เล่น Instagram บนคอมพิวเตอร์ (เล่นอย่างไร?,วิธีการเล่น,ข้อดี)

เล่น instagram บนคอม
ถ้าให้พูดถึงแอพแชร์รูปภาพชื่อดังอย่าง Instragram แล้ว ผมเชื่อว่า น้อยคนนักที่จะไม่รู้จัก เพราะความฮิตที่ใครๆ ก็ต้องมีแอพนี้ติดเครื่องไว้กับเกือบทุกคน วันนี้มานาคอมพิวเตอร์จะมาขอแนะนำวิธีการเล่น Instagram อีกช่องทางหนึ่งบนคอมพิวเตอร์ เผื่อว่าใครจะสนใจนะครับ

แม้การเล่น Instagram บนมือถือจะเป็นเรื่องที่หลายคนชอบเนื่องจากสามารถเล่นได้ทุกที่ แต่หลายคนอาจจะไม่ค่อยชอบการเล่นบนมือถือเนื่องจากขนาดหน้าจอมันเล็กและแพคเกจอินเทอร์เน็ตบนมือถือก็ช้าไม่ทันใจ ดังนั้นการเล่น Instagram บนคอมพิวเตอร์น่าจะเป็นทางเลือกหนึ่งของใครหลายคนนะครับ

ข้อดีของการเล่น Instagram บนคอมพิวเตอร์

  • เมื่อเล่นบนคอมพิวเตอร์ที่มีขนาดหน้าจอใหญ่ ช่วยให้การติดตามรูปภาพของคุณเพื่อนๆ หรือคนที่เรา Follow ดีกว่าบนมือถือ
  • บางคนอาจจะไม่ถนัดการคอยนั่งจิ้มแสดงความเห็นจากคีย์บอรด์บนมือถือ ใช้คีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์พิมพ์แป๊ปเดียวก็สบายเลยครับ จะพิมพ์ประโยคยาวๆ ก็ไม่ต้องใช้เวลานานให้เสียอารมณ์ครับ
  • โดยส่วนมากการใช้คอมพิวเตอร์มักจะมีการติดตั้งอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ทำให้การโหลดฟีดภาพทีละเยอะๆ สามารถทำได้ง่ายและใช้เวลาสั้นๆ ครับ

เล่น Instagram บนคอมพิวเตอร์ ทำอย่างไรบ้าง?

วิธีการง่ายๆ เลยครับ แค่คุณเปิดโปรแกรมท่องเว็บแล้วพิมพ์ไปที่ www.instagram.com ก็จะเข้าหน้าเว็บของ Instagram แล้วครับ

เคล็ดลับง่ายๆ ที่คุณจะสามารถเข้าถึงหน้าของคนที่คุณต้องการจะติดตามแบบง่ายๆ ก็คือ ให้พิมพ์ชื่อของเขาต่อท้ายชื่อเว็บครับ เช่น ผมต้องการติดตามคุณอั้ม (พัชราภา นะครับ ไม่ใช่ อัม อธิชาติ) โดย id ของคุณอั้มก็คือ aum_patchrapa ผมก็จะพิมพ์เข้าหน้าโปรไฟล์ของคุณอั้มโดยตรงได้ดังนี้ครับ

www.instagram.com/aum_patchrapa

ระบบจะพามาหน้าของคุณอั้มดังนี้ครับ

รูปแบบนั้นอาจจะต่างจากหน้าบนมือถือสักหน่อยครับ แต่ลองดูทีละส่วนนะครับ แล้วคุณจะเห็นว่า มันก็จะคล้ายๆ กันครับ

หมายเลข 1 – จะเป็นรูปโปรไฟล์ของคนๆ นั้น หากคุณยังไม่ได้ติดตาม (Follow) ก็คลิ้กตรงนี้ได้เลยครับ (ปล. คุณจะต้องมี id ของตัวเองก่อนนะครับ โดยลงทะเบียนผ่านแอพบนมือถือหรือแทบเล็ตครับ)

หมายเลข 2 – อันนี้เป็นชื่อของ id ของคนๆ นั้นครับ

หมายเลข 3 – แบ่งเป็น 3 ส่วนครับคือ

  • Post – เป็นการแสดงจำนวนโพสต์ของบุคคลนั้น
  • Followers – เป็นการบอกว่า มีคนติดตามบุคคลนี้จำนวนเท่าไหร่?
  • Following – เป็นการบอกจำนวนว่าบุคคลคนๆ นั้นติดตามคนอื่นๆ เป็นจำนวนเท่าไหร่ครับ

หมายเลข หากคุณต้องการที่จะติดตามก็คลิ้กที่หมายเลข 5 ได้เลยครับ

เมื่อคุณเข้าสู่ระบบ id ของคุณแล้ว คุณสามารถแสดงการถูกใจ (หมายเลข 6) และแสดงความคิดเห็น (หมายเลข 7) บนหน้าเว็บที่คอมพิวเตอร์ของคูณได้เลยครับ

สำหรับผม ผมชอบการใช้งาน instagram บนเว็บมากกว่าบนมือถืออีกครับ

วิธีการยกเลิกการแจ้งเตือน SMS จาก Facebook

ยกเลิก SMS facebook
สำหรับผู้ที่ใช้งาน Facebook ที่ได้ทำการเพิ่มเบอร์โทรศัพท์ของตนเข้าไปกับ Facebook อาจจะเริ่มรู้สึกรำคาญเวลาที่มีการส่งการแจ้งเตือนต่างๆ มาทาง SMS อยากจะทำการยกเลิกการแจ้งเตือนนี้ วันนี้มานาคอมพิวเตอร์ขอมาแนะนำวิธีการง่ายๆ นะครับ

โดยปกติแล้ว บริการแจ้งเตือนนี้ จะมีการเก็บค่าใช้จ่ายจากมือถือของท่านด้วยนะครับ โดยอยู่ที่ 9 บาทต่อสัปดาห์ ซึ่งผมเชื่อว่า โดยปกติผู้ใช้งานก็มักจะเปิดมือถือดูสถานะล่าสุดของ Facebook อยู่บ่อยๆ แล้ว ใครเผลอสมัครไปก็ลองมาดูวิธีการยกเลิกนะครับ

วิธีการยกเลิกการแจ้งเตือน SMS จาก Facebook

ขั้นแรก เมื่อคุณเข้าสู่ระบบแล้ว ให้คุณคลิ้กที่รูปฟันเฟือง ซึ่งเป็นส่วนของการตั้งค่าที่อยู่บริเวณขวามือของจอนะครับ เมื่อคลิ้กแล้วจะมีเมนูหน้าต่างขึ้นมา ให้เลือกที่ “ตั้งค่าบัญชีผู้ใช้”

ในส่วนหน้าของการตั้งค่าบัญชีผู้ใช้ เมื่อมองทางซ้ายมือของจอ จะเห็นคำว่า โทรศัพท์มือถือ ให้คลิ้กครับ

ส่วนของหน้าการตั้งค่ามือถือ จะเห็นหมายเลขโทรศัพท์มือถือของคุณที่เคยลงทะเบียนไว้ หากต้องการยกเลิก ให้ทำการคลิ้กที่ “ลบออก” ครับ

ระบบจะแสดงหน้าต่างเพื่อทำการสอบถามว่า คุณต้องการยืนยันที่จะลบเบอร์มือถือนี้จริงหรือไม่ ให้คุณยืนยันด้วยการคลิ้กที่คำว่า “Remove Phone” ครับ

เสร็จแล้ว ระบบจะให้คุณทำการใส่รหัสผ่านเพื่อยืนยันตัวตนของคุณอีกครั้ง เสร็จแล้วคลิ้กที่ “ส่ง” ครับ

เมื่อเสร็จแล้ว เพื่อความแน่ใจ ให้คุณการทำการยกเลิกโดยผ่านมือถือของคุณเองเลยครับ โดยแต่ละค่ายมือถือก็จะมีวิธีการต่างกันดังนี้ครับ

AIS – ยกเลิกโดยการส่ง SMS โดยพิมพ์คำว่า Stop แล้วส่งไปยังหมายเลข 42665
DTAC – ยกเลิกโดยการส่ง SMS โดยพิมพ์คำว่า SMS Stop แล้วส่งไปยังหมายเลข 42665
TRUE – ยกเลิกโดยการส่ง SMS โดยพิมพ์คำว่า Unreg แล้วส่งไปยังหมายเลข 42665

ลองทำตามดูนะครับ

วิธีปิดระบบเดาคำ,แก้ไขคำอัตโนมัติใน iPhone,iPad,iPod

disable-auto-correct-iphone-2
วันนี้มีทิปสั้นๆ สำหรับผู้ที่ใช้งาน iPhone หรือ iPad อาจจะเคยหงุดหงิดเวลาที่แชทหรือพิมพ์ข้อความใดๆ กับระบบการเดาคำหรือแก้ไขคำอัตโนมัติ (Auto-correction) วันนี้มานาคอมพิวเตอร์ขอแนะนำวิธีการปิดคุณสมบัตินี้แบบง่ายๆ กันนะครับ

อาการที่ว่านี้ก็คือ บางทีเราตั้งใจพิมพ์คำหรือประโยคหนึ่ง แต่ระบบดันมีคำอื่นโผล่เข้ามาให้แทน แล้วทำให้ความหมายของคำหรือรูปประโยคผิดไปจากเดิมเลยครับ ซึ่งสร้างความหงุดหงิดน่ารำคาญเป็นอย่างมาก เรามาดูลำดับการตั้งค่าเพื่อปิดส่วนนี้นะครับ

วิธีปิดระบบเดาคำ,แก้ไขคำอัตโนมัติใน iPhone,iPad

ให้คุณเข้าไปที่ Setting -> General -> Keyboard ให้มองหาในส่วนของ Auto-correction แล้วทำการปิดตรงนี้ครับ

disable-auto-correct-iphone

แค่นี้ก็จะไม่มีระบบการเดาคำมาทำให้วุ่นวายใจเวลาใช้งานแล้วครับ

 

วิธีคำนวณปริมาณการใช้งาน 3G ง่ายๆ จาก Truemove

คำนวณ 3G
หลายคนที่ต้องการจะสมัครแพคเกจการใช้งานอินเทอร์เน็ตบนมือถืออาจจะอยากรู้ว่า จริงๆแล้วการใช้งานอินเทอร์เน็ตบนมือถือของตนนั้นมีปริมาณการใช้งานเท่าไหร่กันแน่ วันนี้มีคำนวณปริมาณการใช้งาน 3G ง่ายๆ จาก Truemove มาฝากครับ

โดยโปรแกรม Data Caculator นี้จะช่วยคำนวณปริมารการใช้งานข้อมูลจริงในแต่ละเดือน เพื่อช่วยให้คุณสามารถเลือกแพคเกจที่เหมาะสมกับการใช้งานมากที่สุดครับ

ในกรณีนี้เหมาะสำหรับคนที่จะสมัครแพคเกจแบบจำกัดปริมาณการใช้ข้อมูลครับ เช่น 75 MB,150 MB, 500 MB หรือ 1 GB ครับ ส่วนใครที่สมัครแพคเกจแบบใช้งานเน็ทไม่จำกัด (Unlimited) ไม่ต้องใช้ตัวช่วยนี้ก็ได้ครับ เพราะใช้ได้ไม่อั้นอยู่แว้ว (อ้อ แม้ว่าคุณจะไม่ได้ใช้ Truemove โดยอาจจะเป็นลูกค้า Dtac หรือ AIS ก็ใช้สูตรนี้คำนวณได้ครับ

โดยให้คุณเข้าไปที่ http://www.truemove.co.th/3g/data_calculator.html จะเจอหน้าตาแบบนี้ครับ

โดยแต่ละส่วนมีข้อมูลที่น่าสนใจดังนี้ครับ

หมายเลข 1 – ให้คุณเลือกว่า คุณใช้การคำนวณนี้กับอุปกรณ์ประเภทไหน มีตัวเลือกคือ มือถือ (Smart Phone) , ไอแพด (iPad) หรือ คอมพิวเตอร์แบบพกพา (Laptop)

หมายเลข 2 – เป็นส่วนให้คุณใส่ข้อมูลประมาณการ การใช้งานในด้านต่างๆ ของคุณในแต่ละวันครับ เช่น เข้า Facebook กี่ครั้งต่อวัน, เปิดอีเมล์กี่ฉบับต่อวัน, ดูคลิป Youtube วันละกี่นาที ฯลฯ ให้ทำการเลื่อนแถบไปให้ใกล้เคียงกับการใช้งานจริงของคุณมากที่สุดครับ

หมายเลข 3 จะเป็นการแสดงผลรวมของปริมาณข้อมูลทั้งหมดที่คุณใช้ในแต่ละเดือน เพื่อให้คุณสามารถคำนวณหาแพคเกจที่เหมาะได้ครับ เช่นคุณอาจจะมีการใช้งานแค่เดือนละไม่ถึง 500 mb หากคุณไปสมัครแพคเกจแบบใช้ไม่จำกัด ก็จะสิ้นเปลืองโดยใช้เหตุครับ

หมายเลข 4 เป็นการคลิ้กเพื่อรีเซ็ทการคำนวณครับ

ยกตัวอย่าง ผมลองคำนวณการใช้งานของผมคร่าวๆ ดังนี้ครับ

  • รับ-ส่งอีเมลแบบมีไฟล์แนบวันละ 5 ฉบับ และไม่มีไฟล์แนบวันละ 5 ฉบับ
  • เปิดเว็บไซต์วันละ 100 หน้า
  • โพสต์ข้อความลง Facebook, Twitter วันละ 5 ครั้ง
  • แชทวันละ 3 ชั่วโมง
  • ดู Youtube วันละประมาณ 5 นาที
  • อัพโหลดรูปขึ้น Facebook วันละ 2 ครั้ง
  • ไม่ดาวน์โหลดเพลง

แล้วผลก็ออกมาดังนี้ครับ

ผลรวมปริมาณการใช้งานอินเทอร์เน็ตบนมือถือของผมก็คือ 899 MB ดังนั้นแพคเกจแบบไม่เกิน 1 GB จึงเหมาะกับผมครับ

ลองเอาไปใช้งานดูนะครับ

 

ชาร์จแบตมือถือให้เต็มเร็วขึ้น ด้วยทิปง่ายๆ

ชาร์จเร็ว
วันนี้มีทิปง่ายๆ แต่ใช้ได้จริงอีกทิปมานำเสนอครับ เคยประสบปัญหาไหมครับประมาณว่าจะต้องรีบออกไปธุระข้างนอกแล้ว แต่มือถือที่กำลังชาร์จอยู่นั้นกว่าแบตจะเต็มก็ช้าเหลือเกิน จะเอาที่ชาร์จออกก็กลัวว่าแบตยังไม่เยอะพอที่จะออกไปใช้งานข้างนอก วันนี้มานาคอมพิวเตอร์ขอแนะนำทิปง่ายๆ (จนคาดไม่ถึงเลยครับ)

เคล็ดลับง่ายๆ ที่จะทำให้ชาร์จแบตมือถือให้เต็มเร็วขึ้น ก็คือ “ในขณะชาร์จ ให้ทำการเปิดโหมดการบิน (Airplane Mode) ทิ้งไว้”

แค่นี้เองครับ!!

คุณอาจจะสงสัยว่า ทำแค่นี้จริงๆ เหรอ มันจะได้ผลจริงๆ เหรอ ผมทดลองทำด้วยตัวเองแล้วพบว่า ใช้ได้ผลจริงๆ ครับ

ทำไมการเปิดโหมดการบิน (Airplane Mode) จึงช่วยให้การชาร์จแบตเตอรี่มือถือเต็มเร็วขึ้น?

เพราะว่าโดยสถานะปกติแล้ว มือถือของคุณจะทำการสูบพลังงานแบตเตอรี่จากหลากหลายกรณี เช่น การเปิด 3G หรือ GPS ค้างไว้ตลอดเวลา รวมทั้งการเปิดให้มือถือสแตนด์บายอยู่ตลอดเวลา ซึ่งหลายคนอาจจะรู้สึกว่ามันสะดวก

แต่ในความเป็นจริงคุณลองคิดดูสิครับว่า เมื่อมีการเอาไฟเข้าเครื่องด้วยการชาร์จ ในขณะที่ไฟก็ไหลออกไปกับการใช้พลังงานของ 3G,GPS และการสแตนด์บายเครือข่ายมือถือ มันจึงทำให้การชาร์จนั้นใช้เวลานานกว่าปกติครับ

หลายคนอาจจะแยังว่า อ้าว! ถ้าอย่างนั้นใครติดต่อเข้ามาตอนนั้นก็ติดต่อไม่ซิ ใช่ครับ แต่แค่เปิดโหมดการบิน (Airplane Mode) ไม่กี่นาที จะช่วยให้ปริมาณแบตเตอรี่ที่ถูกชาร์จเข้าไปในเครื่องมีปริมาณเยอะกว่ามือถือสถานะปกติพอสมควรเลยนะครับ และทิปนี้เหมาะสำหรับคนที่มีเวลาไม่มากในการชาร์จมือถือครับ ซึ่งสะดวกกว่าการปิดเครื่องแล้วชาร์จครับ

เป็นทิปที่ง่ายจนคาดไม่ถึงใช่ไหมครับ (ปล.ชาร์จเสร็จอย่าลืมปิดโหมดการบินนะครับ เดี๋ยวชาวบ้านติดต่อไม่ได้ครับ)   🙂

ปล.ถ้าใครมีแบตสำรอง ทิปนี้อาจจะไม่น่าสนใจสำหรับคุณก็ได้ครับ