โบชัวร์ราคา,สเปค Mac,iPhone,iPad เดือนสิงหาคม 2556

โบชัวร์ Apple
สำหรับผู้ที่กำลังสนใจอยากได้ผลิตภัณฑ์ของ Apple ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ Mac หรือโทรศัพท์ iPhone หรือ iPad  หรือ iPod แต่ไม่รู้ว่าจะเทียบราคาล่าสุดได้จากที่ไหน วันนี้ทางมานาคอมพิวเตอร์ขอเอาโบชัวร์ราคารวมทั้งสเปคของคอมพิวเตอร์ Mac และ iPhone,iPad เดือนสิงหาคม 2556 มาฝากนะครับ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก Comseven นะครับ

apple-brochure-august-56-001

มีทั้งหมด 2 หน้านะครับ

apple-brochure-august-56-002

ลองเทียบราคาก่อนซื้อกันดูนะครับ

 

 

วิธีการสมัคร Apple ID แบบง่ายๆ ด้วยตัวเอง


สำหรับผู้ที่เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ต่างของ Apple ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ Mac, แทบเล็ตอย่าง iPad หรือมือถือ iPhone หรือ Gadget อย่าง iPod สิ่งแรกที่คุณจะต้องมีเมื่อเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์เหล่านี้ก็คือ Apple ID วันนี้ ทางมานาคอมพิวเตอร์จะขอแนะนำวิธีการสมัคร Apple ID แบบง่ายๆ ด้วยตัวเองครับ

หลายคนอาจจะรู้สึกว่า การสมัคร Apple ID เป็นเรื่องยุ่งยาก และอาจจะให้ทางร้านที่ซื้อช่วยสมัครให้ (บางเจ้าก็แอบมีการคิดเงินค่าช่วยสมัครให้) ซึ่งผมอยากจะให้ระวังไว้นิดนึงนะครับ เพราะข้อมูลต่างๆ ที่เราใช้สมัครนั้น ควรจะเป็นข้อมูลที่เป็นส่วนตัวไม่ควรเปิดเผยให้กับผู้อื่นครับ และความจริงแล้ว การสมัครก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไรครับ 🙂

ขั้นตอนการสมัครเพื่อใช้งาน Apple ID

ขั้นแรก ให้คุณทำการดาวน์โหลดโปรแกรม iTunes มาติดตั้งไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณก่อนครับ โดยดาวน์โหลดไฟล์ติดตั้งได้ที่ www.apple.com/itunes/download โดยไฟล์ติดตั้งมีขนาดไฟล์ประมาณ 73.7 MB ครับ เมื่อทำการติดตั้งโปรแกรม iTunes แล้วให้ทำการเปิดโปรแกรมขึ้นมาครับ แล้วให้ไปยังหน้าแรกของ iTunes Store โดยคลิ้กที่ Store > หน้าเริ่มต้น

เมื่อเข้าสู่หน้าแรกของ iTunes Store แล้ว ให้คลิ้กที่ Apps ฟรียอดเยี่ยม ที่อยู่ด้านขวามือครับ

เลือก Free Apps อันไหนก็ได้สักอันหนึ่งครับ แล้วกดปุ่ม ฟรี

ระบบจะแสดงหน้าจอเพื่อให้คุณกรอก Apple ID และรหัสผ่าน ซึ่งหากคุณยังไม่มี Apple ID ให้คุณคลิ้กที่ สร้าง ID Apple เพื่อสร้าง ID ใหม่ครับ

ระบบจะพาเข้าสู่ขั้นตอนการสมัคร Apple ID เมื่อคุณเจอหน้าตามรูปด้านล่าง ให้คุณทำการคลิ้กที่ปุ่ม ดำเนินการต่อ” เพื่อดำเนินการต่อครับ

ให้คุณทำเครื่องหมายถูก ในช่อง “ฉันอ่านและยอมรับข้อกำหนอดและเงื่อนไขเหล่านี้แล้ว” แล้วกดปุ่ม ยินยอม เพื่อดำเนินการต่อครับ

หน้าต่อไปนี้ให้คุณทำการกรอกรายละเอียดที่สำคัญดังนี้ครับ เช่น

Email Address : ให้คุณกรอกอีเมลที่คุณใช้งานอยู่เป็นประจำ

Password : รหัสผ่าน โดย Apple กำหนดเงื่อนไขว่า รหัสผ่านของคุณจะต้องประกอบด้วย อักษรตัวเล็ก+อักษรตัวใหญ่+ตัวเลข เช่น Weasds2033  (ซึ่งเป็นการป้องการคาดเดารหัสผ่านง่ายจนเกินไปครับ) และจำนวนตัวอักษรและตัวเลขทั้งหมดจะต้องมากกว่า 8 ตัวครับ

และส่วนอื่นๆ เช่น คำถามและคำตอบเพื่อยืนยันว่าคุณเป็นเจ้าของบัญชีในกรณีที่คุณลืมรหัสผ่าน, วันเกิด เมื่อกรอกข้อมูลครบถ้วนแล้วให้คลิ้กที่ “ดำเนินการต่อ”

ในส่วนของการกรอกข้อมูลบัตรเครดิต ให้ทำการกรอกรายละเอียดต่างๆ ของบัตรเครดิตครับ ส่วนบัตรเดบิตนั้นใช้ไม่ได้นะครับ หากคุณยังไม่ต้องการกรอกข้อมูลส่วนนี้  ให้เลือกที่ ไม่มี แล้วกด สร้าง Apple ID ครับ (อย่าลืมกรอก ที่อยู่สำหรับจัดส่งใบแจ้งหนี้ ตามกรอบสีแดงด้วยนะครับ)

ระบบจะทำการส่งข้อมูลไปยังอีเมลที่คุณได้ใส่ไว้ ให้คุณเข้าไปที่อีเมลนั้นเพื่อเปิดจดหมายที่ส่งมาจาก Apple และทำการคลิ้กยืนยันที่ลิ้งค์ที่ทาง Apple ID ส่งมาด้วยนะครับ โดยหัวข้ออีเมลยืนยันจะชื่อว่า “โปรดยืนยันที่อยู่อีเมลสำหรับติดต่อของ Apple ID ของคุณ‏” เมื่อคุณทำการยืนยันทันที การสมัคร Apple ID จึงเสร็จสมบูรณ์ครับ

เมื่อคุณยืนยัน ID แล้ว คุณก็เอาอีเมลและรหัสผ่านที่ตั้งมานี้ไปใช้กับอุปกรณ์ของคุณ เพื่อทำการเลือกซื้อแอพหรือเพลงต่างๆ ใน iTunes Store ได้สบายครับฃ

เป็นอย่างไรบ้างครับ การสมัคร Apple ID ด้วยตัวเองไม่ยากเลยใช่ไหมครับ

 

วิธีการตรวจสอบสถานะการส่งของจาก Apple Store Online


ในบทความที่แล้ว ทางมานาคอมพิวเตอร์ได้เล่าถึง “วิธีการสั่งซื้อ iPad,iPhone,iPod หรือ Mac จาก Apple Store Online”  ไปแล้วนะครับ บทความนี้เลยอยากจะขอนำเสนอ “วิธีการตรวจสอบสถานะการส่งของจาก Apple Store Online” เพื่อให้คุณได้ทราบว่า หลังจากการสั่งซื้อแล้ว สถานะของสินค้าตอนนี้อยู่ที่ขั้นตอนไหน และประมาณการได้ว่า จะได้รับสินค้านั้นเมื่อไหร่ครับ

1. ให้คุณเข้าไปที่หน้าแรกของ Apple Store ประเทศไทย (http://store.apple.com/th) เสร็จแล้วให้คลิ้กเลือกที่แทป Account (ด้านขวา) แล้วเลือก Track an Order ครับ

2. เมื่อเจอหน้าที่จะให้ Sign in ถ้าได้ลงทะเบียนไว้แล้ว (หมายเลข 1) ให้เข้าสู่ระบบด้วยอีเมล์และรหัสผ่านครับ โดยคลิ้กที่ “Sign In” แต่ถ้าไม่มี ให้เลือกที่ส่วนด้านขวา (หมายเลข 2)โดยการใส่หมายเลขคำสั่งซื้อ (Order Numer)และ รหัสไปรณีย์หรืออีเมล (Shipping Zip Code or Email address) เสร็จแล้วเลือก “Continue”

3. ระบบจะแจ้งสถานะของสินค้าว่าอยู่ในขั้นตอนใน โดยดูได้จากตรงส่วนหมายเลข 1 ครับ โดยจะมีสถานะต่างๆ ดังนี้ครับ

  • We’ve recieved your order: ได้รับออเดอร์แล้ว
  • Processing items: กำลังดำเนินการ หากยังอยู่ในสถานะนี้ คุณสามารถแก้ไขหรือยกเลิกออเดอร์ก็ได้
  • Prepare for shipment: เตรียมส่งของ
  • Shipped: ส่งแล้ว หมายเลขตามของจะขึ้นภายใน 24 ชั่วโมง

เมื่อสถานะเปลี่ยนเป็น “จัดส่งแล้ว” (Shipped) เมื่อคุณคลิ้กที่ Track Shipment (หมายเลข 2) จะพบกับหน้าตามรูปด้านล่าง

โดยหน้านี้จะมี Airwaybill Number ให้คุณทำการก็อบปี้เลขชุดนี้ไปใส่ที่เว็บของ DHL  (http://www.dhl.com/en.html) เพื่อตรวจสอบสถานะล่าสุดครับ (หรือถ้าต้องการภาษาไทยให้เข้าไปที่ www.dhl.co.th ครับ๗

หากคุณต้องการให้ทาง DHL ส่ง SMS เพื่อแจ้งในส่วนของความคืบหน้าของการส่งสินค้าในแต่ละขั้้นตอน คุณก็สามารถเพิ่มเบอร์โทรศัพท์เพื่อรับ SMS ได้ (อย่าลืมคลิ้ก Done เพื่อบันทึกการตั้งค่านะครับ)

เป็นอย่างไรครับ ไม่ยากเลยใช่ไหมครับ 🙂

วิธีการสั่งซื้อ iPad,iPhone,iPod หรือ Mac จาก Apple Store Online


ในช่วงหลังๆ ที่อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่ผลิตออกมาจากค่าย Apple ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง iPad และ iPhone ที่ได้รับความสนใจจากผู้ใช้งานจำนวนมาก โดยหลายท่านเลือกซื้อจากร้านตัวแทนจำหน่ายในประเทศ แต่ก็มีหลายท่านที่เลือกการสั่งซื้อผ่านเว็บไซต์ของของ Apple อย่าง Apple Store เนื่องจากราคาที่ถูกกว่าตัวแทนจำหน่ายในประเทศ และสินค้าก็ส่งถึงมือของผู้ซื้อเร็วกว่าแต่ก่อนมาก อีกทั้งการรับประกันก็เหมือนกับซื้อในประเทศด้วย วันนี้ทางมานาคอมพิวเตอร์ขอนำเสนอ “วิธีการสั่งซื้อ iPad,iPhone,iPod หรือ Mac จาก Apple Store Online” แบบทีละขั้นตอนเลยนะครับ

(ขอขอบคุณภาพบางส่วนจากเว็บไซต์พันธุ์ทิพย์ดอทคอมครับ)

วิธีการสั่งซื้อ iPad,iPhone,iPod หรือ Mac จาก Apple Store Online

1. ให้คุณเข้าสู่เว็บไซต์ของ Apple store ที่ลิ้งค์นี้ครับ http://store.apple.com/th เมื่อเข้ามาจะเจอหน้าเว็บตามรูปด้านล่างครับ โดยให้คุณคลิ้กที่ Store (หมายเลข 1) เพื่อเข้าสู่ร้านครับ และถ้าสมมุติว่า ผมต้องการที่จะซื้อ New iPad ก็คลิ้กที่ iPad (หมายเลข 2) ครับ

2. หากคุณต้องการซื้อ New iPad ให้คลิ้กเลือกที่ “Select an iPad” ครับ

3. ลำดับต่อมาก็ให้คุณทำการเลือกสีของ New iPad (หมายเลข 1) โดยตอนนี้จะมีสองสีคือ ขาวและดำ เสร็จแล้วให้ทำการเลือกรุ่น (Wi-Fi หรือ 4G+Wi-Fi) และความจุ (16GB,32GB และ 64GB) ตามหมายเลข 2 ครับ เสร็จแล้วให้คลิ้กที่ “Continue” (หมายเลข 3) เพื่อดำเนินการต่อครับ

4. หน้าต่อมาจะเป็นการแนะนำ อุปกรณ์เสริมต่างๆ ของ New iPad เช่น Smart Cover,Dock,Keyboard หรือสายต่างๆ ฯลฯ หรือการรับประกันเพิ่มเติม (AppleCare Protection Plan) โดยคุณจะซื้อพ่วงด้วยหรือไม่ก็ได้ ไม่บังคับ เมื่อเสร็จแล้วคลิ้กที่ “Continue” ครับ

5. หน้าต่อมาจะเป็นบริการเสริมฟรีจาก Apple ครับ คือการสลักข้อความหลัง New iPad ฟรี (Free engraving) ซึ่งคุณสามารถเลือกข้อความได้ 2 บรรทัด (ตามหมายเลข 1) ซึ่งหลายคนบอกว่า การเลือกบริการนี้จะทำให้สินค้าส่งมาช้ากว่าไม่เลือก แต่บางทีแบบไม่สลักหลังก็มาเร็วกว่านะครับ โดยถ้าสลักหลังทาง Apple จะทำการสลักมาให้จากโรงงานประเทศจีนครับ ถ้าไม่สลักหลังก็เลือก “Continue” ในส่วนของ Skip engraving (หมายเลข 2 ) เพื่อดำเนินการต่อครับ

6. เสร็จแล้วก็ทวนคำสั่งซื้อของเราอีกทีเพื่อความถูกต้องนะครับว่า รุ่น,สี,ความจุ ถูกต้องตรงตามที่เราต้องการหรือไม่? ถ้าเรียบร้อยก็คลิ้กที่ “Check Out Now” เลยครับ

7. ขั้นตอนต่อไปจะเป็นการเตรียมการชำระเงินครับ ซึ่งตรงนี้จะมีสองกรณีให้เลือกก็คือ

  • ในกรณีที่เป็นลูกค้าเก่า (Returning Customer) ให้คุณทำการ Sign in (หมายเลข 1 )ด้วยอีเมลและรหัสผ่านที่คุณใช้ เข้าระบบเพื่อเตรียมตัวชำระเงินครับ
  • ในกรณีที่คุณเป็นลูกค้าใหม่ ให้เลือกส่วนของ Guest Checkout โดยคลิ้กที่ “Continue” (หมายเลข 2 )

ถ้าเป็นลูกค้าเก่า หลังจาก Sign in แล้วจะเจอหน้าตามรูปด้านล่าง ให้กรอกรายละเอียดให้ครบถ้วนนะครับ เสร็จแล้วให้คลิ้กที่ “Continue” ครับ

ถ้าเป็นลูกค้าใหม่ จะเจอหน้าตามรูปด้านล่างนี้ ให้กรอกรายละเอียดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นชื่อที่อยู่ และรายละเอียดบัตรเครดิตครับ เสร็จแล้วให้คลิ้กที่ “Continue” ครับ

8. ระบบจะทำการพามายังหน้าตามรูปด้านล่างครับ ให้คุณคลิ้กที่คำว่า “Place Order Now” เพื่อยืนยันการสั่งซื้อครับ

เสร็จเรียบร้อยแล้วครับ ทีนี้คุณก็รอบรับ New iPad เครื่องใหม่ที่บ้านได้เลยครับ (ระยะเวลาประมาณ 3-5 วัน แต่คนไทยได้กันจริงก็รอแค่ 2-3 วันเองครับ โดยจัดส่งมาจากสิงคโปร์ โดยทาง DHL ครับ)

ไว้คราวหน้า ผมจะมานำเสนอบทความเกี่ยวกับเรื่อง การเช็คสถานะการส่งของจาก Apple Store ครับ

 

เล่นโปรแกรมแชทสุดฮิต Line บนคอมพิวเตอร์ได้แล้ว


สำหรับผู้ที่นิยมชมชอบ App บนมือถือตัวหนึ่งที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในขณะทั้งบนมือถือ iPhone และ Android นั่นก็คือ “Line” ซึ่งตอนนี้ มีข่าวดีสำหรับสาวกของ Line นั่นก็คือ สามารถเล่น Line บนคอมพิวเตอร์ได้แล้วครับ

 

Line คืืออะไร?

ถ้าพูดถึง App สำหรับการ Chat ที่สามารถใช้งานได้อย่างกว้างขวางไม่ว่าอีกฝ่ายจะใช้มือถือยี่ห้อใดก็คงจะอดนึกถึง WhatsApp ไม่ได้ แต่นาทีนี้ไม่มี App ตัวใดจะสมบูรณ์และได้รับความนิยมเท่ากับ LINE อย่างแน่นอนเพราะ LINE สามารถใช้ได้ทั้งคุยและ Chat สำเร็จใน App เดียว

ข้อควรรู้ก่อนลงโปรแกรม Line 

เนื่องจากโปรแกรม Line บนคอมพิวเตอร์นั้น จะใช้ได้แต่เฉพาะผู้ใช้แอพ Line บนโทรศัพท์มือถือเท่านั้น เนื่องจากโปรแกรมนี้จะต้องใช้การยืนยันเบอร์โทรศัพท์มือถือด้วย หากคุณยังไม่เคยมีแอพ Line บนมือถือ ให้ทำการติดตั้งให้เรียบร้อยก่อนนะครับ

วิธีการลงโปรแกรม Line บนคอมพิวเตอร์

ขั้นแรก ให้คุณไปยังหน้าเว็บของ Line ก่อนครับ ที่ลิ้งคนี้ http://line.naver.jp/en/ จะเจอหน้าเว็บตามรูปข้างล่างนะครับ

ให้คุณทำการคลิ้กตามลูกศรชี้นะครับ เพื่อดาวน์โหลดไฟล์ติดตั้ง

ไฟล์ติดตั้งจะมีขนาด 8.3 MB ครับ เมื่อดาวน์โหลดไฟล์มาแล้ว ให้ทำการดับเบิ้ลคลิ้กไฟล์ เพื่อทำการติดตั้ง

ให้ทำการติดตั้งเป็นภาษาอังกฤษครับ

เลือกตามขั้นตอนไปตามปกติครับ ระบบจะทำการติดตั้งให้ครับ

เมื่อติดตั้งเสร็จแล้ว หน้าตาของโปรแกรม Line  บนคอมพิวเตอร์จะหน้าตามตามรูปข้างล่างนี้ครับ

โดยคุณจะต้องทำการกรอกอีเมล์และรหัสผ่านก่อน และถ้าต้องการให้เครื่องจดจำข้อมูลและเปิดใช้งานโปรแกรมเมื่อเปิดคอมพิวเตอร์ให้ทำเครื่องหมายถูกทั้งสองอันที่หมายเลข 1 และทำการกดหมายเลข 2 เพื่อเข้าสู่ระบบครับ

แต่เดี๋ยวก่อน คุณจะต้องไปหาอีเมล์และรหัสผ่านจากแอพ Line บนมือถือของคุณก่อนครับ โดยทำตามขั้นตอนรูปข้างล่างนี้ครับ

เมื่อคุณได้อีเมล์และรหัสผ่านที่ถูกต้องแล้ว เมื่อเข้าระบบคุณจะเจอหน้าตาโปรแกรมเหมือนกับบนมือถือเลยครับ

ทดสอบการแชทดูนะครับ

จะเห็นได้ว่ามี Sticker เหมือนกันด้วย หุหุ

ซึ่งสำหรับผม ผมมองว่า การที่ Line ทำโปรแกรมขึ้นมาให้ใช้งานได้บนคอมพิวเตอร์ด้้วย เป็นการช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้แอพ Line ที่อาจจะไม่ค่อยถนัดการพิมพ์ข้อความเยอะๆ บนมือถือ (เช่นผมเป็นต้น) ขอให้คุณสนุกกัับโปรแกรม Line บนคอมพิวเตอร์นะครับ

ปล.1 เวลามีการตอบกลับจากคู่สนทนา มันจะขึ้นทั้งบนคอมพิวเตอร์และมือถือพร้อมกันนะครับ อาจจะปิดเสียงเตือนมือถือตอนใช้บนคอมพิวเตอร์ก่อนก็ได้ครับ

ปล. 2 สำหรับผู้ใช้งานมือถือ iPhone อาจต้องรอสักหน่อยนะครับ เพื่อให้ใช้งานได้บน PC (แต่คิดว่าไม่นานครับ)