วิธีการป้องกันภัยอันตรายจาก Phishing สำหรับผู้ใช้งานธนาคารอินเทอร์เน็ต


เนื่องจากปัจจุบันนี้  เทคโนโลยีทางด้านอินเทอร์เน็ตเข้ามามีบทบาทในชีวิตของคนเรามากขึ้น ทำให้กิจกรรมการดำเนินชีวิตของคนส่วนใหญ่ค่อยๆ ผูกพันกับโลกออนไลน์มากขึ้นๆ ทุกที สำหรับการทำธุรกรรมการเงินกับทางธนาคาร ถ้าเป็นสมัครก่อนเวลาจะโอนเงิน ฝากเงิน ถอนเงิน เช็คยอดเงินคงเหลือ เราก็คงต่อถ่อไปธนาคารหรือตู้ ATM แต่เดี๋ยวนี้แค่คุณมีคอมพิวเตอร์หรือมือถือที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ทได้ ก็สะดวกไปหลากหลายอย่าง อยู่บ้านก็สามารถทำธุรกรรมทางการเงินได้ แต่เมื่อสะดวกสบายมากเท่าไหร่ ความปลอดภัยในการใช้งานก็ยิ่งน้อยลงเท่านั้น (ถ้าเราไม่ระมัดระวังตัวให้ดี) วันนี้ผมเลยอยากจะขอแนะนำการป้องกันภัยคุกคามที่อาจจะเกิดขึ้นจากการทำธุรกรรทางการเงินผ่านอินเทอร์เน็ต ที่เรียกว่า “Phishing”

Phishing คืออะไร?

ถ้าเอาแบบง่ายๆ Phishing ก็คือการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต เพื่อขอข้อมูลที่สำคัญ เช่น รหัสผ่าน หรือหมายเลขบัตรเครดิต โดยการส่งข้อความผ่านทางอีเมลหรือโปรแกรมสนทนา

 

ตัวอย่างของการ Phishing

เช่น การบอกแก่ผู้รับปลายทางว่าเป็นธนาคารหรือบริษัทที่น่าเชื่อถือ และแจ้งว่ามีสาเหตุทำให้คุณต้องเข้าสู่ระบบและใส่ข้อมูลที่สำคัญใหม่ โดยเว็บไซต์ที่ลิงก์ไปนั้น มักจะมีหน้าตาคล้ายคลึงกับเว็บที่กล่าวถึง…”

ยกตัวอย่างเช่น นาย A เปิดบัญชีกับธนาคาร DDD โดยขอใช้บริการผ่านอินเทอร์เน็ต (Internet Banking)

วันดีคืนดี นาย A ได้รับอีเมล์(ที่อ้างว่า)มาจากธนาคาร DDD ว่า “ทางธนาคารจะทำการอัพเกรดระบบใหม่ ขอให้นาย A เข้าสู่ระบบ เพื่อยืนยันตัวตน มิฉะนั้น เงินในบัญชีอาจจะสูญหายได้” นาย A ก็รีบคลิ้กลิ้งค์ที่อีเมลนั้นส่งมาให้โดยไม่ได้ตรวจสอบให้ดีก่อน

ซึ่งปกติเว็บไซต์ Internet Banking ของธนาคารนี้คือ DDDbank.com/login แต่ลิ้งค์ที่ส่งมาให้คือ DDDbank.djf.com/login (ส่วนใหญ่พวกหลอกลวงจะทำลิ้งค์ให้คล้ายกับเว็บไซต์ธนาคารมากที่สุดครับ)

ซึ่งเมื่อนาย A คลิ้กลิ้งค์ที่ส่งมาให้ จะเจอหน้าตาเว็บ(หลอกลวง)ที่มีหน้าตาเหมือนเว็บไซต์ธนาคารอย่างกับแกะ และพอนาย A กรอกข้อมูลเช่น Username กับ Password แล้ว มิจฉาชีพก็ได้ข้อมูลสำคัญเพื่อไปเข้าเว็บไซต์ธนาคาร(ของจริง) เพื่อขโมยเงินคุณได้อย่างง่ายดายครับ

 

วิธีการป้องกันการ Phishing

1. โดยปกติแล้ว ธนาคารที่ให้บริการ Internet Banking  จะไม่มีการส่งลิ้งค์ใดๆ มาให้กับลูกค้าผ่านทางอีเมล์

2. ทำการติดตั้งโปรแกรมป้องกันไวรัส,มัลแวร์ และค่อยสแกนคอมพิวเตอร์อย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง รวมทั้งทำการอัพเดทฐานข้อมูลโปรแกรมป้องกันไวรัวสม่ำเสมอนะครับ

3. อย่าให้ข้อมูลเกี่ยวกับบัญชีธนาคาร Internet Banking กับใครทั้งนั้น เพราะนี่คือเรื่องส่วนตัวเป็นอย่างมากครับ

4. เวลาที่ต้องการใช้บริการธุรกรรมทางการเงินทางอินเทอร์เน็ต ให้พิมพ์เข้าเว็บไซต์ธนาคารโดยตรง เช่น

  • ธนาคารกรุงเทพ  https://ibanking.bangkokbank.com/SignOn.aspx
  • ธนาคารกสิกรไทย  https://online.kasikornbankgroup.com/K-Online/ib/login_th.jsp
  • ธนาคารไทยพาณิชย์ http://www.scbeasy.com/

หรือสอบถามข้อมูลได้ที่ Call Center ของธนาคารนั้นๆ ครับ ว่าสามารถเข้าใช้งานส่วนนี้ได้ที่เว็บไหนครับ

5. หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอีเมล์ที่ได้รับให้ลองโทรสอบถาม Call Center ของธนาคารนั้นๆ ครับ
6.พยายามหลีกเลี่ยงการใช้งาน Internet Banking กับคอมพิวเตอร์สาธารณะครับ

 

อย่างไรก็ดี หากคุณระมัดระวังในระดับหนึ่งแล้ว การทำธุรกรรมทางการเงินผ่านอินเทอร์เน็ต ก้ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวเลยครับ

เลือกแพคเกจการใช้งานอินเทอร์เน็ตบนมือถือแบบไหนดี?


สำหรับความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในปัจจุบันนี้ ทำให้ผู้ใช้โทรศัพท์มือถือทั้งหลาย สามารถที่จะใช้งานอินเทอร์เน็ตบนมือถือของตนได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งทางผู้ให้บริการทางด้านเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ ไม่ว่าจะเป็น AIS Dtac หรือ Truemove ต่างก็นำเสนอแพคเกจการให้บริการเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ตบนมือถือที่หลากหลายมากขึ้น แล้วคำถามสำคัญที่เกิดขึ้นกับผู้ใช้โทรศัพท์มือถือแต่ละรายก็คือ “แล้วแบบไหนที่จะเหมาะกับเราที่สุดล่ะ?”

ในส่วนของแพคเกจอินเทอร์เน็ตบนมือถือที่ผู้ให้บริการนำเสนอในปัจจุบันนั้น ผมอยากจะแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบใหญ่ๆ ก็คือ

1. แพคเกจอินเทอร์เน็ตแบบคิดตามเวลา(ชั่วโมง)

โดยปัจจุบันจะมีให้เลือกตั้งแต่ แบบ 1 ชั่วโมง – ไม่จำกัดชั่วโมงการใช้งาน ซึ่งมีราคาค่าบริการเริ่มต้นที่ 20 บาท จนถึง 999 บาท ต่อเดือน โดยในแบบแรกนี้จะเป็นการคิดการใช้งานอินเทอร์เน็ตบนมือถือแบบไม่จำกัดปริมาณการใช้งาน แต่คิดตามชั่วโมงการใช้งานจริง เช่นคุณอาจจะใช้แค่เช็คเมล์,เปิดหน้าเว็บไซต์ดูครั้งละ 5-10 นาที ระบบก็จะทำการหักเวลาการใช้งานไปเรื่อยๆ จนครบแพคเกจที่เลือกไว้

ข้อดีของแพคเกจรูปแบบนี้
– ไม่จำกัดปริมาณข้อมูลการใช้งาน
– เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบท่องเว็บไซต์บนมือถือเป็นประจำ , ดาวน์โหลดไฟล์จากอีเมล์เมล์ , ดาวน์โหลดไฟล์หรือโปรแกรม (ขนาดไม่ใหญ่)

ข้อด้อยของแพคเกจในรูปแบบนี้
– ไม่เหมาะกับการพูดคุยโดยผ่านระบบ Chat , ระบบการเช็คเมล์ หรือบริการที่มีรูปแบบที่ต้องมีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตตลอดเวลา
–  หากครบกำหนดเวลา ยังใช้ไม่หมด ระบบจะทำการตัดส่วนที่เหลือทิ้ง และคิดค่าบริการในรอบใหม่ทันที

2. แพคเกจอินเทอร์เน็ตแบบคิดตามปริมาณการใช้งาน

โดยปัจจุบันจะมีให้เลือกใช้บริการตั้งแต่  30 Mb (ราคา 99 บาท) ขึ้นไป ซึ่งในแบบนี้จะเป็นการคิดการใช้งานอินเทอร์เน็ตบนมือถือแบบจำกัดปริมาณการใช้งาน แต่ไม่จำกัดเวลา

ข้อดีของแพคเกจรูปแบบนี้
– ไม่จำกัดเวลาการใช้งาน เพราะคิดแพคเกจตามปริมาณข้อมูลการใช้งาน
– เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบการพูดคุยโดยผ่านระบบ Chat , ระบบการเช็คเมล์ หรือบริการที่มีรูปแบบที่ต้องมีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตตลอดเวลา เพราะบริการเหล่านี้จะมีการใช้ปริมาณข้อมูลในแต่ละครั้งที่น้อยมากๆ

ข้อด้อยของแพคเกจในรูปแบบนี้
– ไม่เหมาะกับผู้ที่ชอบท่องเว็บไซต์บนมือถือเป็นประจำ , ดาวน์โหลดไฟล์จากอีเมล์เมล์ , ดาวน์โหลดไฟล์หรือโปรแกรม (ขนาดไม่ใหญ่) เพราะการใช้งานเหล่านี้จะทำใช้ปริมาณข้อมูลเป็นจำนวนมาก อาจจะทำให้ใช้งานได้แค่ในช่วงเวลาสั้นๆ

ซึ่งบทความนี้ ก็น่าจะช่วยให้คุณสามารถที่จะเลือกแพคเกจที่เหมาะสมกับการใช้งานของคุณได้ในระดับหนึ่งนะครับ

บทความนี้เขียนขึ้นโดย Kittin จากเว็บไซต์ manacomputers.com ได้รับความคุ้มครองตามสัญญาอนุญาต CC 3.0

การตั้งค่า Password เพื่อความปลอดภัยยิ่งขึ้น


เมื่อวานผมได้ทำการเขียนถึงการเปลี่ยน Password ใน Hotmail ทำให้ผมนึกถึงว่า บางครั้ง(หรือหลายครั้งเลยแหละ) ที่เราผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตมักจะไม่ค่อยให้ความสำคัญในการตั้ง Password ด้วยการตั้งแบบง่ายเกินไป ทำให้ผู้ไม่หวังดีคาดเดาได้ง่ายและนำข้อมูลของเราไปใช้ในทางที่ไม่ดีครับ วันนี้ผมเลยอยากจะขอแนะนำ “วิธีการตั้งค่า Password เพื่อความปลอดภัยยิ่งขึ้นครับ”

การตั้งค่า Password ที่ไม่ควรทำ

  • ใช้ชื่อนามสกุลตัวเอง,คนรัก,หรือคนรอบข้าง
  • ใช้เลขซ้ำ,เลขคู่สลับไปมา
  • ใช้เบอร์โทรศัพท์ตัวเองหรือเบอร์โทรศัพท์ที่ตนเองใช้บ่อยๆ
  • ใช้เลขวันเดือนปีเกิดตัวเองหรือคนรอบข้าง
  • ใช้ตัวเลขที่เรียงอยู่บนคีย์บอร์ด เช่น asdffdsa
  • หรือชื่ออื่นๆ ที่คาดเดาได้ง่าย เช่น ชื่อสถานที่ำทำงาน ชื่อสัตว์เลี้ยงที่รัก ฯลฯ

แนวคิดในการตั้งค่า Password เพื่อความปลอดภัย

1. จำนวนตัวอักษร แม้โดยทั่วไประบบมักจะแนะนำให้ใช้อยู่ที่ 6-8 ตัวอักษร แต่ถ้าเพื่อความปลอดภัยมากขึ้น ผมแนะนำว่า “อย่างต่ำควรจะมากกว่า 8 ตัวอักษรขึ้นไปครับ”

2. คุณอาจจะตั้ง Password เป็นคำที่มีทั้งตัวอักษรและตัวเลขผสมกัน (ไม่ใช่เรียงกันนะครับ)

3. หรือลองตั้งโดยใช้คำที่เราคุ้นเคยเช่น “ทะเลพัทยา” แต่เปลี่ยนมาใช้แป้นคีย์บอร์ดภาษาอังกฤษแทน เมื่อพิมพ์แล้วจะได้เป็น “mtg]rympk” ซึ่งคาดเดาได้ยากขึ้นกว่าเดิมเยอะครับ

4. การตั้งค่า Password ความแบ่งตามระดับความสำคัญ เช่น Password ที่ใช้เพื่อสมัครในการใช้บริการเว็บไซต์ เช่น สมัครสมาชิก,รับข่าวสาร ควรจะใช้ Password ที่เป็นคนละชุดกับที่ใช้ในอีเมล์ที่สำคัญและต้องการความเป็นส่วนตัว

5. เมื่อมีการใช้งานคอมพิวเตอร์หรืออินเทอร์เน็ทในที่สาธารณะ อย่าให้เครื่องคอมพิวเตอร์จำชื่อและรหัสผ่านของเรา

แค่นี้คุณก็ใช้งานโลกอินเทอร์เน็ทได้อย่างปลอดภัยขึ้นแล้วครับ

บทความนี้เขียนขึ้นโดย Kittin จากเว็บไซต์ manacomputers.com ได้รับความคุ้มครองตามสัญญาอนุญาต CC 3.0

 

แนะนำหนังสือ “รวยได้จริง บนโลกออนไลน์” เล่มสอง

หลังจากที่หนังสือ “รวยได้จริง บนโลกออนไลน์” เล่มแรก ได้รับการตอบรับจากทางประชาชนนับล้าน (ที่ไม่รู้จักหนังสือเล่มนี้) ทางสำนักพิมพ์เลยคิดได้ว่า ควรจะให้หนังสือซีรี่ย์ “รวยได้จริง บนโลกออนไลน์” ได้มีเล่มสองกับเขาสักที วันนี้ “ผีหัวโล้นผมยาว” (อันนี้นามปากกา ไม่ใช่อาชีพ)  ก็ได้ใช้เวลากว่าครึ่งปี เขียนหนังสือเล่มสองออกซะที จนใกล้จะได้เห็นตัวเป็นๆ แล้ว

หากคุณคิดว่า เล่มแรกบ้าเกินทนแล้ว ขอบอกว่า เล่มนี้บ้ากว่าเดิมอีก

ขอมิตรรักแฟนหนังสือ อย่าลืมอุดหนุนนะจ้ะ

วันวางจำหน่ายวันแรก วันจันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2553 ที่ซีเอ็ดบุ้คส์บางสาขาก่อน (แล้วค่อยกระจายไปครบทุกสาขา) แล้วค่อยวางขายที่ B2S และร้านนายอินทร์ทุกสาขา

ปล. 1 หนังสือเล่มนี้เหมาะกับผู้ที่เริ่มหรือสนใจการหารายได้ทางอินเทอร์เน็ต
ปล. 2 อย่าเพิ่งซื้อ จนกว่าจะได้ยินอ่านในร้านจนพอใจ จ่ายเงินแล้ว ผู้เขียนไม่คืนเงินให้นะจ้ะ
ปล. 3 ถ้าไม่ซื้อ ฝากเอาไปวางไว้ตรง best seller ด้วย จะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง (อันนี้ผมล้อเล่น )
ปล. 4 เล่มนี้มีของแถมด้วยนะจ้ะ เหมาะสำหรับคนที่กำลังอยากจะลงมือทำจริงๆ จังซะที

บทความนี้เขียนขึ้นโดย Kittin จากเว็บไซต์ manacomputers.com ได้รับความคุ้มครองตามสัญญาอนุญาต CC 3.0

วิธีการอัพเกรดโปรแกรมท่องอินเทอร์เน็ต (Internet Explorer) เป็นเวอร์ชั่นล่าสุด

สำหรับคนที่ใช้คอมพิวเตอร์ที่มีระบบปฏิบัติการ (OS) เป็น Windows (ซึ่งผมเชื่อว่า ส่วนใหญ่เลยทีเดียวที่ใช้ Windows) แล้วเมื่อผมถามว่า “คุณใช้โปรแกรมอะไรในการท่องอินเทอร์เน็ต” หลายคนอาจจะตอบว่า “ไม่รู้” หรือ “ก็ใช้ที่มันติดมากับเครื่องนั่นแหละ ไม่รู้ชื่อหรอก” ซึ่งส่วนใหญ่คำตอบมักจะเป็นแบบนี้นะครับ วันนี้ผมเลยอยากจะมาเล่าให้ฟังเกี่ยวกับไอ้เรื่องโปรแกรมตัวนี้ให้ฟังนะครับ

โปรแกรม Internet Explorer (IE) คืออะไร?

อาจจะเป็นคำถามที่คุณคิดว่า ถามอะไรแบบนี้(ฟ่ะ) แต่หลายคนไม่รู้จริงๆ ครับว่ามันคือโปรแกรมอะไร ถ้าอธิบายแบบง่ายที่สุดก็คือ “โปรแกรมที่คุณใช้เล่นอินเทอร์เน็ตนั้นแหละครับ” โดยเราเรียกโปรแกรมประเภทนี้ว่า Web Browser นั่นเอง ซึ่งหลายคนที่ใช้ Internet Explorer (หลังจากนี้ขอเรียกย่อๆ ว่า IE ก็แล้วกันนะครับ) ส่วนใหญ่มักจะใช้เพราะเหตุผลที่ว่า “มันติดมากับ Windows ก็เลยใช้” ( ซึ่งผู้ใช้ในเมืองไทยส่วนใหญ่ก็ยังคงใช้ Windows XP อยู่นั่นเอง อย่าว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลย ผมเขียนบทความนี้ก็ใช้ Windows XP เหมือนกันครับ)

เมื่อคุณทราบแล้วว่า คุณใช้ IE ในการท่องอินเทอร์เน็ต อีกสิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะแนะนำคุณที่ใช้ IE เป็นตัวหลักในการท่องอินเทอร์เน็ตอยู่นั่น ให้ทำการอัพเกรดเวอร์ชั่น (Upgrade Version) ของ IE เป็นเวอร์ชั่นล่าสุดด้วยนะครับ

ทำไมผมถึงแนะนำให้อัพเกรด IE

เนื่องจากโปรแกรม IE ที่ติดตั้งมาพร้อมกับ Windows XP นั่นมักจะยังคงเป็นเวอร์ชั่น 6 ทำให้มีปัญหาหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง การแสดงผลที่ไม่ถูกต้อง,ความปลอดภัยในการใช้งานอินเทอร์เน็ต,หรือส่วนเสริม (Add-on) ที่รองรับไม่สมบูรณ์ ซึ่งเว็บไซต์ในปัจจุบันส่วนใหญ่มักจะไม่ค่อยรองรับ IE เวอร์ชั่น 6 แล้ว (ปัจจุบันเวอร์ชั่นล่าสุดของ IE จะเป็นเวอร์ชั่น 8 แล้วครับ)

เข้ามาที่  www.msn.com เลือกที่ Download IE8 ครับ

.

วิธีการอัพเกรดโปรแกรม Internet Explorer (IE) เป็นเวอร์ชั่นล่าสุด

  1. เปิดโปรแกรม IE แล้วพิมพ์ชื่อเว็บไซต์ www.msn.com
    .
  2. ดูที่หน้าจอของ msn.com ทางด้านซ้ายมือ คลิ้กที่ Download IE8
    .
  3. เมื่อมาที่หน้าดาวน์โหลดของ Microsoft ให้เลือกประเทศ/ภูมิภาค (ผมขอแนะนำให้เลือกเป็นภาษาอังกฤษครับ เพราะจะมีปัญหาน้อยที่สุด) และเลือกระบบปฎิบัติการ (ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็น XP) เมื่อเลือกแล้วระบบจะนำมายังหน้า Download ให้คุณทำการ Save ไว้ที่หน้า desktop เพื่อจะได้หาเจอง่ายๆ และเมื่อลงโปรแกรมเสร็จแล้ว เราจะได้ลบตัวนี้ได้ง่ายครับ
    .
  4. ดับเบิ้ลคลิ้กที่ตัวโปรแกรมที่ดาวน์โหลดมา ติดตั้งตามขั้นตอนที่ระบบแนะนำ (ส่วนใหญ่เลือก next next next  ครับ

เพียงแค่นี้คุณก็จะได้ IE เวอร์ชั่นล่าสุดที่อัพเกรดทั้งรูปร่างหน้าตาม, รูปแบบการใช้งานและความปลอดภัยที่มากขึ้นแล้วครับ

.

.

บทความนี้เขียนขึ้นโดย Kittin จากเว็บไซต์ manacomputers.com ได้รับความคุ้มครองตามสัญญาอนุญาต CC 3.0