วินโดว์โม คืออะไร (Windows Modify)

ในปัจจุบัน ผมเชื่อว่า ผู้ใช้งานมากกว่า 70% (เยอะกว่านั้นเดี๋ยวคนใช้ Mac กับ Linux ค้อนผมตาเหลือกอีก) ใช้ระบบปฎิบัติการ Windows (ไม่ว่าจะเป็น 95,98,me,200,XP,Vista,7) ซึ่งก็มีทั้งแบบถูกลิขสิทธิ์และแบบไม่ค่อยถูกลิขสิทธิ์บ้าง คำๆ หนึ่งที่ผู้ใช้งานหลายคนอาจจะสงสัยเวลาการค้นหาโปรแกรมระบบปฏิบัติการมาลง ใหม่ที่เครื่องของตนก็น่าจะเป็นคำว่า “วินโดว์โม” ทำให้คุณอาจจะสงสัยว่า เอ แล้วไอ้วินโดว์โมคืออะไร เป็นเวอร่ชั่นใหม่ของ Microsoft หรือเปล่าเนี่ย วันนี้ผมกับจะมาเล่าให้ฟังเกี่ยวกับเรื่องนี้กันนะครับ

windows-modify

วินโดว์โม เป็นคำเรียกสั้นๆ ของคำว่า Windows Modify ซึ่งตามความหมายที่ผมเข้าใจก็คือ “การนำระบบปฎิบัติการ Windows ตัวต้นตำรับ (Original) มาทำการตัดต่อ,ปรับแต่ง,เพิ่มประสิทธิภาพ ให้ดีขึ้นกว่าเดิม” โดยรูปแบบส่วนใหญที่คนนิยมนำ Windows มาโมกันนั้นมักจะเป็นดังนี้

**เพิ่ม Driver เพื่อให้รองรับอุปกรณ์ (Hardware) ได้มากขึ้นหรือครอบคลุมขึ้นกว่าตัวปกติ (เช่น Sata, Raid ฯลฯ)

**เพิ่มโปรแกรม (Software) ยอดนิยมหรือที่จำเป็นเข้าไปในตัวโปรแกรมระบบปฎิบัติการเลย เพื่อให้การลงวินโดว์สามารถทำได้ขั้นตอนเดียว

**เพิ่มโปรแกรมเสริม (Utility) เพื่อให้ประสิทธิภาพของ Windows ดีขึ้น เร็วขึ้น

**เพิ่มรูปแบบการแสดงผลในด้านต่างๆ (Theme, Icon, Font ฯลฯ) เพื่อความสวยงามและแปลกตาขึ้น

windows-modify-themeหน้าตาของ Windows Modify ครับ ดูไฮโซไหมครับ?

ซึ่งถ้าคุณเคยลงวินโดว์ คุณจะเห็นได้ว่า หลังจากการลงระบบปฎิบัติการแล้ว ยังมีขั้นตอนของการลงโปรแกรมใช้งานอื่นๆ ,การลง Driver ของอุปกรณ์เชื่อมต่อต่างๆ ซึ่งคุณจะเห็นได้ว่า มันยุ่งยากสำหรับใครหลายๆ คน (รวมทั้งผมด้วย) แต่วินโดว์โมนั้นช่วยตอสนองความต้องการของเราในส่วนนี้ได้ดีเลยครับ

ส่วนข้อสำคัญที่คุณต้องไม่มองข้ามเลยนะครับนั่นก็คือ

***วินโดว์โมไม่ใช่ของที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้องตามกฎหมาย ถ้าคุณใช้ คุณก็มีความเสี่ยงในการที่จะถูกดำเนินคดีทางกฎหมายได้ง่ายๆเลยครับ

***วินโดว์โมไม่สามารถที่จะอัพเดทผ่านระบบของ Microsoft ได้ครับ (หรือถ้าได้ก็แค่ระยะเวลาสั้นๆ ครับ)

***การปรับแต่งของวินโดว์โมนั้น อาจจะมีผลกระทบต่อคอมพิวเตอร์ของคุณได้ครับ

ขอสรุปเหมือนครั้งก่อนๆ นะครับ ถ้าอย่างไร ใช้ของลิขสิทธิ์ก็สบายใจกว่ากันเยอะเลยครับ

บทความนี้เขียนขึ้นโดย Kittin จากเว็บไซต์ manacomputers.com ได้รับความคุ้มครองตามสัญญาอนุญาต CC 3.0

Windows 7 รุ่นไหนเหมาะกับการใช้งานของคุณมากที่สุด

windows 7
หลังจากที่ Windows 7 ได้ทำการวางจำหน่ายครั้งแรกในประเทศไทยตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคม 2552 ทำให้ Windows 7 ได้รับการกล่าวขวัญกันในวงกว้างในเรื่องของความง่าย รวดเร็ว สะดวกในการใช้งานมากขึ้น พร้อมกับทำการออกมาหลากหลายรุ่นเพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานของผู้ใช้งานแต่ละคนมากที่สุด วันนี้ผมเลยอยากจะเอา Windows7 ในแต่ละรุ่นมาเปรียบเทียบกันให้ทุกท่านได้เข้าใจง่ายขึ้น และช่วยประกอบการตัดสินใจว่า “Windows 7 รุ่นไหนเหมาะกับการใช้งานของคุณมากที่สุด”

เราลองมาดูตารางเปรียบเทียบจาก Microsoft นะครับ

compare-windows7

จะเห็นได้ว่า Microsoft ได้ใช้คำแบบ “อ่านแล้วงงๆ ” ทำให้หลายท่านไม่รู้ว่า เอ ไอ้คุณสมบัติในรุ่นนี้ ที่มีหรือไม่มีนี่ มันจำเป็นสำหรับชั้นหรือเปล่าเนี่ย?” ผมจะอธิบายให้ฟังในแต่ละข้อเลยแล้วกันครับ

1. ทำให้การทำงานในแต่ละวันของคุณง่ายดายขึ้นด้วยการนำทางบนเดสก์ท็อปที่ปรับปรุงแล้ว ตามความหมายนี้ก็คือ เป็นการปรับปรุงหน้าตาของ Windows7 จาก Vista และ XP ให้คุณสามารถใช้งาน Windows7 ได้ง่ายและสะดวกรวดเร็วขึ้น ความสามารถนี้มีใน Windows7 ทุกรุ่น

2. เริ่มโปรแกรมได้เร็วขึ้นและง่ายยิ่งขึ้น และค้นหาเอกสารที่คุณใช้งานเป็นประจำได้รวดเร็ว ความสามารถนี้เป็นผลจากการปรับปรุงระบบในการทำให้คุณสามารถเปิดโปรแกรมต่างๆ ได้รวดเร็วขึ้น (สังเกตว่าใน Windows รุ่นก่อนๆ เวลาเปิดโปรแกรมใดก็ตาม จะมีช่วงเวลาหน่วงๆ อยู่แป๊บหนึ่งก่อนที่โปรแกรมจะเปิดขึ้นมา) และปรับปรุงระบบการค้นหาแบบทันใจ (พิมพ์คำที่ค้นหาปุ๊บ ระบบจะแสดงผลการค้นหาทันที) ความสามารถนี้มีใน Windows7 ทุกรุ่น

3. ให้คุณเรียกดูเว็บได้รวดเร็วขึ้น ง่ายยิ่งขึ้น และปลอดภัยมากกว่าเดิมด้วย Internet Explorer 8 เป็นระบบ Web browser คู่บุญบารมีของ Microsoft มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ซึ่งในเวอร์ชั่นนี้ ผมรู้สึกเลยว่า มันดีขึ้นจากเดิมเยอะครับ ความสามารถนี้มีใน Windows7 ทุกรุ่น

4. ดูรายการทีวีหลากหลายรายการที่คุณโปรดปรานฟรีทุกที่และทุกเวลาที่คุณต้องการด้วยทีวีทางอินเทอร์เน็ต อันนี้อธิบายง่ายๆ ก็คือ รุ่นที่มีความสามารถนี้ คือรุ่นที่มีโปรแกรม “Windows Media Center” (หรือในชื่อ Windows Media Player จาก Windows รุ่นก่อนๆ)  ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ช่วยในเรื่องของการดูหนัง ฟังเพลง ดูทีวีออนไลน์ครับ ความสามารถนี้มีเฉพาะใน Windows7 รุ่นHome Premium, Professional, Ultimate (ที่ชื่อรุ่นไม่ได้ลงท้ายด้วย N) (ไม่มีในรุ่น Starter, Home Basic)

5. สร้างเครือข่ายภายในบ้านและเชื่อมต่อพีซีกับเครื่องพิมพ์ได้อย่างง่ายดายด้วย โฮมกรุ๊ป เป็นความสามารถในเรื่องของเครือข่าย (Network) ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ใช้งานที่มีคอมพิวเตอร์มากกว่า 1 เครื่องขึ้นไปครับ และต้องการใช้งาน Homegroup ความสามารถนี้มีเฉพาะใน Windows7 รุ่นHome Premium, Professional, Ultimate (ไม่มีในรุ่น Starter, Home Basic)

6. เรียกใช้โปรแกรมช่วยงานจำนวนมากของ Windows XP ใน Windows XP Mode (ดาวน์โหลดแยกต่างหาก) เป็นความสามารถที่ช่วยเหลือผู้ที่ต้องการใช้โปรแกรมที่สามารถใช้งานได้เฉพาะบน Windows XP ให้สามารถใช้งานบน Windows7 ได้ ความสามารถนี้มีเฉพาะใน Windows7 รุ่น Professional และ Ultimate (ไม่มีในรุ่น Starter, Home Basic,  Home Premium)

7. เชื่อมต่อกับเครือข่ายบริษัทได้อย่างง่ายดายและปลอดภัยขึ้นด้วย การเข้าร่วมโดเมน เป็นความสามารถในเรื่องของเครือข่าย (Network) ในรูปแบบองค์กรธุรกิจหรือบริษัท ความสามารถนี้มีเฉพาะใน Windows7 รุ่น Professional และ Ultimate (ไม่มีในรุ่น Starter, Home Basic,  Home Premium)

8. นอกเหนือจาก การสำรองข้อมูลและการคืนค่าแบบเต็มระบบที่พบในทุกรุ่น คุณสามารถสำรองข้อมูลไปไว้ที่เครือข่ายภายในบ้านหรือเครือข่ายธุรกิจได้ ความสามารถนี้ก็คือ การทำสำรองข้อมูล และการคืนค่า แบบต่างเครื่องได้ (โดยทั่วไปจะเป็นการสำรองข้อมูลและการคืนค่าที่เครื่องของตนเองเท่านั้นครับ)ความสามารถนี้มีเฉพาะใน Windows7 รุ่น Professional และ Ultimate (ไม่มีในรุ่น Starter, Home Basic,  Home Premium)

9. ช่วยปกป้องข้อมูลบนพีซีและอุปกรณ์เก็บข้อมูลแบบพกพาจากการสูญหายหรือโจรกรรมด้วย BitLocker ความสามารถนี้ช่วยในเรื่องของการป้องกันการสูญหายและการถูกขโมยข้อมูลที่อยู่บนเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เก็บข้อมูลแบบพกพา เช่น Thumbdrive ด้วยโปรแกรม BitLocker ความสามารถนี้มีเฉพาะใน Windows7 รุ่น Ultimate เท่านั้น (ไม่มีในรุ่น Starter, Home Basic,  Home Premium, Professional)

10. ทำงานในภาษาที่คุณต้องการและสลับไปมาระหว่างภาษาต่างๆ ได้ถึง 35 ภาษา เป็นความสามารถในการเปลี่ยนภาษาในระบบ Windows7 ทั้งหมด ซึ่งในตอนนี้รองรับทั้งหมด 35 ภาษา (รวมภาษาไทยด้วย) ความสามารถนี้มีเฉพาะใน Windows7 รุ่น Ultimate เท่านั้น (ไม่มีในรุ่น Starter, Home Basic,  Home Premium, Professional)
เป็นอย่างไรบ้างครับ บทความนี้พอที่จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ดีขึ้นไหมครับว่า Windows7 รุ่นไหนที่เหมาะกับคุณมากที่สุด?

บทความนี้เขียนขึ้นโดย Kittin จากเว็บไซต์ manacomputers.com ได้รับความคุ้มครองตามสัญญาอนุญาต CC 3.0

ซื้อคอมพิวเตอร์มือสองแบบแถม “Windows ลิขสิทธิ์”

microsoft-windows-xp-oemวันนี้อยากจะขอพูดถึงเกี่ยวกับการซื้อคอมพิวเตอร์มือสองครับ ซึ่งผมมองว่า คอมพิวเตอร์มือสองนี้เป็นทางเลือกอีกทางหนึ่งสำหรับคนที่ไม่ต้องการเสียค่าใช้จ่ายในเรื่องคอมพิวเตอร์มาก และไม่ต้องการสเปคที่สูงนัก โดยอาจจะแค่นำเอามาใช้เพียง พิมพ์งาน ดูหนัง ฟังเพลง เล่นอินเทอร์เน็ตเท่านั้น ซึ่งวันนี้หากท่านต้องการที่จะซื้อคอมพิวเตอร์มือสอง ผมขอ(แอบ)กระซิบบอกท่านว่า ลองสังเกตคอมพิวเตอร์ที่ท่านจะซื้อสักนิด ท่านอาจจะได้ของแถมที่แสนประหลาดใจก็ได้ (ไม่ใช่ไวรัสนะ) นั่นก็คือ “Windows แบบมีลิขสิทธิ์ถูกกฎหมาย” ครับ

อันนี้ผมไม่ได้มาโม้ให้คุณดีใจเล่นนะครับ แต่ถ้าถามว่า คอมพิวเตอร์มือสองราคาไม่กี่พันจะแถม Windows แบบถูกต้องตามกฎหมาย มันจะเป็นไปได้ยังไง (ว่ะ)

ได้จริงๆ ครับ แต่ก่อนที่จะซื้อต้องสังเกตนิ้ดดดหนึ่งครับ มีวิธีการดังนี้ครับ

1. ก่อนที่คุณจะซื้อคอมพิวเตอร์มือสองนั้น ให้มองหาจุดๆ หนึ่งก่อนว่า “เครื่องนั้นมีการลง Windows XP (OEM) แบบลิขสิทธิ์หรือไม่” ซึ่งจุดสังเกตง่ายๆ ให้คุณลองมองหาดูที่ข้างๆ เคสของคอมพิวเตอร์ดูครับ ตามตัวอย่างข้างล่างนี้ครับ

License-Key-Sticker---OEMสังเกตดูตรง Product Key นะครับ (อันนี้ตัวอย่างครับ)

ชุดของ Product Key  ของ Windows XP นี้ จะเป็นตัวอักษรผสมกับตัวเลข จำนวน 5 ชุดๆ ละ 5 ตัว ถ้าเครื่องที่คุณจะซื้อมี ก็ไปที่ขั้นตอนต่อไปเลยครับ

2. เมื่อคุณจะทำการลง Windows XP ใหม่ ให้คุณลองหาแผ่นสำหรับการลง Windows XP แบบ OEM นะครับ เพราะถ้าเป็นแบบอื่นอาจจะลงไม่ผ่าน

3. ในขณะที่ทำการลงโปรแกรม Windows XP นั้น เมื่อถึงขั้นตอนที่ระบบให้ใส่ Product Key ให้คุณเอาชุด Product Key ที่อยู่ข้างเคสคอมพิวเตอร์มือสองนั้นใส่เข้าไป

4. ถ้าสำเร็จ คุณจะสามารถ Activate และ Update Windows ผ่านเว็บไซต์ของ Mocrosoft ได้โดยง่ายเลยครับ

เป็นอย่างไรครับ เทคนิคนี้ น่าจะถูกใจคนอยากใช้ของมีลิขสิทธิ์ (แต่มีงบจำกัด) ไม่มากก็น้อยนะครับ

**ปล. ถ้าคุณลง Windows XP ตัวอื่นไปแล้ว สามารถแก้ไขตัว Product Key ได้โดยการใช้วิธีการ เปลี่ยน key  โดยเข้าไปที่ google  แล้ว search คำว่า  ” change key”  ครับ

บทความนี้เขียนขึ้นโดย Kittin จากเว็บไซต์ manacomputers.com ได้รับความคุ้มครองตามสัญญาอนุญาต CC 3.0

สเปคเครื่องคอมพิวเตอร์ขั้นต่ำที่จะใช้กับระบบปฎิบัติการ Windows7

windows7_logoหลังจากวันที่ 31 ตุลาคมที่ผ่านมา ทาง Microsoft ได้ปล่อยระบบปฏิบัติการ (Operation system= OS) ตัวล่าสุดของ Windows ออกมา นั่นก็คือ “Windows7” ซึ่งได้รับการพูดถึงว่า เป็นตัวที่น่าสนใจอีกตัวหนึ่ง รวมถึงราคาของตัวรุ่น Starter Edition ก็อยูในแค่หลัก 1,xxx บาท  รวมถึงประกอบกับการมีข่าวในเรื่องของการจับกุมการละเมิดลิขสิทธิ์ ทำให้คนเริ่มที่จะหันมามอง Windows7 มากขึ้น หลายคนหันมาใช้ซ้อเจ็ด (Windows7 นั้นแหละ) โดยก้าวกระโดดมาจาก Windows XP (ไม่สงสาร Vista กันเลยนะย่ะ)

แต่!… อย่าลืมเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งนะจ้ะ นั่นก็คือเรื่อง สเปคขั้นพื้นฐานที่จะใช้ระบบปฏิบัติการ Windows7 ได้ บางคนเครื่องที่บ้านยังเป็น Pentium III แล้วคิดจะใช้ Windows7 อันนี้ขอบอกว่า อย่าแม้แต่จะคิดนะครับ เพราะมิฉะนั้นคุณจะเสียเงินฟรี (ค่า Windows ลิขสิทธิ์) แน่นอน

“ถ้าอย่างนั้น สเปคของเครื่องคอมพิวเตอร์ขั้นต่ำที่จะใช้กับระบบปฏิบัติการ Windows7 ต้องเป็นอย่างไรบ้างล่ะ?”

วันนี้ผมเลยนำข้อมูลมาแจ้งไว้ก่อนนะครับ โดยอ้างอิงจากทาง Microsoft นะครับ ถ้าสเปคโอเค Windows7 ก็พร้อมจะอยู่ในอ้อมใจของคุณแล้วครับ

สเปคเครื่องคอมพิวเตอร์ขั้นต่ำที่จะใช้กับระบบปฎิบัติการ Windows7

  • CPU ที่มีความเร็วมากกว่า 1 GHz  (ทั้งแบบ 32 และ 64-bit)
  • Ram 1 GB (สำหรับ 32-bit) และ Ram 2 GB (สำหัรบ 64-bit)
  • พื้นที่ว่างของ  Harddisk ไม่น้อยกว่า 16 GB  (สำหรับ 32-bit) และ  20 GB (สำหรับ 64-bit)
  • อุปกรณ์การแสดงผล (เช่น การ์ดจอแบบแยกหรือ onboard ก็ได้ครับ) ที่รองรับ DirectX 9  รวมทั้ง WDDM 1.0 หรือสูงกว่า

ถ้าถามผมว่า แล้วคอมพิวเตอร์ที่มีอายุการใช้งานไม่เกินกี่ปี ถึงจะใช้งาน Windows7 ได้?

คำตอบของผมก็คือ ถ้าคอมพิวเตอร์อายุไม่เกิน 3 ปี ส่วนใหญ่สามารถที่จะใช้ Windows7 ได้เกือบทั้งหมดแล้วครับ

ลองเช็คอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ของคุณดูนะครับ ถ้าอายุคอมพิวเตอร์ของคุณมากกว่า 3 ปี คุณอาจแค่เปลี่ยนอุปกรณ์บางตัวให้ถึงตามสเปคที่ Windows7 ต้องการก็น่าจะเป็นทางออกที่ดีนะครับ

บทความนี้เขียนขึ้นโดย Kittin จากเว็บไซต์ manacomputers.com ได้รับความคุ้มครองตามสัญญาอนุญาต CC 3.0

ปัญหาการเข้าคอมพิวเตอร์ไม่ได้-ขึ้นข้อความ “Windows Product Activation” (WPA)

***หมายเหตุ บทความนี้ไม่ต้องการสนับสนุนให้ผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่มี ลิขสิทธิ์ แต่เพื่อการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้าครับ หลังจากที่ทางมานาคอมพิวเตอร์ได้เคยนำเสนอ การแก้ปัญหาคอมพิวเตอร์ขึ้นข้อความ “genuine microsoft software”

wpa-01

ตอนนี้เริ่มมีผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์หลายคนเริ่มประสบปัญหาใหม่เกี่ยวกับการใช้ Windows XP ที่เกิดขึ้น ซึ่งอาการที่พบก็คือ ไม่สามารถจะเข้า windows ได้โดยจะค้างอยู่ทีหน้า User Logon” (หน้าที่ให้ใส่ password ในตอนแรก)

.

.

.

.

user-logon

หน้าตาของ User Logon

เมื่อคลิ้กเข้าไป ก็จะเจอคำถามประมาณว่า คุณต้องการที่จะ Activate Windows หรือไม่?  (ตามรูปข้างล่างนี้)

.

.

.

.

.

.

.

.

wpa-01

หน้าตาของตัวปัญหา Windows Product Activation

ถ้าตอบ Yes ระบบก็จะบอกว่า คอมพิวเตอร์เครื่องนี้ ได้ทำการ Activate (แต่เจือกเข้าไม่ได้) แล้วก็กลับไปหน้า User Logon  เหมือนเดิม
ถ้าตอบ No ก็กลับไปหน้า User Logon  เหมือนเดิม (อะไรของเมิงว่ะ)

ซึ่งปัญหานี้ก็คือ “Windows Product Activation” (WPA)
ผมก็เพิ่งเจอ case นี้มาสดๆ ร้อน ซึ่งสาเหตุมีอยู่ 2 ประการคือ
1ใช้ windows ไม่มีลิขสิทธิ์ (ชาวบ้านเรียกว่า ใช้ของปลอม)
2.   update windows เข้าไปอีก ผลก็คือ Microsoft รู้เลยจ้ะว่า คุณไม่ได้ใช้ของมีลิขสิทธิ์
ส่วนวิธีการแก้ไขในปัญหานี้ จะเป็นขั้นตอนดังนี้ครับ
1. ดาวน์โหลดไฟล์ antiwpadll มาก่อนนะครับ
2. เข้า  Windows ด้วย Safemode นะครับ เลือก User เป็น Administrator นะครับ แล้วค่อยนำไฟล์ antiwpa.dll ไปวางที่  C:\Windows\System32
3. เลือก start (ตรงมุมล่างซ้ายของจอ) > Run > พิมพ์คำสั่ง regsvr32 antiwpa > กด Enter
4. รีสตาร์ทเครื่องคอมพิวเตอร์ 1 รอบครับ แล้วปัญหานี้ก็จะหมดไป
5. ปิดระบบการ Update Windows ด้วยนะครับ โดยเข้าไปที่ Start > Control Panel > Windows Update > เลือก Off > กด Apply และ OK

แต่ท้ายที่สุด อย่างไรผมขอแนะนำให้ใช้ของมีลิขสิทธิ์นะครับ จะได้ไม่ต้องมาปวดหัวกับปัญหาเหล่านี้อีกครับ

บทความนี้เขียนขึ้นโดย Kittin จากเว็บไซต์ manacomputers.com ได้รับความคุ้มครองตามสัญญาอนุญาต CC 3.0