ใช้มือถือขณะที่กำลังชาร์จไฟ อันตรายไหม? มีผลเสียหรือเปล่า?

ใช้ไอโฟนตอนชาร์จ
ก่อนหน้านี้หลายท่านอาจจะเคยได้ยินข่าวที่ว่า มีสาวจีนใช้มือถือยี่ห้อหนึ่งในขณะที่ชาร์จไฟแล้วปรากฎว่าเกิดไฟช็อตทำให้เสียชีวิต ทำให้หลายคนกลัวและกังวล รวมถึงอาจจะสงสัยว่า “เอ๊ะ มือถือนี่เราสามารถเล่นหรือคุยโทรศัพท์ไปด้วยในขณะที่กำลังทำการชาร์จไฟอยู่ได้หรือไม่?” วันนี้มานาคอมพิวเตอร์จะมาให้คำตอบเกี่ยวกับเรื่องนี้นะครับ

เนื่องจากปัจจุบันนี้โทรศัพท์มือถือของคนส่วนใหญ่มักจะเป็นแบบสมาร์ทโฟน นั่นคือสามารถทำอะไรได้หลากหลายอย่าง ซึ่งทำให้เกิดปัญหาก็คือ แบตเตอรี่หมดไวกว่ามือถือสมัยก่อน การใช้งานมือถือในขณะที่กำลังชาร์จอยู่จึงเป็นเรื่องปกติสำหรับผู้ใช้งานในสมัยนี้ครับ

ข้อสังเกตอย่างหนึ่งที่เรามักจะพบได้เมื่อเราใช้งานโทรศัพท์มือถือในขณะที่กำลังชาร์จไปด้วยนั้นก็คือ “ความร้อน” ครับ ทำให้หลายคนกลัวว่า ถ้ามีความร้อนสะสมมากๆ มันจะช๊อตหรือเกิดการระเบิดขึ้นมาได้ซึ่งเรื่องนี้ คนละกรณีเกี่ยวกับที่สาวจีนถูกไฟช็อตนะครับ เนื่องจากภายหลัง ทางเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบแล้วพบว่า หญิงผู้เคราะห์ร้ายรายนี้ใช้สายชาร์จของปลอมหรือของเลียนแบบนะครับ ซึ่งมีความเสี่ยงอยู่แล้วครับหากนำมาใช้งาน อาจจะเกิดการลัดวงจรได้ครับ

สำหรับผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้นแน่นอนเมื่อคุณใช้มือถือขณะชาร์จก็จะมีสองสามกรณีใหญ่ๆ ครับ นั่นคือ

1. แบตเตอรี่จะใช้เวลาในการชาร์จนานกว่าปกติ เพราะถ้าคิดเทียบจากการที่เราปิดมือถือเพื่อชาร์จไฟ จะสังเกตได้ว่า ใช้เวลาในการชาร์จที่เร็วกว่า การเปิดเครื่องแล้วทำการชาร์จ แล้วถ้าใช้งานไปด้วย ก็เป็นเหตุเป็นผลให้การชาร์จนั้นช้ายิ่งกว่าเดิมอีกครับ

2. ความร้อนสะสม โดยปกติเมื่อมีการใช้งานที่ต้องใช้การประมวลผลสูงๆ ติดต่อกัน เช่นเล่นเกมส์ความละเอียดสูง คุณจะสังเกตได้ว่า เครื่องจะร้อนขึ้นจากปกติ และเวลาที่ทำการชาร์จมือถือ ก็จะพบว่า ความร้อนก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน ซึ่งคุณลองคิดดูนะครับว่า ความร้อนทั้งสองกรณีมาอยู่รวมกันในช่วงเวลาเดียว มันจะร้อนกว่าเดิมมากสักขนาดไหนครับ

3. แบตเตอรี่จะเสื่อมไวกว่าปกติ แต่กรณีนี้ไม่ใช้ว่าจะเสื่อมแบบวันนี้พรุ่งนี้นะครับ เพียงแค่อายุการใช้งานของแบตเตอรี่มันจะสั้นลงกว่าปกติครับ โดยผลจากข้อ 2 เรื่องความร้อนสะสม ก็เป็นสาเหตุให้แบตเตอรี่มีอายุสั้นลงไปอีกะนครับ

หากไม่มีธุระเร่งด่วนแล้ว แนะนำว่า ตอนที่กำลังชาร์จไฟ ลองงดใช้งานมือถือดูสักพักนะครับ

รีวิว แบตเตอรี่สำรองยี่ห้อ Adin (5000 mAh)


ต้องยอมรับว่า ทุกวันนี้อุปกรณ์จำพวกโทรศัพท์มือถือและแทบเล็ตได้รับความนิยมมากขึ้น เนื่องจากสามารถทำงานได้หลากหลายมากขึ้นและพกพาได้ง่ายขึ้นกว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ทั่วไป  แต่ปัญหาหนึ่งที่มักจะเจอก็คือ แบตเตอรี่มักจะชอบหมดในช่วงระหว่างวัน (เนื่องจากการใช้งานอยู่ตลอดเวลา) และมักจะหมดเอาอีตอนอยู่ข้างนอกด้วย จะหาที่เสียบสายชาร์จก็ไม่ค่อยสะดวก วันนี้ทางมานาคอมพิวเตอร์จะขอแนะนำอุปกรณ์จำพวก “แบตเตอรี่สำรอง” ยี่ห้อ Adin ครับ

ทางมานาคอมพิวเตอร์ได้รับแบตสำรองยี่ห้อ Adin โดยได้รับการสนับสนุนจากเว็บไซต์ iGadgets.in.th ผู้จัดจำหน่ายอุปกรณ์เสริมต่างๆ สำหรับโทรศัพท์มือถือครับ

ข้อมูลโดยทั่วไปของแบตเตอรี่สำรอง Adin

  1. สามารถพกพาได้สะดวกด้วยขนาดที่เล็กกะทัดรัด เหมาะสำหรับคนชอบเดินทาง (ขนาด 98x60x13 mm น้ำหนัก 99 กรัม)
  2. มีสัญญาณไฟ LED 4 แถบ แสดงความจุของแบตเตอรี่ (ด้านละ 2 แถบ)
  3. ชาร์จโทรศัพทมือถือ, Smart Phone ต่างๆ เช่น iPhone4s/4, Samsung, HTC, iPod, Sony PSP, iPad, Tablet ยี่ห้อต่างๆและอุปกรณ์ดิจิตอลอื่นๆ ได้
  4. สามารถชาร์จไฟเข้าได้หลากหลาย เช่น ชาร์จไฟพาวเวอร์แพคโน้ตบุ๊คผ่านทางพอร์ตUSB หรือผนังอะแดปเตอร์กับสายชาร์จ USB
  5. Input DC 5V-1000mA
  6. มี 2 พอร์ต Output หนึ่งคือ 5V, 2000mA อีกหนึ่งเป็น5V, 1000mA

อุปกรณ์ภายในชุดทั้งหมด

  • แบตเตอรี่สำรองยี่ห้อ Adin ความจุ 5000 mAh
  • สาย USB โดยแปลงออก 2 หัวเป็นหัวสำหรับ Apple  และ Micro USB
  • คู่มือการใช้งาน

แรกสัมผัส

เมื่อทางมานาคอมพิวเตอร์ได้เห็นตัวแบตสำรองยี่ห้อ Adin นี้ สิ่งแรกที่สัมผัสได้เลยคือ ดีไซน์ที่ทำออกมาได้ดูดี มีขนาดเล็กและพกพาง่าย ที่สำคัญก็คือ น้ำหนักเบาที่สุดในบรรดาแบตสำรองที่มีจำหน่ายอยู่ในท้องตลาด ณ ตอนนี้ (99 กรัม) ซึ่งเหมาะกับสาวๆ ที่ไม่นิยมพกพาของหนักๆ ครับ

ขนาดจะเห็นได้ว่าเล็กมาก ยังไม่เต็มฝ่ามือผมเลย

รูปหน้าตรงของ Adin ครับ ปุ่มกดด้านล่างจะเปิดปุ่มเปิดปิดเครื่องชาร์จครับ

รูปด้านข้างครับ

ด้านล่างจะมีช่อง Micro USB 1 ช่อง และ USB ปกติ 2 ช่องครับ

ขณะชารจ์จะมีไฟสีฟ้าแสดงสถานะด้านขวาของปุ่ม

 

เริ่มทดสอบการใช้งาน

เมื่อตอนแกะกล่องมาแล้วทำการกดปุ่มเปิดแบตสำรอง Adin จะพบว่า มีไฟเหลืออยู่ในตัวที่ชาร์จอยู่พอสมควร โดยปุ่มสีขาวด้านล่างจะเป็นปุ่มไว้สำหรับเปิดปิด ไฟสีฟ้าจะมีอยู่ด้านข้างปุ่มข้างละสองดวง รวมท้งหมดสี่ดวง โดยเมื่อเริ่มทำการชาร์จไฟ จะเริ่มต้นที่ไฟดวงแรกกระพริบ และเมื่อไฟเต็มแล้ว ไฟทั้งสี่ด้วยจะติดครับ

ส่วนในขณะที่ใช้งานเพื่อทำการชาร์จไฟเข้ามือถือ ไฟสีฟ้าทางด้านซ้ายมือของปุ่มกดจะแสดง โดยถ้าขึ้นไฟสี่ดวงจะแสดงสถานะไฟเต็มที่ชาร์จ เมื่อใช้งานไปเรื่อย ไฟจะค่อยๆ ลดลง แต่ไม่ติดเลยเมื่อไฟในแบตสำรองหมด

สำหรับช่องเสียบด้านล่าง จะมี Micro USB สำหรับเสียบไฟชาร์จ โดยคุณสามารถชาร์จได้ทั้งจากคอมพิวเตอร์ หรือจะใช้สายชาร์จโทรศัพท์มือถือหรือแทบเล็ตที่ส่วนหัวเป็น Micro USB ครับ และช่อง USB ปกติจะมีสองช่อง โดยช่องหนึ่งจะเป็น 5V, 2000mA และอีกช่องหนึ่งจะเป็น 5V, 1000mA ครับ

การใช้งานจริง

ตอนแรกผมได้ทำการชาร์จไฟเพื่อเข้าเครื่องแบตเตอรี่สำรอง Adin โดยใช้เวลาการชาร์จประมาณ 8 ชั่วโมงจึงจะเต็มความจุครับ โดยการใช้งานจริง ผมได้ปล่อยให้โทรศัพท์มือถือของผม (Sony Neo V) มีไฟเหลืออยู่ประมาณไม่ถึง 10% แล้วทำการชาร์จไฟตลอดเวลา พร้อมทั้งใช้งานอินเทอร์เน็ต 3G + ปล่อย WiFi จากมือถือ พร้อมโทรศัพท์บ้างตามปกติ และเมื่อกลับมาถึงบ้าน ผมก็ได้ทำการชาร์จมือถือของผมผ่านแบตสำรองนี้ไว้ทั้งคืน เมื่อตอนเช้าก็พบว่า แบตสำรองใช้ไฟไปเพียงครึ่งเดียว และโทรศัพท์มือถือของผมก็แบตเต็ม 100%

ข้อสรุป

สำหรับผม การใช้งานแบบเต็มที่ตลอด 1 วัน 1 คืนนั้น ให้ผลที่น่าพอใจมาก (โดยที่แบตยังเหลือไฟอย่างน้อยครึ่งหนึ่งครับ) และด้วยการดีไซน์และน้ำหนักที่เบา พกพาง่าย ทำให้แบตสำรอง Adin เป็นตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจตัวหนึ่งสำหรับผู้ที่ใช้งานมือถือและแทบเล็ตอยู่ตลอดเวลาครับ

สนใจสั่งซื้อสินค้าตัวนี้ได้ที่ iGadgets.in.th ครับ

ซื้อ Notebook ใหม่ ต้องชาร์จแบตเตอรี่ทิ้งไว้ทั้งคืน (อย่างน้อย 10 ชั่วโมง) หรือไม่?


สำหรับคนที่ซื้อ Notebook มาใหม่อาจจะรู้สึกกังวลใจว่า “เราต้องทำการชาร์จแบตเตอรี่โน้ตบุ้คทิ้งไว้ทั้งคืนหรือไม่” ถ้าไม่ชาร์จแล้วจะทำให้อายุของแบตเตอรี่สั้นลงหรือเปล่า?”  วันนี้เราลองมาดูคำตอบนี้กันนะครับ

ด้วยความเชื่อของคนส่วนใหญ่มักจะคิดว่า เมื่อเราซื้อคอมพิวเตอร์แบบพกพา (Notebook) มาใหม่ๆ เราจะต้องทำการชาร์จแบตเตอรี่ทิ้งไว้นานๆ (หรือบางทีก็ให้ชาร์จทิ้งไว้ข้ามคืนเป็นสิบกว่าชั่วโมง) ด้วยข้อมูลที่ได้รับกันมาต่อๆ กันว่า จะช่วยยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ให้ยาวนานขึ้น บางคนก็บอกว่าเป็นการคลายประจุของแบตเตอรี่ ถ้าไม่ทำอาจจะทำให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็ว หรือช๊อตได้

ก่อนที่จะไปกันมากกว่านี้ ผมอยากให้คุณลองสังเกตว่า เมื่อเราซื้อโน้ตบุ้คมาจากร้านคอมพิวเตอร์ใหม่ๆ คุณได้ลองสังเกตไหมครับว่า แบตเตอรี่โน้ตบุ้คจะมีปริมาณไฟอย่างน้อยก็เกือบครึ่ง แสดงว่า มันต้องมีการชาร์จมาแล้วก่อนหน้านี้

ยิ่งถ้าลองนึกถึงขั้นตอนในส่วนของการผลิตโน้ตบุ้คจากโรงงานแล้ว เห็นด้วยไหมครับว่า ทางผู้ผลิตจะต้องมีการทดสอบและตรวจสอบคุณภาพของโน้ตบุ้คแต่ละเครื่อง การเปิดเครื่องเพื่อตรวจสอบความสมบูรณ์ของการทำงานของโปรแกรมก็เป็นส่วนหนึ่งในขั้นตอนการผลิตด้วยใช่ไหมครับ? เพราะถ้าไม่ตรวจสอบ เขาจะไม่รู้เลยว่า โน้ตบุ้คเครื่องนี้จะใช้งานได้ตามมาตราฐานที่เขากำหนดได้หรือไม่?

ยิ่งตอนที่คุณจ่ายเงินค่าโน้ตบุ้คแล้ว ทางร้านก็จะมีการลงโปรแกรมต่างๆ ให้ ซึ่งส่วนใหญ่ในขณะที่ลงโปรแกรมก็จะต้องเสียบสายชาร์จเพื่อป้องกันมิให้แบตเตอรี่หมดตอนขณะลงโปรแกรม ดังนั้นการชาร์จที่บ้านของคุณจึงมิใช่ครั้งแรกครับ

สรุปก็คือ คุณสามารถทำการชาร์จตามปกติ (เมื่อแบตเตอรี่เต็มก็ถอดสายชาร์จออก) ก็ถูกต้องแล้วครับ

iPad2 ต่อเน็ท,ใช้งานทั้งวัน ใช้ได้นานกี่ชั่วโมง?


ผมเชื่ออย่างหนึ่งว่า สำหรับผู้ที่ซื้อเจ้า iPad2 นั้น ต้องการ Tablet ดีๆ สักอันหนึ่งเพื่อเอาไว้สำหรับท่องเน็ท หรือดูหนังฟังเพลง, ทำงาน หรือเอาไว้เล่นเกมส์เวลาออกนอกสถานที่ เพราะการที่จะคอยแบก Notebook หรือ Netbook ตัวหนึ่งหนัก 2-3 กิโลกรัมไปไหนมาไหนตลอดคงไม่ใช่เรื่องสนุกแน่นอนใช่ไหมครับ เมื่อต้องนำออกนอกสถานที่ หลายคนอาจจะสงสัยว่า จริงๆ แล้ว เจ้า iPad2  นั้นสามารถใช้งานได้นานเท่าไหร่ต่อการชาร์จแบตเตอรี่ 1 ครั้ง วันนี้ผมจะหาข้อมูลมาให้ทราบนะครับ

ในกรณีที่คุณใช้งาน iPad2 โดยที่ไม่ทำการเปิดสัญญาณ Wifi หรือทำการเชื่อมต่อผ่านอินเทอร์เน็ต เช่นอาจจะใช้เพื่อเล่นเกมส์ หรือการนำเสนองานผ่านทาง iPad ดูหนัง,ฟังเพลง โดยการใช้งานจริงนั้น จะสามารถใช้งานได้มากกว่า 12 ชั่วโมงครับ

แต่ถ้าในกรณีที่คุณทำการเปิดการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านสัญญาณ Wifi แบตเตอรี่ส่วนหนึ่งจะถูกแบ่งไปเพื่อการใช้งานของอุปกรณ์เชื่อมต่อ wifi ด้วยนะครับ ทำให้ระยะเวลาการใช้งานสั้นลงอาจจะเหลือประมาณ 9-10 ชั่วโมงครับ

เพราะโดยสภาวะปกติแล้ว ถ้าคุณใช้ iPad2 เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแบบผ่าน wifi แบตเตอรี่ 1% ใช้ได้ประมาณ 6-7 นาที เมื่อคำนวนแล้ว คุณจะสามารถใช้งานได้อย่างน้อย 10 กว่าชั่วโมงแบบติดต่อกันครับ

แต่ถ้าคุณทำการปรับความสว่างของหน้าจอให้ลดลงสัก 50% ก็จะทำให้แบตเตอรี่ใช้งานได้ระยะเวลาที่ยาวนานขึ้นนะครับ

คราวนี้ คุณคงสามารถคำนวนปริมาณแบตเตอรี่ได้คร่าวๆ ก่อนที่จะนำเอาเจ้า iPad2 คู่ใจ ออกจากบ้านนะครับ เพราะหากต้องออกไปไหนทั้งวัน แล้วแบตเตอรี่ใน iPad2 ยังไม่เต็ม เสียเวลาชาร์จสักหน่อยดีกว่าครับ เวลาเอาออกไปใช้งานแล้วจะได้ไม่เจอปัญหาแบตเตอรี่หมดก่อนให้เสียอารมณ์นะครับ 🙂