อะไรคือความแตกต่างระหว่าง Notebook และ Netbook ?


สำหรับท่านที่ต้องการหาคอมพิวเตอร์แบบพกพา ซึ่งปัจจุบันนี้มีหลากหลายยี่ห้อให้เลือกใช้ อีกอย่างหนึ่งที่คุณจะเคยได้ยินเกี่ยวกับเรื่องคอมพิวเตอร์แบบพกพาถึงคำสองคำนี้ครับ คือคำว่า ” โน้ตบุ้ค (Notebook)” กับ ” เน็ตบุ้ค (Netbook)”  อาจจะรู้สึกสงสัยว่า เอ๊ะ หน้าตามันก็เหมือนๆ กัน แล้วความแตกต่างของมันคืออะไรกันแน่? วันนี้ผมจะมาเล่าเรื่องนี้ให้ฟังครับ

แม้ทั้ง Notebook และ Netbook  จะมีความคล้ายคลึงกันในเรื่องของรูปร่างหน้าตาการใช้งาน แต่มันจะมีความแตกต่างในรายละเอียดอยู่ไม่น้อยเลยครับ ซึ่งหลายครั้งบางเครื่องบางรุ่น ดูแล้วยากจะตัดสินว่า มันคืออะไรกันแน่? ก่อนอื่นเราลองมาดูที่มาของ Netbook กันก่อนนะครับ

Netbook ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ของคอมพิวเตอร์แบบพกพาที่มีจุดด้อยคือ “ราคาสูง” “แบตเตอรี่มีอายุการใช้งานสั้น” และ “มีน้ำหนักมาก” ของ Notebook ทำให้ Netbook ถูกสร้างมาให้มี “ราคาถูกลง” “แบตเตอรี่มีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น” และ “มีน้ำหนักเบา” โดยทำการลดขนาดหน้าจอ ลดสเปคของซีพียู และปรับปรุงอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ต่างๆ ให้เพียงพอต่อการใช้งานทั่วไปเช่น ทำงานเอกสาร,เล่นเน็ต,ดูหนัง,ฟังเพลง

ความแตกต่างในด้านขนาดหน้าจอ

Notebook –  ส่วนใหญ่จะมีขนาดหน้าจอตั้งแต่ 13 -17 นิ้ว (12 นิ้วในบางรุ่น)

Netbook – มักจะมีขนาดหน้าจอตั้งแต่ 10 – 12 นิ้ว

 

ความแตกต่างในด้านของ CPU ที่ใช้

Notebook – มักจะเป็น CPU สำหรับโน้ตบุ้คโดยทั่วไป เช่น Core i3,i5,i7 , AMD A4,A6,AB

Netbook – มักจะเป็น CPU ที่มีความเร็วของสัญญาณนาฬิกา (Clock) ไม่สูงมากนัก เช่น AMD C-50,E-350,E-450 หรือ Intel Atom ในรุ่นต่างๆ เนื่องจากจะช่วยให้การใช้พลังงานน้อยกว่า CPU ปกติครับ (แต่ความเร็ว,ความลื่นไหลก็น้อยตามไปนะครับ

ความแตกต่างในเรื่องของน้ำหนัก

Notebook – โดยส่วนใหญ่แล้ว Notebook มักจะมีน้ำหนักมากกว่า 2 กิโลกรัมขึ้นไป เนื่องจากขนาดหน้าจอที่ใหญ่,อุปกรณ์ภายในที่มีจำนวนมาก รวมทั้งแบตเตอรี่ที่มีขนาดใหญ่ เพื่อให้เพียงพอต่อการใช้งานครับ

Netbook – จะมีน้ำหนักเริ่มต้นที่ 1 กิโลกรัมครับ และจะไม่ค่อยเกิน 2 กิโลกรัมครับ เนื่องจากขนาดหน้าจอที่เล็ก และไม่กินไฟมาก พร้อมทั้งตัดอุปกรณ์บางส่วนออกไปด้วยครับ

 

ความแตกต่างในเรื่องของอายุการใช้งานแบตเตอรี่

Notebook – หากคุณต้องนำ Notebook ออกไปใช้นอกสถานที่โดยที่ไม่มีการชาร์จไฟ ส่วนใหญ่ Notebook มักจะใช้งานได้เพียง 2-3 ชั่วโมงเท่านั้น

Netbook – แต่ถ้าคุณนำ Netbook ออกไปใช้นอกสถานที่โดยที่ไม่มีการชาร์จไฟ ส่วนใหญ่ Netbook มักจะใช้งานได้นานมากกว่า 4 ชั่วโมง (บางรุ่นอาจจะได้ 6-8 ชั่วโมงเลยครับ)

ความแตกต่างในเรื่องของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่ใช้

Notebook – ส่วนใหญ่ Notebook จะสามารถใช้งานได้เหมือนกับคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ (Desktop PC) แต่สามารถนำออกไปไหนมาไหนได้ง่ายครับ โดยอุปกรณ์ทุกอย่างที่มีจะครบครันครับ

Netbook – ด้วยเพดานของราคาและน้ำหนักของตัวเครื่อง ทำให้ Netbook ส่วนใหญ่ตัดอุปกรณ์คอมพิวเตอร์บางตัวออกไปเพื่อให้ประหยัดไฟและควบคุมต้นทุนราคาได้ง่าย ซึ่งอุปกรณ์ที่เราจะเห็นได้ชัดๆ ก็คือ “CD Rom หรือ DVD Writer” ครับ

ความแตกต่างในเรื่องของราคา

Notebook – ส่วนใหญ่ราคาเริ่มต้นของ Notebook มักจะเริ่มต้นที่ประมาณ 12,000 – 13,000  บาทขึ้นไปครับ

Netbook – ราคาเริ่มต้นของ Netbook มักจะเริ่มต้นที่ไม่ถึง 10,000 บาทครับ (ยิ่งบางรุ่นที่ออกวางจำหน่ายระยะหนึ่งแล้วราคาจะเหลือแค่ประมาณ 7-8 พันบาทเองครับ)

 

ได้เห็นความแตกต่างของ Notebook และ Netbook กันไม่มากก็น้อยนะครับ หวังว่า ข้อมูลนี้จะช่วยคุณได้ว่า “คุณเหมาะจะใช้คอมพิวเตอร์พกพาแบบไหนครับ”

Ultrabook คืออะไร? ต่างจาก Notebook และ Netbook อย่างไร?


ในขณะที่กระแสของ Tablet กำลังมาแรงเหลือเกินในขณะนี้ ผมเชื่อว่าหลายคนที่เคยคิดจะซื้อ Notebook หรือ Netbook ใหม่ เริ่มลังเลและหันไปเลือกเอาเจ้า Tablet แทน แต่โดยความเป็นจริงแล้ว ในความรู้สึกของผม Tablet ยังไม่สามารถที่จะตอบสนองความต้องการในการใช้งานได้อย่างเต็มที่เหมือน Notebook หรือ Netbook แต่ด้วยความที่มันมีน้ำหนักที่เยอะพอสมควร และการใช้งานแบตเตอรี่เมื่อใช้นอกสถานที่ก็น้อย ( Notebook จะอยู่ได้ประมาณ 3-4 ชั่วโมง และ Netbook รุ่นหลังจะทำได้ที่ 5-7 ชั่วโมง) ทางผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ชั้นนำ จึงได้คิดค้นหาจุดกึ่งกลางของสินค้าสองตัวนี้ โดยใช้ชื่อว่า Ultrabook ครับ วันนี้ผมจะมาเล่าให้ฟังกับแบบสบายๆ นะครับ

 

Ultrabook คืออะไร?

ถ้าสำหรับผมมันก็คือคอมพิวเตอร์แบบพกพาที่เรารู้จักกันในนามว่า โน้ตบุ้ค (Notebook) นั่นแหละครับ เพียงแต่มันมีขนาดรูปร่างที่บางลง การใช้งานออกนอกสถานที่ได้ยาวนานขึ้น ในขนาดที่ประสิทธิภาพหรือความแรงเท่าเดิม โดย Ultrabook ได้นำจุดเด่นของ Notebook และ Netbook มาไว้รวมกันครับ

 

จุดเด่นของ Ultrabook

1. ขนาดหน้าจอ Ultrabook ใช้ขนาดหน้าจอที่ 13.3 นิ้ว และความละเอียดของหน้าจออยู่ที่ 1366 x 768 (หน้าจอมาตราฐานของ Notebook ในปัจจุบัน) ทำให้คุณสามารถทำงานโดยไม่ทรมานสายตามากครับ (หากคนใช้ Netbook จะรู้ถึงความลำบากของเรื่องขนาดหน้าจอครับ)

2. น้ำหนัก Urtabook เปิดตัวมาด้วยน้ำหนักไม่ถึง 1.4 กิโลกรัม ในขณะที่ Notebook นั่นมีน้ำหนักตัวอย่างตำก็ 2 กิโลกรัมขึ้นไปแล้วครับ

3. มิติและรูปร่าง ด้วยขนาดหน้าจอที่ใหญ่เหมือน Notebook แต่มีความบางเหมือนหนังสือเล่มหนึ่ง ทำให้การพกพาไปไหนมาไหนสะดวกยิ่งขึ้นครับ

4. ความแรงและประสิทธิภาพ ในตอนก่อน หากคุณต้องการความแรงของเครื่อง คุณต้องยอมรับกับน้ำหนัก (Notebook) แต่ถ้าคุณต้องการความเบา คุณก็ต้องรับได้กับประสิทธิภาพที่ลดลง (Netbook) แต่ Ultrabook ช่วยให้คุณไม่ต้องเลือกแล้วครับ เพราะ CPU ที่ใช้นั้นเป็นซีพียูที่มีความแรงเหมือนกับ Notbook ทั่วไปครับ

5. แบตเตอรรี่ ข้อจำกัดเดิมๆ ของ Notebook ก็คือ ถ้าคุณอยากได้ความแรง คุณก็ต้องแลกกับการใช้งานแบตเตอรี่ที่สั้น (ในกรณีนำไปใช้นอกสถานที่) แต่ Ultrabook ให้คุณใช้งานนอกสถานที่โดยไม่ต้องชาร์จได้นาน 6-8 ชั่วโมงครับ

 

เห็นจากจุดเด่นแล้วรู้สึกอยากได้ไหมครับ แต่ก็ใช่ว่าจะมีเพียงจุดเด่นอย่างเดียว ผมมองว่า จุดด้อยของ Ultrabook ที่มองเห็นมีอยู่สองข้อครับ นั่นคือเรื่องของ “ราคา” และ “ความทนทาน”

หากคุณรับกับจุดด้อยได้ ผมว่า Ultrabook ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจเลยทีเดียวครับ

ความแตกต่างระหว่าง iPhone4 กับ iPhone4S (เปรียบเทียบ)


หลังจากเมื่อคืน (4 ตุลาคม 2011) ทาง Apple ได้ทำการช็อคโลกและแฟนๆ ด้วยการเปิดตัว iPhone4S  แทนการเปิดตัว iPhone5 ซึ่งหลายกระแสก็มีข่าวทำนองนี้มาบ้างแล้ว คราวนี้คนที่กำลังจะซื้อโทรศัพท์มือถือ iPhone4 อาจจะกำลังกังวลใจว่า จะซื้อตัวไหนดี วันนี้ผมเอาข้อมูลเกี่ยวกับความแตกต่างระหว่าง iPhone4  กับ iPhone4S มาให้ได้ลองพิจารณานะครับ

เมื่อ iPhone4S เข้ามา สิ่งแรกที่เราจะคาดเดาได้ก็คือ ราคาของ iPhone4 จะต้องปรับตัวลง แต่คุณสมบัติของ iPhone4S ที่ Apple ใส่มาเพิ่มเติมก็จะมีดังนี้ครับ

Dual-core A5 chip 

iPhone4S ได้ทำการเปลี่ยนแปลง CPU ที่ใช้ในเครื่อง โดย iPhone4 เดิมนั้นใช้ A4 Chip ส่วนใน iPhone4S ใช้ A5 Chip ที่เป็น Dual-core ที่ทาง Apple ได้เคลมว่า ทำให้ทำงานเร็วขึ้น 2 เท่า (เทียบกับรุ่น iPhone4 ) และมีส่วนของ Dual-core graphics. ทำให้การแสดงผลเร็วกว่าเดิม 7 เท่า

Siri (Built-in Assistant)

iPhone4S เพิ่มระบบ Built-in Assistant ที่ทาง Apple เรียกว่า Siri ซึ่งเป็นระบบการใช้เสียงของเราในการสั่งคำสั่งต่างๆ ที่หลากหลาย เช่น ส่งข้อความ สอบถามข้อมูลต่างๆ หรือตั้งกำหนดการต่างได้แบบง่ายดาย

Camera

iPhone4S ได้ทำการเปลี่ยนสเปคของกล้องให้ดีขึ้นโดยมีคุณสมบัติที่น่าสนใจดังนี้

  • ความละเอียดเพิ่มขึ้นจาก 5 ล้านพิกเซล เป็น 8 ล้านพิกเซล (3,264 x 2,448)
  • เพิ่มคุณสมบัติ Face detection ที่ช่วยให้ถ่ายภาพบุคคลได้ชัดยิ่งขึ้น
  • ใช้เลนส์กล้องที่คุณภาพดีขึ้น โดยใน iPhone4S ใช้เลนส์แบบ Five-element lens ส่วนใน iPhone4 ใช้เลนส์แบบ Four-element lens

Video Recording

ในส่วนของการบันทึกแบบวีดีโอ ทาง Apple ได้เพิ่มความละเอียดของการบันทึกเป็นแบบ 1080p 30 fps ใน iPhone4S  และเพิ่มในส่วนของ iPhone4S ซึ่งใน iPhone4 จะเป็นความละเอียดแบบ 720p 30 fps Video stabilization

Cellular and Wireless

iPhone4S รองรับ CDMA EV-DO Rev. A2   โดยใน iPhone4 จะรองรับ CDMA model: CDMA EV-DO Rev. A  และใน iPhone4S จะใช้ Bluetooth 4.0 ส่วนใน iPhone4 จะยังเป็น Bluetooth 2.1 + EDR

Battery Life

ใน iPhone4S จะปรับปรุงให้ใช้แบตเตอรี่ได้นานขึ้นโดย มากกว่า 8 ชั่วโมง (เมื่อใช้ระบบ 3 G) โดยใน iPhone4 จะใช้ได้ 7 ชั่วโมงครับ

 

แต่ก็ใช่ว่า iPhone4S จะดีกว่า iPhone4 ซะทุกด้าน มีบางด้านที่ iPhone4 ดีกว่าครับ เช่น

  • น้ำหนักที่หนักเพิ่มขึ้น 3 กรัม โดย iPhone4S หนัก 140 กรัม ส่วน iPhone4 หนัก 137 กรัม
  • Standby time: มากกว่า 300 ชั่วโมง แต่ iPhone4S ได้อยู่ที่มากกว่า 200 ชั่วโมง
  • ราคาที่ถูกกว่า ซึ่งแน่นอนเมื่อรุ่นใหม่เข้ามา รุ่นเดิมก็จะมีการราคาก็ปรับตัวลงแน่นอนครับ แต่ต้องรอการยืนยันอีกทีครับ

ถ้าอย่างไรลองพิจารณาดูนะครับว่า iPhone4S หรือ iPhone4 จะเหมาะกว่าคุณมากกว่ากันครับ