Windows7 Starter Edition ทางเลือกของคนงบน้อย (แต่อยากใช้ของแท้)

44e44bb3-4008-4990-92d5-089637cb2615หลังจากที่เริ่มมีข่าวการตรวจจับลิขสิทธิ์เกี่ยวกับการลักลอบใช้ software ที่ไม่มีลิขสิทธิ์ให้ได้ยินเป็นระยะๆ ผมเชื่อว่า ทำให้หลายๆ คน รู้สึกร้อนๆ หนาวๆ อยู่ไม่น้อยเลยที่เดียว ไม่รู้ว่า “เมื่อไหร่จะถึงคราวกรูล่ะเนี่ย?” ทำให้ทางเลือกของการหา software ลิขสิทธิ์มาใช้งานนั้นเป็นที่ได้รับความสนใจมากขึ้น ซึ่ง software หลายตัวก็เข้ามาทดแทนโปรแกรมที่เราเคยใช้อยู่เดิมๆ ได้อยู่เหมือนกัน แต่คำถามที่ว่า “แล้วอะไรจะเอามาแทน Windows ได้ล่ะ” หลายคนยอมรับว่า การที่จะเปลี่ยนไปใช้ระบบปฎิบัติการอื่นนั้นเป็นเรื่องที่ทำใจได้ยาก แต่จะใช้ของมีลิขสิทธิ์ก็แพงเหลือเกิน (เอาเงินไปซื้อดริ้งค์เด็ก ไม่เคยเสียดายซะงั้น) ทาง Microsoft เลยสร้างทางเลือกขึ้นมาอีกทางเลือกหนึ่ง สำหรับผู้ที่อยากจะใช้ของที่ถูกกฎหมายและราคาน้ำอัดลม(หลายลัง) นั้นก็คือ “Windows7 Starter Edition”

Windows7 Starter Edition ทางสำหรับมุมมองของผมนั้นถือว่าเป็นทางเลือกที่น่าสนใจเลยที่เดียว เพราะคนส่วนใหญ่มักจะรู้สึกว่า “อยากใช้ของแท้ แต่ก็แพงเหลือเกิน” วันนี้ เราลองมาดูกันนะครับว่า windows7 starter edition นั้นมีอะไรที่แตกต่างจาก windows7  ทั่วไปบ้าง

– ไม่มี Aero Glass ทำให้ใช้ได้เฉพาะธีมแบบธรรมดา และไม่มี Taskbar Previews หรือ Aero Peek
– ไม่สามารถปรับแต่ง desktop backgrounds, window colors หรือ sound schemes
– ไม่สามารถทำการสลับกันระหว่าง User (ผู้ใช้งาน) โดยไม่ต้อง log off
– ไม่รองรับ Multi-monitor (ระบบหลายจอ)
– ไม่สามารถเล่นแผ่น DVD
– ไม่มี Windows Media Center
– ไม่สามารถทำ Remote Media Streaming (เกี่ยวกับการควบคุมคอมพิวเตอร์จากอีกที่หนึ่ง)
– ไม่รองรับการใช้งานใน Domain สำหรับผู้ใช้แบบองค์กร (หลายคน)
– ไม่มี XP Mode ซึ่งเป็นระบบสำหรับการใช้โปรแกรมของ Windows XP บน Windows 7
– จำกัดการใช้แรมสูงสุดที่ 2 GB
win7_starter

หน้าตาของ Windows7 starter edition

ซึ่งถ้าคุณได้ดูข้อมูลจากข้างบนแล้ว อาจจะคิดในใจว่า “แม่ม ตัดโน่นตัดนี่ออกไปตั้งเยอะตั้งแยะ กรูใช้ Windows95  ดีกว่าไหมเนี่ย?” ใจเย็นๆ ก่อนครับ แม้ว่า Windows starter edition จะดูเหมือนถูกลด function ที่(ดูเหมือนจะ)สำคัญ แต่ลองมาพิจารณาดูกันในทีละข้อนะครับ

1. ไม่มี Aero Glass ทำให้ใช้ได้เฉพาะธีมแบบธรรมดา และไม่มี Taskbar Previews หรือ Aero Peek อันนี้อาจจะทำให้หลายคนรู้สึกว่า มันดูไม่ค่อยหวือหวาเลยอ่ะดิ แต่สิ่งที่แลกเปลี่ยนก็คือ ทำให้การใช้งานนั้นลื่นขึ้นครับ

2. ไม่สามารถปรับแต่ง desktop backgrounds, window colors หรือ sound schemes อันนี้จะรู้สึกตะขิดตะขวงใจในตอนแรก แต่พอใช้งานไปผมเชื่อว่าคนใหญ่ไม่คอยมานั่งปรับค่าพวกนึ้ทุกวันหรอกครับ

3. ไม่สามารถทำการสลับกันระหว่าง User (ผู้ใช้งาน) โดยไม่ต้อง log off ถ้าคุณใช้คอมพิวเตอร์แค่คนเดียว ตัวนี้ไม่มีก็ไม่เป็นไรครับ

4. ไม่รองรับ Multi-monitor (ระบบหลายจอ) แต่ถ้าการต่อออกเครื่องฉายหรือ Projector เพื่อการนำเสนองาน ทำได้ครับ (คำว่า Multi-monitor ครับในที่นนี้น่าจะเป็นการต่อออกมากว่า 2 จอ (รวมหน้าจอหลัก)

5. ไม่สามารถเล่นแผ่น DVD อันนี้เล่นได้ครับยืนยัน เว้นแต่คอมพิวเตอร์ของคุณจะไม่มีช่อง DVD (อันนั้น Windows7 ตัวแพงสุดก็เล่นไม่ได้ครับ)

6. ไม่มี Windows Media Center ไม่มีปัญหาครับ โปรแกรมสำหรับการดูหนังฟังเพลง ฟรีและดีมีเยอะครับ เช่น K-lite , GOM Player

7. ไม่สามารถทำ Remote Media Streaming (เกี่ยวกับการควบคุมคอมพิวเตอร์จากอีกที่หนึ่ง)
8. ไม่รองรับการใช้งานใน Domain สำหรับผู้ใช้แบบองค์กร (หลายคน)
สองข้อนี้ ถ้าคุณใช้คอมพิวเตอร์คนเดียว ไม่น่าจะมีส่วนสำคัญครับ

9. ไม่มี XP Mode ซึ่งเป็นระบบสำหรับการใช้โปรแกรมของ Windows XP บน Windows 7 ส่วนใหญ่โปรแกรมที่ใช้ใน Windows XP ได้ ก็สามารถใช้บน Windows7 ได้เช่นกันครับ

10. จำกัดการใช้แรมสูงสุดที่ 2 GB ในมุมมองของผมตอนนี้ 2GB กับ 4GB ยังไม่แตกต่างกันครับ

ถ้าอย่างนั้น Windows7 starter edition เหมาะกับใคร

– คนที่ใช้ Netbook หรือคอมพิวเตอร์ที่สมรรถภาพไม่สูงมากนัก
– คนที่ใช้คอมพิวเตอร์เครื่องนั้นคนเดียว
– ใช้แค่ ดูหนัง ฟังเพลง เล่นอินเทอร์เน็ต และโปรแกรมที่ไม่ใช้ทรัพยากรเครื่องสูงนัก
– อยากใช้ของที่มีลิขสิทธิ์และราคาไม่สูงเกินไป (อยู่ในหลัก 1,XXX บาท)

ถ้าสิ่งที่คุณต้องการคือแบบนี้ Windows7 starter edition น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคุณเลยครับ