แอนตี้ไวรัสดีๆ และฟรีมีจริงๆ ไหม?

3-antivirusหลังจากที่ผมได้เคยเขียนบทความเกี่ยวกับ “การแก้ไขปัญหาไวรัสลงเครื่องแบบยั่งยืน” เมื่อไม่นาน ก็มีคน(แอบ)มาถามผมว่า

“แล้วมันมีโปรแกรมแอนตี้ไวรัส (Anti-Virus) ที่ฟรี (ไม่เสียเงินนั่นแหละ) และดีมันจะมีอยู่บ้างไหม?”

ตอบ ง่ายๆ เลยว่า “มีครับ” และในความเป็นจริงโปรแกรมแอนตี้ไวรัสแบบไม่เสียเงิน กับแบบเสียเงินนั้น ประสิทธิภาพมันไม่ได้ต่างกันราวฟ้ากับเหวอย่างที่หลายคนเคยเข้าใจนะครับ เพียงแต่แบบเสียเงินจะมีรูปแบบที่ช่วยในการอำนวยความสะดวกให้กับเรามากกว่า และเพิ่มการป้องกันคอมพิวเตอร์ของคุณที่ดูหลากหลายขึ้น (แต่สำหรับผม ผมมองว่า แค่แบบไม่เสียเงินนั้นก็เพียงพอต่อการใช้งานของพวกเราแล้วครับ)

สำหรับวันนี้ที่ผมอยากจะขอแนะนำโปรแกรมแอนตี้ไวรัสแบบฟรีและดีนั้น มีทั้งหมด 3 ตัวครับคือ
1. Avira  Antivir ดาวน์โหลด Free Version ได้ที่  http://www.free-av.com/en/download/index.html (เลือกที่ Free นะครับ เสียตังค์ผมไม่ช่วยออกนะ)
2. AVG Anti-Virus ดาวน์โหลด Free Version ได้ที่  http://free.avg.com/us-en/download ครับ
3. Avast! Home Edition ดาวน์โหลด Free Version ได้ที่  http://www.avast.com/eng/download-avast-home.html
สำหรับในความรู้สึกของผมนั้น โดยส่วนตัวผมจะชอบ Avira  Antivir (หรือที่คนส่วนใหญ่เรียกว่า ร่มแดง เนื่องจากเป็นโลโก้ของแอนตี้ไวรัสตัวนี้) เนื่องจากมีความรู้สึกว่ามันใช้งานง่าย และดูการทำงานมีประสิทธิภาพ และอัพเดทฐานข้อมูลไวรัสบ่อย (บ้างที่ก็รู้สึกว่าบ่อยเกิน -_-‘ )

ในขณะเดียวกัน AVG Anti-Virus ก็ใช้งานง่าย รูปร่างหน้าตาก็เหมาะสำหรับผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ในระดับเบื้องต้นและไม่กินทรัพยากรเครื่องมากนัก

ส่วน Avast ก็มีระบบ boot time scan ที่สามารถให้เราสแกนไวรัสได้ตั้งแต่เริ่มเปิดเครื่อง ซึ่งความสามารถนี้ดูออกจะเกินหน้าเกินตาเหล่าโปรแกรมแอนตี้ไวรัสแบบฟรีทั้ง หลายเลยทีเดียว

แต่ท้ายที่ สุด สิ่งที่สำคัญมากๆ ที่คุณจะลืมไม่ได้เลยในการป้องกันไวรัสให้กับคอมพิวเตอร์ของคุณก็คือ “ตัวของคุณ” เองนั่นแหละครับ ที่มีผลในการป้องกันไวรัสให้กับคอมพิวเตอร์แสนรักของคุณ โดยคุณ

หาโปรแกรมป้องกันการ Disable Autorun ซึ่งผมขอแนะนำ CPE17 Autorun Killer v 1.8.0 build 1405 ดาวน์โหลดได้ที่นี่ครับ http://www.manacomputers.com/wp-content/downloads/CPE17AntiAutorun1405.rar
สแกนอุปกรณ์พกพา (เช่น USB Flash Drive) ทุกครั้งก่อนที่จะมีการเปิดใช้งาน
อัพเดทฐานข้อมูลไวรัสบ่อยๆ
สแกนไวรัสบ้าง อาจจะ 2 เดือนสแกนที

แค่นี้ คอมพิวเตอร์ของคุณก็ปลอดภัยไปอีกนานแล้วครับ
ไว้คราวหน้า ผมจะมาแนะนำโปรแกรมแอนตี้ไวรัสแบบฟรีทั้ง 3 ตัวนี้แบบแยกกันทีละตัวเลยนะครับ

บทความนี้เขียนขึ้นโดย Kittin จากเว็บไซต์ manacomputers.com ได้รับความคุ้มครองตามสัญญาอนุญาต CC 3.0

การแก้ไขปัญหาไวรัสลงเครื่องแบบยั่งยืน

ปัญหาใหญ่สำหรับผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ในปัจจุบันที่พบเห็นกันเป็นอย่างมากก็คือ “การหาคลิปหลุดของดาราไม่เจอ” ไม่ช่าย เรื่องของ “ปัญหาไวรัสลงเครื่อง” ต่างหาก หลายคน (รวมทั้งตัวผมเอง) ก็เจอปัญหานี้อยู่เป็นระยะๆ จากประสบการณ์ของผมเกี่ยวกับการใช้โปรแกรมป้องกันไวรัส ( Anti-Virus Program) ทั้งแบบฟรีและเสียเงิน) รวมๆ ก็ประมาณ 7-8 ยี่ห้อแล้ว แต่ก็ยังเจอปัญหานี้อยู่ร่ำไป จนเริ่มรู้สึกว่า ไม่มีอะไรที่สมบูรณ์แบบ (แม้กระทั่งแอนตี้ไวรัส)

virus-pendrive

แล้วเราจะแก้ไขปัญหาเรื่องไวรัสนี้อย่างไรดีล่ะ? วันนี้ผมจะมาบอกวิธีการป้องกันที่ง่ายจนไม่น่าเชื่อให้คุณลองเอาไปทำดูนะครับ

1. ควรทำการ update ฐานข้อมูลไวรัสของโปรแกรมป้องกันไวรัสในเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณบ่อยๆ นะครับ
(ไม่ว่าคุณจะได้มาฟรีหรือเสียเงินก็ตาม) เพราะการ update บ่อยๆ จะทำให้เครื่องของเรารู้จักไวรัสตัวใหม่ๆ ได้ดีขึ้น จะได้ไม่เป็นกรณีเชิญโจรเข้ามานั่งเล่นในบ้านของเรานะครับ ถ้าเครื่องเราไม่ได้ต่ออินเตอร์เน็ทเป็นประจำ ก็ลองหาวิธีการ update แบบ off-line ก็ได้ครับ

2. ติดตั้งโปรแกรมจำพวก Disable การ Autorun ของอุปกรณ์
ตัวหนึ่งที่ผมว่าดีและฟรีก็คือ CPE17 Autorun Killer และอีกตัวก็คือ USB Security Disk (เครื่องที่ผมใช้งานอยู่ลงทั้งสองตัวนี้ครับ) โดยการทำงานคร่าวของมันก็คือ “จะหยุดการ Autorun เมื่อตอนที่เราเสียบ Thumb Drive (อุปกรณ์เก็บข้อมูลแบบ USB ) หรือใส่แผ่นซีดี” เพราะไวรัสหลายตัวเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์ผ่านช่องทางนี้

3. เมื่อติดตั้งแล้วโปรแกรม Disble Autorun แล้ว หลังจากเสียบอุปกรณ์เก็บข้อมูลแบบ USB แล้ว อย่าเพิ่งเริ่มใช้งาน
ให้ลองคลิ้กขวาที่เม้าส์ ที่ Drive ของ USB เสียบอยู่ เลือกใช้โปรแกรมแอนตี้ไวรัสสแกนดูก่อนเปิด จะช่วยป้องกันการติดไวรัสได้ดีเลยทีเดียว

4.หลังจากดาวน์โหลดไฟล์หรือได้รับไฟล์อะไรใหม่ก็ตาม อย่าเพิ่งเปิด เสียเวลาสักนิด สแกนดูก่อน
เพราะส่วนใหญ่ไฟล์ที่มีอยู่ในอินเตอร์เน็ทมักจะแนบไวรัสไว้ด้วย (พวก Crack,Sereal Number,Keygen นี่ตัวดีเลย)

5. การสำรองข้อมูลหรือการใช้ System Restore ก็เป็นการป้องกันที่ดี
(ถ้าใครสำรองข้อมูลด้วยการ Ghost ได้นี่ยิ่งดีใหญ่เลยครับ ผมก็ทำไว้อยู่เหมือนกัน windows มีปัญหาปุ๊ป ลง Ghost ปั๊บ กลับมาใสปิ๊งเหมือนเดิม)

6. ไฟล์ข้อมูลต่างๆ ไม่ควรเก็บไว้ใน ไดรว์ C:
เพราะหากเกิดปัญหาอะไรก็ตามจนถึงขั้นที่ต้อง format เครื่องใหม่ ข้อมูลใน ไดรว์ C: จะหายไปทั้งหมด ถามว่ากู้กลับมาได้ไหม ตอบว่าได้ครับ แต่อาจไม่สมบูรณ์ ถ้าอย่างนั้น เก็บไว้ที่อื่นง่ายกว่าเยอะครับ

แค่ไม่กี่ข้อนี้ผมว่า เครื่องของคุณจะลดความเสี่ยงในเรื่องปัญหาไวรัสลงเครื่องไปได้มากโขเลยครับ ง่ายดีไช่ไหมครับ