Søren Kierkegaard คือใคร? ประวัติที่น่าสนใจของ Søren Kierkegaard

Søren Kierkegaard
วันที่ 5 พฤษภาคมนี้ เป็นวันครบรอบวันเกิด 200 ปีของบุคคลนี้ครับ เขามีชื่อว่า Søren Kierkegaard หลายคนอาจจะสงสัยว่า เขาคือใคร ประวัติความเป็นมาอย่างไร? วันนี้มานาคอมพิวเตอร์หาคำตอบมาให้ครับ

Søren Kierkegaard คือใคร?

Søren Kierkegaard มีชื่อเต็มว่า Søren Aabye Kierkegaard (ภาษาไทยอ่านว่า เซอเรน โอบึย เคียร์เคอกอร์ ) เป็นนักปรัชญาชาวเดนมาร์กในสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 19 เกิดเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม ปีค.ศ. 1813 ที่เมืองโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก เสียชีวิตเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน ปีค.ศ. 1855 (รวมอายุได้ 42 ปี) ที่เมืองโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก

โดยทั่วไปถือกันว่าเขาเป็นนักปรัชญาอัตถิภาวนิยมคนแรก สิ่งที่ Kierkegaard พูดและไม่เหมือนคำอธิบายถึงหน้าที่ของปรัชญา สำหรับนักปรัชญาในรุ่นเดียวกัน

(หมายเหตุ อัตถิภาวนิยม เป็นปรัชญาที่ให้ความสำคัญกับองค์ประกอบที่ทำให้มนุษย์มีความสมบูรณ์ยิ่ง เพราะเชื่อว่ามนุษย์มิใช่วัตถุแต่มีชีวิตจิตใจ มีความรู้สึก มีความต้องการ องค์ประกอบที่สำคัญของลัทธินี้ก็ คือ “ความมีเสรีภาพ ความรู้สึกรับผิดชอบและการเลือกตัดสินใจ”

โดยความเป็นมาของแนวคิดนี้ สาเหตุที่เกิดก็เนื่องจากความรู้สึกสูญเสีย ตัวเองไปจากระบบสังคมปัจจุบัน การศึกษาก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำลายความเป็นมนุษย์ด้วยการสร้างกรอบของสังคมที่ จำกัดเสรีภาพของมนุษย์ ซึ่งจะเห็นได้ว่าในแต่ละวันเราต้องทำหน้าที่ไปตามกรอบของสังคมที่ วางไว้จนไม่ค่อยจะมี เสรีภาพเป็นของตัวเองเลย )

ประวัติ,แนวคิดของ Søren Kierkegaard

ในด้านของแนวคิดทางปรัชญาของเคียร์เคอกอร์นั้น ถือได้ว่าเป็นสะพานที่เชื่อมกันระหว่างปรัชญาแบบเฮเกิลกับปรัชญามีแนวโน้มจะเป็นอัตถิภาวนิยม

งานของเขาส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับปัญหาทางศาสนา เช่น ธรรมชาติของศรัทธา ความเป็นสถาบันของคริสต์ศาสนจักร และเรื่องจริยธรรมและเทววิทยาคริสเตียน เป็นต้น ด้วยเหตุนี้ บางคนจึงจัดให้งานของเคียร์เคอกอร์อยู่ในประเภทของอัตถิภาวนิยมคริสเตียน

คนรุ่นหลังมีความรู้สึกว่า งานของเคียร์เคอกอร์ยากแก่การติดความ เนื่องจากความไม่ปะติดปะต่อกัน เนื่องจากเขาได้ใช้นามแฝงที่ต่างกันในแต่ละช่วงการทำงาน โดยบางทีการแสดงความเห็นหรืองานเขียนของเขาไม่เหมือนกัน

งานของเคียร์เคอกอร์อาจยากแก่การตีความ เนื่องจากงานที่เขาเขียนในระยะแรกนั้นเขียนโดยใช้นามแฝงต่าง ๆ กัน และบ่อยครั้งที่งานที่เขาเขียนโดยใช้นามแฝงชื่อหนึ่งจะได้รับความเห็นหรือ ข้อวิจารณ์จากงานเขียนที่เขาใช้นามแฝงอีกชื่อหนึ่ง

แนวคิดหนึ่งของเขาที่ได้รับการกล่าวถึงเป็นอย่างมาก็คือ หน้าที่ของปรัชญาหรือหน้าที่ของมนุษย์คือ การเผชิญหน้ากับความทุกข์โศก เผชิญหน้ากับความสิ้นหวัง จากการที่มนุษย์ไปยืนอยู่บนปากเหวของการเผชิญหน้า กับความโศกเศร้า ความสิ้นหวัง มนุษย์จะมีสติ และจะเริ่มรู้และเข้าใจว่าชีวิตคืออะไร ?

ผลงานที่น่าสนใจของ Søren Kierkegaard

(1841) On the Concept of Irony with Continual Reference to Socrates (Om Begrebet Ironi med stadigt Hensyn til Socrates)
(1843) Either/Or (Enten-Eller)
(1843) Two Upbuilding Discourses, 1843 (To opbyggelige Taler)
(1843) Fear and Trembling (Frygt og Bæven)
(1843) Three Upbuilding Discourses, 1843 (Tre opbyggelige Taler)
(1843) Repetition (Gjentagelsen)
(1843) Four Upbuilding Discourses, 1843 (Fire opbyggelige Taler)
(1844) Two Upbuilding Discourses, 1844 (To opbyggelige Taler)
(1844) Three Upbuilding Discourses, 1844 (Tre opbyggelige Taler)
(1844) Philosophical Fragments (Philosophiske Smuler)
(1844) The Concept of Anxiety (Begrebet Angest)
(1844) Four Upbuilding Discourses, 1844 (Fire opbyggelige Taler)
(1845) Stages on Life’s Way (Stadier paa Livets Vei)
(1846) Concluding Unscientific Postscript to Philosophical Fragments (Afsluttende uvidenskabelig Efterskrift)
(1847) Edifying Discourses in Diverse Spirits (Opbyggelige Taler i forskjellig Aand), which included Purity of Heart is to Will One Thing
(1847) Works of Love (Kjerlighedens Gjerninger)
(1848) Christian Discourses (Christelige Taler)
(1848, published 1859) The Point of View of My Work as an Author “as good as finished” (IX A 293) ((Synspunktet for min Forfatter-Virksomhed. En ligefrem Meddelelse, Rapport til Historien))
(1849) The Sickness Unto Death (Sygdommen til Døden)
(1849) Three Discourses at the Communion on Fridays ((“Ypperstepræsten” – “Tolderen” – “Synderinden”, tre Taler ved Altergangen om Fredagen))
(1850) Practice in Christianity (Indøvelse i Christendom)

Leonhard Euler คือใคร? ประวัติและผลงานของ Leonhard Euler (เลออนฮาร์ด ออยเลอร์)

Leonhard Euler
วันที่ 15 เมษายน 2556 เป็นวันครบรอบวันเกิด 306 ปีของ Leonhard Euler (เลออนฮาร์ด ออยเลอร์) ผู้ได้รับการยกย่องว่า เป็นนักคณิตศาสตร์ที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งของโลก วันนี้เราลองมาดูประวัติและผลงานของเขากันนะครับ

Leonhard Euler คือใคร?

Leonhard Euler (เลออนฮาร์ด ออยเลอร์) เป็นนักคณิตศาสตร์และนักฟิสิกส์ชาวสวิส โดยเขาได้รับการยกย่องว่า เป็นนักคณิตศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งเท่าที่เคยมีมาในโลกครับ โดยเขาเป็นผู้ให้กำเนิด “ทฤษฎีว่าด้วยกราฟ” ครับ

ประวัติของ Leonhard Euler

เลออนฮาร์ด ออยเลอร์ เกิดเมื่อวันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2250 ที่เมือง Basel ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ เขาเป็นเด็กที่มีความเป็นอัจริยะทางคณิตศาสตร์ โดยได้รับปริญญาตรีอายุ 16 ปี  และปริญญาโททางปรัชญาอายุ 18 ปี และได้ทำงานในตำแหน่งสำคัญๆ เช่น เป็นหัวหน้าภาควิชาคณิตศาสตร์ที่ St. Petersburg  Academy of Sciences และเป็นผู้อำนวยการที่ Prussian  Academy โดยเขาได้ทำการค้นคว้าตลอดชีวิต โดยผลงานของเขาได้ออกมาในรูปของหนังสือ 530 เล่ม และบทความอีกมากมาย

ในช่วง 17 ปีสุดท้ายก่อนเสียชีวิตเขาสูญเสียการมองเห็น และตาบอดสนิท แต่ก็ยังคงค้นคว้าผลงานสำคัญอยู่เสมอ และได้เสียชีวิตเมื่อวันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2326 รวมอายุดได้ 76 ปี  ซึ่งชื่อของเขาได้ถูกนำไปตั้งชื่อของ ดาวเคราะห์น้อย 2002 ออยเลอร์ เพื่อเป็นเกียรติแก่เขา

ผลงานที่โดดเด่นของ Leonhard Euler

เลออนฮาร์ด ออยเลอร์ มีผลงานที่โดดเด่านทางด้านคณิตศาสตร์และฟิสิกส์มากมาย หากจะนับถึงผลงานที่มีชื่อเสียงจะมีดังนี้

  • เป็นคนแรกที่ใช้คำว่า “ฟังก์ชัน” ในการบรรยายถึงความสัมพันธ์ ที่เกี่ยวข้องกับตัวแปร เช่น y = F(x)
  • เป็นคนแรกที่ประยุกต์แคลคูลัสเข้าไปยังวิชาฟิสิกส์
  • เป็นผู้ค้นคิดสัญลักษณ์ดังต่อไปนี้คือ   f(x) , e ,  å , i ,p
  • เป็นผู้ริเริ่มวิชาทอพอโลยีโดยแก้ปัญหาสะพานเมือง Konigsberg
  • เป็นผู้เขียนเขียนตำราเกี่ยวกับ พื้นฐานทาง  Analysis แคลคูลัส
  • เป็นผู้คิดทฤษฎีบทต่างๆในคณิตศาสตร์ระดับสูงอีกมากมาย

Maria Sibylla Merian คือใคร? (ประวัติ+ผลงานของ มาเรีย ซิลเบลล่า มาเรียน)

maria sibylla merian
Maria Sibylla Merian –  วันนี้มานาคอมพิวเตอร์อยากจะขอนำเอาประวัติและผลงานของบุคคลท่านหนึ่งมานำเสนอให้เป็นความรู้รอบตัวนะครับกับ Maria Sibylla Merian (มาเรีย ซิลเบลล่า มาเรียน) กันนะครับ 

Maria Sibylla Merian คือใคร?

Maria Sibylla Merian (มาเรีย ซิลเบลล่า มาเรียน) เป็น ศิลปินหญิงชาวเยอรมัน โดยเธอเป็นนักวาดภาพทางพฤกษศาสตร์ธรรมชาติที่มีชื่อเสียงก้องโลกครับ ก่อนที่เราจะไปรู้จักประวัติของเธอ หลายคนอาจจะสงสัยว่า “ภาพวาดพฤกษศาสตร์ธรรมชาติ” คืออะไร? เราลองมาหาความหมายกันดูนะครับ

“ภาพวาดพฤกษศาสตร์ธรรมชาติ” คืออะไร?

ภาพวาดพฤกษศาสตร์ธรรมชาติ (Botanical Art Illustration) คืองานศิลปะที่มีการจำเพาะลงไป เฉพาะพืชพรรณ ต้นไม้ต่างๆ โดยนำวิทยาศาสตร์ และศิลปศาสตร์สองแขนงนี้มารวมกัน หรือที่เราเรียกว่า “วิทย์สานศิลป์” โดยวิทยาศาสตร์ คือความถูกต้องความเป็นจริงตามธรรมชาติ  ส่วนศิลปศาสตร์ เกิดจากการสร้างสรรค์ของมนุษย์ โดยใช้จินตนาการและให้อารมณ์ ดังนั้นงานศิลปพฤกษศาสตร์ที่ถูกต้องจะต้องมีทั้งสาม ส. มาประกอบกัน คือ

  • สัดส่วน  ที่ถูกต้องตามหลักวิทยาศาสตร์ (Scientific Accuracy)
  • สังเกต  มีการสังเกตรายละเอียดอย่างถี่ถ้วน และแม่นยำ (Keen Observation)
  • สวยงาม  เมื่อมองดูผลงานแล้วให้ความสวยงามอย่างมีคุณค่าทางศิลปะ (Aesthetic)

โดยงานภาพวาดที่เกี่ยวข้องกับพืชพรรณต้นไม้ ดอกไม้ หรือที่เรียกเป็นทางการว่าพฤกษศาสตร์นั้น สามารถแบ่งกว้างๆ ได้ 3 แบบ

  1. ภาพเหมือนทางพฤกษศาสตร์ (Botanical Illustration) จุดมุ่งหมายนี้ นำมาใช้ทางวิชาการ ผลงานจะต้องบ่งบอกชัดเจนว่าพืชพรรณนี้คือชนิดอะไร ดังนั้นสัดส่วนที่ถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ตามมาด้วยการสังเกตพินิจพิเคราะห์และความสวยงาม จะพบเห็นทั่วไปตามพจนานุกรม หนังสือวิทยาศาสตร์ เป็นต้น มักจะใช้ปากกาดำเขียนเป็นเส้นบนพิมพ์กระดาษขาว
  2. ภาพวาดพฤกษศาสตร์  (Botanical Painting) อันนี้ความสวยงามมาก่อน แต่การสังเกตพิจารณาอย่างถี่ถ้วนต้อมีด้วย และสัดส่วนก็ต้องถูกต้องตามความเป็นจริงเช่นเดียวกัน
  3. ภาพวาดทางธรรมชาติ  (Nature Painting หรือ Flowers Painting) เป็นภาพวาดที่ศิลปะนำคือดูแล้วสวยงาม ศิลปินใช้ความสุนทรีย์ทางอารมณ์และจินตนาการสร้างงานเป็นหลักสำคัญ โดยการพินิจพิเคราะห์และสัดส่วนที่ถูกต้องไม่จำเป็น เช่น ภาพวาดดอกไม้ในแจกัน (Still Life) เหล่านี้เป็นต้น สีสันการวาดภาพ อารมณ์ของศิลปินจะมาก่อนความถูกต้องว่าพืชดอกที่วาดเป็นชนิดไหน  การสังเกตรายละเอียดจะไม่แม่นยำเสมอไป

ประวัติของ Maria Sibylla Merian

เกิดเมื่อวันที่ 2 เมษายน ปี ค.ศ 1647 ที่เมือง Frankfurt ประเทศเยอรมัน มีบิดาชื่อ Matthäus Merian และมารดาชื่อ Johanna Catharina Sibylla เธอมีชีวิตและมีผลงานอยู่ในช่วงศตวรรษที่ 16 โดยที่เมืองปารีสเป็นจุดศูนย์กลางของการวาดภาพพฤกษศาสตร์ ซึ่งในช่วงนี้มีกลุ่มนักเดินทางผจญภัยไปในดินแดนโพ้นทะเลมากมายและมีการบันทึกการเดินทาง อีกทั้งจ้างนักวาดภาพพฤกษศาสตร์ร่วมไปในการเดินทางด้วย  เพื่อบันทึกข้อมูลเสาะแสวงหา และวาดภาพพรรณไม้แปลกๆ รวมทั้งนำเมล็ดและส่วนต่างๆ ของพืชต่างถิ่นกลับมาศึกษาและเพาะพันธุ์ โดย Maria Sibylla Merian เป็นศิลปินหญิงชาวเยอรมันที่มีชื่อเสียงในยุคนี้ ซึ่งทำหน้าที่บันทึกพรรณไม้มากมายจากซูลินัม (Surinum) ซึ่งอยู่ทางใต้ของอเมริกา

ในส่วนของชีวิตส่วนตัว มาเรียได้แต่งงานกับ Johann Andreas Graff (ในช่วงปี 1665–1692) และมีบุตรสองคน คือ Johanna Helena Herolt และ Dorothea Maria Graff และเธอได้เสียชีวิตเมื่อ 13 มกราคม ปี ค.ศ 1717  ที่กรุง Amsterdam

ผลงานของ Maria Sibylla Merian

คราวนี้เราลองมาดูผลงานที่ได้รับการกล่าวขวัญถึงกันบ้างนะครับ

 

 

อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ (Albert Einstein) คือใคร? (ประวัติ+ผลงาน)

อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ (Albert Einstein)
อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ (Albert Einstein)
หากเอ่ยถึงชื่อนี้ผมเชื่อว่าน้อยคนนักที่จะมีคำถามว่า เขาคือใคร? เนื่องจากเขาเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงระดับโลกในฐานะนักวิทยาศาสตร์ผู้ค้นพบ ทฤษฎีสัมพัทธภาพ ซึ่งต่อมามันได้กลายเป็นทฤษฎีที่เปลี่ยนโลกทั้งใบเลยก็ว่าได้ วันนี้ทางมานาคอมพิวเตอร์เลยอยากจะเอาประวัติและผลงานของ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ มานำเสนอ เนื่องจากใกล้จะถึงวันครบรอบวันเกิด ( 14 มีนาคม) แล้วครับ

อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ (Albert Einstein) คือใคร?

อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เป็นนักฟิสิกส์ทฤษฎี ชาวเยอรมันเชื้อสายยิวที่มีสัญชาติสวิสและอเมริกัน เป็นผู้ที่ได้รับการยอมรับว่า เขาเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในคริสต์ศตวรรษที่ 20 โดยเป็นผู้ค้นพบและนำเสนอ “ทฤษฎีสัมพัทธภาพ” และได้มีส่วนร่วมในด้านการพัฒนากลศาสตร์ควอนตัม สถิติกลศาสตร์ และจักรวาลวิทย โดยอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ในปี พ.ศ. 2464 จากการอธิบายปรากฏการณ์โฟโตอิเล็กทริก และจาก “การทำประโยชน์แก่ฟิสิกส์ทฤษฎี”

ปี พ.ศ. 2542 นิตยสารไทมส์ ยกย่องให้เขาเป็น “บุรุษแห่งศตวรรษ” ผู้เขียนชีวประวัติของเขาเอ่ยถึงเขาว่า “สำหรับความหมายในทางวิทยาศาสตร์ และต่อมาเป็นความหมายต่อสาธารณะ ไอน์สไตน์ มีความหมายเดียวกันกับ อัจฉริยะ” ซึ่งทุกวันนี้ ชื่อของเขาได้กลายเป็นแบบอย่างที่แสดงถึงความฉลาดหรืออัจฉริยะที่เราหลายคนอาจจะได้เห็นกันทั่วไปในสังคมครับ

ประวัติของ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ (Albert Einstein)

อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ (Albert Einstein) แต่ถ้าอ่านตามสำเนียงภาษาเยอรมันจะอ่านได้ว่า อัลแบร์ท ไอน์ชไตน์ เกิดเมื่อวันที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2422  ที่เมืองอูล์ม ราชอาณาจักรเวือร์ทเทมแบร์ก สมัยจักรวรรดิเยอรมัน ครอบครัวของเขาเป็นชาวยิว (แต่ไม่เคร่งครัดนัก) อัลเบิร์ตเข้าเรียนในโรงเรียนประถมคาธอลิก และเข้าเรียนไวโอลิน

แม้ว่าเขาชอบที่จะสร้างแบบจำลองและอุปกรณ์กลได้ในเวลาว่าง เขาถือเป็นผู้ที่เรียนรู้ได้ช้า สาเหตุอาจเกิดจากการที่เขามีความพิการทางการอ่านหรือเขียน (dyslexia) ความเขินอายซึ่งพบได้ทั่วไป หรือการที่เขามีโครงสร้างสมองที่ไม่ปกติและหาได้ยากมาก (จากการชันสูตรสมองของเขาหลังจากที่ไอน์สไตน์เสียชีวิต) ซึ่งเขายกความดีความชอบในการพัฒนาทฤษฎีของเขาว่าเป็นผลมาจากความเชื่องช้าของเขาเอง โดยกล่าวว่าเขามีเวลาครุ่นคิดถึงอวกาศและเวลามากกว่าเด็กคนอื่น ๆ เขาจึงสามารถสามารถพัฒนาทฤษฎีเหล่านี้ได้ โดยการที่เขาสามารถรับความรู้เชิงปัญญาได้มากกว่าและนานกว่าคนอื่น ๆ

ไอน์สไตน์เริ่มเรียนคณิตศาสตร์เมื่อประมาณอายุ 12 ปี  ต่อมาใน พ.ศ. 2437 เนื่องมาจากความล้มเหลวในธุรกิจเคมีไฟฟ้าของพ่อของเขา ทำให้ครอบครัวไอน์สไตน์ย้ายจากเมืองมิวนิค ไปยังเมืองพาเวีย (ใกล้กับเมืองมิลาน) ประเทศอิตาลี ในปีเดียวกัน เขาได้เขียนผลงานทางวิทยาศาสตร์ชิ้นหนึ่งขึ้นมา (คือ “การศึกษาสถานะของอีเธอร์ในสนามแม่เหล็ก”) โดยที่ไอน์สไตน์ยังอาศัยอยู่ในบ้านพักในมิวนิคอยู่จนเรียนจบจากโรงเรียน โดยเรียนเสร็จไปแค่ภาคเรียนเดียวก่อนจะลาออกจากโรงเรียนมัธยมศึกษา กลางฤดูใบไม้ผลิ ในปี พ.ศ. 2438 แล้วจึงตามครอบครัวของเขาไปอาศัยอยู่ในเมืองพาเวีย

เขาลาออกโดยไม่บอกพ่อแม่ของเขา และโดยไม่ผ่านการเรียนหนึ่งปีครึ่งรวมถึงการสอบไล่ ไอน์สไตน์เกลี้ยกล่อมโรงเรียนให้ปล่อยตัวเขาออกมา โดยกล่าวว่าจะไปศึกษาเป็นนักศึกษาแพทย์ฝึกหัดตามคำเชิญจากเพื่อนผู้เป็นแพทย์ของเขาเอง โรงเรียนยินยอมให้เขาลาออก แต่นี่หมายถึงเขาจะไม่ได้รับใบรับรองการศึกษาชั้นเรียนมัธยม

แม้ว่าเขาจะมีความสามารถชั้นเลิศในสาขาวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ แต่การที่เขาไร้ความรู้ใด ๆ ทางด้านศิลปศาสตร์ ทำให้เขาไม่ผ่านการสอบคัดเลือกเข้าสถาบันเทคโนโลยีแห่งสมาพันธรัฐสวิสในเมืองซูริค ทำให้ครอบครัวเขาต้องส่งเขากลับไปเรียนมัธยมศึกษาให้จบที่อารอในสวิตเซอร์แลนด์ เขาสำเร็จการศึกษาและได้รับใบอนุปริญญาในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2439 และสอบเข้า ETH ได้ในเดือนตุลาคม แล้วจึงย้ายมาอาศัยอยู่ในเมืองซูริค ในปีเดียวกัน เขากลับมาที่บ้านเกิดของเขาเพื่อเพิกถอนภาวะการเป็นพลเมืองของเขาในเวอร์เทมบูรก์ ทำให้เขากลายเป็นผู้ไร้สัญชาติ

ใน พ.ศ. 2443 เขาได้รับประกาศนียบัตรสำเร็จการศึกษาจากสถาบันเทคโนโลยีแห่งสมาพันธรัฐสวิส และได้รับสิทธิ์พลเมืองสวิสในปี พ.ศ. 2444

หลังจากจบการศึกษา ไอน์สไตน์ไม่สามารถหางานสอนหนังสือได้ หลังจากเพียรพยายามอยู่เกือบสองปี พ่อของอดีตเพื่อนร่วมชั้นคนหนึ่งก็ช่วยให้เขาได้งานทำที่สำนักงานสิทธิบัตร ในกรุงเบิร์น ในตำแหน่งผู้ช่วยตรวจสอบเอกสาร หน้าที่ของเขาคือการตรวจประเมินใบสมัครของสิทธิบัตรในหมวดหมู่อุปกรณ์แม่ เหล็กไฟฟ้า ในปี พ.ศ. 2446 ไอน์สไตน์ก็ได้บรรจุเข้าเป็นพนักงานประจำ หลังจากถูกมองข้ามมานานจนกระทั่งกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีจักรกล

ไอน์สไตน์เสียชีวิตเมื่อวันที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2498 ด้วยโรคหัวใจวาย ที่เมืองพรินซ์ตัน รัฐนิวเจอร์ซี สหรัฐอเมริกา

ผลงานของ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ (Albert Einstein)

จริงๆ แล้วผลงานของไอน์สไตน์ในสาขาฟิสิกส์มีมากมาย  โดยไอน์สไตน์ได้ตีพิมพ์ผลงานทางวิทยาศาสตร์มากกว่า 300 ชิ้น และงานอื่นที่ไม่ใช่วิทยาศาสตร์อีกกว่า 150 ชิ้น แต่ทางมานาคอมพิวเตอร์อยากจะขอนำเสนอแค่ส่วนหนึ่งที่คนทั่วไปรู้จักกันดีครับ

  • ทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไป ทฤษฎีใหม่เกี่ยวกับแรงโน้มถ่วง ซึ่งเป็นไปตาม equivalence principle
  • วางรากฐานของจักรวาลเชิงสัมพัทธ์ และค่าคงที่จักรวาล
  • ขยายแนวความคิดยุคหลังนิวตัน สามารถอธิบายจุดใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุดของดาวพุธได้อย่างลึกซึ้ง
  • ทำนายการหักเหของแสงอันเนื่องมาจากแรงโน้มถ่วงและเลนส์ความโน้มถ่วง
  • อธิบายการเกิดปรากฏการณ์ของแรงยกตัว
  • ริเริ่มทฤษฎีการแกว่งตัวอย่างกระจายซึ่งอธิบายการเคลื่อนที่ของบราวน์ของโมเลกุล
  • ทฤษฎีโฟตอนกับความเกี่ยวพันระหว่างคลื่น-อนุภาค ซึ่งพัฒนาจากคุณสมบัติอุณหพลศาสตร์ของแสง
  • ทฤษฎีควอนตัมเกี่ยวกับการเคลื่อนที่ของอะตอมในของแข็ง
  • Zero-point energy
  • อธิบายรูปแบบย่อยของสมการของชเรอดิงเงอร์
  • EPR paradox
  • ริเริ่มโครงการทฤษฎีแรงเอกภาพ

Douglas Adams คือใคร? พร้อมประวัติและผลงานของดักลาส อดัมส์

Douglas Adams
Douglas Adams คือใคร?
วันนี้มานาคอมพิวเตอร์ขอนำเสนอข้อมูลที่น่าสนใจของบุคคลท่านหนึ่ง ซึ่งวันที่ 11 มีนาคมนี้เป็นวันครบรอบวันเกิด 61 ปีของคนๆ นี้ครับ นั่นคือ Douglas Adams (ดักลาส อดัมส์) ครับ ซึ่งเป็นนักเขียนชื่อดังคนหนึ่งของโลกครับ

Douglas Adams คือใคร?

Douglas Adams (ดักลาส อดัมส์) เขาเป็นนักเขียนนวนิยายชื่อดังที่มีงานเขียนหลากหลายแนว ผลงานที่ทำให้เขาเป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างมากก็คือ The Hitchhiker’s Guide to the Galaxy (ชื่อภาษาไทยว่า คู่มือท่องกาแล็กซี ฉบับนักโบก (มีฉบับแปลเป็นภาษาไทยด้วยนะครับ)

โดยเรื่องนี้มีเนื้อหาประมาณว่า อาร์เธอร์ หนุ่มหน้าจืดผู้ซึ่งชีวิตมีแต่ความซวยกำลังจะได้ค้นพบข้อดีและข้อเสียของการ มีเพื่อนเป็นมนุษย์ต่างดาว ฟอร์ด หนุ่มนักโบกผู้ประกอบอาชีพเป็นนักเก็บข้อมูลภาคสนามให้กับหนังสือคู่ มือท่อง เที่ยวอวกาศเล่มหนึ่ง กำลังจะได้ค้นพบความจริงอันน่าตื่นตระหนก ซึ่งอยู่เบื้องหลังความเป็นไปของทุกสรรพสิ่ง การผจญภัยข้ามกาแล็กซีของพวกเขา

คู่มือท่องกาแล็กซี ฉบับนักโบก เป็นเรื่องชุดแนววิทยาศาสตร์-ตลก แรกเริ่มเป็นละครวิทยุออกอากาศทางสถานีวิทยุ BBC Radio 4 ใน ค.ศ. 1978 และต่อมาได้รับการดัดแปลงเผยแพร่ในรูปแบบสื่ออื่นๆ เมื่อเวลาผ่านไปก็ค่อยๆ กลายเป็นปรากฏการณ์มัลติมีเดียระดับนานาชาติในที่สุด สื่ออื่นๆ เหล่านี้ได้แก่ละครเวที หนังสือนิยาย “ไตรภาค” จำนวนห้าเล่ม ตั้งแต่ ค.ศ. 1979 – 1992 และนิยายเล่มที่หกเขียนโดยอีออยน์ โคลเฟอร์ ในปี ค.ศ. 2009, เป็นละครชุดทางโทรทัศน์ปี ค.ศ. 1981, เป็นเกมคอมพิวเตอร์ปี ค.ศ. 1984, เป็นหนังสือการ์ตูนชุดสามเล่มจบเล่าเรื่องจากนิยายสามเล่มแรก ตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ DC comics ตั้งแต่ ค.ศ. 1993-1996 นอกจากนี้ยังมีชุดผ้าขนหนูสองชุดผลิตโดย Beer-Davies ซึ่งผู้ติดตามบางคนถือว่าเป็นของต้นฉบับ และอื่นๆ อีกมาก

ประวัติของ Douglas Adams

Douglas Adams (ดักลาส อดัมส์) มีชื่อเต็มว่า Douglas Noel Adams เกิดเมื่อวันที่ 11 มีนาคม ปีค.ศ. 1952 นอกจากเขาจะเป็นนักเขียนชื่อดังแล้ว เขายังเป็นผู้สนับสนุนเกี่ยวกับการอนุรักษ์ธรรมชาติ ชอบรถแข่งชอบความเร็ว ชอบในเทคโนโลยี โดยเฉพาะอย่างยิ่งคอมพิวเตอร์แมคอินทอช  เขาเสียชีวิตเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม ปี 2001 จากสาเหตุโรคหัวใจกำเริบ อายุรวมได้ 49 ปีครับ

ผลงานของ Douglas Adams

กิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม (งานบรรยาย)

  • 2003 Richard Dawkins – Queerer than we can suppose: the strangeness of science
  • 2004 Robert Swan – Mission Antarctica
  • 2005 Mark Carwardine – Last Chance to See… Just a bit more
  • 2006 Robert Winston – Is the Human an Endangered Species?
  • 2007 Richard Leakey – Wildlife Management in East Africa – Is there a future?
  • 2008 Steven Pinker – The Stuff of Thought, Language as a Window into Human Nature
  • 2009 Benedict Allen – Unbreakable
  • 2010 Marcus du Sautoy – 42: the answer to life, the universe and prime numbers
  • 2011 Brian Cox – The Universe and Why We Should Explore It
  • 2012 Lecture replaced by Douglas Adams The Party
  • 2013 Adam Rutherford – Creation: the origin and the future of life

งานเขียน

  •     Monty Python’s Flying Circus Episode 45, Party Political Broadcast on Behalf of the Liberal Party (1972)
  •     The Private Life of Genghis Khan (1975)
  •     The Pirate Planet, a Doctor Who serial first broadcast in 1978
  •     Dr Snuggles, contributed to a children’s TV series (1979)
  •     City of Death, a Doctor Who serial, cowritten with Graham Williams, based on a story by David Fisher, first broadcast October 1979
  •     The Hitchhiker’s Guide to the Galaxy (1979)
  •     Shada (1979–1980), a Doctor Who serial
  •     The Restaurant at the End of the Universe (1980)
  •     Life, the Universe and Everything (1982)
  •     The Meaning of Liff (1983, with John Lloyd)
  •     So Long, and Thanks For All the Fish (1984)
  •     The Hitchhiker’s Guide to the Galaxy (computer game) (1984, with Steve Meretzky)
  •     The Hitchhiker’s Guide to the Galaxy: The Original Radio Scripts (1985, with Geoffrey Perkins)
  •     Young Zaphod Plays It Safe (short story) (1986)
  •     A Christmas Fairly Story [sic] (1986, with Terry Jones), and
  •     Supplement to The Meaning of Liff (1986, with John Lloyd and Stephen Fry), both part of
  •     The Utterly Utterly Merry Comic Relief Christmas Book (1986, edited with Peter Fincham)
  •     Bureaucracy (computer game) (1987)
  •     Dirk Gently’s Holistic Detective Agency (1987)
  •     The Long Dark Tea-Time of the Soul (1988)
  •     Hyperland (TV documentary) (1990)
  •     The Deeper Meaning of Liff (1990, with John Lloyd)
  •     Last Chance to See (1990, with Mark Carwardine)
  •     Mostly Harmless (1992)
  •     The Illustrated Hitchhiker’s Guide to the Galaxy (1994)
  •     Douglas Adams’s Starship Titanic (1997), written by Terry Jones, based on an idea by Adams
  •     Starship Titanic (computer game) (1998)
  •     h2g2 (internet project) (1999)
  •     The Internet: The Last Battleground of the 20th century (radio series) (2000)
  •     The Hitchhiker’s Guide to the Future (radio series) (2001) final project for BBC Radio 4 before his death
  •     Parrots, the universe and everything (2001)
  •     The Salmon of Doubt (2002), unfinished novel manuscript (11 chapters), short stories, essays, and interviews (also available as an audiobook, read by Simon Jones)
  •     The Hitchhiker’s Guide to the Galaxy (film) (2005)

บทความต่างๆ

  •     Herbert, R. (1980). The Hitchhiker’s Guide to the Galaxy
  •     Adams, J., & Brown, R. (1981). The Hitchhiker’s Guide to the Galaxy
  •     Nickerson, S. L. (1982). The Restaurant at the End of the Universe
  •     Nickerson, S. L. (1982). Life, the Universe, and Everything
  •     Morner, C. (1982). The Restaurant at the End of the Universe
  •     Morner, C. (1983). Life, the Universe and Everything
  •     Shorb, B. (1985). So Long, and Thanks for All the Fish
  •     The Long Dark Tea-Time Of The Soul (Book). (1989)
  •     Hoffert, B., & Quinn, J. (1990). Last Chance To See
  •     Reed, S. S., & Cook, I. I. (1991). Dances with kakapos.
  •     Last Chance to See
  •     Field, M. M., & Steinberg, S. S. (1991)
  •     Dieter, W. (1991). Last Chance to See
  •     Dykhuis, R. (1991). Last Chance To See
  •     Beatty, J. (1991). Good Show
  •     A guide to the future. (1992)
  •     Zinsser, J. (1993). Audio reviews: Fiction. Publishers Weekly
  •     Taylor, B., & Annichiarico, M. (1993). Audio reviews. Library Journal, 118(2), 132.
  •     Good reads. (1995). NetGuide, 2(4), 109.
  •     Stone, B. (1998). The unsinkable starship. Newsweek, 131(15), 78.
  •     Gaslin, G. (2001). Galaxy Quest. Entertainment Weekly, (599), 79.
  •     So long, and thanks for all the fish. (2001). Economist, 359(8222), 79.
  •     Geier, T., & Raftery, B. M. (2001). Legacy. Entertainment Weekly, (597), 11.
  •     Passages. (2001). Maclean’s, 114(21), 13.
  •     Don’t panic! Douglas Adams to keynote Embedded show. (2001). Embedded Systems Programming, 14(3), 10.
  •     Ehrenman, G. (2001). World Wide Weird. InternetWeek, (862), 15.
  •     Zaleski, J. (2002). The Salmon of Doubt (Book). Publishers Weekly, 249(15), 43.
  •     Mort, J. (2002). The Salmon of Doubt (Book). Booklist, 98(16), 1386.
  •     Lewis, D. L. (2002). Last Time Round The Galaxy. Quadrant Magazine, 46(9), 84.
  •     Burns, A. (2002). The Salmon of Doubt (Book). Library Journal, 127(15), 111.
  •     Burns, A., & Rhodes, B. (2002). The Restaurant at the End of the Universe (Book). Library Journal, 127(19), 118.
  •     Kaveney, R. (2002). A cheerful whale. TLS, (5173), 23.
  •     Pearl, N., & Welch, R. (2003). The Hitchhiker’s Guide To The Galaxy (Book). Library Journal, 128(11), 124.
  •     Preying on composite materials. (2003). R&D Magazine, 45(6), 44.
  •     Webb, N. (2003). The Berkeley Hotel hostage. Bookseller, (5069), 25.
  •     The author who toured the universe. (2003). Bookseller, (5060), 35.
  •     Osmond, A. (2005). Only human. Sight & Sound, 15(5), 12-15.
  •     Culture vulture. (2005). Times Educational Supplement, (4640), 19.
  •     Maughan, S. (2005). Audio Bestsellers/Fiction. Publishers Weekly, 252(30), 17.
  •     Hitchhiker At The Science Museum. (2005). In Britain, 14(10), 9.
  •     Rea, A. (2005). The Adams asteroids. New Scientist, 185(2488), 31.
  •     Most Improbable Adventure. (2005). Popular Mechanics, 182(5), 32.
  •     The Hitchhiker’s Guide To The Galaxy: The Tertiary Phase. (2005). Publishers Weekly, 252(14), 21.
  •     Bartelt, K. R. (2005). Wish You Were Here: The Official Biography of Douglas Adams. Library Journal, 130(4), 86.
  •     Larsen, D. (2005). I was a teenage android. New Zealand Listener,
  •     Tanner, J. C. (2005). Simplicity: it’s hard. Telecom Asia, 16(6), 6.
  •     Nielsen Bookscan Charts. (2005).
  •     Buena Vista launches regional site to push Hitchhiker’s movie. (2005).
  •     Shynola bring Beckland to life. (2005).
  •     Carwardine, M. (15 September 2007). The baiji: So long and thanks for all the fish. New Scientist. pp. 50–53.
  •     Czarniawska, B. (2008). Accounting and gender across times and places: An excursion into fiction. Accounting, Organizations & Society,
  •     Pope, M. (2008). Life, the Universe, Religion and Science. Issues,
  •     Bearne, S. (2008). BBC builds site to trail Last Chance To See TV series.
  •     Arrow to reissue Adams. (2008).
  •     Page, B. (2008). Colfer is new Hitchhiker. Bookseller
  •     I’ve got a perfect puzzle for you. (2009)
  •     Mostly Harmless…. (2009)
  •     Penguin and PanMac hitch a ride together. (2009)
  •     Adams, Douglas. Britannica Biographies [serial online]. October 2010;:1
  •     Douglas (Noël) Adams (1952–2001)
  •     My life in books. (2011)