งเป็นบริการที่ได้รับความนิยมมานานแล้วในประเทศญี่ปุ่น และประเทศอื่นๆ แต่ทว่า เพิ่งเป็นที่แพร่หลายในสหรัฐอเมริกา

 

ไมโครซอฟท์ แง้มมีแผนเปิดสโตร์สี่แห่งในสหรัฐฯ เร็วๆ นี้ ก่อนที่จะขยายสาขาไปแคนาดาปลายปี


ไมโครซอฟท์ วางแผนเตรียมเปิดตัวร้านค้าปลีกสี่แห่งใหม่ใจกลางสหรัฐอเมริกาในช่วงฤดูร้อนที่จะถึงนี้ รวมถึงการเปิดสโตร์ระหว่างประเทศในช่วงปลายปีที่ซึ่งตรงกับเทศกาลช้อปปิ้ง ตามรายงานจากแหล่งข่าว
โดยผู้ที่อ้างตัวว่าคุ้นเคยกับแผนการของเรดมอนด์ระบุว่า ร้านค้าแห่งใหม่ของไมโครซอฟท์จะตั้งอยู่ที่เมือง Palo Alto, California และเมือง Austin ในรัฐ Taxas ภายในเดือนเมษายนที่จะถึงนี้ ซึ่งทั้งสองสโตร์จะตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้าชื่อดังที่มีแอปเปิ้ลสโตร์คู่แข่งตั้งอยู่ ขณะที่ร้านค้าปลีกอีกสองแห่งจะตั้งอยู่ในเมือง Freehold และ Bridgewater ที่รัฐ New Jersey ภายในห้างสรรพสินค้าเช่นเดียวกับร้านทั้งสองแห่งที่ California และ Texas ซึ่งมีแผนที่จะเปิดตัวก่อนสิ้นเดือนมิถุนายน นอกจากนี้ ไมโครซอฟท์ยังมีแผนที่จะขยายการเปิดตัวร้านค้าปลีกระหว่างประเทศแห่งแรกที่ประเทศแคนาดาภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งจะตั้งอยู่ที่เมือง Toronto โดยร้านค้าทั้งหมดถือเป็นส่วนหนึ่งของแผนการบริษัทที่มีกำหนดจะเปิดร้านค้าปลีก 75 แห่งภายในช่วงสองถึงสามปีข้างหน้า ที่ผ่านมา ในปี 1999 ไมโครซอฟท์เคยเปิดร้านค้าปลีกแห่งแรกที่ใช้ชื่อว่า microsoftSF ที่เมืองซานฟรานซิสโก ถึงแม้ว่าจะมีเจ้าของและถูกบริหารจัดการโดยบริษัทโซนี่ก็ตาม และหลังจากนั้นเพียงสองปีให้หลัง ในปี 2001 ร้านค้าดังกล่าวก็ต้องปิดตัวลง ก่อนที่ในปี 2009 ไมโครซอฟท์จะกลับมาเปิดร้านค้าปลีกใน Scottsdale, Arizona และส่งผลให้ขณะนี้ไมโครซอฟท์มีร้านค้าปลีกทั้งหมด 14 แห่ง แต่อย่างไรก็ดี มันก็ยังห่างไกลกับคู่แข่งอย่างแอปเปิ้ลที่มีสโตร์ของตัวเองมากถึง 361 แห่งทั่วโลก

 

สตีฟ จ็อบส์ ได้รับรางวัล แกรมมี่ อวอร์ดส์


สตีฟ จ็อบส์ อดีตซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้งแอปเปิ้ล ได้รับรางวัล Grammy Trustee Award เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยมีรองประธานอาวุโสฝ่ายอินเทอร์เน็ตซอฟท์แวร์และบริการ Eddy Cue ขึ้นรับรางวัลแทนในนามของเขา
โดยสถาบันการศึกษาแห่งชาติด้านการบันทึกศิลปะและวิทยาศาสตร์ มอบรางวัล Grammy Trustees Award ขึ้นทุกปีให้กับ “บุคคลในช่วงชีวิตหนึ่งที่อุทิศและมีส่วนร่วมในวงการเพลง ซึ่งได้สร้างสิ่งสำคัญ นอกเหนือจากประสิทธิภาพการทำงานเพื่อวงการเพลง” โดยมีบุคคลที่เคยได้รับรางวัลสาขาเดียวกันนี้ก่อนหน้า อย่างเช่น Walt Disney และ Dick Clark โดย จ๊อบส์ ได้รับการยอมรับเมื่อวันเสาร์ให้เป็นส่วนหนึ่งของ Grammy Special Merit Awards โดยชนะ Trustees Award จากการที่เขามีส่วนร่วมในการสร้างผลงานไอพอดและไอทูนส์ ซึ่งมีผลกระทบอย่างมากในวงการอุตสาหกรรมเพลง ซึ่งภายในงาน Eddy Cue ได้ขึ้นรับรางวัลนี้ในตัวแทนของจ๊อบส์ที่ลาโลกไปแล้ว โดยเขาได้กล่าว ผู้คนชอบถามคำถามแรก ทำไมแอปเปิ้ลถึงได้สร้างเครื่องเล่นเพลง เมื่อตอนที่ไอพอดเครื่องแรกเปิดตัวเมื่อปี 2001 ซึ่งเขาก็ได้ตอบว่า แอปเปิ้ลเลือกที่จะสร้างไอพอดเพราะ พวกเขารักในเสียงเพลง และจ๊อบส์เชื่อ จะเป็นสิ่งที่ดีเสมอที่จะทำบางอย่างสำหรับคนที่คุณรัก “สตีฟ มีวิสัยทัศน์, เป็นผู้ให้คำปรึกษา และเป็นเพื่อนที่สนิทมากๆ” Cue กล่าว “ผมได้รับเกียรติเหลือเกินที่ได้ร่วมทำงานกับเขามากว่า 15 ปี การรับรางวัลนี้ มีความหมายสำหรับผม เพราะเพลงมีความหมายอย่างมากสำหรับเขา” ซึ่งนอกจากจ๊อบส์แล้ว ผู้ที่ได้รับรางวัลในสาขานี้ยังมี เดฟ บาร์โธโลมิ ที่โดดเด่นมีชื่อเสียงในวงดนตรี New Orleans ในฐานะหัวหน้าวง และ Rudy Van Gelder วิศวกรชาวอเมริกันที่เชี่ยวชาญทางด้านดนตรีแจ๊ส

 

กูเกิลสัญญา จะประกาศ ‘ข่าวใหญ่’ สำหรับกูเกิลทีวี วันนี้!13 กุมภาพันธ์ 2555


กูเกิลได้ให้คำมั่นสัญญาว่า จะมีการประกาศข่าวใหญ่ในวันนี้เกี่ยวกับโปรเจ็ก ‘กูเกิลทีวี’
โดยตัวแทนจากเวบเสิร์ชเอนจินยักษ์ใหญ่ ได้เขียนทีเล่นทีจริงบอกเป็นนัยๆในเฟซบุ๊คเพจเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาว่า “เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับวันจันทร์ที่จะถึงนี้ ทางเรามีข่าวใหญ่ที่สำคัญบางข่าวจะประกาศให้ได้รับทราบ!” ซึ่งตัวแทนจากกูเกิลไม่ได้ออกมาตอบสนองต่อการร้องขอข้อมูลเพิ่มเติมในทันที ดังนั้นดูเหมือนว่า เราเองจะต้องรอจนกระทั่งวันจันทร์ตามสัญญา ซึ่งบางทีต้นสังกัดอาจจะมีการเปิดตัวสำหรับอุปกรณ์ความบันเทิงภายในบ้านตามที่ได้มีรายงานการพัฒนา โดยก่อนหน้านี้ กูเกิลกำลังง่วนอยู่กับการพัฒนาอุปกรณ์ความบันเทิงในครัวเรือนที่จะสามารถ ‘สตรีมเพลงแบบไร้สายได้ทั่วบ้าน’ และเป็นการทำการตลาดภายใต้ชื่อแบรนด์กูเกิลเอง อ้างอิงตามรายงานจาก Wall Street Journal เมื่อสัปดาห์ก่อน โดยกูเกิลทีวีเป็นซอฟท์แวร์ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อ แสดงพลังอำนาจความเป็นสุดยอดสมาร์ททีวี ที่จะเป็นอุปกรณ์ทางเลือกอื่นที่สามารถเชื่อมต่อกับเวบได้ แต่ความพยายามดูเหมือนจะล่มซะเป็นส่วนใหญ่ โดยกูเกิลยังเป็นส่วนหนึ่งในเบื้องหลังของ Nexus One ที่สร้างโดย HTC อย่างไรก็ตาม กลับถูกเรียกสมาร์ทโฟนดังกล่าวว่า กูเกิลโฟน ซึ่งไม่ค่อยประสบผลสำเร็จมากนักในเชิงพาณิชย์ โดยมีรายงานเพิ่มเติมออกมาในภายหลังว่า ข่าวใหญ่ที่กูเกิลจะแถลงในวันนี้นั้น จะเป็นการปรับปรุงแอปฯ ‘กูเกิลทีวียูทูป’ นั่นเอง

 

แอปเปิ้ลขอคำสั่งศาลเบื้องต้น แบนการจำหน่าย ‘กาแล็คซี่ เน็กซัส’ ในสหรัฐฯ


เดือดระอุขึ้นอีกครั้งกับสงครามสิทธิบัตรระหว่างสองบริษัทยักษ์ใหญ่ แอปเปิ้ล และ ซัมซุง ล่าสุดแอปเปิ้ลได้พยายามใช้ประโยชน์จาก 4 สิทธิบัตรที่เพิ่งได้เมื่อเร็วๆนี้ เพื่อแสวงหาคำสั่งศาลเบื้องต้นในการแบนการจำหน่าย ‘ซัมซุง กาแล็คซี่ เน็กซัส’ สมาร์ทโฟนเครื่องแรกที่รันด้วยระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 4.0
โดยรายละเอียดทั่วไปของคำร้องใหม่ได้ถูกเปิดเผยเมื่อวันก่อน ซึ่งแอปเปิ้ลได้อาศัยสิทธิบัตรที่เพิ่งได้ล่าสุดพุ่งเป้าเล่นงาน ‘กาแล็คซี่ เน็กซัส’ โดยมีใจความคล้ายคลึงกับคำร้องที่ร้องเรียนไปเมื่อฤดูใบไม้ร่วงปีก่อน แต่แตกต่างกันที่กุญแจสำคัญบางประการ โดยในเคสใหม่นี้ แอปเปิ้ลได้ยื่นขอคำสั่งห้ามเบื้องต้นพร้อมกับดำเนินเรื่องฟ้องฐานละเมิดสิทธิบัตร ซึ่งในกรณีก่อนๆ แอปเปิ้ลได้ยื่นเรื่องก่อนแล้วจึงค่อยเพิ่มการขอคำสั่งศาลเบื้องต้น เป็นผลให้ซัมซุงอ้างว่า เอกสารที่ยื่นโดยแอปเปิ้ลยังขาดการเร่งด่วนหรือสิ่งจำเป็นในการสั่งห้ามในสถานที่ อีกทั้ง แอปเปิ้ลยังอยู่ในการพิจารณาสรุปค่าเสียหายจริงทั้งหมดที่เกิดจากผลิตภัณฑ์ของซัมซุง โดยการร้องเรียนของแอปเปิ้ลขึ้นกับสิทธิบัตรที่ออกเมื่อเร็วๆนี้ “ไม่มีการโต้แย้งที่มากกว่านี้ แอปเปิ้ลได้อดทนยอมรับการละเมิดสิทธิบัตรมาเป็นเวลานานก่อนที่จะนำเรื่องเข้าร้องเรียน” โดย 4 สิทธิบัตรที่แอปเปิ้ลจะยื่นฟ้องต่อ กาแล็คซี่ เน็กซัส จะรวมไปถึงสิทธิบัตรข้อมูลการตรวจจับที่แอปเปิ้ลประสบความสำเร็จในการใช้ยื่นฟ้องร้อง ITC ให้แบน HTC ในสหรัฐฯ ตามสิทธิบัตรเลขที่ 5,946,647 “ระบบและวิธีการสำหรับการดำเนินการกระทำต่อโครงสร้างในข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่สร้างขึ้นมา” และสิทธิบัตรเลขที่ 8,086,604 “อินเทอร์เฟสสากลสำหรับดึงข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์” ซึ่งเป็นสิทธิบัตรใหม่ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับโปรแกรมสิริและการค้นหาแบบครบวงจร สิทธิบัตรเลขที่ 8,046,721 “การปลดล็อคอุปกรณ์โดยการแสดงท่าทางบนรูปปลดล็อค” ที่เป็นการสไลด์เพื่อปลดล็อคหน้าจอ และสิทธิบัตรเลขที่ 8,074,172 “วิธีการ, ระบบ และส่วนติดต่อผู้ใช้แบบกราฟิก สำหรับการจัดหาคีย์เวิร์ดแนะนำ”

วีดีโอโฆษณาที่น่าสนใจเกี่ยวกับ สตีฟ จ็อบส์ และ Apple


หลังจากที่ได้อ่านหนังสือ “สตีฟ จ็อบส์ โดย วอลเตอร์ ไอแซคสัน” (Steve Jobs by Walter Isaacson) มาสักระยะหนึ่ง ได้เห็นถึงการอ้างอิงวีดีโอที่น่าสนใจเกี่ยว สตีฟ จ็อบส์ และ Apple ไว้ตามท้ายแต่ละบทของหนังสือ วันนี้ผมเลยทำการรวบรวมวีดีโอโฆษณาที่น่าสนใจที่มีในหนังสือเล่มนี้นะครับ

วีดีโอที่จะนำมารวบรวมไว้นี้เป็นโฆษณาของ Apple ที่ไล่เรียงมาตั้งแต่ยุคแรกๆ จนถึงปัจจุบันครับ ลองไปดูกันนะครับ (วีดีโอทั้งหมดนำมาจาก Youtube ครับ)

 

1. โฆษณาชุด “1984” ปี 1984

2. โฆษณาชุด “Lemmings” ปี 1985

3. โฆษณาชุด “Think Different” ปี 1997

พร้อมกับคำบรรยายที่สุดแสนจะคลาสสิคว่า “Here’s to the crazy ones. The misfits. The rebels. The troublemakers. The round pegs in the square holes. The ones who see things differently. They’re not fond of rules, and they have no respect for the status quo. You can quote them, disagree with them, glorify and vilify them. About the only thing you can’t do is ignore them because they change things. They push the human race forward. And while some may see them as crazy, we see genius. Because the people who are crazy enough to think they can change the world, are the ones who do.”

4. โฆษณาชุด “iPod – iTunes ชุดบ็อบ ดีแลน” ปี 2006

5. โฆษณาชุด “iPod – iTunes ชุด Vetigo U2” ปี 2006

6. โฆษณาชุดแรกของ iPad ปี 2010

7. โฆษณาชุด “The Manisfesto” ของ iPad ปี 2010

Jayesslee “The Christmas Song” จากรายการเรื่องเล่าเช้านี้


หลายท่านที่ได้ชมรายการ เรื่องเล่าเช้านี้ วันนี้ (26 ธันวาคม 2554) อาจได้ดูช่วงที่สองสาวลูกครึ่งในนามวง“เจย์เอสลี” (Jayesslee) ได้ทำการร้องเพลง “The Christmas Song” เพื่อเป็นกำลังใจให้กับพี่น้องชาวไทย อาจจะอยากดูตัวเต็มๆ ของวีดีโอนี้ วันนี้ทางมานาคอมพิวเตอร์ได้หามาให้ชมแล้วครับ

 

 

ความเป็นมาของวง “เจย์เอสลี” ( Jayesslee )

วง “เจย์เอสลี” ( Jayesslee ) ศิลปินดังจากโลกไซเบอร์  ที่มีคนเข้าชมการคัฟเวอร์เพลงในสไตล์ที่เป็นพวกเธอผ่านยูทูบกว่า 40 ล้านครั้ง  ไม่เว้นแม้แต่คนไทยที่คลั่งไคล้พวกเธอมาก และจากข่าววิกฤตการณ์อุทกภัยในประเทศไทย  ทำให้พวกเธอคัฟเวอร์ เพลง “Dare You To Move” ซึ่งมีเนื้อหาให้กำลังใจขึ้นเป็นพิเศษเพื่อส่งตรงถึงแฟนคลับชาวไทย  และประชาชนคนไทยที่ประสบกับอุทกภัยในครั้งนี้เป็นกรณีพิเศษ

สองสาว ศิลปินวง “เจย์เอสลี” ( Jayesslee ) เกิดจากการรวมตัวของสองพี่น้องฝาแฝดเจนิส ลี (Janice Lee) และซอนย่า ลี (Sonia Lee)  เชื้อสายเกาหลี ซึ่งเกิด และโตขึ้นที่ซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย  หลังจากที่เรียนจบจากชั้นมัธยมทั้งสองสาวได้ค้นพบว่าสิ่งที่เหมาะสม และยิ่งใหญ่สำหรับเธอทั้งสองคนคือความสามารถทาง ด้านดนตรี เริ่มจาก Sonia เริ่มหัดและเรียนการเล่นกีต้าร์  ต่อมาพวกเธอเริ่มร้องเพลงและเขียนเพลงด้วยกัน หลังจากนั้นทั้งสองคนก็ได้อัพโหลดคลิปวิดีโอของพวกเธอลงใน    ยูทูบ (Youtube) เป็นครั้งแรกในเดือน พฤษภาคม 2008 ตั้งแต่นั้นมาพวกเธอก็ได้รับความสนใจจากผู้คนเป็นจำนวนมาก ด้วยบุคลิกที่สดใสน่ารักและเสียงเพลงที่ไพเราะ จึงมีผู้สมัครเป็นสมาชิกของพวกเธอใน Youtube Channel มากถึง 269,328 สมาชิก และมีผู้เข้าชมคลิปที่พวกเธออัพโหลด มากกว่า 40 ล้านครั้ง  และยังเป็นอันดับที่ 2 ของนักดนตรีที่มีผู้ติดตามเยอะที่สุดในออสเตรเลีย

เพลงที่พวกเธอร้องจะมีแนวเพลงที่หลาก หลาย  ไม่ว่าจะเป็น Acoustic, R & B, รวมถึง CCM (การร้องเพลงในโบสถ์แบบร่วมสมัย) และ POP  สำหรับเพลงที่พวกเธอนำมาร้อง cover อย่างเป็นทางการและมีผู้เข้าชมทั่วทุกมุมโลก คือเพลง “Officially Missing You”  นอกจากนั้นพวกเธอยังได้รับเชิญให้ไปแสดงคอนเสิร์ตทั้งภายในออสเตรเลีย และต่างประเทศ อาทิ Los Angeles , Seattle, แคนาดา, สิงคโปร์ , จีน, มาเลเซีย

 

น้องจ้ะ วงเทอร์โบ กับ วู้ดดี้ เกิดมาคุย “คลิปหลุด คันหู” (4 กันยายน 2554)


อยู่ดีๆ อยากจะเขียนเรื่องนี้ขึ้นมา มิใช่ผมบ้ากาม (5555) แต่เนื่องจากเมื่อคืนได้ดูรายการ “วู้ดดี้ เกิดมาคุย” อาทิตย์ที่ 4 กันยายน แล้วรู้สึกหงุดหงิดหัวใจอยู่ไม่น้อยเลยที่เดียว เนื้อหาของรายการสรุปคร่าวๆ ก็คือ วู้ดดี้เชิญ คุณไผ่ เทอร์โบ และ น้องจ้ะ เทอร์โบ มาให้สัมภาษณ์ในรายการ วู้ดดี้เกิดมาคุย เมื่อได้ดูรายการตั้งแต่ต้นจนจบแล้วรู้สึกอยากจะเล่าและแบ่งปันความคิดเห็นกันครับ หากใครยังไม่ได้ดู ผมขอนำรายการย้อนหลังมาจาก Youtube นะครับ

ในส่วนของความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ของผม จะอยู่ที่ใต้วีดีโออันสุดท้ายด้านล่างนะครับ ส่วนคลิปต้นเรื่อง ขออนุญาตไม่เผยแพร่นะครับ  หาเอง 🙂

น้องจ้ะ วงเทอร์โบ กับ วูดดี้ เกิดมาคุย “คลิปหลุด คันหู” ตอนที่ 1/4

น้องจ้ะ วงเทอร์โบ กับ วูดดี้ เกิดมาคุย “คลิปหลุด คันหู” ตอนที่ 2/4

น้องจ้ะ วงเทอร์โบ กับ วูดดี้ เกิดมาคุย “คลิปหลุด คันหู” ตอนที่ 3/4

น้องจ้ะ วงเทอร์โบ กับ วูดดี้ เกิดมาคุย “คลิปหลุด คันหู” ตอนที่ 4/4

 

ในส่วนความคิดเห็นของผม ผมขอแยกประเด็นเป็นเรื่องๆ ไปนะครับ

1. น้องจ๊ะ เทอร์โบด้วยเธออายุเพียง 20 ปี ยังเป็นนักศึกษาแล้วมาทำอาชีพนี้ หลายคนตัดสินว่า เธอน่าจะเลือกอาชีพที่ดีกว่านี้ อาชีพนี้มันขายเซ็ก(ซี่) แต่ผมมองว่า มันเป็นเรื่องปกติ เพราะในความเป็นจริง อาชีพนักร้องตามผับ อายุแบบนี้ แต่งตัวแบบนี้ คุณว่าจะมีแค่ไม่กี่คนเหรอครับ ผิดถนัดครับ มีเยอะมากๆ ครับ

ในส่วนของการแต่งกาย ต้องยอมรับว่า แรงและวาบหวิว เน้นขายสัดส่วน (ให้กับพวกขาหื่น) ผมถามว่า นักร้องในผับถ้าไม่ดึงดูดด้วยการแต่งตัว แล้วจะดึงดูด้วยอะไร ถ้าด้วยเสียง ผมว่าคงไปออกอัลบั้มนานแล้ว ต้องเข้าใจว่า เมื่ออยู่ในสถานบันเทิง การแต่งกายล่อแหลม เป็นเรื่องปกติ

ในส่วนของท่าเต้น ผมยอมรับว่า เธอ“กล้า” ที่จะเอ็นเตอร์เทนคนดู เพราะเรื่องเพศ เป็นเรื่องลับ ที่คนอยากจะรู้ อยากจะพูด อยากจะทำอยู่แล้ว ซึ่งในความคิดของเธอ ผมมองว่า เธอเชื่อว่า มันจะทำให้คนดู “สนุก” ไปด้วย ซึ่งเธอคิดไม่ผิด เพราะคนดูจะชอบกันเป็นอย่างมาก

สรุปในส่วนของน้องจ้ะ ที่มันแรง เพราะมันเผยแพร่ออกมามากว่าครับ

2. ในส่วนของคุณไผ่ เทอร์โบความผิดพลาดอย่างเดียวที่ผมมองก็คือ การไม่ได้คาดถึงผลกระทบทางด้านลบที่จะเกิดขึ้น เพราะผมเชื่อว่า ในตอนแรก ทางคุณไผ่ อาจแค่ต้องการนำเสนอความสนุกสนานของวงตัวเองให้คนทั่วไปได้รู้จัก แต่ทุกอย่างมีสองด้าน มันจะไม่มีทางที่มีด้านบวกด้านเดียวได้ครับ

สรุปในส่วนของคุณไผ่ ต้องยอมรับด้านลบที่มันจะเกิดขึ้นให้ได้ครับ แม้ความเป็นจริง เรื่องเพศจะเป็นเรื่องที่เปิดเผยมากขึ้น แต่สังคมไทยยังมี “หน้ากาก” ที่ปิดเอาไว้อยู่ด้วย

เด๊๋ยวจะมาเพิ่มส่วนวิจารณ์ของ 3 ท่านที่เหลือครับ

กลับมาแล้วครับ เริ่มกันต่อดีกว่า

3. ส่วนของคุณวูดดี้ ผมมองแค่ประเด็นก็คือ คุณต้องการจับกระแสมาตีให้ดัง เพราะถือได้ว่า รายการของคุณวูดดี้เป็นรายการแรกที่นำเอา น้องจ้ะ มาให้สัมภาษณ์ เพียงแต่ผมมองเห็นถึง “ความลำเอียง” ในการให้น้ำหนักของคุณวูดดี้กับทั้งสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่ง ถูกกดดัน และตราหน้า(กลายๆ) ว่า “เป็นคนทำให้สังคมดูแย่”

ซึ่งผมไม่เห็นว่า การเชิญแขกรับเชิญอีกฝ่ายมาร่วมกดดัน ประนาม (ขออนุญาตใช้คำนี้) กับคำที่ลอยผ่านไปมาว่า “ประเพณีไทย” “ความดีงาม” คอยทำให้อีกฝ่ายรู้สึกว่า “สิ่งที่ตนทำนั้น มันผิดพลาด มันแย่เหลือเกิน”

แต่ก็อีกนั้นแหละ รายการของคุณวูดดี้มันเป็นสไตล์แบบนี้อยู่แล้ว จึงไม่แปลกที่ หลายคนดูแล้วเกิดความรู้สึกแย่กับคุณวูดดี้ ซึ่งผมมองว่ามันเป็นความรู้สึกส่วนตัวครับ

4. แขกรับเชิญ ทั้งสองท่าน (ขอเรียกว่า ครูสอนท่าเต้น กับ CEO โลกกลางคืน นะครับ) ทั้งสองท่านนี้ ผมหัวเราะทันทีที่ได้รู้ว่า ทางรายการเชิญมา เพราะจะเชิญทั้งสองท่านมา “ฟัด” (ทางวาจา) กับทางฝั่งน้องจ้ะแน่นอน และก็ได้ผลเกิดคาดครับ จุดยืนของแต่ละท่านมันขัดแย้งกับอีกฝั่งอยู่แล้วแน่นอน

รายการวูดดี้เทปนี้ จึงเป็นเทปที่น่าจดจำอีกเทปหนึ่งครับ (ส่วนจะจำด้านไหน ก็แล้วแต่คนนะครับ)

สรุปความคิดเห็นของผม ก็คือ รายการวูดดี้เกิดมาคุยเทปนี้ ไม่ได้สร้างสรรค์อะไรให้กับสังคมเลยครับ (ได้แต่ความมันส์ ความสนุก หรือความรู้สึกของคนบางคนครับ)

ทุกอย่างเป็นความเห็นส่วนตัว เอาไปอ้างอิงทางวิชาการไม่ได้ครับ