Speedtest ทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตด้วย HTML5


หากคุณต้องการที่จะทดสอบว่า ความเร็วอินเทอร์เน็ตที่คุณใช้งานอยู่นั้นมีความเร็วเท่าไหร่ ตรงตามแพคเกจที่เราสมัครไว้หรือไม่ เราสามารถทดสอบได้ง่ายๆ ด้วยการใช้บริการเว็บไซต์ที่ให้บริการตรวจสอบความเร็วอินเทอร์เน็ต วันนี้ผมจะขอแนะนำเว็บไซต์ที่ให้บริการตรวจสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตแบบโหลดเร็วและใช้งานง่ายครับ

SpeedOf.Me เป็นเว็บไซต์ที่ให้บริการทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตโดยเขียนด้วย HTML5 ซึ่งสมัยก่อนเว็บไซต์เหล่านี้มักจะเขียนด้วย Flash แต่เนื่องจากปัจจุบันนี้อุปกรณ์หลายตัวไม่รองรับ Flash แล้วครับ โดย SpeedOf.Me นั้นไม่ต้องใช้ Flash หรือ Java และเหมาะสำหรับการใช้งานบน iPhone, iPad, Android, Blackberry, Windows Phone หรืออุปกรณ์ก่อนอื่นๆ โดยไม่ต้องติดตั้งแอพพลิเคชั่นเพิ่มเติมให้ยุ่งยากครับ

วิธีการใช้งานการทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตด้วย speedof.me

ขั้นแรกให้คุณเข้าเว็บไซต์ http://speedof.me/ คุณจะพบกับหน้าตาของเว็บทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตตามรูปด้านล่างครับ ให้คุณคลิ้กที่ “Start Test” ที่ปุ่มตามที่ลูกศรแดงชี้ครับ

ระบบจะทำการทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตทั้งส่วนของความเร็วในการดาวน์โหลดและการอัพโหลดครับ รอสักพักระบบจะแสดงผลออกมา โดยคุณดูตามหมายเลขได้เลยครับ

หมายเลข 1 – เป็นความเร็วของการดาวน์โหลดและอัพโหลดครับ พร้อมวันที่ทดสอบและ Server ที่ทำการทดสอบครับ

หมายเลข 2 – เป็นกราฟแสดงในส่วนของการอัพโหลดครับ

หมายเลข 3 – เป็นกราฟแสดงในส่วนของการดาวน์โหลดครับ

หมายเลข 4 – หากคุณต้องการทดสอบความเร็วอีกครั้ง ให้คลิ้กที่ปุ่มนี้ครับ

ลองใช้งานดูนะครับ ผมว่ามันใช้งานง่ายดีครับ และที่สำคัญโหลดเร็วดีด้วยครับ

อัพเดทราคา AirCard และ MiFi ล่าสุด เดือนมิถุนายน 2555


อัพเดทราคา AirCard และ MiFi ของแต่ละยี่ห้อ โดยเป็นราคาล่าสุดประจำเดือนมิถุนายน 2555 อัพเดทวันที่ 27 มิถุนายน

ข้อควรรู้ก่อนทำการซื้อ AirCard และ MiFi

ในปัจจุบัน เราจะเห็นได้ว่า มีหลายคนทำงานเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ตสามารถทำงานนอกสถานที่ได้ทั่วประเทศ เพราะว่านอกจากระบบเครือข่ายมือถือที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตจะครอบคลุมทั่วประเทศแล้ว นอกจากจากต่อผ่านมือถือแล้ว Aircard และ MiFi ก็เป็นอีกอุปกรณ์หนึ่งที่ช่วยให้คุณใช้งานอินเทอร์เน็ตนอกสถานที่ได้ง่ายขึ้น

การเลือกซื้อ AirCard และ MiFi  นั้น สิ่งสำคัญที่คุณจะต้องทำการตรวจสอบก่อนก็คือ ซิมการ์ดที่คุณใช้นั้นเป็นเครือข่ายไหน ความถี่เท่าไหร่ รองรับ 3G หรือไม่ แค่ถ้าคุณจะซื้อก็ขอแนะนำให้เป็นแบบรองรับ 3G ได้ด้วยก็ดีครับ (ซี่ง 3G จะมีความเร็วสูงสุดทั้ง 3.6 Mbps. 7.2 Mbps. และ 21 Mbps. ครับ

สำหรับ ผู้ที่ไปซื้อที่ร้านตัวแทนจำหน่าย เมื่อรับสินค้าแล้ว ก่อนออกจากร้าน อย่าลืมตรวจสอบว่า เราได้รับของที่ตรงกับรุ่นที่เราต้องการแล้วหรือไม่ เพื่อจะได้ไม่เกิดปัญหาในภายหลังนะครับ

ราคาที่นำเสนอนี้ เป็นราคาโดยประมาณการ เมื่อคณไปซื้อที่หน้าร้านอาจจะได้ราคาที่ถูกกว่านี้หรือแพงกว่านี้ก็เป็นได้ ครับ กรุณาตรวจสอบราคาจริงอีกครั้งที่หน้าร้านของตัวแทนจำหน่ายครับ (ขอขอบคุณ thesystem.co.th)

 

AIRCARD EDGE รายละเอียด ราคา ประกัน
   AIRCARD EDGE MODEM ‘OKER’ (828)  USB2.0 * EDGE, GPRS, GSM : 850/900/1800/1900 670 1Y
AIRCARD 3G (3.6 Mbps.) รายละเอียด ราคา ประกัน
   AIRCARD 3G ‘ZTE’ (MF626) +SIM White  USB2.0 * 3G : 900/2100 * EDGE, GPRS, GSM * Free SIM 900 1Y
   AIRCARD 3G ‘ZTE’ (MF626) +SIM Black  USB2.0 * 3G : 900/2100 * EDGE, GPRS, GSM * Free SIM 900 1Y
   AIRCARD 3G ‘HUAWEI’ (E153) 850/2100MHz +SIM Black  USB2.0 * 3G : 850/2100 * EDGE, GPRS, GSM * Free SIM 950 2Y
   AIRCARD 3G ‘ZTE’ (MF100) 850/2100MHz +SIM White  USB2.0 * 3G : 850/2100 * EDGE, GPRS, GSM * Free SIM Dtac or True 950 1Y
   AIRCARD 3G ‘ZTE’ (MF100) 900/2100MHz +SIM Black  USB2.0 * 3G : 900/2100 * EDGE, GPRS, GSM * Free SIM 950 1Y
AIRCARD 3G (7.2 Mbps.) รายละเอียด ราคา ประกัน
   AIRCARD 3G ‘ZTE’ (MF190) 850/2100MHz +SIM  USB 2.0 * 3G : 850/2100 * EDGE, GPRS, GSM * Free SIM 1,050 1Y
   AIRCARD 3G ‘ZTE’ (MF190) 900/2100MHz +SIM  USB 2.0 * 3G : 900/2100 * EDGE, GPRS, GSM * Free SIM 1,050 1Y
   AIRCARD 3G ‘ALCATEL’ (X-230D) 900/2100MHz +SIM  USB 2.0 * 3G : 900/2100 * EDGE, GPRS, GSM * Free SIM 1,150 2Y
   AIRCARD 3G ‘ALCATEL’ (X-230M) 850/2100MHz +SIM  USB 2.0 * 3G : 850/2100 * EDGE, GPRS, GSM * Free SIM 1,150 2Y
   AIRCARD 3G ‘HUAWEI’ (E173) 850/2100MHz +SIM  USB2.0 * 3G : 850/2100 * EDGE, GPRS, GSM * Free Sim 1,150 2Y
   AIRCARD 3G ‘DTECH’ (NB-231) +SIM Green  USB 2.0 * Free SIM 1,080 1Y
   AIRCARD 3G ‘DTECH’ (NB-231) +SIM Pink  USB 2.0 * HSUPA 7.2M * Free Sim 1,080 1Y
   AIRCARD 3G ‘AIS’ (E303) +SIM (3G TOT) Free Internet 500Mb:1M  USB2.0 * 3G : 900/2100 * EDGE, GPRS, GSM * Free SIM 1,490 1Y
AIRCARD 3G (21 Mbps.) รายละเอียด ราคา ประกัน
   AIRCARD 3G ‘ZTE’ (MF667) 850:TRUE + SIM  USB2.0 * 3G : 850/2100 * EDGE, GPRS, GSM * Free SIM 1,550 1Y
   AIRCARD 3G ‘ZTE’ (MF668) 850/900/2100MHz +SIM  USB2.0 * 3G : 850/900/2100 * EDGE, GPRS, GSM * Free SIM 1,980 1Y
MIFI รายละเอียด ราคา ประกัน
   AIRCARD 3G Mi-Fi ‘AIS’ (MF 30) 900/2100MHz +SIM  – 2,190 1Y
   AIRCARD 3G Mi-Fi ‘ZTE’ (MF 30) +SIM  USB2.0 * EDGE, GPRS, GSM : 850/900/1800/1900/2100 * Free SIM Dtac or True 2,250 1Y
   AIRCARD 3G Mi-Fi ‘ZTE’ (MF 60) 850/2100MHz +SIM  USB2.0 * 3G : 850/2100 * EDGE, GPRS, GSM * Free SIM 3,250 1Y

ความแตกต่างระหว่าง อินเทอร์เน็ตผ่านสายโทรศัพท์กับสายเคเบิ้ล


ขอเขียนเรื่องนี้ฉลองที่ทาง True ได้มาลงพื้นที่ให้คอนโดที่ผมอยู่สามารถติดตั้งอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงของ True ได้ หลังจากถูกผูกขาดโดย TOT มาเกือบปีครับ วันก่อนผมได้รับโบชัวร์แพคเกจอินเทอร์เน็ตของ True เห็นว่าตอนนี้การติดตั้งอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงของ True จะมีอยู่สองแบบก็คือ แบบผ่านสายโทรศัพท์ (xDSL) และแบบผ่านสายเคเบิ้ล (DOCSIS) หลายท่านอาจจะสงสัยว่า แล้วมันต่างกันอย่างไร? จะเลือกติดตั้งแบบไหนดี? วันนี้มานาคอมพิวเตอร์จะมาขอแนะนำเพื่อช่วยในการตัดสินใจของคุณครับ

ในสมัยก่อนนั้น การติดตั้งอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงนั้น จะสามารถติดตั้งได้แบบเดียวนั่นก็คือ แบบผ่านสายโทรศัพท์ แต่พอมาในช่วงหลังนั้นก็จะมีการติดตั้งแบบผ่านสายเคเบิ้ลเพิ่มเข้ามา ก่อนที่จะดูถึงจุดดี จุดด้อยของแต่ละตัวนั้น ผมขอเอาตารางแพคเกจการติดตั้งของอินเทอร์เน็ต True ทั้งสองแบบมาให้ดูก่อนนะครับ (ข้อมูลล่าสุดวันที่ 17 พฤษภาคม 2555)

จะเห็นได้ว่า แพคเกจอินเทอร์เน็ตแบบผ่านสายโทรศัพท์นั้น ความเร็วสูงสุดในตอนนี้จะอยู่ที่ 50 Mbps /20 Mbps  ส่วนแพคเกจอินเทอร์เน็ตแบบผ่านสายเคเบิ้ลนั้น ความเร็วสูงสุดตอนนี้จะอยู่ที่ 200 Mbps /15 Mbps แสดงว่า อินเทอร์เน็ตแบบสายเคเบิ้ลนั้น สามารถรองรับความเร็วสูงสุดได้มากกว่า ทำให้ผู้ใช้งานมีโอกาสที่จะอัพเกรดความเร็วสูงสุดได้มากกว่าในอนาคต

และในความเร็วที่พอๆ กันนั้น อินเทอร์เน็ตแบบเคเบิ้ลจะมีค่าใช้จ่ายรายเดือนเฉลี่ยแล้วถูกกว่าอินเทอร์เน็ตแบบผ่านสายโทรศัพท์ครับ เช่น ถ้าแบบ xDSL ที่ความเร็ว 50 Mbps /20 Mbps ค่าบริการต่อเดือนจะอยู่ที่ 3,599 บาท แต่ถ้าเป็นแบบเคเบิ้ล (DOCSIS) ที่ความเร็ว 50 Mbps /5 Mbps ค่าบริการต่อเดือนจะอยู่ที่ 2,799 บาท ครับ (ความต่างอีกส่วนหนึ่งอาจอยู่ที่ความเร็วของการอัพโหลดนะครับ ลองพิจารณาเปรียบเทียบดูอีกทีนะครับ)

ดูเหมือนว่า การติดตั้งแบบเคเบิ้ลจะได้เปรียบกว่าแบบผ่านสายโทรศัพท์ก็จริงอยู่ แต่แพคเกจอินเทอร์เน็ตแบบผ่านสายเคเบิ้ลนั้นก็มีข้อจำกัดในเรื่องของพื้นที่การให้บริการ ซึ่งจะมีเพียงแค่ 30 กว่าจังหวัดทั่วประเทศ แม้แต่ในกรุงเทพ ก็ยังไม่สามารถติดตั้งอินเทอร์เน็ตแบบเคเบิ้ลได้ทั่วกรุงเทพเลยครับ

แต่มุมมองของผมมองว่า ต่อไปในอนาคต อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงแบบเคเบิ้ลน่าจะถูกพัฒนาให้พื้นที่การให้บริการครอบคลุมทั่วประเทศมากขึ้น หากคุณเลือกได้ ผมขอแนะนำให้เลือกแบบเคเบิ้ล (DOCSIS) ดีกว่าครับ

ทิปเล็กๆ กับการเพิ่มความเร็วให้กับมือถือที่อัพเกรดเป็น Android 4.0 ICS


วันนี้ออกเที่ยวต่างจังหวัด ในช่วงก่อนที่จะขึ้นเครื่อง (เครื่องบินไม่ใช่เครื่องสูบน้ำนะ) หยิบมือถือของตัวเองขึ้นมาเล่น (Sony Neo V อัพเกรดเป็น Android 4.0 ICS) แล้วรู้สึกว่า เครื่องตัวเองอืดๆ เลยนั่งปรับๆ แก้ๆ ค่าพักหนึ่งแล้วพบว่า มันเร็วขึ้นจริงๆ เลยอยากจะเอามาแบ่งปันเป็นทิปสั้นๆ นะครับ ในหัวข้อ “ทิปเล็กๆ กับการเพิ่มความเร็วให้กับมือถือที่อัพเกรดเป็น Android 4.0 ICS”

สำหรับผู้ใช้งานโทรศัพท์มือถือ Android ที่เดิมเคยใช้เวอร์ชั่น 2.3.x แล้วเครื่องนั้้นสามารถอัพเกรดเป็น ICS ได้ (Android 4.0 Upgradeable ) เช่น Sony หลายๆ รุ่น หรือ Samsung Galaxy SII ก็ตาม อาจจะประสบปัญหาเครื่องอืดเครื่องช้าไปบ้าง วันนี้ผมขอแนะนำการตั้งค่าที่ช่วยให้เครื่องของคุณเร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลยครับ

การเพิ่มความเร็วให้กับมือถือ Android 4.0 ICS

ขั้นแรก ให้คุณเข้าไปที่ส่วนของ ตั้งค่า (Setting) > ตัวเลือกสำหรับนักพัฒนา (Developer options) แล้วให้คุณคลิ้กหรือตั้งค่าตามรูปด้านล่างนะครับ

ด้านซ้ายสำหรับคนที่ตั้งค่าให้ภาษาในเครื่องเป็นภาษาอังกฤษ ส่วนด้านซ้ายสำหรับคนที่ตั้งค่าภาษาในเครื่องให้เป็นภาษาไทยนะครับ (อันนี้เป็นหน้าจอของมือถือ Sony นะครับ ส่วนของยี่ห้ออื่นอาจจะแตกต่างไปจากนี้นิดหน่ายนะครับ) ให้คุณลองดูตามหมายเลขเลยครับ

หมายเลข 1 – Force GPU rendering (บังคับการแสดงภาพของ GPU) เป็นการเร่งระบบ 2D ที่อยู่ในแอปพลิเคชั่นครับ  ให้คุณติ้กเครื่องหมาย “ถูก” ครับ

หมายเลข 2 – Windows animation scale (ขนาดหน้าต่างภาพเคลื่อนไหว) เป็นการแสดงผลของหน้าต่างที่ดูวูบวาบ น่าตื่นตาตื่นใจ แต่มันก็ใช้ทรัพยากรเครื่องเราอยู่ไม่น้อยครับ ผมขอแนะนำให้ “ปิดภาพเคลื่อนไหว” (Animation off) ครับ

หมายเลข 3 – Transition animation scale (สเกลช่วงการเปลี่ยนภาพเคลื่อนไหว) เป็นการแสดงผลเวลามีการเปลี่ยนแปลงจากหน้าต่างหนึ่งไปอีกหน้าต่างหนึ่งที่ช่วยความสวยงามน่าใช้ แต่ถ้าดูจากกำลังเครื่องเรา แนะนำว่า “ปิดภาพเคลื่อนไหว” (Animation off) เช่นกันครับ

หมายเลข 4 – Don’t keep activities (ไม่ต้องเก็บกิจกรรมไว้)  เป็นการปิดกิจกรรมต่างๆ ทันทีหลังจากที่เราเลิกใช้กิจกรรมนั้นแล้วครับ ซึ่งการเลือกคุณสมบัตินี้จะช่วยให้เครื่องลดการทำงานลง เพราะไม่มีกิจกรรมต่างๆ ที่กินแรงเครื่องอยู่ แม้ว่าะเราจะไม่ได้ใช้ ให้คุณติ้ก “ถุก” ครับ

ลองปรับดูแค่นี้ครับ แล้วคุณจะพบว่า เครื่องคุณเร็วขึ้นจริงๆ ครับ

อ้อ ท้ายสุด อย่าลืมปรับการใช้ภาพพื้นหลังเป็นแบบธรรมดานะครับ เพราะภาพพื้นหลังแบบเคลื่อนไหว (Live Wallpaper) มันกินกำลังของเครื่องพอสมควรเลยครับ

ขอตัวไปหาข้าวกินก่อนนะครับ

 

Google Page Speed ตรวจสอบความเร็วในการโหลดหน้าเว็บไซต์


สำหรับผู้ที่เป็นเจ้าของเว็บไซต์ นอกจากหน้าตาของเว็บไซต์ที่สวยงามแล้ว สิ่งสำคัญก็คือ “ความเร็วในการเปิดหน้าเว็บ” เพราะบางครั้ง บางเว็บไซต์มีหน้าตาที่สวยงามมาก แต่เปิดได้ช้าไม่ทันใจ ผู้เข้าชมหลายคนก็ถอดใจปิดหน้าเว็บนั้น ทำให้เสียโอกาสในการเพิ่มจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์นะครับ วันนี้ผมเลยขอแนะนำเว็บที่เอาไว้ตรวจสอบความเร็วในการโหลดหน้าเว็บนะครับ นั่นคือ Google Page Speed Online

ประโยชน์สำหรับการใช้งาน Google Page Speed Online

สำหรับผู้ใช้งานทั่วไป – ช่วยในเรื่องของการตรวจสอบหรือเปรียบเทียบว่า “เว็บไซต์ที่ตนเข้าอยู่บ่อยๆ นั้น เว็บไหนเร็วกว่ากัน โดยใช้การตรวจสอบเป็นตัวเลขที่วัดผลได้จริง เช่น คุณชอบเข้าเว็บดูผลบอล 2 เว็บที่มีเนื้อหาเหมือนกัน การใช้ Google Page Speed Online จะช่วยให้คุณรู้ว่า เว็บไหนเข้าถึงได้เร็วกว่ากัน และช่วยคุณตัดสินใจว่า คุณจะเข้าเว็บดูผลบอลอันไหนดี (ที่เร็วที่สุด)

สำหรับเจ้าของเว็บไซต์ – การที่ทำให้หน้าเว็บของคุณโหลดเร็วมากเท่าไหร่ ยิ่งทำให้ผู้เข้าเยี่ยมชมมีประสบการณ์ที่ดีกับเว็บของคุณมากเท่านัั้น เพราะถ้าเว็บคุณดี แต่หน้าเว็บโหลดช้ามาก ผู้ใช้งานบางคนอาจจะปิดหน้าเว็บแล้วไปเข้าเว็บอื่นแทนได้ง่ายๆ เลยครับ

สำหรับผู้ที่สนใจจะทดสอบใช้งาน Google Page Speed Online ให้เข้าไปที่ลิ้งค์ข้างล่างนี้เลยครับ

https://developers.google.com/pagespeed/

เมื่อเข้ามาจะพบกับหน้าตาเว็บนี้ตามรูปด้านล่างนะครับ ให้คุณพิมพ์ชื่อเว็บไซต์ที่คุณต้องการตรวจสอบความเร็วครับ แล้วคลิ้กที่ “Analyze” ครับ

 

ระบบจะทำการประมวลผลสักครู่ ก่อนที่จะแสดงผลการตรวจสอบออกมาครับ

 

ตามตัวอย่าง คะแนนในเว็บมานาคอมพิวเตอร์อยู่ที่ 92 เต็ม 100 คะแนนครับ (ถือว่าน่าพอใจเป็นอย่างมาก) เพราะก่อนหน้านี้คะแนนของเว็บเราได้อยู่ที่ 72 เต็ม 100 คะแนนครับ แต่ผมได้ทำการปรับปรุงเว็บตามคำแนะนำของ Google (หมายเลข 2 และ 3)  โดย Google จะแบ่งลำดับความสำคัญออกเป็น 3 ระดับคือ สูง ปานกลาง และต่ำ ครับ โดยความสำคัญระดับสูง คือ มีผลต่อความเร็วในการโหลดหน้าเว็บของเราเป็นอย่างมาก ผมจึงรีบทำการปรับปรุงในส่วนนี้ก่อน จึงทำให้คะแนนเพิ่มขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดครับ

ลองเอาไปใช้ดูนะครับ เพราะมันจะช่วยเพิ่มประสบการณที่ดีให้แก่ผู้ที่เข้าเยี่ยมชมเว็บของคุณแน่นอนครับ